เจียงหว่านหนิง สาวใช้อุ่นเตียงจวนแม่ทัพ

เจียงหว่านหนิง สาวใช้อุ่นเตียงจวนแม่ทัพ

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-06-18
โดย:  องค์หญิงโนเนมจบแล้ว
ภาษา: Thai
goodnovel18goodnovel
10
2 การให้คะแนน. 2 ความคิดเห็น
39บท
3.9Kviews
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

เพราะสงครามที่รุกรานการใช้ชีวิต ทำให้เจียงหว่านหนิง ต้องสูญเสียบิดามารดา แต่ทว่าก่อนบิดามารดาจะตายได้บอกนางเรื่องหนึ่ง ทำให้เจียงหว่านหนิงต้องเดินทางมาที่แคว้นต้าโจว จนกระทั่งได้พบกับ ไป๋จื่อเซียน รองแม่ทัพหนุ่มรูปงาม ที่ทั้งอบอุ่นและใจดี แต่ทว่าในจวนกลับมีเรื่องเล่าลือว่าเขาป่วยเป็นโรคประหลาดที่ไม่มีหมอรักษาได้ ความรักของเขากับนางจึงเกิดขึ้นพร้อมกับเรื่องราวต่างๆมากมาย

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทนำ1-1

杉山美緒(すぎやま みお)は思いもしなかった。自分の誕生日に、息子からアレルギーで死に至るほどのマロンケーキを差し出されるなんて。

意識が朦朧とする中、夫の杉山辰彦(すぎやま たつひこ)の激しい怒鳴り声が聞こえてくる。

「悠希、母さんが栗アレルギーだと知らなかったのか?」

杉山悠希(すぎやま はるき)の幼い声が、やけにはっきりと響いている。

「知ってるよ。でも、真理奈おばちゃんにママになってほしかったんだ。

パパだって、本当はそう思ってるんでしょ?」

「たとえ俺が……」

強烈な息苦しさが美緒を襲い、辰彦の最後の答えはもう聞こえない。

意識を完全に失う寸前、頭にはたった一つの思いだけが浮かんでいる。

もし目が覚めたら、もう辰彦の妻でいるのも、悠希の母親でいるのもやめようと。

……

五時間に及ぶ救命措置の末、ようやく命の危機を脱した。

再び意識を取り戻した時、息をするだけで痛み、顔全体がパンパンに腫れ上がっている。

必死に目を開け、無意識に二人の姿を探すが、病室はがらんとしている。

携帯電話はそばの棚の上。腕を伸ばして取ろうと試みる。

しかし、距離が遠すぎて届かない。なんとか体を起こそうとしたその時、点滴を交換しに来た看護師がちょうど入ってきて、慌ててその動きを制した。

「救急処置室を出たばかりですから、無理してはいけません。私が取ってあげます」

看護師は親切に携帯を渡してくれ、点滴を替えながら注意を促す。

「自分がひどい栗アレルギーだって知らなかったのですか?これからは栗の入った食べ物は絶対に口にしてはいけませんよ。今回は運ばれてくるのが早かったからよかったけど、もう少し遅かったら命はなかったんですよ」

