Share

ท่านพ่อ...ข้าคือบุตรสาวของท่าน
ท่านพ่อ...ข้าคือบุตรสาวของท่าน
Author: SnailW

บทที่1 หนีออกจากบ้าน

Author: SnailW
last update Last Updated: 2025-08-26 16:42:49

ตอนที่ 1

ยามอิ๋น (03.00 น. - 04.59 น.) หุบเขาหมื่นบุปผา

เงาร่างเล็กๆ สะพายถุงผ้าขนาดใหญ่เกือบเท่าตัว ค่อยๆ เปิดประตูเรือนของตนเองออกมาอย่างเงียบเชียบ เพื่อไม่ให้ผู้คนที่อยู่ภายในเรือนอื่นๆ ได้ยิน ดวงตากลมโตกว้างราวกับลูกกวางน้อย ค่อยๆ ใช้สายตาที่เฉียบแหลมของนางสอดส่องมองไปรอบๆ เพื่อตรวจสอบว่าจะมีคนตื่นขึ้นมาพบเห็นนางหรือไม่

เมื่อเห็นว่าทางสะดวกร่างเล็กป้อม ก็รีบหอบถุงผ้าสัมภาระของตนเองเผ่นที่ไปประตูทางออกทันที

แอ๊ดดด ตึงง

ร่างเล็กถอนหายใจเบาเมื่อปิดประตูจวนได้สนิท ตลอดหลายวันที่ผ่านมา นางมาสำรวจเส้นทางออกจากเรือนแล้วหลายครั้ง เมื่อคิดว่าวันนี้เป็นคืนเดือนดับ นางจึงใช้โอกาสนี้แอบออกมา

สกุลเนี่ย

เด็กสาวเงยหน้ามองป้ายด้านบนที่แขวนเอาไว้ที่ด้านหน้าประตูด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ตั้งแต่จำความได้ นางไม่เคยห่างจากที่นี่เลยสักครั้ง ครั้นเมื่อนึกได้ดังนั้น ดวงตาทั้งสองข้างของนางก็เอ่อนองไปด้วยน้ำตา

นางคุกเข่าลงที่พื้นพร้อมคำนับแบบเต็มพิธีสามครั้งก่อนกล่าวด้วยเสียงเบา

“ท่านแม่ เมื่อข้าได้พบหน้าท่านพ่อแล้ว ข้าจะรีบกลับมา” น้ำเสียงที่กล่าวออกมาจริงจังกว่าทุกครั้ง

เฉิงเข่อซิงใช้มือเล็กๆ ทั้งสองข้างของตนเองปาดน้ำตาที่ไหลนองเต็มใบหน้า ก่อนจะตัดสินใจแน่วแน่และเดินจากที่ที่นางเรียกว่าบ้านไป ตามความต้องการของตนเอง

เพียงพ้นหลังเงาร่างของเด็กสาว ผู้คนที่อยู่ด้านหลังประตูบานนั้นก็ได้เดินออกมาจากเงามืดมองการจากไปของเด็กสาวด้วยสายตาเป็นห่วงเป็นใย

“เจ้าแน่ใจแล้วหรือ ว่าต้องการให้นางไปพบกับคนผู้นั้น?” ชายที่สวมชุดของเจ้าบ้านถามน้องสาวของตนเองที่อยู่ด้านข้าง

“ห้ามแล้วนางจะเชื่อฟังหรือ?ท่านเองก็เลี้ยงนางมากับมือ ยังไม่รู้นิสัยของนางอย่างนั้นหรือ?” มีแม่คนใดบ้างที่ไม่ห่วงใยบุตรสาว แต่เมื่อลูกสาวของนางต้องการเช่นนั้น นางจะทำอย่างไรได้

เนี่ยหงเฉินที่ได้ยินเช่นนั้นทำได้เพียงถอนหายใจออกมาอย่างจนใจ เขารู้นิสัยนี้ของหลานสาวดีที่สุด นิสัยดื้อรั้นของนาง เป็นเพราะพวกเขาเลี้ยงดูตามใจนางจนเคยชิน

เป๊าะ

เนี่ยหงเฉินเพียงดีดนิ้วหนึ่งครั้ง เงาดำนับสิบก็ปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหลังทันที

“ตามคุ้มครองนางอยู่ห่างๆ หากไม่อันตรายถึงชีวิตไม่ต้องเผยตัว ให้คนส่งข่าวไปถึงอาวุโสทั้งสี่ ว่าเฉิงเข่อซิงกำลังเดินทางไปที่แคว้นชางแล้ว”

“ขอรับ”

พรึ่บ

เพียงรับคำสั่ง เงาดำที่กำลังคุกเข่าอยู่เมื่อครู่ก็แยกย้ายตัวออกไปทันที หากภายนอกรู้เรื่องการเคลื่อนไหวนี้ ยุทธภพอาจแตกตื่นอย่างแน่นอน

…………….

