LOGINปัจจุบัน
มุกตาภาตื่นเช้าเตรียมตัวไปทำงานตามปกติ เมื่อออกมาจากห้องก็เห็นว่าตอนนี้อลันนั้นตื่นนอนแล้ว สีหน้าของชายหนุ่มดูดีกว่าเมื่อวานมาก
“วันนี้เป็นยังไงบ้างคะ”
“ดีขึ้นแล้วครับ มุกจะไปทำงานแล้วเหรอ”
“ค่ะ เดี๋ยวมุกสั่งข้าวร้านข้างล่างมาให้นะคะ พี่อลันจะได้กินยาด้วย”
“พี่จัดการเองได้ครับ มุกไปทำงานเถอะไม่ต้องห่วงพี่นะ”
“คืนนี้มุกออกเวรเที่ยงคืนนะคะ ร้านข้างล่างปิดสองทุ่มถ้าพี่อลันหิวตอนดึกๆ ก็สั่งออนไลน์ได้นะคะ ในเครื่องน่าจะมีแอปสั่งอาหารอยู่ แล้วก็อย่าขยับตัวมากนะคะเดี๋ยวแผลจะอักเสบอีก”
“ครับคุณพยาบาล จริงสิ พี่จะถามว่าเครื่องนี้ใช้ซิมแบบไหน”
“ใช้แบบเติมเงินค่ะ พี่จะโทรออกใช่ไหมคะเดี๋ยวมุกเติมให้”
“ไม่เป็นไรครับเดี๋ยวพี่จัดการเอง พี่ขอเบอร์โทรเครื่องนี้กับเครื่องที่มุกใช้ตอนนี้หน่อยได้ไหม”
“ได้ค่ะ” หญิงสาวหยิบโทรศัพท์ของตนเองขึ้นมาแล้วส่งไลน์เข้าไปในเครื่องที่เขาถืออยู่
“พี่กวนเวลามุกแค่นี้แหละรับไปทำงานเถอะ”
เมื่อหญิงสาวออกไปจากห้องแล้วเขาก็ส่งข้อความให้สิงหาเติมเงินไม่นานอีกฝ่ายก็โทรกลับ
“ผมถึงกรุงเทพแล้วนะครับ คุณอลันให้ผมไปรับที่ไหนครับ”
“ยังไม่ต้องมารับฉันหรอกสิงหา ฉันไม่อยากให้ใครรู้ว่าอยู่ที่ไหน รอให้ฉันดีกว่านี้เราค่อยวางแผนว่าจะเอายังไงกันต่อ พวกนายก็ถือโอกาสพักไปก่อนแล้วกันนะ”
“แต่คุณอิทธิพยายามจะติดต่อหาคุณนะครับ”
“เดี๋ยวนายส่งเบอร์โทรพ่อฉันให้หน่อยนะ ฉันจะโทรไปหาท่านเอง”
“ได้ครับ”
เมื่อได้เบอร์โทรศัพท์แล้วเขาก็โทรไปหาบิดาทันที
“ฮัลโหล” เสียงรับสายที่คุ้นเคยทำให้เขายิ้มเพราะนึกหน้าบิดาออกว่าคงกำลังงงเพราะเบอร์ที่โทรไปเป็นเบอร์ไม่คุ้นเคย
“พ่อครับผมเอง พ่ออย่าเพิ่งพูดอะไรนะครับ”
“อือ” อิทธิตอบรับ
“พ่อครับ พ่ออยู่คนเดียวหรือเปล่า ถ้ามีคนอื่นอยู่ด้วยพ่อเดินออกมาก่อนได้ไหม”
“ตอนนี้พ่ออยู่คนเดียว นั่นลูกจริงๆ ใช่ไหม ลูกเป็นยังไงบ้าง พ่อให้คนตามหาทุกโรงพยาบาลที่เชียงใหม่เลยนะ”
“ผมปลอดภัยดีครับพ่อ”
“มีคนบอกว่าลูกถูกยิง”
“ผมไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกครับพ่อ”
“แต่ทำไมพ่อรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ มีอะไรที่พ่อควรรู้ไหม แล้วทางตำรวจจับคนร้ายได้หรือยัง” อิทธิทั้งสงสัยและเป็นห่วงว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
“เรื่องคนร้ายยังไม่คืบหน้าเลยครับพ่อ ผมเลยคิดว่าตอนนี้จะเก็บตัวเงียบๆ ไว้ก่อน พ่ออย่าบอกใครนะครับว่าผมติดต่อมา”
“ทำไมล่ะ”
“ผมกำลังสืบว่าใครกันที่อยากทำร้ายผม”
“แล้วมีอะไรให้พ่อช่วยไหม”
“ไม่เป็นไรครับพ่อ ผมคิดว่าเรื่องนี้ผมจัดการได้”
“สิงหากับดนัยล่ะอยู่กับลูกหรือเปล่า”
“เขาอยู่กับผมครับ พ่อไม่ต้องห่วง”
“พ่อขอบอกดุจดาวได้ไหม เธอก็เป็นห่วงลูกเหมือนกัน”
“ไม่ได้นะครับพ่อ ผมไม่อยากให้คนอื่นรู้ ช่วงนี้ผมจะเป็นฝ่ายติดต่อไปหาพ่อเองนะครับ”
“อลัน ลูกไม่เป็นอะไรแน่นะพ่อเป็นห่วง”
“ผมไม่เป็นอะไรมากหรอกครับพ่อ แต่เจ็บแบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะครับ ผมจะได้พักด้วย พ่อเองก็ดูแลตัวเองด้วยนะครับ” เขาพูดแล้วหัวเราะเพราะอยากให้บิดาสบายใจ
“อย่าพักจนเพลินล่ะ อย่าลืมว่าต้องเข้ามารับตำแหน่งต่อจากพ่อ” เขากำชับลูกชายเพราะตัวเองอยากจะวางมือจากธุรกิจทั้งหมดแล้วจะเอาเวลาไปท่องเที่ยวเพื่อชดเชยกับช่วงเวลาที่ผ่านมาเพราะเขาทำงานหนักมาตลอด
“ครับพ่อ”
อลันวางสายจากบิดาแล้วก็นึกถึงอีกคนที่เขาไว้ใจและอยากจะขอความช่วยเหลือ เขาโทรไปหาคนที่เป็นทั้งเพื่อนและพี่ชายของเขา
“สวัสดีครับ” เสียงรับสายที่สุภาพอันเป็นเอกลักษณ์ของภูวิศดังขึ้น
“พี่ภูผมเองนะ ผมมีเรื่องจะรบกวนพี่หน่อย ตอนนี้พี่อยู่คนเดียวใช่ไหม”
“อือ พี่อยู่คนเดียวแล้วนายล่ะเป็นยังไงบ้าน พี่ได้ยินว่านายโดนยิงแล้วก็หายตัวไป คุณลุงเป็นห่วงนายมากรู้มั้ย”
“ผมไม่เป็นอะไรมากหรอกพี่”
“ถ้านายไม่เป็นอะไรมากแล้วทำไมถึงหายตัวไปล่ะ เกิดอะไรขึ้น”
แล้วอลันก็เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้กับภูวิศฟัง
“พี่พอนึกออกไหมว่าใครกันที่อยากทำร้ายผม”
“ที่ผ่านมานายไม่เคยมีศัตรูที่ไหนเลยนะ ธุรกิจที่ทำก็ขาวสะอาดหรือว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัว แฟนเก่านายแค้นหรือเปล่าที่นายทิ้งเธอ”
“พี่ภูผมกับโชเลิกกันไปนานแล้วนะ ถึงจะจบไม่สวยก็เถอะ แต่คงไม่ถึงกับต้องส่งคนมายิงมั้งครับพี่” อลันหมายถึงคนรักเก่าที่ชื่อโชติชญาที่เขาติดต่อกับเธอครั้งสุดท้ายก็หนึ่งปีมาแล้ว