どう答えたらいいか分からない。

まさか、自分の息子が栗アレルギーだと知りながら、わざとマロンケーキを選んで渡してきたなんて言えるはずもない。

計器だらけの自分の体に目を落とし、かろうじて口を開く。

「あの人たちは?」

今、辰彦と悠希を夫や息子、あるいは家族という言葉で呼びたくない。

看護師は一瞬考えたが、すぐに察したようだ。

「ご主人と息子さんのことですね。あなたを病院に運んで、支払いを済ませたら急いで帰りました。『用事がある』って。電話してみたらどうでしょうか?」

そう言ってから、小声で付け加える。

「奥さんや母親より大事な用事って何なのかしら。本当に薄情ですね」

胸に突き刺さる言葉に、心がずきりと痛む。

あの親子がそんなに慌てて立ち去る理由なんて、あの女のことしかない。

携帯を開くと、辰彦とのトーク画面は相変わらず自分が送ったメッセージしか表示されていない。

タイムラインを開くと、古山真理奈(ふるやま まりな)の投稿が真っ先に目に飛び込んでくる。

【急な呼び出しにも駆けつけてゴキブリを退治してくれた二人のナイトに感謝。やっぱり家には男の人がいないとね(笑)】

添付された写真には、辰彦が彼らしくもないほうきで床のゴキブリを押さえつけ、悠希は小さな両手を広げて真理奈の前に立ちはだかっている。

見慣れた二つの後ろ姿が、目の奥を熱くさせ、再び息苦しさがこみ上げてくる。

彼らは死の淵を彷徨った被害者である自分を置き去りにして、真理奈のゴキブリ退治に行った。

しかも、自分のアレルギー症状は悠希が引き起こしたものなのに。

それなのに、彼らには罪悪感も、心配する様子も微塵もない。

美緒は自嘲気味に唇の端を歪めた。

そうだね。悠希はこの母親が二度と目を覚まさなければいいと願っていたんだ。

辰彦に至っては、事情を知らなかったとはいえ、心の奥底では悠希と同じように、真理奈を妻にしたいと望んでいるのだろう。

こんなにも自分を疎む二人が、病院に残って付き添ってくれるはずがない。

携帯を置き、病院の眩しい蛍光灯を見つめながら、過去の記憶をたぐり寄せる。

自分と辰彦は同じ町で育った、いわゆる幼馴染だ。

辰彦は子供の頃から成績優秀で、何度も飛び級し、早くから海外に留学して家業を継ぐ準備をしていた。

一方、自分は内気な性格で、子供の頃はみんなが遊んでいるのをそばで見ているだけ。大きくなってからはさらに影が薄くなった。

そんな自分が、少女時代に光り輝く辰彦に恋をした。

この片思いは、辰彦が誰かと結婚する時に終わりを告げるのだと思っていた。

だが、予想もしなかったことに、帰国した辰彦は真っ先に自分の元を訪れ、「結婚してくれないか」と尋ねてきた。

突然の幸運に呆然とし、心の中で狂ったように育っていた想いを抑えきれず、二つ返事で頷いた。

こうして、美緒は辰彦の妻になった。

しかし、ある日酔った辰彦の口から、彼が留学中に深く愛した恋人がいたことを知る。

その女性は、彼が99回プロポーズしてくれたら、100回目に結婚を承諾すると言ったらしい。

辰彦はそれを信じた。

シエロの雪山、ルミナス塔、ニクスのサンドビーチ、アストラル大聖堂……

あらゆる場所が、彼のプロポーズの証人となった。

卒業当日、彼は100回目となる盛大なプロポーズを計画し、成功したらすぐに帰国して結婚式を挙げるつもりだった。

しかし、大勢の友人の前で、女性は100回目も彼を断った。

まだ早く結婚したくない、あと三年待ってほしいと。

辰彦は完全に忍耐の糸が切れた。

そして、腹いせに帰国し、適当な相手と結婚することにした。

そして美緒は、たまたま杉山家と一番近しい女性だったというだけ。

結婚の真相を知った当初は、気にしなかった。

時間が経てば愛情は生まれる、辰彦もいつか自分を愛してくれると信じている。

結婚して一年後、息子の悠希が生まれ、辰彦との関係も少しずつ縮まった。

周りから見れば、幸せな三人家族そのものだ。

一ヶ月前、辰彦の初恋の相手、真理奈が帰国するまでは。

彼は大学時代の100回の失敗したプロポーズを忘れたかのように、真理奈に近づき、彼女を気遣い、優しく接している。

次第に家に帰らなくなり、息子さえも頻繁に彼について真理奈に会いに行くようになる。

六年の夫婦生活、五年の母子の情があれば、あの親子も心のどこかでは自分のことを思ってくれているはずだと信じていた。

しかし今日、自分が作り上げた幻想から、ようやく目が覚めた。

六年間、辰彦の心を温めることはできない。

自分のお腹を痛めて産んだ子でさえ、父親と同じように、心の中に母親である自分の居場所はない。

バン!

