LOGINภายในห้องสี่เหลี่ยมขนาดเล็ก ด้านในมีจอคอมพิวเตอร์วางเรียงกันอยู่สามตัว ด้านหน้าวางแท็บเล็ตเครื่องและโทรศัพท์มือถืออีกสองเครื่อง
ชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังนั่งจ้องกราฟบนจอคอมพิวเตอร์ขณะที่สมองก็กำลังใช้ความคิดที่จะเปิดออเดอร์ เขาคืออารัญชายหนุ่มวัยเกือบ 30 ปีที่เรียนทางด้านเศรษฐศาสตร์และมีความชื่นชอบในการเทรดหุ้น การนั่งดูกราฟซึ่งเสมือนเขากำลังหลุดไปอีกโลกหนึ่งที่มีแค่เขากับกราฟตรงหน้า
เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำให้ชายหนุ่มถอยออกจากหน้าจอหมุนเก้าอี้แล้วเดินไปเปิดประตู
“มีอะไรครับแม่”
“ยุ่งอยู่หรือเปล่า” เธอรู้ว่าหัวค่ำแบบนี้ลูกชายจะจริงจังกับการหารายได้แต่เรื่องที่จะพูดมันก็สำคัญจนไม่อาจรอได้อีกต่อไป
“ไม่ครับแม่ วันนี้ผมไม่ได้เทรดอะไรกราฟไม่น่าเล่นเท่าไหร่ แม่มีอะไรหรือเปล่า” เขาขยับเก้าอี้อีกตัวมาให้มารดานั่ง
“ถึงเวลาแล้วล่ะอารัญ”
“ถึงเวลาอะไรครับแม่” ชายหนุ่มถามมารดาเพราะไม่แน่ใจว่าท่านกำลังพูดถึงเรื่องอะไร
“ถึงเวลาที่ลูกจะต้องไปทวงทุกอย่างของลูกคืน”
“แม่ครับเราจะทำแบบนั้นจริงๆ เหรอครับ”
“จริงสิลูก”
“ผมไม่อยากทำเลย”
“อารัญตลอด 30 ปีที่ผ่านมาน้องชายของลูกเสวยสุขในสมบัติมากมายอยู่คนเดียวแล้ว ลูกชายของแม่ล่ะได้อะไรบ้าง”
“แต่ผมก็ไม่ได้ลำบากอะไรนะครับแม่”
“ไม่ลำบากก็จริง แต่ก็ไม่ได้สบายเท่าเขา เรียนก็เรียนโรงเรียนรัฐบาลในประเทศไม่เคยได้ไปเรียนต่างประเทศเหมือนกับน้องชายของลูก”
“ผมก็มีความสุขดีครับแม่ แม่ไม่จำเป็นเลยที่เราจะต้องไปยุ่งวุ่นวายกับพวกเขา”
“แม่รู้ว่าอารัญของแม่เก่ง ลำพังทำงานเงินเดือนพนักงานก็เยอะแล้วไหนยังหารายได้เสริมอีก แต่อะไรที่มันเป็นของเรามันก็ควรเป็นของเรานะ
“แม่ครับ ผมไม่ทำได้ไหม”
“ลูกเปลี่ยนใจไม่ได้แล้วล่ะ”
“แม่หมายความว่ายังไง”
“คนของแม่ทำงานสำเร็จแล้ว”
“แม่....” ชายหนุ่มตกใจเพราะก่อนหน้านี้มารดาเคยเล่าให้ฟังถึงแผนการที่จะให้เขาเข้าไปในบริษัทของผู้เป็นบิดาซึ่งเขาคัดค้านไปหลายครั้งและก็คิดว่าท่านน่าจะเลิกล้มความคิดนี้ไปแล้ว
“ไม่ต้องตกใจเรื่องนี้แม่เป็นคนทำลูกไม่เกี่ยวอะไร”
“แม่ครับนั่นน้องชายผมนะ”
“แล้วเขาเคยคิดไหมล่ะว่าเขามีพี่ชาย อารัญอย่าใจอ่อนเชียวนะ”
“ผม....”