“แล้วจะเป็นใครได้ล่ะ หรือคนในบริษัท” ภูวิศพยายามนึกถึงคนในบริษัทที่มีปัญหาขัดแย้งกับอลันแต่เขาก็นึกถึงใครไม่ออกเลยนอกจากคุณดุจดาวแม่เลี้ยงของอลันและคุณบัญชาผู้ถือหุ้นที่ไม่ค่อยชอบหน้าอลัน
“พี่ว่าผมอคติเกินไปไหมถ้าผมจะสงสัยคุณบัญชากับคุณดุจดาว”
“ทำไมนายถึงสงสัยสองคนนี้ล่ะ” แม้เขาจะคิดเหมือนชายหนุ่มแต่ก็อยากจะรู้เหตุผลของอลัน
“ก็การประชุมครั้งก่อนสองคนนี้ไม่เห็นด้วยที่พ่อจะให้ผมขึ้นมาบริหารแทน”
“พี่ก็แอบคิดเหมือนนายนะ แต่เรายังไม่มีหลักฐานอะไรเลยสักอย่าง”
“ก็เพราะแบบนี้แหละผมจึงต้องเงียบไปสักพัก เผื่อบางทีผมหายไปแล้วฝ่ายนั้นจะเคลื่อนไหวอะไรขึ้นบ้าง ผมอยากให้พี่ช่วยดูความผิดปกติในบริษัทและฝากดูแลพ่อด้วยนะครับ”
“นายพูดเหมือนจะไม่กลับมาเร็วๆ นี้ หรือนายเจ็บหนัก แล้วตอนนี้อยู่ที่ไหน” ปลายสายถามด้วยความเป็นห่วง
“ผมปลอดภัยครับพี่”
“อลัน นายรู้ใช่ไหมว่าพี่รักนายและหวังดีกับนายเหมือนน้องชายเพราะฉะนั้นมีอะไรนายต้องบอกพี่นะอย่าคิดจะทำอะไรเสี่ยงๆ คนเดียวเด็ดขาด”
“เพราะผมรู้ว่าพี่หวังดีผมถึงโทรมาหาพี่ พี่พอจะรู้จักใครที่พิษณุโลกไหมผมอยากให้ช่วยตามคดีให้หน่อย”
“อือ พี่จะตามเรื่องให้ แล้วนายจะหลบอยู่แบบนี้อีกนานไหม”
“ก็น่าจะอีกสักพักครับพี่”
“พี่จะรีบตามเรื่องให้นะ”
“ขอบคุณครับพี่ ผมวางสายก่อน พี่ติดต่อผมได้ที่เบอร์นี้น่ะ”
วางสายจากภูวิศแล้วเขานั่งหน้าเครียดอยู่ในห้องเล็กๆ ตามลำพัง
มุกตาภากำลังคิดว่าจะเล่าเรื่องของเธอให้เขาฟังดีไหม แต่เมื่อคิดว่าอลันก็แค่คนอื่นที่บังเอิญเจอและให้ความช่วยเหลือไว้ และถ้าเขาหายดีแล้วเธอกับเขาก็คงไม่มีโอกาสได้เจอกันอีก“ความรักของมุกก็ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ มันผ่านมาเกือบสองปีแล้วค่ะ”“นานเหมือนกันนะ แล้วที่ผ่านมาสองปีไม่คิดจะมีแฟนใหม่เหรอ พี่เดาว่ามันจบไม่สวยและมุกเจ็บจนเข็ดใช่ไหม”“เดาผิดแล้วค่ะพี่” หญิงสาวหัวเราะเบาๆ“อ้าว....