ドアが開く音で我に返る。

美緒は無意識にドアの方を見ると、二つの人影が病室の入り口に立っている。

辰彦が悠希の背中を押し、厳しい表情で言う。

「行って、母さんに謝りなさい」

悠希は指をもじもじさせながら、少しずつベッドのそばに寄り、蚊の鳴くような声で言う。

「ママ、ごめんなさい」

美緒は顔をそむけ、返事をしない。

悠希の目に浮かぶ不本意な色を見逃しはしなかった。

辰彦が落ち着いた声で言葉を続ける。

「悠希に悪気はなかったんだ。お前が栗アレルギーだと知らなかっただけだ。もうきつく叱っておいたから、二度と栗の入ったものを渡したりはしない。

さっきは会社で急用ができてな。お前まだ意識がなかったから、先に会社に戻って仕事を片付けてきた」

季節は真夏で、空気は熱気を帯びているはずなのに。

真冬の厳寒よりも、百倍も千倍も寒く感じる。

自分が目を覚ましてから今まで、辰彦からのメッセージは一件も来ていない。

彼が部屋に入ってきてから口にした二つの言葉は、どちらも嘘だった。

黙っているのを見て、辰彦は不機嫌そうに眉をひそめる。

「いいだろう。今日はお前の誕生日だ。子供相手に怒るな。

息子と一緒にプレゼントを用意したんだ。気に入るか見てくれ。退院したらつけてやる」

そう言うと、ギフトボックスを取り出し、中からダイヤモンドのネックレスを美緒に見せる。

来る途中のデパートで適当に選んだものだと一目で分かる。

ちらりと一瞥しただけで視線を外し、静かに口を開く。

「私からも、あなたたちにプレゼントがあるわ」

辰彦は思わず尋ねる。

「お前の誕生日じゃないか。俺たちに何をくれるんだ?」

悠希も不思議そうにこちらを見る。

美緒は吹っ切れたような笑みを浮かべる。

「お返しってものでしょう?心配しないで、そのプレゼントは数日後には見られるから。きっと気に入るわ」

サイン済みの離婚届。それこそが、あなたたちが望んでいるものでしょう。

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ

ความคิดเห็น

Anděl K
Anděl K
สมเป็นนัดเจียนในดวงใจจริงๆ อ่านถึงตอนที่ ก็นั่งขำตั้งแต่เริ่มอ่านแรกๆแล้ว ช่างมีจิตนาการลำ้เลิศ อ่านมาทุกเรื่อง ไม่มีเรื่องไหนน่าเบื่อเลย สร้างผลงานมาเยอะๆนะคะ จะติดตามตลอดๆ love write
2025-07-04 18:27:17
0
0
Paison Thimdib
Paison Thimdib
ขอบคุณฉันอ่านจบแล้ว
2025-06-28 21:27:08
0
0
39
บทนำ1-1
มู่ซีหว่านเก็บกระดาษและพู่กันใส่กล่องไม้ด้วยสีหน้าอ่อนล้า นับจากนางกับบิดาพลัดหลงกัน นางก็เลี้ยงชีพด้วยการตั้งโต๊ะข้างถนนรับตรวจโรคให้ผู้ไข้ แม้นางจะเป็นบุตรีหมอเทวดามีฝีมือการแพทย์ติดตัวไม่น้อย ทว่ามีฝีมือก็ส่วนมีฝีมือ นางไม่มีแม้แต่เงินจะซื้อบะหมี่ย่อมไม่อาจเปิดโรงหมอ ทุกวันนี้จึงทำได้เพียงตรวจร่างกายให้ผู้ไข้แล้วเขียนใบยาให้อีกฝ่ายไปหาซื้อสมุนไพรรักษาตัวเอง"แม่นาง" เสียงบุรุษผู้หนึ่งเรียกขานนางด้วยท่าทางร้อนรน มู่ซีหว่านไม่ทันเอ่ยถามอีกฝ่ายก็คุกเข่าเอ่ยทั้งน้ำตา"ได้โปรดช่วยภรรยาข้าด้วย""พี่ชายรีบลุกขึ้นก่อน มีเรื่องใดก็ค่อยๆ เจรจา"มือเล็กจับประคองชายตรงหน้าลุกขึ้น อีกฝ่ายยืนด้วยความไม่มั่นคงเอ่ยเสียงสั่น"ภรรยาข้าล้มป่วยมาสามเดือนแล้ว ข้าหาหมอมาดูอาการนางนับสิบคนก็ไม่อาจวิเคราะห์โรคได้ วันก่อนได้ยินชาวบ้านเอ่ยถึงหมอหญิงผู้มีเมตตา จึงได้เดินทางทั้งวันทั้งคืนมาสามราตรี มาขอร้องท่านให้ช่วยไปตรวจนางสักหน่อย"มู่ซีหว่านเห็นความรักอันลึกซึ้งของบุรุษตรงหน้าก็นึกชื่นชมยิ่งนัก เผลอพยักหน้าตอบรับโดยไม่รู้ตัวมู่ซีหว่านนั่งรถม้าออกนอกเมืองขึ้นไปทางเหนือของแคว้นฉานอัน ใช้เวลาสามราตรีก็มาถึ
อ่านเพิ่มเติม
บทนำ1-2
เพ่ยลู่เสียนแม้มีอายุต่างจากพวกนางไม่มาก ทว่ากลับมีความสุขุม รอบคอบและเด็ดขาด ดังนั้นพวกนางจึงรู้สึกวางใจและยกให้อีกฝ่ายเป็นพี่ใหญ่ด้วยความเต็มใจ“ข้าเพียงอยากรวบรวมข้อมูลเพื่อจะได้ใช้วางแผนหลบหนีเท่านั้น ขออภัยด้วยหากทำให้เจ้าตกใจ”“ลู่เสียน เจ้าก็อย่าดุหว่านหนิงนักเลย นางไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไรสักหน่อย เอาละสาวน้อย เจ้าก็เล่าเท่าที่เจ้ารู้ออกมาก็แล้วกัน”หลี่เฟิ่งเซียนออกหน้าช่วยสหาย ก่อนจะเอียงตัวกระซิบเสียงเบาข้างหูเจียงหว่านหนิง“ครั้งนี้ข้าช่วยเจ้า นับว่าเจ้าติดหนี้ข้าเพิ่มเป็นยี่สิบอีแปะ”มู่ซีหว่านมองสหายตรงหน้าแล้วถอนหายใจยาว ก่อนจะกระชับอ้อมแขนปลอบโยนเด็กสาวในอ้อมอก ส่งสายตาปลอบโยนให้นางจนคนตัวเล็กคลายความหวาดหวั่นและเอ่ยเสียงสั่นเครือเบาๆ“ข้าชื่ออู๋สือซว่านเจ้าค่ะ จำได้เพียงว่าชายที่จับตัวข้ามามีรอยสักรูปอินทรีที่อกขวา”“เช่นนั้นก่อนหน้านี้เจ้าอยู่ที่ไหน เดินทางมาจากทิศใด ใช้เวลากี่วันด้วยวิธีไหนจึงมาถึงที่นี่”เพ่ยลู่เสียนเอ่ยถามเพิ่มเติมด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ดูเหมือนว่าเด็กสาวนามว่าอู๋สือซว่านจะไว้ใจพี่สาวเพ่ยอยู่ไม่น้อย อาการสั่นสะท้านของนางจึงคลายลงอย่างชัดเจน น้ำเสียงที่
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 1 เดินทางตามหาบิดามารดา
หลี่เฟิ่งเซียนแบกเจียงหว่านหนิงมาตามทางเรื่อยๆ ยามนี้รอบด้านที่พวกนางพาดผ่านเป็นเพียงป่าไผ่รกทึบ หลี่เฟิ่งเซียนหันไปเอ่ยถามเจียงหว่านหนิงเป็นระยะด้วยความห่วงใย "หว่านหนิง เจ้าเป็นเช่นไรบ้าง"เด็กสาวที่ซบใบหน้าซีดเผือดอยู่บนไหล่เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า"พี่เฟิ่งเซียน ข้ารู้สึกว่าร่างกายไร้เรี่ยวแรงอีกแล้วเจ้าค่ะ""เจ้าอดทนอีกหน่อยเถิด อีกไม่ไกลก็จะเข้าเขตชายแดนแล้ว ได้ยินว่าด้านหน้ามีโรงเตี๊ยมเล็กๆ อยู่ ข้าจะส่งเจ้าไปพักที่นั่นก่อน ไว้เจ้าอาการดีขึ้นเราค่อยคิดหาทางออก"เจียงหว่านหนิงพยักหน้าอย่างช้าๆ นางซาบซึ้งใจยิ่งนัก นับแต่นี้ไปจึงตั้งมั่นว่าจะนับถือหลี่เฟิ่งเซียนเป็นพี่ใหญ่ที่นางนับถือไปชั่วชีวิต หลี่เฟิ่งเซียนที่เห็นเช่นนั้นก็ไม่อยากรบกวนนางมากนัก นางอยากให้เจียงหว่านหนิงเก็บแรงเอาไว้ ระหว่างทางหลี่เฟิ่งเซียนก็ครุ่นคิดบางอย่างเรื่อยเปื่อย เฮ้อ จะว่าไปนางนี่ก็แบกคนเก่งใช้ได้เลย มิสู้รับจ้างแบกคนหารายได้ระหว่างเดินทางไม่ดีกว่าหรือ?