LOGINไม้หวายถูกนำออกมา อันเนี่ยนฉีถูกจับยืนมัดติดกับเสา อดทนอีกสักนิดพี่ชายต่างมารดาซึ่ง บุตรชายคนโตของบ้านก็จะผ่านมาทางนี้พอดี เขามีตำแหน่งในราชสำนัก ได้รับการอบรมสั่งสอนมาอย่างดี เป็นบุตรชายของอดีตฮูหยินใหญ่ที่ล่วงลับไปแล้ว มีสถานะศักดิ์เป็นพระภาคิไนยของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน จึงไม่มีใครกล้าล่วงเกินหรือทำร้ายเขา
นาน ๆ ครั้งเขาจะกลับมาที่บ้านสักหน นางไม่เคยเล่าเรื่องความยากลำบากใด ๆ เลยให้พี่ชายฟัง เพราะถูกข่มขู่เอาไว้ รวมถึงนางในชีวิตที่แล้วไม่มีความกล้าพอ พบหน้ากันเมื่อชีวิตที่แล้วนับครั้งได้ จำแทบไม่ได้ด้วยซ้ำว่าพี่ชายของนางผู้นี้หน้าตาเป็นเช่นไร เมื่อเขาไม่เคยรับรู้ว่าเซียงถังซีวางอำนาจบาตรใหญ่ในบ้านหลังนี้ เขาจึงไม่รู้ว่าสมควรจัดการเซียงถังซีผู้นั้น ภายหลังเขาเซียงถังซีหลอกเขาให้ติดกับโดยใช้หลานสาวของตนหลอกล่อให้เขาตบแต่งกับนาง
แต่ในวันนี้นางจะต้องบอกเขา ต้องให้เขารับรู้เรื่องราวพวกนี้
“ท่านแม่ใหญ่ ข้าไม่ได้ทำจริง ๆ นะเจ้าคะ และรอยพวกนี้ก็เกิดจากมดกัดเจ้าค่ะ ข้าไม่ได้ทำ ท่านแม่ใหญ่ ข้าไม่ได้ทำจริง ๆ เจ้าค่ะ” อันเนี่ยนฉีแหกปากร้องสุดเสียงเอาให้ดังที่สุดเท่าที่นางเคยส่งเสียงมา และภาวนาให้พี่ชายต่างมารดาผู้นั้นได้ยิน
เสียงไม้หวายกระทบกับผิวกายของอันเนี่ยนฉี ร่องรอยบาดแผลปริแตกจนหยาดโลหิตไหลซึม ร่างเล็กตะโกนส่งเสียงปฏิเสธเสียงแข็งว่านางไม่ได้ทำ นางไม่ได้กระทำตัวชั่วช้าและไม่ได้เอาสิ่งของใด ๆ ของอันรั่วหลันไป
“หยุดเดี๋ยวนี้!!!”
เพราะอันจิ้งหยางอยากสำรวจความเปลี่ยนแปลงภายในบ้าน เขาจึงเดินเตร็ดเตร่ก่อนจะไปพบบิดา คิดไม่ถึงว่าจะได้ยินได้เห็นอะไรเช่นนี้
อันจิ้งหยางหรี่ตามองดูสตรีตัวเล็กที่ถูกผูกมัดติดกับเสาบ้าน จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่านางคือใคร แต่ถ้าหากนางอยู่ที่นี่ก็คงเป็น...น้องสาวคนที่เก้าของเขากระมัง เพราะนี่คือจวนอนุภรรยาที่ของบิดาที่ล่วงลับไปนานแล้ว
“ท่านทำอะไร” อันจิ้งหยางหันไปสบตากับเซียงถังซี “ปล่อยนางเดี๋ยวนี้” บ่าวไพร่ไม่มีใครกล้าขัดจึงแก้มัดเชือกปล่อยอันเนี่ยนฉีออกจากการควบคุม
“คือ...”