ร่างเล็กๆ ค่อยๆ แบกถุงสัมภาระของตนเองลงมาตามเส้นทางลงจากภูเขา แต่มาได้เพียงครึ่งทาง นางก็รู้สึกว่า ของที่นางพกมานั้น หนักหนากว่าที่คิดเอาไว้

“อ่าา ว่าจะเดินทางพ้นจากเขตป่านี้ ข้าจะต้องหลังหักแน่ๆ เลย” ร่างเล็กๆ บ่นอุบ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งใต้ต้นไม้ใหญ่ พร้อมกับนอนแผ่หลาอย่างหมดแรง

ตอนนี้หัวสมองเล็กๆ กำลังใช้ความคิดอย่างรวดเร็ว นางคิดว่า การที่ตนเองเดินเท้ามาเกือบหนึ่งชั่วยามแล้ว แต่ก็ยังไม่พ้นเขตหุบเขาหมื่นบุปผานี้ นั่นก็เป็นเพราะห่อสัมภาระที่นางพกมาด้วยอย่างแน่นอน

เมื่อคิดได้ดังนั้นร่างเล็กๆ จึงหันกลับไปมองห่อผ้าห่อใหญ่ที่ตนเองแบกมาด้วยพร้อมตัดสินใจว่า นางควรเอาของที่ไม่จำเป็นออกอีกสักหน่อย แม้ว่าก่อนหน้านี้ นางจะคิดมาดีแล้วว่าทุกอย่างที่อยู่ในห่อผ้าจะเป็นของที่จำเป็นแล้ว แต่นางก็ไม่สามารถแบกของห่อใหญ่ๆ นี้ไปตลอดทั้งเส้นทางได้ด้วยแน่

เฉิงเข่อซิงแกะห่อผ้าและหยิบของที่อยู่ด้านในออกมาพิจารณาดูทีละชิ้น

ลูกหนัง

นางพกลูกหนังมาด้วยเผื่อเอาไว้เล่นระหว่างทางแก้เบื่อ แต่ดูจากตอนนี้แล้ว นางเหนื่อยเกินไปที่จะอยากเล่นมันเสียแล้ว เมื่อคิดได้ดังนั้น เฉิงเข่อซิงจึงหยิบมันออกและวางไว้ที่ด้านข้าง

หุ่นกระบอก

ของชิ้นนี้เป็นของเล่นที่ท่านลุงจินซื้อมาให้ นางยังไม่ได้เล่นจึงหยิบติดมือมาด้วย

ลูกกวาด

อันนี้จำเป็นอย่างยิ่ง เพราะหากนางเดินทางเหนื่อยๆ นางก็สามารถเอาลูกกวาดออกมาทานเล่นระหว่างทางได้

เฉิงเข่อซิงหยิบนู้นนั่นนี้ออกมายกใหญ่ จนในที่สุดนางก็เลือกที่จะทิ้งของเล่นทั้งหมดไว้ เสื้อผ้าบางส่วน ทำให้ในห่อผ้าตอนนี้นางเหลือชุดเอาไว้เปลี่ยนเพียงสองชุด ที่เหลือเป็นขนมและอาหารแห้งที่สามารถเก็บไว้ได้หลายวัน

แต่เมื่อหันกลับไปมองของเล่นทั้งหลายของตนเองที่กองอยู่ ความเสียดายก็ย่อมมีมากกว่า นางจึงหยิบของเล่นทั้งหมดไปซ่อนไว้ที่โพรงไม้ด้านหลัง และใช้ใบไม้ที่อยู่บริเวณนั้นกลบฝังพวกมันเอาไว้

“เรียบร้อย เพียงเท่านี้ก็ไม่มีใครมาขโมยของข้าแล้ว”