ไม่ดีๆ!!! หากเจอคนตัวหนักเช่นเจียงหว่านหนิงนางคงเหนื่อยแย่ เช่นนี้ย่อมขาดทุน ค้าขายไม่ได้กำไรกันพอดีหลี่เฟิ่งเซียนส่ายหน้าไปมา พลางอดยิ้
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2 ช่วยคน
บุรุษผู้นั้นหันมาจ้องมองเจียงหว่านหนิงราวกับจะดื่มเลือดกินเนื้อนาง แต่ทว่าเมื่อได้เห็นใบหน้าของนางชัดๆ ดวงตาของเขาก็ทอประกายวาวโรจน์ สตรีตรงหน้าช่างงดงามเป็นอย่างมาก ดวงตาของนางกลมโตฉ่ำน้ำ ใบหน้าแม้จะดูซีดเซียว แต่ทว่าชวนให้ผู้คนหลงใหลเช่นนี้เขาไม่เคยพบเห็นมาก่อนเลยเมื่อได้เห็นเช่นนั้น บุรุษนิสัยเสียตรงหน้าก็เปลี่ยนความสนใจมาที่เจียงหว่านหนิงทันที เจียงหว่านหนิงลอบมองบุรุษผู้นั้นคราหนึ่ง ใบหน้าเขาก็หล่อเหลาดี แต่มีนิสัยเฮงซวยเกินไป"แม่นาง เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเป็นผู้ใด ข้ามีนามว่า หลัวเหวินซิ่ง เป็นบุตรชายของท่านอาจารย์ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังในสำนักศึกษาหลวงกั๋วจื่อเจี้ยน มารดาข้าก็เป็นถึงองค์หญิงใหญ่แคว้นโจว พี่สาวของฮ่องเต้ เจ้าทำอาภรณ์ข้าเลอะเทอะ ทำให้ข้าขายหน้าเจ้าจะชดใช้เช่นไร"เจียงหว่านหนิงกะพริบตามองหลัวเหวินซิ่งคราหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นมา"นายท่านโปรดเมตตาด้วยเจ้าค่ะ อุแหวะ""ช่างเถิด โอะ อย่าอ้วกอีกนะ!!!"หลัวเหวินซิ่งกระโดดตัวโยนหนีออกมาทันทีเมื่อเห็นว่าเจียงหว่านหนิงตั้งท่าจะอาเจียนออกมาอีกรอบ เขาหันไปมองไป๋ซู่ฮวาอีกคราก่อนจะเอ่ย"ไว้ข้าจะมารอพบเจ้าอีก นับว่าวันนี้เจ้าโชคดีย
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3 พบเจอ
"ท่านแม่ ลูกอยากกลับไปนอนที่จวนแล้วเจ้าค่ะ"ไป๋ซู่ฮวาเอ่ยกับผู้เป็นมารดาด้วยยน้ำเสียงที่เกียจคร้าน เมื่อสามวันก่อนท่านแม่พานางไปไหว้พระขอพรที่วัดหวาเยียนบนเขา ครานี้พี่ใหญ่ก็ติดตามมาด้วยตามคำสั่งของท่านพ่อ เพื่อให้มาคอยดูแลท่านแม่และนาง เนื่องจากยามนี้ต่างแคว้นมีสงคราม ท่านพ่อเกรงว่าจะเกิดเรื่องขึ้นได้ เพราะยามนี้ค่อนข้างมีโจรป่าชุกชุม จะเรียกว่าคุ้มกันก็ไม่ถูกเท่าใดนัก เพราะท่านแม่ไม่ยอมให้เขาขี่ม้า