“ข้าให้ท่านพูด ปกติก็เห็นฮูหยินใหญ่เป็นคนพูดมากนี่นา เหตุในวันนี้จึงปิดปากเงียบล่ะ” เขากดดันนางอีกรอบ
เมื่อเห็นมารดาไม่กล้าเอ่ยอันรั่วหลันจึงกล่าวเอง
“พี่ใหญ่ เรื่องมีอยู่ว่า ท่านแม่สงสัยว่าน้องเก้าขโมยชุดผ้าไหมและกำไลหยกม่วงที่ได้รับพระราชทานไป ก็เลยมาค้นดู ข้าเองก็พยายามห้ามท่านแม่แล้วและเชื่อว่าน้องเก้าไม่ได้เป็นคนเอาไป แต่ทำอย่างไรละเจ้าคะ ก็ในเมื่อมีพยานบอกว่าเห็นนางเข้าไปในห้องข้าแล้วหอบสิ่งของบางอย่างออกมาด้วย”
“แล้วเจอของหรือไม่” อันจิ้งหยางมองเข้าไปในเรือนของอันเนี่ยนฉีพบว่าถูกรื้อค้นกระจัดกระจาย สภาพที่แต่เดิมย่ำแย่อยู่แล้ว ย่ำแย่ยิ่งกว่าเดิม
“ไม่เจอเจ้าค่ะ...ที่จริงก็ยังมีอีกเรื่อง พี่ใหญ่ดูสิเจ้าคะ บนร่างกายของนางยังมีร่องรอยที่คล้ายกับ....” นางหยุดเว้นวรรคใบหน้าเป็นสีแดงระเรื่อ “ดูท่าน้องเก้าคงจะต้องไปมีสัมพันธ์กับบุรุษมาแน่ ๆ”
อันเนี่ยนฉีรู้นิสัยพี่สาวคนนี้ดี นางตั้งใจพูดเอาหน้ากับพี่ชาย เผื่อว่าถ้าหากเขาไม่ตรวจสอบเรื่องนี้นางก็จะได้หน้า แต่แน่นอนว่าอันจิ้งหยางเป็นคนยุติธรรมพอ
“พี่ใหญ่...ข้าไม่ได้ทำเจ้าค่ะ ข้าไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น พี่ใหญ่ท่านเข้าไปดูที่เตียงนอนกับหน้าต่างห้องข้าสิเจ้าคะ เพราะมีมดมาทำรังเต็มไปหมด ทำให้ข้าถูกพวกมันกัด ของของพี่หญิงข้าก็ไม่ได้เอาไป ของอะไรนั่นข้าไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ พี่ใหญ่ท่านต้องให้ความยุติธรรมกับข้านะเจ้าคะ ท่านแม่ใหญ่กับพี่หญิง ยังไม่ทันจะได้สืบสาวราวเรื่องก็ทำร้ายข้าแล้ว แถมยังใช้กำลังบีบบังคับให้ข้ารับสารภาพ ถึงเนี่ยนเนี่ยนตายก็จะไม่รับสารภาพในสิ่งที่ข้าไม่ได้ทำ”
เพื่อความกระจ่างและให้ความยุติธรรมกับทุกคน เขาจึงเข้าไปสำรวจภายในห้องของน้องสาว พบว่ามีมดกำลังเดินไปที่เตียงนอนเก่าโทรมของนาง เมื่อเดินตามร่องรอยไปถึงก็พบว่ามีมดอยู่ตามนั้นจริง ๆ สภาพหลังคาภายในเรือนก็ย่ำแย่ ผ้าม่านขาดวิ่น เครื่องเรือนดูออกว่าผ่านการซ่อมแซมมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง เดินเลยไปจนถึงตู้เสื้อผ้าของนางก็พบว่ามีเพียงไม่กี่ชุด
คิดไม่ถึงว่าทุกคนในบ้านหลังนี้จะปล่อยปละละเลยนางได้ถึงเพียงนี้ อย่างไรนางก็เป็นคุณหนูของที่นี่ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้รับการโปรดปรานจากบิดาของเขา แต่ก็ควรดูแลนางให้เหมาะสม ไม่ใช่ทำไปแบบตามมีตามเกิด
อันเนี่ยนฉี ยังคงแสร้งทำหน้าเศร้า แต่ในใจแสนจะสุขใจ ในขณะที่นางต้องสวมเสื้อผ้าเก่า ๆ อาศัยอยู่ในเรือนที่ไม่ได้รับการดูแลเปรียบเทียบกับเรือนของบ่าวไพร่ยังไม่ได้ ภาพนี้มันปรากฏชัดเจนถึงเพียงนี้ นางเชื่อว่าอันจิ้งหยางจะต้องให้ความยุติธรรมกับนาง