เฉิงเข่อซิงมองผลงานตนเองอย่างพึงพอใจ ก่อนจะหยิบถุงสัมภาระที่เหลือแล้วเดินจากไปด้วยท่าทางอารมณ์ดี

พรึ่บ

องค์รักษ์เงาสองคนปรากฏตัวหลังจากร่างเล็กจากไป พร้อมมองไปที่ผลงานของคุณหนูตัวเองด้วยสายตายากจะคาดเดา ก่อนจะรีบเก็บของเล่นเหล่านั้นไป

ทุกคนในจวนต่างรู้กันดีว่า คุณหนูเสี่ยวซิงนั้นรักและห่วงของเล่นตนเองมากแค่ไหน หากของเล่นเหล่านี้บุบสลายหายไป ผู้คนในจวนได้เดือดร้อนแน่ๆ!!!

ในขณะที่พวกเขากำลังร้อนใจ แต่ร่างเล็กที่เดินลงจากภูเขามาไม่ได้รู้สึกร้อนใจเลยสักนิด นางเพียงเดินตามเส้นทางไปเรื่อยๆ หากเหนื่อยก็แค่หยุดพักและนั่งกินขนมที่ตนเองพกมาด้วย

แต่เดินมาเกือบทั้งวัน ก็ทำเอาขาป้อมๆ ของตนเองเริ่มล้ามากขึ้น ความเร็วในการเดินทางก็ช้าลงเป็นอย่างมาก

“เฮ้อ คิดว่าจะเดินเข้าเมืองได้ก่อนตะวันตกดินเสียอีก อย่างนี้ก็คงต้องนอนในป่าไปก่อนสินะ”

คืนนี้นางคงต้องพักแรมอยู่ที่นี่อย่างช่วยไม่ได้เสียแล้ว เมื่อคิดได้ดังนั้น ร่างเล็กๆ ก็เริ่มมองหาที่ทางที่ตนเองจะใช้นอนได้ในคืนนี้

ก่อนนางจะเลือกที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง เฉิงเข่อซิงค่อยเดินหากิ่งไม้แห้งบริเวณนั้น มาใช้เป็นฟืนในการก่อไฟเพื่อไล่สัตว์และแมลง

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นางจะต้องนอนในป่าเขาเช่นนี้ เพราะตั้งแต่นางจำความได้ พวกท่านลุงและท่านน้าก็ต่างสอนนางให้ใช้ชีวิตรอดในป่าเช่นนี้แล้ว นางจึงไม่ได้กังวลมากนัก

ทันทีที่ร่างเล็กใช้หินไฟก่อไฟเสร็จ นางก็หยิบห่อขาวเล็กๆ ห่อหนึ่งออกมา จากนั้นก็สาดผงที่อยู่ด้านในไปใส่กองไฟที่ติดอยู่ เกิดเป็นควันสีฟ้าอ่อนกระจายไปทั่วบริเวณ ก่อนจะจางหายไป

สิ่งนี้คือผงไล่สัตว์ที่ท่านน้าฉีเย่าเป็นคนปรุงขึ้น เอาไว้ใช้ในยามเข้าป่าหาสมุนไพรเพื่อป้องกันสัตว์มีพิษและสัตว์ใหญ่ ไม่ให้เข้ามาใกล้บริเวณนี้

เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น ร่างเล็กๆ ที่เดินทางเหนื่อยมาทั้งวันก็ล้มตัวนอนทันที เพียงไม่นานลมหายใจก็สม่ำเสมอ

ยามโฉ่ว (01.00 น. - 02.59 น.)

เสียงการเคลื่อนไหวบางอย่างกำลังมุ่งหน้ามาที่ร่างเล็กๆ ที่กำลังนอนอยู่ ทำให้เหล่าองครักษ์เงาทั้งหลายที่ถูกฝึกมา ตื่นตัวทันที

เงาดำกว่าสิบคนพุ่งตัวออกมาจากที่ต่างๆ พร้อมกับกระจายตัวรอบๆ ร่างเล็กเอาไว้พื่อระวังภัย

พรึบ!!