แต่กลับให้เขาเข้ามานั่งในรถม้าด้วย เพราะเกรงว่าเขาจะล้มป่วย เขาจึงทำได้เพียงให้เหรินห่าวและบ่าวรับใช้คนสนิทคอยคุ้มกันด้านนอกแทน เหรินห่าวค่อนข้างมีทักษะในการต่อสู้อยู่บ้าง ส่วนเขาเองก็ไม่ได้หละหลวม อีกทั้งท่านพ่อยังส่งองครักษ์ลับของจวนมาคอยติดตามเขาอยู่ห่างๆ อย่างไรเสียพวกโจรย่อมไม่กล้าเสนอหน้าออกมาเป็นแน่ไป๋ฮูหยินมองบุตรสาวของตนเองก่อนจะยิ้มออกมาเล็กน้อย ไป๋ซู่ฮวาบุตรสาวของนางมีนิสัยเกียจคร้านชอบเล่นสนุก กว่านางจะหาทางทำให้นางยอมตามมาที่วัดย่อมเหนื่อยไม่น้อย"พวกเจ้าสองคนนี่นะ ช่างขี้บ่นยิ่งนัก ซู่เอ๋อร์ เจ้าน่ะเป็นสตรีควรจะสวดมนต์ไหว้พระให้มาก ส่วนเจ้าจื่อเอ๋อร์ เจ้าเองก็ควรไหว้ขอพรพระ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 4 ไปจวนแม่ทัพ
ไป๋จื่อเซียนและไป๋ซู่ฮวาพาเจียงหว่านหนิงมาที่โรงหมอซึ่งอยู่ไม่ไกลกันมากนัก เขามองใบหน้าซีดเผือดของนางคราหนึ่ง ก่อนจะเดินออกมารอที่ด้านนอกพร้อมกับไป๋ซู่ฮวา ระหว่างรอท่านหมอรักษา เขาจึงหันมาเอ่ยถามน้องสาวของตนคราหนึ่ง "ซู่เอ๋อร์ นับว่านางมีบุญคุณกับเจ้า รอนางฟื้นเราค่อยสอบถามความเป็นไปของนางอีกครา""พี่ใหญ่ ก่อนจากกันคราก่อน นางบอกกับข้าว่านางมาจากต่างแคว้น มาที่แคว้นโจวเพื่อตามหาบิดามารดาของนาง แต่ข้าไม่ได้พูดจากับนางมากนัก เพราะต้องเร่งกลับจวน ไว้รอนางฟื้นเราค่อยสอบถามนางอีกคราก็ได้เจ้าค่ะ เผื่อจะได้ช่วยเหลือนางได้""อืม"ไป๋จื่อเซียนและไป๋ซู่ฮวารออยู่ราวครึ่งชั่วยาม ท่านหมอก็เดินออกมาพบพวกเขา ไป๋จื่อเซียนที่เห็นเช่นนั้นจึงเอ่ยถามทันที "แม่นางผู้นั้นเป็นเช่นไรบ้างขอรับ?""ท่านรองแม่ทัพไป๋ เท่าที่ข้าตรวจดู นางถูกสามบุปผา พิษนี้จะทำให้อ่อนแรงกระอักโลหิตจนตายไปเอง อีกทั้งยาพิษก็อยู่ในร่างกายนางมาหลายวัน โชคดีที่ยังไม่ลุกลามเข้าไปในจุดสำคัญเนื่องจากได้รับพิษมาในปริมาณไม่มาก ข้าน้อยจะจัดเทียบยาให้นาง ยานี้ต้มดื่มสามวันก็สามารถขจัดพิษได้หมดขอรับ""รบกวนท่านหมอแล้ว""ยินดี ยินดี"ท่านหมอพย
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 5 ไต้ซือ