“ฟังแม่นะอารัญ คนพวกนั้นไม่เคยเห็นลูกมีตัวตนอยู่แล้ว แค่ลูกป่วยไม่แข็งแรงเขาก็ทิ้งลูกไว้ที่โรงพยาบาลและไม่เคยบอกใครเลยว่ายังมีลูกอยู่อีกคนหนึ่งบนโลกใบนี้ ถ้าวันนั้นแม่ไม่รับอารัญมาเลี้ยง ลูกก็คงจะเป็นเด็กกำพร้าอยู่ที่ไหนสักแห่งก็ได้” ดาหวันพยายามย้ำให้ชายหนุ่มรู้สึกว่าตัวเขาถูกครอบครัวทิ้งไป
“ผมขอบคุณมากครับแม่ ถ้าไม่มีแม่ผมก็คงไม่มีวันนี้แต่ผมไม่อยากไปยุ่งกับคนใจดำพวกนั้นเลยนะครับ เราต่างคนต่างอยู่ไม่ได้เหรอครับแม่”
“อารัญพูดเหมือนไม่รักแม่เลยนะ ไหนเราสัญญากันแล้วไงว่าลูกจะต้องกลับไปแก้แค้นที่คนพวกนั้นทิ้งลูกให้ต้องเป็นต้องกลายเป็นเด็กกำพร้าแล้วยังจะไล่แม่ออกจากงานทั้งที่แม่ไม่ได้ทำความผิดอะไรเลย”
“แม่ครับเรื่องมันผ่านมานานแล้ว”
“แม่รู้แต่ทุกครั้งที่แม่คิดถึงเรื่องในอดีตแม่ก็เครียดจนนอนไม่หลับ แม่ถูกคนพวกนั้นเอาเปรียบเพียงแค่แม่รู้เรื่องที่เขาทิ้งลูกไว้ที่โรงพยาบาลและวันนั้นแม่แค่จะไปทวงสิทธิ์ให้ลูกพวกเขาก็ไล่แม่ออกมาพร้อมกับเงินก้อนหนึ่งแล้วยังกำชับอีกว่าถ้าแม่เข้าไปที่บริษัทนั้นอีกพวกเขาจะแจ้งความข้อหายักยอกทรัพย์ซึ่งแม่ไม่ได้ทำอะไรแบบนั้นเลยสักนิด” ดาหวันพูดด้วยเสียงสั่นเครือ
“แม่ครับผมรู้ว่าแม่เก็บความแค้นนี้มานานเท่าอายุผม”
“ถ้าอารัญรู้ก็ไม่ต้องถามอะไรแม่อีก ทำตามที่แม่บอกเตรียมของใช้ที่จำเป็นขึ้นไปกรุงเทพเดี๋ยวนี้พี่สาวของลูกจะรอลูกอยู่ที่นั่น”
“แม่ครับถ้าเรื่องนี้ถึงหูตำรวจพวกเราคงได้ซวยกันหมด”
“ไม่มีทางเกิดเรื่องนั้นอย่างแน่นอนคนที่แม่จ้างตอนนี้มันข้ามไปฝั่งลาวแล้วล่ะ”
“แล้วถ้าเกิดพวกเขาจับได้ล่ะว่าผมไม่ใช่ลูกชายของเขา”
“ลูกก็เห็นแล้วนี่ว่าลูกกับอลันก็หน้าตาเหมือนกันมากแค่ไหน อีกอยากไปถึงที่นั่นก็ใช่ว่าจะให้ลูกเข้าไปแสดงตัวเลยนี่ พี่ดุจดาวจะบอกเราเองว่าต้องทำตัวยังไง”
“แต่ผมไม่รู้จักใครที่นั่นเลยนะ”
“พี่ดุจดาวจะช่วยลูกเรื่องนี้แล้วพี่จะบอกเลยว่าตอนที่ลูกหนีออกจากโรงพยาบาลลูกล้มหัวฟาดพื้นทำให้ความทรงจำบางอย่างมันหายไป”
“แม่คิดว่าพวกเขาจะเชื่อเหรอ”
“เชื่อสิอารัญ ขนาดแม่เห็นรูปถ่ายแม่ยังแทบแยกไม่ออกเลยว่าใครเป็นใคร แล้วคนที่เป็นฝาแฝดกันก็มีอะไรหลายๆ อย่างคล้ายกันต่อให้เขาจะตรวจดีเอ็นเอก็ไม่มีทางจับผิดเรื่องนี้ได้อยู่แล้ว” ดาหวันให้ความมั่นใจกับลูกชาย