“ข้าเอง” น้ำเสียงนุ่มลึกมีมนต์เสน่ห์บางอย่างดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของอีกฝ่าย

ใบหน้าคมสันผิวขาวแม้แต่มีเพียงแสงไฟจากกองไฟเล็ก ก็สามารถเห็นได้ชัด เส้นผมสีเงินที่ปรากฏทำให้เหล่าเงาดำหลบถอยออกพร้อมทำความเคารพอีกฝ่าย

“คารวะ ท่านอาวุโส”

เนี่ยฉีเย่ายกมือขึ้นส่งสัญญาณให้พวกเขาถอยออกไป ส่วนตัวเขาเดินมายังร่างเล็กที่กำลังนอนหลับไม่รู้เรื่องใดๆ อยู่ เขาจ้องมองใบหน้าหลานสาว สายตาที่มักเย็นชาอยู่ตลอดเวลาพลันเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนอย่างหาได้ยาก

“เจ้าเด็กดื้อ ตัวเท่านี้ก็หัดหนีออกจากบ้านเสียแล้ว”

แม้จะเป็นคำพูดที่ตำหนิอีกฝ่าย แต่น้ำเสียงที่ทุกคนได้ยินนั้น กลับรู้สึกว่าไม่ได้มีแววตำหนิเลยแม้แต่น้อย และคล้ายจะมีแววภาคภูมิใจเสียอีก

“อื้อ”

ร่างเล็กๆ ที่นอนนิ่งอยู่เมื่อครู่ อยู่ๆ ก็พลิกตัวไปมาคล้ายกับกำลังหนาว เนี่ยฉีเย่าที่เห็นดังนั้นจึงถอดชุดคลุมตัวนอกของตนเองออก พร้อมกับห่มไปที่ร่างเล็กๆ ของหลานสาว อีกมือคล้ายตบไปที่หลังเบาๆ เป็นจังหวะ ทำให้ร่างเล็กๆ ที่นอนขมวดคิ้วอยู่เมื่อครู่ เริ่มคลายออก พร้อมกับนอนหลับนิ่งอีกครั้ง

…………………………….

เนี่ยหงเฉิน (ผู้นำตระกูลเนี่ยคนปัจจุบัน ท่านลุงใหญ่ของเฉิงเข่อซิง)

เนี่ยหงเหยา/เยว่ซิน (มารดาของเฉิงเข่อซิง)

เนี่ยฉีเย่า 

อาวุโสลำดับที่สามของสกุลเนี่ย เชี่ยวชาญด้านพิษ มีฉายาว่าอสรพิษแห่งหุบเขาหมื่นบุปผา

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ท่านพ่อ...ข้าคือบุตรสาวของท่าน   บทที่190 ตอนพิเศษ18 จบ

    ตอนพิเศษ 18 เนี่ยหงเฉินประคองเนี่ยอิงก้าวผ่านธรณีประตูของโรงเตี๊ยมอย่างเงียบงัน แสงตะเกียงภายในสาดแสงอบอุ่นตัดกับความมืดเย็นภายนอก ยามไฮ่ได้ล่วงเลยไปนานแล้ว เมื่อทั้งสองก้าวขึ้นสู่ชั้นสอง ประตูห้องพักห้องหนึ่งกลับเปิดออกก่อนจะถึงห้องของพวกเขาเสียอีกเนี่ยฉีเย่าเป็นคนแรกที่ก้าวออกมายืนพิงกรอบประตู ริมฝีปากหยักยกขึ้นเล็กน้อยตามนิสัยคนช่างสังเกต “กลับมาเสียที…ดูท่าคงไม่เสียเที่ยว”เนี่ยเข่อซิงยืนพิงเสากลางห้อง ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มอ่อนโยน มองทั้งสองที่ก้าวเข้ามาด้วยท่าทีอ่อนแรงแต่แฝงความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนเนี่ยอิงหน้าแดงซ่านขึ้นมาโดยไม่อาจห้าม สีเลือดจางแต้มพวงแก้มจนเด่นชัดภายใต้แสงตะเกียง นางหลบสายตาทุกคนพลางเบือนหน้าเล็กน้อย ส่วนมือที่จับแขนเสื้อเนี่ยหงเฉินไว้ก็เผลอกำแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัวเนี่ยหงเฉินไม่กล่าวสิ่งใด เขาเพียงส่งสายตาขึงขังใส่หลานสาวเบา ๆ ราวกับจะบอกให้พอเสียที ก่อนจะพาเนี่ยอิงเดินเข้าห้องของตนเองโดยไม่หันกลับมาอีกเสียงปิดประตูไม้เบา ๆ ดังกึกก้องในความเงียบเมื่อเห็นความเปลี่ยนแปลงของทั้งสองคนเนี่ยเข่อซิงและเนี่ยฉีเย่าก็ไม่คิดจะตอแยอีกฝ่ายต่อแต่อย่างใด เนี่ยเข่อซิงลงไป