ไป๋ฮูหยินและแม่ทัพใหญ่ไป๋ที่เห็นว่าบุตรสาวบุตรชายมาถึงแล้วก็ดีใจเป็นอย่างมาก นางรีบเดินเข้ามาจับมือไป๋จื่อเซียนบุตรชายของตนด้วยท่าทีกระตือรือร้น ก่อนจะหันไปมองเจียงหว่านหนิงคราหนึ่ง "จื่อเอ๋อร์ เจ้าพาผู้ใดมากัน หรือว่าเป็นภรรยาลับของเจ้า ที่เจ้าเลี้ยงดูเอาไว้นอกจวน"ไป๋ฮูหยินจ้องมองสำรวจเจียงหว่านหนิงคราหนึ่ง พลางครุ่นคิดในใจ เอ ใบหน้าก็งดงามใช้ได้ทีเดียว แต่เสื้อผ้าที่สวมใส่ดูสกปรกไปเสียหน่อย หรือว่า ตายละ รสนิยมจื่อเอ๋อร์ชื่นชอบสตรีไม่อาบน้ำหวีผมเช่นนั้นหรือ ช่างเถิด ในเมื่อเอาเข้าจวนมาแล้ว ค่อยสั่งสอนนางให้รักษาความสะอาดก็ยังไม่สาย!ไป๋จื่อเซียนหลับตาลงคราหนึ่ง นับวันท่านแม่ของเขาเริ่มจะเลอะเทอะเกินไปแล้ว ท่านพ่อก็ไม่คิดจะห้ามปรามเลยแม้แต่น้อย "ท่านแม่ นางไม่ใช่ภรรยาลูกขอรับ นางคือคนที่ช่วยเหลือซู่เอ๋อร์ เราเจอนางที่หน้าหอวารีเมื่อครู่นี้อย่างไรเล่าขอรับ""อ่า""ท่านแม่ นางลำบากยิ่งนัก ลูกจึงอยากมาขอความกรุณาจากท่านแม่ โปรดรับนางเข้าจวนด้วยขอรับ นางยินดีทำงานแลกเงินขอรับ"ไป๋ฮูหยินจ้องมองไป๋จื่อเซียนสลับกับมองเจียงหว่านหนิง ในใจลอบเสียดายไม่น้อย แต่ก็ช่างเถิด เมื่อคิดได้เช่นนั้
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 6 สาวใช้
เมื่อเห็นว่าไม่มีสิ่งใดให้น่าดูชมแล้ว ไป๋ซู่ฮวาจึงพาเจียงหว่านหนิงเดินตรงมายังเรือนด้านหลัง ไป๋ซู่ฮวาบอกว่าที่นี่คือเรือนของเหล่าสาวใช้ทั้งหลายที่ทำงานอยู่ในจวนตระกูลไป๋ เมื่อเจียงหว่านหนิงมาถึง ก็พบกับหญิงชราผู้หนึ่งที่กำลังยืนสั่งการเหล่าสาวใช้อยู่ในจวน เมื่อนางหันมาเห็นไป๋ซู่ฮวาก็รีบทำความเคารพทันที "คุณหนู มีเรื่องใดให้บ่าวรับใช้หรือเจ้าคะ"ไป๋ซู่ฮวาที่ได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ย"ป้าเถา ท่านแม่ข้ารับสาวใช้เข้ามาใหม่ นางเป็นคนที่เคยช่วยข้าเอาไว้ จะเรียกว่าเป็นสหายข้าก็ย่อมได้ ท่านแม่ให้ข้าพานางมาพบท่านก่อน ให้ท่านหาเสื้อผ้าให้นางน่ะ ส่วนเรื่องหน้าที่ในจวนท่านแม่จะจัดการเอง ข้าฝากนางด้วยนะป้าเถา อย่างไรหากนางเปลี่ยนเสื้อผ้าแต่งกายเรียบร้อยแล้ว ท่านช่วยพานางไปที่เรือนใหญ่ที ข้าจะรีบไปพบท่านแม่ก่อน""ได้เจ้าค่ะคุณหนู"ป้าเถาพยักหน้ารับอย่างนอบน้อม ก่อนจะหันไปมองเจียงหว่านหนิงคราหนึ่ง ไป๋ซู่ฮวาหันมายิ้มให้เจียงหว่านหนิง ก่อนจะเอ่ยกับนางอย่างสนิทสนม "หว่านหนิง เจ้าไม่รู้สิ่่งใดก็ถามป้าเถาได้เลยนะ ป้าเถาน่ะใจดี เป็นคนเก่าแก่ที่ติดตามท่านแม่มาตั้งแต่แต่งงาน""ขอบใจเจ้
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 7 จวนตระกูลฟาง