“ครับ”
“ทำเพื่อแม่สักครั้งนะอารัญถ้าลูกได้เป็นเจ้าของบริษัทนั้นแล้วทุกอย่างจบ”
“ผมไม่ได้อยากได้บริษัทนั้น”
“ลูกก็ยกให้พี่เขาบริหารก็ได้ ถ้าเวลานั้นมาถึงแล้วแม่จะเป็นคนเดินไปบอกเขาเองว่าลูกชายที่เขาเห็นยืนอยู่ตรงหน้าน่ะ มันคนละคนกับที่เขาเลี้ยงมา” ดาหวันพูดด้วยความเคียดแค้น
ตลอด 30 ปีที่ผ่านมาเธอไม่เคยลืมเรื่องในอดีตได้เลย ไม่เคยลืมว่าตัวเองรักคุณอิทธิมากแค่ไหน รักจนกลายเป็นความแค้นถึงขั้นต้องขโมยลูกคนโตของเขามาและแจ้งกับเขาไปว่าเด็กทารกคนนั้นได้เสียชีวิตไปแล้ว
“แม่จะให้ลูกเตรียมตัวสักสองวันนะ พรุ่งนี้ไปจัดการลาออกที่บริษัทให้เรียบร้อยแล้วมาเก็บของใช้ เดี๋ยวแม่จะโทรบอกพี่ดุจดาวให้เตรียมคอนโดไว้รอที่กรุงเทพ แม่ไปล่ะ เริ่มเก็บของไปพลางๆ นะลูก” พูดจบดาหวันก็เดินออกมากห้องไป
“ครับแม่” ชายหนุ่มรู้สึกใจหายมากที่รู้ว่าฝาแฝดอีกคนของตนเองได้จากโลกนี้ไปแล้ว จากไปทั้งที่เขายังไม่เคยได้เจอตัวจริงเลยสักครั้ง
“พี่ขอโทษนะอลัน” เขาขอโทษน้องชายที่เคยเห็นเพียงแค่รูปถ่าย
ความรู้สึกผิดเกาะกินใจแต่อารัญก็ไม่อาจจะขัดใจผู้เป็นมารดาได้เพราะเรื่องนี้เขาเคยพูดกับมารดาอยู่หลายครั้งและบางครั้งท่านก็เครียดถึงขั้นจะคิดสั้น เขาจึงไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนั้นมันเกิดขึ้น
จากนี้ไปเขาจะต้องเลิกใจอ่อนเพราะถ้าต้องเลือกระหว่างครอบครัวที่ไม่เคยเห็นความสำคัญของเขากับมารดาที่เลี้ยงเขามาด้วยความรักเขาก็จำเป็นจะต้องเลือกมารดาไม่ใช่สายเลือดแต่กลับทำให้เขาเติบโตได้มาจนถึงทุกวันนี้
“พี่อลันโกรธมุกไหมคะ ที่มุกออกมาเจอกับแฟนเก่าของพี่” มุกตาภาถามเมื่อถึงเธอเดินเข้ามานั่งในรถ“ไม่โกรธหรอกครับ แค่รู้สึกน้อยใจนิดหน่อยที่มุกไม่เชื่อใจพี่”“มุกก็เชื่อใจพี่นะคะแต่เธอโทรมาบอกว่ามีหลักฐาน มุกก็เลยคิดว่ามาคุยกับเธอหน่อยก็ดี”“แล้ววันนี้มุกไม่ต้องทำงานเหรอครับ”“แล้วมุกขายเวรบ่ายแล้วค่ะ มุกขอโทษที่ไม่บอกพี่นะคะ”“มุกครับ พี่ไม่โกรธเลยนะ” เขาเอื้อมมาจับมือเธอไว้ขณะขับรถออกจากหน้าร้าน“แต่มุกโกหกพี่”“ถ้าพี่เป็นมุกพี่ก็คงทำเหมือนมุก อย่าคิดมากนะ มุกครับถ้าสมมุติพี่ไม่มีแผลเป็นและคืนนั้นมุกไม่ได้อยู่กับพี่มุกจะเชื่อสิ่งที่เธอพูดไหมล่ะ”“มันมีความเป็นไปได้อยู่ค่ะ แต่ในเมื่อพี่อลันสัญญากับมุกแล้วว่าจะไม่กลับไปคบกับเธอมุกก็คงจะต้องถามพี่ก่อนว่าเรื่องมันเป็นยังไงกันแน่”“ต่อไปนี้ห้ามปิดบังพี่นะครับ”“ค่ะ แล้วพี่จะโกรธพี่อารัญไหมคะ”“พี่ไม่โกรธหรอก โชเป็นคนเจ้าเล่ห์แล้วพี่อารัญก็คงไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมเธอ เราจะไม่พูดถึงเรื่องนี้กันอีกนะ พี่ไม่อยากให้พี่อารัญต้องไม่สบายใจ” เขากลัวว่าพี่ชายจะรู้สึกไม่ดีถ้าหากเขาไปพูดเรื่องนี้“มุกก็คิดว่าอย่างนั้นค่ะ อะไรที่มันผ่านไปแล้วมุกไม่อยากเก็บเอา
ชีวิตของมุกตาภาก็ดำเนินไปตามปกติอลันยังทำหน้าที่คนรักที่ตามรับส่งอยู่ทุกวัน แม้เธอจะบอกว่าไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้แต่เหมือนว่าเขาจะไม่ฟังเธอเลยสักนิดวันนี้หญิงสาวขึ้นเวรบ่ายและเขาไม่ว่างที่จะมาส่งแต่ก็ไม่วายให้ดนัยคนขับรถมารอรับเธอที่พอพักเพื่อไปส่งที่โรงพยาบาล“พี่ดนัยส่งมุกที่ข้างโรงพยาบาลก็ได้ค่ะ ไม่ต้องไปส่งถึงข้างใน”“แต่คุณอลันสั่งว่าให้ส่งถึงที่นะครับ”“นี่ก็ถึงแล้วค่ะ มุกไม่บอกพี่อลันหรอกนะคะ”“งั้นก็ตามใจคุณมุกครับ”เมื่อเคลื่อนออกไปแล้วมุกตาภาก็เดินข้ามถนนไปยังร้านฝั่งตรงข้าม อันที่จริงวันนี้เธอขายเวรบ่ายออกไปแล้วเพราะมีนัดสำคัญกับคนที่เธอเองก็ยังไม่เคยเจอตัวจริงหญิงสาวเดินเข้ามาในร้านกาแฟแห่งหนึ่ง สายตามองหาคนที่นัดไว้และดูเหมือนอีกฝ่ายจะมารอเธออยู่แล้วพอเธอเดินเข้ามาคนที่นัดไว้โบกมือให้“สวัสดีค่ะ คุณนัดฉันไว้ใช่ไหมคะ” มุกตาภาทักทายไปตามมารยาท“อือ นักก่อนสิ”“คุณมีอะไรจะพูดกับฉันก็พูดมาเลยค่ะ ฉันไม่เวลาไม่มากหรอกนะคะ”“ก็เพราะเธอเอาแต่ทำงานแบบนี้ไม่รู้เลยว่าแฟนเธอน่ะแอบนอกใจ”“นอกใจเหรอคะ” หญิงสาวทวนคำ“นี่ไม่รู้เลยเหรอว่าเวลาที่เธอทำงานเวรกลางคืนน่ะแฟนเธอเขาก็แอบออกมาหาฉั
มุกตาภาขึ้นมานอนบนเตียงโดยมีอลันนอนกอดซ้อนอยู่ทางด้านหลัง“พี่อลันอย่ากอดแน่น”“แน่นที่ไหนแบบนี้กำลังดี มุกง่วงแล้วเหรอ”“นิดหน่อย”“แต่พี่ยังไม่อิ่มเลยนะ อยากเอาต่อ พี่รอมาตั้งหลายวันมุกจะให้พี่น้ำเดียวเองเหรอ”“พี่อลันก็ชอบพูดตรงเกิน”“แล้วทำไมต้องพูดอ้อมด้วยนะ อยู่กับเมียบนเตียงแบบนี้มันก็มีเรื่องเดียวที่จะพูด”“ไม่เหนื่อยเหรอคะ”“ไม่ครับ พี่เก็บแรงมาหลายวัน”“มุกจะยอมพี่ถ้าบอกว่าวันนี้แอบไปคุยเรื่องอะไรกับพี่ภู”“ไม่มีอะไรหรอกครับ”“แต่มุกว่าต้องมีค่ะ ถ้าไม่อย่างนั้นก็ต้องคุยต่อหน้ามุกไปแล้ว มุกเพิ่งรู้ว่าพี่มีความลับกับมุก” มุกตาภารู้สึกว่าเรื่องที่เขาไปคุยกับภูวิศต้องเกี่ยวกับเธออย่างแน่นอน“มันไม่ใช่ความลับหรอกครับ แต่พี่ไม่อยากให้มุกไม่สบายใจ”“ยิ่งพี่ไม่บอกมุกก็ยิ่งไม่สบายใจนะคะ” หญิงสาวพลิกตัวกลับมามองหน้าคนรักที่ดูเหมือนกำลังปิดบังอะไรบางอย่างอยู่“ถ้าพี่บอกไปแล้วจะไม่คิดมากใช่ไหม”“ค่ะ” หญิงสาวสัญญาไปก่อนแต่จะทำได้หรือเปล่ามันก็เป็นอีกเรื่อง“พี่ภูเล่าว่าเจอแฟนเก่าพี่”“แค่นี้เหรอคะ”“เธอถามถึงพี่ พี่ภูก็เลยบอกไปว่าพี่มีแฟนแล้ว”“แต่หน้าพี่ดูไม่สบายใจเลย มีอะไรหรือเปล่าคะ
คอนโดมิเนียมของอลันมุกตาภาเข้ามาแปรงฟันอาบน้ำอย่างรวดเร็วเพราะตอนนี้เธอรู้สึกว่าแอลกอฮอล์ที่เธอดื่มเข้าไปมันกำลังออกฤทธิ์ แต่ยังไม่ทันออกจากห้องน้ำอลันก็เดินตามเข้ามา หญิงสาวแปลกใจเพราะเธอจำได้ว่าตัวเองล็อกประตูห้องน้ำแล้ว“พี่อลันเข้ามาได้ยังไงคะ พี่จะรีบใช้ห้องน้ำเหรอคะ มุกอาบเสร็จพอดีค่ะ” หญิงสาวรีบปิดฝักบัวจากนั้นก็เดินไปหยิบเสื้อคลุมอาบน้ำเพื่อจะสวมแต่ก็ช้ากว่าอลันเพราะตอนนี้เขาเข้ามาประชิดและรวบเอวของหญิงสาวไว้แล้ว“พี่อลันจะทำอะไรคะ”“อาบน้ำให้พี่หน่อยได้ไหม”“พี่ก็อาบเองสิคะ”“เมื่อกี้มุกบอกพี่เองนะครับว่าจะยอมตามใจพี่ทุกอย่าง อาบให้หน่อยนะคนเก่งของพี่” ชายหนุ่มทำเสียงอ้อนมุกตาภากำลังคิดหนักเพราะเมื่อกี้เธอพลาดเองที่ไปพูดกับเขาแบบนั้น“ถ้าอยากให้มุกอาบให้พี่ก็ถอยไปนิดสิคะ ยืนเบียดกันแบบนี้จะอาบได้ยังไงล่ะคะ”อลันหัวเราะก่อนจะยอมปล่อยเอวของหญิงสาวออกเขากระตุกปมผ้าเช็ดตัวไปแขวนไว้แล้วหยิบฝักบัวมาราดไปบนตัวเองจนชุ่มหญิงสาวกดครีมอาบน้ำใส่มือและหันมาใบหน้าของเธอก็ร้อนผ่าว ผิวหน้าแดงระเรื่อเมื่อเห็นเรือนร่างของเขาทุกสัดส่วนอย่างชัดเจน“ทำไมยังจะต้องอายอีกล่ะ มุกก็เคยเห็นพี่มาทั้ง