ชายหนุ่มเดินออกมาจากเรือนของอันเนี่ยนฉี ใบหน้าคมสันหล่อเหลาบึ้งตึงเคร่งเครียด
“ข้าเข้าไปสำรวจดูแล้ว บนเตียงนอนของนางมีมดมาทำรังอยู่จริง ฮูหยินใหญ่ ท่านไม่ทันจะได้สืบหาความจริงก็ปรักปรำนางแล้ว ท่านยังเป็นคนอยู่หรือเปล่า” เขาขึ้นเสียงใส่เซียงถังซี
“ข้า...ข้า...” เมื่อถูกเขาอันจิ้งหยางขึ้นเสียงใส่ก็ทำตัวไม่ถูกลนลานไปหมด
“แต่นางขโมยชุดของข้าไปจริง ๆ นะเจ้าคะ ข้าพิสูจน์ได้” อันรั่วหลันยังคงยืนกราน นางมั่นใจว่าอันเนี่ยนฉีขโมยของที่เป็นของนางไปจริง ๆ
“หุบปาก!!! ในห้องของนางมีเสื้อผ้าดี ๆ เสียที่ไหน เรียกว่าชุดไม่ได้ด้วยซ้ำ นางจะขโมยอะไรของเจ้าไปได้”
“พี่ใหญ่ ท่านต้องเชื่อข้านะเจ้าคะ เพราะนาง เพราะนางขโมยชุดของข้าไป ทำให้ในวันงานเลี้ยงฉลองของท่านแม่ทัพข้า...ข้าต้องใส่ชุดซ้ำกับเมื่อครั้งที่แล้ว โดนคุณหนูบ้านอื่นหัวเราะเยาะเย้ย”
รักษาภาพลักษณ์แสนดีและสมถะมาตั้งนาน ในที่สุดวันนี้ก็ถูกทำลาย อันเนี่ยนฉีลอบยิ้มในใจ พี่ใหญ่ของนางเป็นคนฉลาด
“แค่ชุดซ้ำเจ้าก็อับอาย แล้วนางล่ะ นางใส่แต่ชุดที่ไม่ต่างอะไรจากสาวใช้ใยไม่เคยเห็นนางบ่นว่าอับอาย” อันจิ้งหยางขึ้นเสียงใส่ ตั้งแต่มารดาของเขาตายจากไป คนพวกนี้ก็สูบเอาทรัพย์สมบัติของบ้านไปกินจนพุงกาง ตั้งใจว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องภายในครอบครัวอีก แต่เมื่อเห็นอันเนี่ยนฉีถูกรังแกเช่นนี้เขาก็อดที่จะไม่ยืนมือเข้ามาไม่ได้
“จากนี้ไป ข้าจะเป็นดูแลเรื่องการเงินภายในบ้านหลังนี้เอง ฮูหยินใหญ่ พรุ่งนี้นำสมุดบัญชีและของที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาให้ข้า”
“ไม่ได้นะเจ้าคะ คุณชายใหญ่ ท่านไม่ได้กลับมาที่บ้านนานแล้วเปลี่ยนมือไปมาแบบนี้จะเกิดความวุ่นวาย”
“งั้นข้าจะกราบทูลฝ่าบาทดีหรือไม่” ในเมื่อนางไม่ยินยอมเขาก็ต้องอ้างถึงฮ่องเต้รัชกาลปัจจุบัน
สุดท้ายนางก็ต้องยอมปล่อยมือ
“นั่นสิ” ความทุกข์ในด่านเคราะห์ที่เขาและนางผ่านมาอย่างไม่ตั้งใจ เมื่อคิดถึงก็รู้สึกหนาวเหน็บขึ้นไม่รู้ตัว “ตอนแรกข้าก็โกรธที่เกาเจี๋ยกับสือโต้วเข้าไปยุ่งวุ่นวาย แต่ถ้าไม่ใช่เพราะเขา คุนอวี่คงจากเราไปนานแล้ว”เมื่อพูดถึงก้อนแป้งน้อยน่ารักทั้งคู่ก็ยิ้มออกมา“ท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านรักกัน แต่ท่านไม่รักข้าใช่หรือไม่” เด็กชายร้องไห้โวยวายอยู่ตรงปากทางเข้าสวนท้อ“ตายจริงท่านกางข่ายอาคมอีกแล้วหรือ” ซื่อหานขมึงตาใส่สามี“ก็...