จวนตระกูลฟาง "เร็วๆ เข้าสิ เร่งมือหน่อย อีกไม่กี่วันที่จวนจะมีงาน ดี!!! ทำความสะอาดตรงนั้นให้ดี"เสียงของหญิงชราผู้หนึ่งเอ่ยกับสาวใช้ พลางส่ายหน้าไปมองที่เหล่าสาวใช้ตัวน้อยที่ทำงานได้ชักช้าไม่ทันใจ ก่อนจะหันไปมองสตรีวัยกลางคนตรงหน้าที่ยามนี้กำลังส่งเสียงไอออกมาเบาๆ "ฮูหยินใหญ่ ท่านไปพักเถิดเจ้าค่ะ ทางนี้บ่าวจะดูแลเอง"สตรีวัยกลางคนผู้นั้นส่ายหน้าพร้อมกับยิ้มออกมาเล็กน้อย "ข้าจะอยู่ดูตรงนี้แหละ อีกไม่กี่วันจะมีจวนขุนนางมากมายมาร่วมงานชมดอกเหมยในจวนของเรา จะให้ขาดตกบกพร่องไม่ได้เด็ดขาด""เจ้าค่ะฮูหยินใหญ่" สตรีวัยกลางคนผู้นี้ก็คือฟางฮูหยิน เป็นภรรยาเอกของเสนาบดีฟาง นางมีบุตรชายหนึ่งคนมีนามว่าฟางไฉหรง ส่วนบุตรสาวนั้นหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย นางตามหาเท่าใดก็ไม่พบ ทำได้เพียงเศร้าเสียใจจนป่วยเรื้อรังมาหลายสิบปี ในจวนตระกูลฟาง นอกจากมีนางเป็นฮูหยินใหญ่แล้ว ยังมีฮูหยินรองอีกนางหนึ่งนามว่า หยวนชิง นางมีลูกแฝดชายหญิงนามว่า ฟางเหมยลี่และฟางอวี้เฉวียน ปีนี้มีอายุสิบหกปีเต็มแล้ว "พี่หญิง ได้ยินว่าช่วงนี้ร่างกายของท่านไม่สู้ดี เหตุใดจึงไม่พักเล่าเจ้าคะ งานนี้ให้ข้าช่วยทำแทนก็ได้ ข้ายินดี"เ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 8 โรคบ้าจี้
เจียงหว่านหนิงถูกป้าเถาดุไปไม่น้อย ด้วยเพราะนางไม่ค่อยเป็นสตรีที่อยู่ในกฎระเบียบเท่าใดนัก เดิมทียามอยู่ที่แคว้นฉางอัน บิดาของนางมักจะสอนให้นางขี่ม้า ยิงธนู ฟันดาบ สอนทุกอย่างที่สามารถป้องกันตนเองได้ เรื่องอาหารนางก็เรียนรู้มาจากท่านแม่ไม่น้อย แต่เรื่องงานในจวนที่แสนจะยิบย่อยเช่นนี้ นางไม่ถนัดเลยแม้แต่น้อย แม้ป้าเถาจะดุนาง แต่ทว่าก็ยังเอ็นดูนางอยู่มาก กว่าจะผ่านมาถึงช่วงยามเย็น เจียงหว่านหนิงก็แทบจะหมดเรี่ยวแรง "หว่านหนิง มาดื่มยาเถิด ยานี้คุณหนูสั่งให้ข้านำมาให้เจ้า ได้ยินว่าเจ้าป่วยมิใช่หรือ ต้องดื่มยาให้ครบสามวัน อาการจึงจะดีขึ้น""ขอบคุณเจ้าค่ะป้าเถา"เจียงหว่านหนิงรับถ้วยยามาดื่ม รสชาติขมฝาดของมันไม่ได้ส่งผลใดๆ ต่อนางเลยแม้แต่น้อย ป้าเถาจ้องมองสตรีตรงหน้าคราหนึ่ง เมื่อจับนางมาแต่งตัวแล้ว ช่างดูงดงามเป็นอย่างมาก ผิวพรรณขาวนวลเนียนราวกับเป็นบุตรสาวของขุนนางชนชั้นสูงก็ไม่ปาน ไม่เหมือนกับสตรีชนบทเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งยังมีท่าทางที่เข้มแข็ง แม้จะดูอ้อนแอ้นบอบบางแต่กลับมีน้ำอดน้ำทนและสู้งานเป็นอย่างดี ทำให้ป้าเถาชื่นชอบนางเป็นอย่างมาก เมื่อดื่มยาเสร็จแล้ว ป้าเถาจึงหันมาเอ่ยกับนาง "เอ
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status