ทางด้านอารัญที่ออกมาดื่มกับภูวิศได้เกือบหนึ่งชั่วโมงเขาก็ขอตัวกลับตอนนี้ชายหนุ่มเลยนั่งดื่มอยู่คนเดียวและคิดว่าอีกสักพักตนเองก็จะกลับแล้วเหมือนกันเขามองไปรอบๆ ร้านซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะมักจะเป็นคู่หรือไม่ก็มากันเป็นกลุ่มจะมีแค่เขาคนเดียวที่นั่งอยู่ตามลำพัง ชายหนุ่มอดคิดถึงตัวเองไม่ได้เพราะก่อนหน้านี้ก็เคยมีแฟนมาหลายคน แต่ไม่ว่าจะคบกับใครก็ถูกมารดากีดกันด้วยเหตุผลที่ว่าไม่มีใครเหมาะสมกับเขาสุดท้ายแล้วอารัญก็เลยเลิกที่จะสนใจผู้หญิงเพราะคิดว่าต่อให้คนนั้นสวยเก่งฐานะดีแค่ไหนก็ไม่สามารถพิชิตใจมารดาของเขาได้แต่ตอนนี้ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปอารัญก็เริ่มอยากจะมองหาใครสักคนเพราะการอยู่คนเดียวมันก็รู้สึกเหงาแต่ก็ยังไม่มีใครที่ทำให้เขารู้สึกอยากจะใช้ชีวิตด้วยเข้ามาเลยเขาสั่งเครื่องดื่มอีกหนึ่งแก้วและถ้าดื่มแก้วนี้หมดก็คงจะกลับแต่ดื่มไปได้เพียงครึ่งผู้หญิงคนหนึ่งก็เดินตรงเข้ามา“อลันคะ โชคดีจังที่เจอคุณที่นี่” โชติชญาเดินเข้ามาทักทายเพราะคิดว่าเขาคืออลันอดีตคนรักของเธอ “ขอโทษนะครับคุณคงทักคนผิด” อารัญปฏิเสธเพราะเขาจำได้ว่าไม่เคยรู้จักผู้หญิงคนนี้มาก่อน“แหมเลิกกันไปแค่ปีเดียวทำเป็นจำโชไม่ไ
“พี่อลันจะพามุกไปไหนคะ” มุกตาภาถามขึ้นเมื่อรู้สึกว่าทางที่อลันกำลังขับรถไปนั้นไม่ใช่ทางกลับหอพักของเธอ“ไปคอนโดพี่ครับ มุกสัญญากับพี่แล้วนะว่าจะมาค้างกับพี่ถ้าวันต่อไปเป็นวันหยุดของมุก”“แต่พรุ่งนี้มุกมีนัดกับเมย์ค่ะ”“มุกนัดกับเพื่อนที่ไหนพรุ่งนี้พี่ไปส่งก็ได้”“พี่อลันคะ พรุ่งนี้มุกต้องตื่นเช้ามากๆ เลยค่ะ ถ้าไปค้างกับพี่อลันมุกกลัวตื่นสาย”“วันหยุดทั้งทีจะรีบตื่นเช้าทำไม มุกมีธุระอะไรสำคัญขนาดนั้นเหรอครับ”“ธุระสำคัญสิคะสำคัญมากๆ ด้วยมุกรอวันนี้มานานแล้วค่ะ”“แล้วบอกพี่ได้ไหมล่ะว่าธุระที่ว่านั้นคืออะไร”“ถ้ามุกบอกพี่แล้วพี่จะคิดว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระหรือเปล่าล่ะ”“ก็ลองบอกมาก่อนสิครับ แต่พี่ว่ามุกโตแล้วคงไม่ทำอะไรไร้สาระหรอกมั้ง”“มุกเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าคนอื่นมองยังไง แต่สำหรับมุกมันเป็นสิ่งที่มุกรอค่ะ”“พูดแบบนี้ทำให้พี่ชักอยากจะรู้แล้วสิว่าพรุ่งนี้มุกกับเมล์นัดกันทำอะไรถึงต้องตื่นแต่เช้า”“เรานัดกันแย่งกดบัตรคอนเสิร์ตค่ะ” มุกตาภาบอกเขาไปตามตรงเพราะถึงวันที่เธอไปดูคอนเสิร์ตเขาก็ต้องรู้“บัตรคอนเสิร์ตมันซื้อยากขนาดนั้นเชียวเหรอครับ” เขาไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนจึงทำให้แปลกใจว่าทำ