  • ท่านพ่อ...ข้าคือบุตรสาวของท่าน   บทที่189 ตอนพิเศษ17

    ตอนพิเศษ 17ช่วงบ่ายคล้อยเวลาผ่านไปหลายชั่วยามแล้ว แต่ศิษย์ที่ออกไปตามหาเนี่ยอิงกลับยังไม่กลับมารายงาน บรรยากาศที่ท่าเรือแม้จะเต็มไปด้วยผู้คนและความคึกคักตามประสาเมืองท่า ทว่าในสายตาของกลุ่มคนจากหุบเขาหมื่นบุปผา กลับมีเพียงความเงียบวังเวงที่แผ่คลุมเนี่ยหงเฉินยืนมองแม่น้ำหลงเหอที่ทอดไกลออกไปสุดสายตา รอยขมวดคิ้วบนใบหน้าฉายชัดเจนขณะนั้นเอง เสียงฝีเท้าแผ่วเบาของใครบางคนก็ดังขึ้นจากด้านหลัง ก่อนจะตามด้วยเสียงทุ้มนุ่มแต่จริงจังของเนี่ยหงเฉิน“ดูท่า ข้าคงต้องไปดูเองเสียแล้ว”ทุกคนที่อยู่ใกล้หันมาทันที แม้แววตาเนี่ยหงเฉินจะยังมีท่าทีสงบ แต่แววลึกข้างในกลับเผยถึงความเด็ดขาดที่หาได้ยากยามปกติเนี่ยเข่อซิงขยับริมฝีปากเหมือนจะเอ่ยบางอย่าง แต่กลับเลือกเงียบไว้ แล้วหันไปส่งสัญญาณให้ศิษย์ในชุดคลุมสีเงิน 2 คนให้ตามเนี่ยหงเฉินไปห่าง ๆ อย่างแนบเนียน“เจ้ามั่นใจอย่างนั้นหรือ? ว่าแผนการนี้จะได้ผล?” อู่เยียนสวินนั่งอยู่ ถามขึ้นเนี่ยเข่อซิงไม่ตอบ นางเพียงยกเสวี่ยหานขึ้นแนบอก จุมพิตเบา ๆ ที่หน้าผากลูก ก่อนจะกล่าวเบา ๆ“หากหัวใจเขาไม่สั่นไหวจริง ต่อให้วางแผนอีกสิบปีก็ไม่มีผล”เนี่ยหงเฉินออกจากโรงเตี๊ยมโด

  • ท่านพ่อ...ข้าคือบุตรสาวของท่าน   บทที่188 ตอนพิเศษ16

    ตอนพิเศษ 16“ข้าต้องการห้องชั้นบนทั้งหมด” อู่เยียนสวินเอ่ยเสียงเรียบ พลางส่งสายตาให้ศิษย์คนสนิทจัดการขนสัมภาระเนี่ยเข่อซิงอุ้มเสวี่ยหานไว้แนบอก ส่วนเสวี่ยหรูก็หลับสนิทอยู่ในวงแขนของอู่เยียนสวิน เด็กน้อยทั้งสองไม่ไหวติงแม้เสียงล้อเกวียนจะหยุดลงอย่างกะทันหัน“เด็ก ๆ ยังไม่ตื่นเลย” นางกระซิบเบา ๆ พลางก้มมองลูกน้อยในอ้อมแขนด้วยแววตาอ่อนโยน “ให้ข้าพาพวกเขาขึ้นไปพักก่อนเถอะ”อู่เยียนสวินพยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนจะหันไปกำชับศิษย์อีกครั้งให้เฝ้ารถม้าและผลัดเวรยามตลอดทั้งคืนเมื่อทั้งหมดขึ้นถึงชั้นสองของโรงเตี๊ยมโดยใช้บันไดไม้ขัดเงา ก็พบว่าชั้นบนเงียบสงบ พื้นไม้ไร้เสียงเอี๊ยดอ๊าดให้รำคาญใจ ห้องพักที่ถูกจัดเตรียมไว้สำหรับพวกเขาอยู่ปลายสุดของระเบียง เปิดหน้าต่างออกจะเห็นแม่น้ำหลงเหอทอดตัวยาวสะท้อนแสงจันทร์อย่างงดงามเมื่อจัดข้าวของเรียบร้อย แต่ละคนก็แยกย้ายกันพักผ่อนหลังจากการเดินทางอันยาวนานเนี่ยเข่อซิงและอู่เยียนสวินแยกไปพักในห้องปลายระเบียงพร้อมกับลูกน้อยทั้งสอง ส่วนเนี่ยหยุนซีที่เริ่มง่วงตั้งแต่ลงจากรถม้าแล้ว ก็ถูกพาไปนอนกับเนี่ยอิงที่ห้องข้าง ๆ“นอนได้หรือยัง?” เนี่ยอิงกระซิบถามเบา ๆ เมื่อ