แล้วมันยังไงล่ะ” เขาขมวดคิ้วเพราะสำหรับเขาแล้วความรักที่ผ่านมาจบไม่สวยเลยสักครั้ง“มุกเป็นคนบอกเลิกเขาค่ะ”“แสดงว่าเขาเป็นคนไม่ดีหรือเจ้าชู้จนมุกทนไม่ได้เลยบอกเลิกใช่ไหม”“ไม่ใช่ค่ะ เขาเป็นคนดีในระดับหนึ่งค่ะ ไม่เจ้าชู้เลยสักนิด”“ถ้าเขาดีขนาดนั้นจะเลิกทำไมล่ะ”“ก็มุกสงสารเขานี่คะ มุกอยากให้เขาได้ไปเจอคนอื่นที่มีเวลาให้เขามากกว่ามุกค่ะ เขาเป็นพนักงานออฟฟิศมีวันหยุดเฉพาะเสาร์อาทิตย์แต่มุกมีวันหยุดที่ไม่แน่นอน เราเลยไม่ค่อยมีเวลาเจอกัน บางทีหยุดยาวเขาก็อยากไปเที่ยวแต่มุกก็ต้องขึ้นเวรค่ะ มุกเลยคิดว่าเลิกกันดีกว่า”“แล้วเขาก็ยอมเลิกเหรอ”“ตอนแรกก็ไม่ยอมหรอกค่ะ แต่พอเวลาผ่านไปเขาก็หายไป ครั้งสุดท้ายที่เจอกันเขาก็มีแ
กลับมาถึงห้องอลันก็รู้สึกผิดกับเรื่องที่ได้ยินมา ถ้าหากมันเป็นเรื่องจริงก็แสดงว่าตลอดเวลาที่เขาใช้ชีวิตอย่างสุขสบายอยู่กับครอบครัวที่อบอุ่นนั้น ฝาแฝดที่เป็นพี่ชายของตนเองกลับถูกเลี้ยงดูด้วยผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่ได้มีความผูกพันทางสายเลือดและไม่รู้เลยว่าเธอทำแบบนั้นไปทำไมเขาอยากเล่าเรื่องนี้ให้ใครสักคนฟังอยากฟังความคิดเห็นในมุมมองของคนนอกและคนที่เขาอยากเล่าเรื่องทุกอย่างให้ฟังก็คือมุกตาภาซึ่งสามวันมานี้หญิงสาวไปทำงานตั้งแต่เช้าและกลับถึงห้องก็หลังเที่ยงคืนไปแล้วเขารู้สึกเบื่อๆ และอยากจะกลับไปทำงานแต่ก็ทำไม่ได้เพราะเขาเองก็อยากจะรู้ว่าฝาแฝดอีกคนของเขาจะมีความสามารถมากพอที่จะทำงานแทนเขาได้หรือเปล่าทุ่มกว่าๆ เสียงไลน์จากเครื่องของมุกตาภาที่ให้เขายืมใช้ก็ดังขึ้น เขารีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาทันทีMooK_MooK : พี่กินข้าวหรือยังAlan : พี่กำลังจะสั่งครับ มุกล่ะMooK_MooK : มุกยังไม่ได้กินเลยค่ะ วันนี้มุกเลิกงานสองทุ่ม พี่อลันอยากกินบะหมี่เกี๊ยวไหมคะAlan : มุกจะซื้อมาฝากเหรอMooK_MooK : ใช่ค่ะAlan : ขอบคุณครับ ขอเป็นต้มยำได้ไหมMooK_MooK : ได้ค่ะ หิวมากไหมAlan : ไม่ครับ มุกไม่ต้องรีบนะ ตอนบ่ายพี
“พี่อิทธิ....” ภูดิศมองหน้าสามีของน้องสาวที่เขานับถือเหมือนพี่ชาย“พี่ว่ามันถึงเวลาแล้วล่ะ ที่อลันจะได้รู้ความจริงนะ”“ความจริงอะไรครับพ่อ”“ก็ความจริงที่อลันเคยมีฝาแฝด”“ทำไมผมไม่เห็นรู้เรื่องนี้เลยล่ะครับ แม่ก็ไม่เคยพูดถึงแล้วฝาแฝดของผมอยู่ไหนล่ะ” อลันถึงกับอึ้งกับคำตอบของบิดา