  • ท่านพ่อ...ข้าคือบุตรสาวของท่าน   บทที่187 ตอนพิเศษ15

    ตอนพิเศษ 15“พี่สาว!!”เสียงใสของเด็กชายวัยแตกหนุ่มดังกังวานไปทั่วสวน ท่ามกลางเสียงหัวเราะของผู้ใหญ่และเสียงกรี๊ดกร๊าดของเด็กเล็กที่วิ่งเล่นอย่างสนุกสนานร่างเด็กชายวัยสิบสามในชุดฝึกยุทธสีน้ำเงินเข้มวิ่งปราดเข้ามาด้วยความเร็ว ใบหน้ายังมีเค้าเด็ก ทว่าเริ่มเห็นเค้าโครงของชายหนุ่ม โหนกแก้มและกรามเริ่มชัด ผิวคล้ำแดดบ่งบอกถึงการฝึกฝนกลางแจ้งอย่างไม่ย่อท้อ ผมถูกรวบไว้เรียบร้อยด้านหลัง ดวงตาฉายแววฉลาดเฉลียวและแน่วแน่ไม่แพ้ผู้เป็นบิดาเฉิงตงหยางหยุดลงเบื้องหน้าเนี่ยเข่อซิง ก่อนจะโผเข้ากอดนางแน่น ดวงตาเป็นประกาย “ข้าคิดถึงพี่ที่สุดเลย! พอได้ยินว่าท่านมา ข้าก็รีบกลับมาทันทีเลยนะ!”“ตัวโตขึ้นเยอะเลยนะเจ้าหนูตงหยาง” เนี่ยเข่อซิงหัวเราะเบา ๆ พลางลูบศีรษะเขาอย่างเอ็นดู “กล้ามแน่นขนาดนี้ คงฝึกหนักไม่น้อย?”“แน่นอน! ข้าอยากแข็งแกร่งให้ได้เหมือนพี่ไงล่ะ!” เด็กชายยืดอกอย่างภาคภูมิ มือกำหมัดแน่นนับตั้งแต่ได้ยินเรื่องเล่าจากหน่วยพยัคฆ์เหล็กว่า พี่สาวของตนเคยเป็นยอดฝีมือที่ไร้ผู้ต้าน เฉิงตงหยางก็เริ่มเปลี่ยนไป จากเด็กชายที่เคยวิ่งตามแต่กู้ฟ่านถาน มาบัดนี้เขากลับยกย่องพี่สาวเป็นแบบอย่าง และตั้งใจฝึกยุทธอย

  • ท่านพ่อ...ข้าคือบุตรสาวของท่าน   บทที่186 ตอนพิเศษ14

    ตอนพิเศษ 14รุ่งเช้าวันออกเดินทางแสงแดดแรกของวันทอดตัวอ่อนจางเหนือแนวเขาทางทิศตะวันออก ลมเย็นของต้นฤดูใบไม้ผลิพัดโชยไล้ผ่านยอดไม้สูง ทาบเงาเบาๆ ลงบนลานหินหน้าประตูใหญ่ของเรือนประมุขขบวนรถม้าสี่คันจอดเรียงอยู่ด้านหน้า แต่ละคันถูกจัดเตรียมอย่างประณีต ทั้งของใช้ เสื้อผ้า อาหารแห้ง และข้าวของจำเป็นสำหรับเด็กเล็กถูกจัดเก็บอย่างเรียบร้อยโดยเหล่าสาวใช้ผู้เชี่ยวชาญเนี่ยเข่อซิงแต่งกายเรียบง่ายด้วยชุดผ้าฝ้ายเนื้อดีสีอ่อน คลุมทับด้วยผ้าคลุมยาวเพื่อป้องกันลม นางอุ้มอู่เสวี่ยหานไว้ข้างหนึ่ง ขณะที่เนี่ยลี่เฉวียนเกาะชายเสื้อนางแน่น ส่วนเนี่ยหยุนซีอยู่ในความดูแลของอู่เยียนสวิน ซึ่งคอยจัดเสื้อคลุมให้ลูกสาวตัวน้อยด้วยความอ่อนโยน โดยที่เขาเองก็อุ้มเสวี่ยหรูเอาไว้ในมืออีกข้างเช่นกัน“เสี่ยวซี หนาวหรือไม่?”“ไม่หนาวเจ้าค่ะ ท่านพ่อ” เด็กหญิงพยักหน้าแรงๆ แววตาเปล่งประกายราวกับกำลังจะได้ไปผจญภัยกู้ฟ่านถานเดินเข้ามาหาเนี่ยเข่อซิงด้วยท่าทีเรียบนิ่ง ก่อนจะยิ้มให้น้องสาว พร้อมกล่าว“ทุกอย่างพร้อมแล้ว ข้าจะขึ้นรถม้าคันหลังกับอาจารย์เนี่ย”“ดี” เนี่ยเข่อซิงพยักหน้า ก่อนสายตาจะเหลือบไปเห็นเนี่ยฉีเย่าในชุดคลุมยา

  • ท่านพ่อ...ข้าคือบุตรสาวของท่าน   บทที่185 ตอนพิเศษ13

    ตอนพิเศษ 13ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าก็ใกล้เข้ามาจากทางเดินด้านหลังตำหนักเนี่ยลี่กังถือไหสุราสองใบในอ้อมแขน สีหน้าพึงพอใจราวกับเพิ่งขุดพบสมบัติล้ำค่าจากใต้ดิน “เหล้านี้หมักไว้ตั้งแต่ก่อนสงบศึกกับแคว้นเย่ กลิ่นหอมแรงใช้ได้ทีเดียว”ตามหลังเขามาเป็นสาวใช้สองคนที่ถือถาดไม้เข้ามา ถาดหนึ่งมีของแกล้มเบาๆ เช่น ถั่วคั่ว เกี๊ยวทอด และปลาย่าง อีกถาดหนึ่งเป็นขวดเล็กๆ สำหรับรินสุราพร้อมถ้วยกระเบื้องเคลือบลายเมฆครามอย่างประณีต“ข้าสั่งให้เตรียมมาเผื่อไว้แล้ว” เนี่ยลี่กังว่าพลางวางไหสุราลงกับพื้นอย่างทะนุถนอม “หากเราจะดื่มกันทั้งคืน อย่างน้อยก็ไม่ควรปล่อยท้องให้ว่างเปล่า”เนี่ยจินเดินมาถึงพอดี สีหน้าเบิกบานยิ่งนัก “เจ้าควรได้เป็นหัวหน้าห้องครัวมากกว่าอาวุโสผู้คุมแล้วล่ะ!”“แต่อย่าลืมว่าเหล้านี้พี่สามเป็นคนเก็บไว้เอง ในเมื่อพี่สามอนุญาติแล้ว ข้าก็ไม่เกรงใจแล้วนะ” เนี่ยลี่กังหัวเราะเบาๆ แต่ก็ไม่วางถ้วยในมือลงแม้แต่น้อยเนี่ยฉีเย่ามองทั้งสามด้วยแววตาเรียบเฉย แต่ไม่ได้ห้ามปราม เพียงยกถ้วยสุราขึ้นรินให้ทุกคนอย่างเงียบๆภายใต้แสงโคมสีอุ่นกลางลานหินเล็กๆ ข้างตำหนักโอสถ สี่พี่น้องนั่งล้อมวงกันบนเสื่อปูเรียบ เส

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status