ตั้งแต่จำความได้เขาก็เป็นลูกคนเดียวมาตลอดและรูปถ่ายตั้งแต่เกิดก็มีแค่เขาคนเดียวเท่านั้นคุณอิทธิเล่าเรื่องราวในอดีตให้กับทุกคนในห้องฟังอีกครั้งหลังจากที่ไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้มาตลอดเท่าอายุของอลัน“แล้วพ่อก็เชื่อที่คุณดาหวันบอกเหรอครับ”“ก็ต้องเชื่อสิเธอ หมอที่โรงพยาบาลเป็นคนโทรมาบอกพ่อ แล้วดาหวันก็ส่งแฟกซ์ใบมรณบัตรมาให้พ่อดู แล้วยังอาสาจัดการทำพิธีศพให้พี่ชายของลูกด้วยนะ”“อลันต้องเข้าใจนะว่าสมัยนั้นการสื่อสารมันไม่ได้สะดวกเหมือนกับตอนนี้” ภูดิศพูดเสริม“แล้วทำไมพ่อถึงไม่ไปจัดการด้วยตัวเองล่ะครับ”“ตอนนั้นลูกก็ยังเล็กแม่ของลูกก็ยังเสียใจกับการสูญเสียพ่อคงทิ้งใครไปไม่ได้ อีกอย่างตอนนั้นเราไม่ได้บอกใครว่าอลันมีฝาแฝดพ่อไม่อยากให้เรื่องนี้มันกระทบจิตใจของแม่”“นี่ทุกคนกำลังสงสัยว่าจริงๆ แล้วฝาแฝดอีกคนยังมีชีวิตอยู
อีกด้านหนึ่งหลังจากที่อลันขึ้นรถของดุจดาวและขับออกจากบ้านไปแล้ว คุณอิทธิก็รีบโทรศัพท์ไปถามสิงหาว่ามันเกิดอะไรขึ้นอลันถึงได้กลับมาบ้านพร้อมกับดุจดาวทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยไว้ใจเธอเลย“สวัสดีครับคุณท่าน”“สิงหามันเกิดอะไรขึ้นทำไมเมื่อวานอลันถึงกลับมาบ้านพร้อมกับดุจดาว”“อะไรนะครับ คุณอลันกลับไปที่บ้านเหรอผมไม่เห็นรู้เรื่องเลยครับ”“นี่เขาไม่ปรึกษาพวกนายก่อนเลยเหรอ มันอันตรายมากนะ”“ไม่นะครับ ผมว่าต้องมีการเข้าใจผิดอะไรกันแน่ เมื่อเช้าผมยังเอาข้าวมันไก่ไปให้คุณอลันเลยนะครับ”“เอาไปให้ที่ไหน”“ก็ที่หอพักที่เขาไปขออาศัยอยู่”“ฉันว่าเรื่องมันไปกันใหญ่แล้ว เพราะเมื่อเช้าเขาอยู่กับฉันที่บ้านนะ”“เป็นไปไม่ได้แน่ๆ ผมขอวางสายก่อนได้ไหมครับ ผมจะโทรหาคุณอลันก่อน”สิงหากดโทรออกหาเจ้านายเขารอสายอยู่ไม่นานปลายสายก็กดรับ“มีอะไรสิงหา” อลันแปลกใจเพราะเขาเคยสั่งไว้แล้วว่าเขาจะเป็นคนโทรหาอีกฝ่ายเอง“คุณอยู่ที่ไหนครับ”“ฉันก็อยู่ที่ห้องของมุกไง นายจะถามเพื่ออะไร”“เมื่อกี้คุณท่านโทรมาบอกผมว่าเมื่อวานคุณกลับไปที่บ้านพร้อมกับคุณดุจดาวแล้ววันนี้ก็เข้าไปที่บริษัทแล้ว”“จะเป็นไปได้ยังไงกันล่ะ”“แต่มันเป็นไ
อารัญตื่นแต่เช้าเพื่อเตรียมตัวไปทำงาน เขามองชุดทำงานในตู้ที่มีมากจนเลือกไม่ถูก ชายหนุ่มหยิบมือถือขึ้นมาดูรูปถ่ายของแฝดพี่ที่ดุจดาวส่งให้แล้วก็ตัดสินใจเลือกสูทสีน้ำเงินเข้มกับเสื้อเชิ้ตสีขาวที่เห็นว่าอลันมักจะหยิบมาสวมมากกว่าสีอื่น เขามองหน้าตัวเองในกระจกที่เหมือนกับคนในรูปแล้วมั่นใจว่าไม่มีใครจะแยกออกเพราะขนาดเขาเองยังแทบจะไม่เชื่อสายตาตัวเองชายหนุ่มเดินลงมาจากชั้นสองแล้วตรงไปยังห้องทานอาหารที่ตอนนี้บิดาของเขาเพิ่งจะนั่งลงบนเก้าอี้หัวโต๊ะ“ขอโทษนะครับพ่อ ผมลงมาช้าไปหน่อย”“ไม่ช้าเลย แล้วเป็นยังไงบ้างพร้อมจะไปทำงานจริงๆ ใช่ไหม”“พร้อมครับพ่อ”“ดาวว่าคุณอลันไม่ได้เข้าบริษัทนานก็คงจะห่วงงานมากแน่ๆ ใช่ไหมคะ”“ครับ ผมห่วงงาน”“ผมฝากคุณช่วยดูอลันด้วยนะ วันนี้ผมคงไม่เข้าบริษัท”“ทำไมล่ะคะ หรือคุณไม่สบาย”“เปล่าหรอก ผมจะไปคุยกับทนายสักหน่อย ว่าจะจัดการเรื่องหุ้นให้เรียบร้อย”คำตอบของคุณอิทธิทำให้สองพี่น้องแอบมองหน้ากันก่อนจะเริ่มทานอาหารเช้า“วันนี้ดาวช่วยขับรถให้อลันหน่อยได้ไหม”“ได้ค่ะคุณอิทธิ”“พ่อครับแต่ผมขับเองได้”“ก็ลูกยังไม่หายดีเลยนะ ให้คุณดาวเธอขับให้ก่อน เรื่องคนขับรถเดี๋ยวพ่อจะให
18.00 สองวันต่อมาดุจดาวนั่งอยู่หลังพวงมาลัยรถยนต์คันหรูที่คุณอิทธิซื้อให้ เบาะนั่งข้างคนขับนั้นมีชายหนุ่มนั่งหน้าเครียดกำลังจ้องหน้าจอแท็ปเล็ตที่มีทั้งข้อมูลและรูปภาพของคนที่เขาจะต้องจำให้ได้ภายในระยะเวลาอันสั้น“ไม่ต้องทำหน้าเครียดขนาดนั้นก็ได้อารัญ เพราะปกติคุณอลันก็ไม่ค่อยสุงสิงกับใครหรอก ตอนนี้ลูกน้องคนสนิทของเขาก็ถูกไล่ออกแล้ว” ดุจดาวหันมามองน้องขายที่เธอช่วยมารดาเลี้ยงดูมาตั้งแต่เกิด ขณะกำลังขับรถฝ่าการจราจรที่แสนจะติดขัดเพื่อพาเขากลับไปยังบ้านหลังใหญ่ของคุณอิทธิ“แล้วคนที่ชื่อภูวิศล่ะพี่”“อารัญต้องเรียกเขาว่าพี่ภูนะ”“ครับพี่”“คนนี้ค่อนข้างสนิทและตอนนี้ก็เข้ามาช่วยงานในบริษัทมากขึ้น แต่ไม่ต้องห่วงหรอก ยังไงพี่ก็จะอยู่กับอารัญตลอดเพราะตอนนี้เขาไม่มีเลขาช่วย คุณอิทธิเลยบอกให้พี่มาช่วยงานแทนเลขาคนเก่าไปก่อน พรุ่งนี้เราจะเข้าบริษัทกันเลย”“จะไม่เร็วไปเหรอพี่”“ไม่หรอก ปกติคุณอลันเป็นคนขยันไม่เคยหยุดงานนานๆ และยิ่งเราเข้าไปเร็วมันก็จะดีกับเรานะ”“ดียังไงล่ะ”“ก็เรื่องที่คุณอิทธิจะวางมือจากบริษัทและยกทุกอย่างให้ลูกจะได้เป็นไปตามแผนเดิม”“ยังไงของทุกอย่างก็เป็นชื่ออลันนะพี่ ไม่ใช่ผ