ข้า...” เขาอยากใช้เวลาอยู่กับนางตามลำพัง พันหมื่นปีที่ผ่านมามันไม่เคยเพียงพอซื่อหานทุบสามีไปหนึ่งทีแล้วลบข่ายอาคมที่เขาสร้างเอาไว้ ด้วยตบะสามร้อยปีของเด็กชายจะสู้พลังมารหมื่นปีของบิดาได้อย่างไรทันทีที่ข่ายอาคมถูกลบเลือนเด็กชายก็วิ่งเข้ามาแทรกตรงกลางระหว่างคนทั้งสอง“ท่านแม่ ท่านพ่อรังแกข้าอีกแล้ว” คุนอวี่บอกของมารดาชี้หน้าเอาเรื่องกับบิดา“เจ้านี่หนา สมัยก่อนตอนแม่ของเจ้ายังไม่คืนกลับมา ก็เข้าหาแต่ข้า คุยเล่นกับข้าแทบทุกวัน พอมีแม่เข้าหน่อยข้าก็หมดความสำคัญ” ในสมัยอดีตเจ้าก้อนแป้งเอาแต่ตามติดเขา เขาเองก็พาเด็กชายไปเที่ยวไหนต่อไหนแทบทุกวัน ผู้เป็นบิดาน้อยใจ“ใช่ ท่านไม่สำค
เป็นเพราะทั้งซื่อหานและหงหลางต่างก็เป็นเทพและมารที่อยู่มาในยุคฟ้าปางก่อน เป็นเทพมารบรรพกาลที่เหลืออยู่เพียงไม่กี่องค์ในยุคนี้ การที่ทั้งคู่คบหากันจึงไม่มีใครคัดค้านแม้กระทั่งเทียนตี้เองก็มิกล้ามีปากมีเสียง คงเพราะหวั่นเกรงกลัวว่า มหาเทพซื่อหานจะบุกมาพังตำหนักของตนไม่ก็ถูกมหาจอมมารขโมยผลไม้เซียนที่เขาปลูกเอาไว้ จึงปล่อยเลยตามเลยทำปิดหูปิดตาไม่สนใจ แม้จะกังวลเรื่องการรวมดินแดนเพียงไหนก็ตามในอดีตนางและเขาทะเลาะกันจนทำให้ดินแดนทั้งสองแยกขาดจากกัน นางแกล้งเขาด้วยการสร้างโซ่เส้นหนึ่งขังเขาเอาไว้ในตำหนัก หงหลางโกรธจัด นับตั้งแต่นั้นมา สองดินแดนจึงถูกแยกออกจากกัน ถึงเวลาที่เขาและนางจะช่วยกันรวมดินแดนผนึกแผ่นดินเข้าหากันอีกครั้งหนึ่งกลายเป็นว่าสิ่งที่หลันเว่ยลงมือกระทำไปทั้งหมดเป็นการช่วยส่งเสริมให้ทุกอย่างกลับคืนสู่สภาวะเดิมอย่างที่สามภพเคยเป็น มารและเทพกลับมาคบหากันอย่างเปิดเผย อยู่ภายใต้ขอบเขตศีลธรรมอันดีงาม“ท่านพ่อท่านแม่อยู่ไหน” คุนอวี่ถามหาบิดาและมารดา จากเกาเจี๋ยและสือโต้วพวกเขาสองคนมองหน้ากันไปมา เด็กชายจึงรู้ได้ในทันทีว่าทั้งสองคนไปขลุกอยู่ที่สวนท้อ คุนอวี่หงุดหงิด ช่วงหลังพวกเขา
“ท่านมหาจอมมาร ถ้า...ท่านให้ข้าเป็นอนุภรรยาของท่าน ข้าสัญญาว่าจะปล่อยเขาไป ข้าหลงรักท่านนะเจ้าคะ” น้ำเสียงของหลันเว่ยคล้ายกับอ้อนวอน และเปลี่ยนอารมณ์เป็นเคียดแค้น “แต่เวลานี้ไม่สำคัญแล้วเป็นเพราะท่านไม่เคยรักข้า ไม่เคยสนใจข้าเรื่องทุกอย่างถึงได้ดำเนินมาถึงจุดนี้หากเมื่อสองพันปีก่อนท่านมอบหัวใจให้ดอกบัวน้อย ๆ เช่นข้าสักนิดเรื่องราวคงไม่...” สีหน้าของหลันเว่ยเต็มไปด้วยความเคียดแค้นใจ“ข้าคุ้นหน้าเจ้าก็จริง แต่เราเคยพบกันด้วยหรือ” หงหลางจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเคยพบนางใบหน้าของหลันเว่ยเปลี่ยนสี“อย่าพูดพร่ำเลย จัดการเรื่องนี้ให้จบ ๆ ไปเสีย” ซื่อหานเรียกอสนีบาตเก้าสิบเจ็ดสาย ท้องฟ้าพิโรธรุนแรงยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ เสียงกัมปนาทสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งแดนสวรรค์และมารหลันเว่ยเงยหน้าขึ้นมองท้องนภาเสียงโซ่ขังเซียนค่อย ๆ คลายตัวออก เด็กชายหลุดออกจากพันธนาการ หงหลางได้โอกาสคว้าตัวบุตรชายเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดได้อย่างปลอดภัย“ท่านแม่ ท่านพ่อ” ก้อนแป้งน้อยร้องไห้จ้า ผู้เป็นบิดาได้แต่ลูบหลังปลอบใจ“ที่เจ้าก่อเรื่องขึ้นเมื่อหลายปีก่อน ข้าลงโทษเจ้าสถานเบา ครานี้เจ้าลักพาตัวบุตรชายของข้าเอาไปกักขังเอาไว้ เรื
เพราะท่านพ่อท่านแม่กำลังอยู่ในช่วงเวลาปรับความเข้าใจกัน เด็กชายเบื่อ ๆ ไม่อยากรบกวนเวลาของพวกท่าน จึงออกไปเที่ยวเล่นดังเช่นปกติ แต่วันนี้ดันเตลิดเลยออกมาห่างจากตำหนักวิเวกของมารดาเกินไปสักนิด เดิมทีก้อนแป้งเองก็สนุกสนานกับการสำรวจสิ่งต่าง ๆ อยู่แล้ว รวมถึงมีตบะกลิ่นอายเซียนและมารผสมรวมกันอยู่ ปีศาจหรือเซียนระดับล่างมิอาจทำร้ายเขาได้ และทำให้เขาสามารถเข้าออกได้ทุกหนแห่งในสามภพป่าแถบนี้ประหลาดนัก ไร้เสียงของสัตว์สวรรค์ เด็กชายเดินเตร็ดเตร่ไปรอบ ๆ สายตาเหลือบไปเห็นดอกบัวสีทองอร่ามงดงามจับใจอยู่กลางบึงน้ำสีครามสวย“เจ้าดอกบัว” หากเก็บไปให้มารดาและบิดาเป็นของขวัญคงจะดีไม่น้อย เมื่อคิดแล้วก็ลงมือ กระบี่ที่บิดาเป็นผู้หลอมให้เป็นของขวัญถูกนำออกมา ก้อนแป้งน้อยเขวี้ยงกระบี่ออกไปหมายจะตัดดอกบัวสีทองออกมาจากบึงแต่ไม่เป็นอย่างที่เขาคิด ดอกบัวดอกนั้นหลบหลีกกระบี่มารของบิดาได้ ผ่านไปครู่หนึ่งดอกบัวสีทองก็แปลงกายเป็นสตรีใบหน้างดงาม“คุณชาย อย่าทำร้ายข้า” นางอ้อนวอนทั้งน้ำตา“เอ๊ะ พี่สาว ท่านมีจิตวิญญาณหรอกหรือ” เขาคิดว่าเป็นดอกไม้ธรรมดาไม่คิดว่าเป็นดอกไม้เซียน เมื่อดอกบัวสีทองแปลงกายได้เขาจึงรีบเก
หงหลางกางข่ายอาคมของตนเองครอบคลุมสวนดอกท้อซื่อหานตกใจ ร้องเสียงหลง“เจ้าจะทำอะไร”“ข้าไม่อยากให้ใครมาแอบดูพวกเราสองคนทำอะไรกัน” เขาไม่พูดเปล่า แต่มือไม้ยังวุ่นวายกับร่างกายของนาง“หงหลางหยุดก่อน” นางผายมือขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เป็นข่ายอาคมของนางเอง“...” ชายหนุ่มทำหน้าประหลาดใจ“ชะ...ใช้ของข้า คนอื่นจะได้ไม่งงว่า เกิดอะไรขึ้นที่ตำหนักวิเวก” นางกล่าวอึกอักหงหลางยิ้ม “เจ้านี่น่ารักจริง ๆ น่ารักมาตั้งแต่หลายหมื่นปีก่อน” ท่าทางเขินอายของนางทำเอาเขาอดเอ็นดูไม่ได้เสื้อผ้าของนางถูกถอดออกอย่างรวดเร็ว จนร่างกายเปลือยเปล่าส่วนตัวของเขาเองก็เช่นกัน ผู้เป็นจอมมารขบเม้มร่างกายของนางจนเป็นรอยตราสีแดงไปทั่วทั้งร่าง กลืนกินทุกสัดส่วนอย่างโหยหา กลิ่นนี้ น้ำเสียงนี้ และความรู้สึกนี้ที่เขาเฝ้าตามหามาโดยตลอด ในที่สุดนางก็กลับมาปรากฏตัวต่อหน้าเขาอีกครา“ซื่อหาน ข้าคิดถึงเจ้าเหลือเกิน” เขาพูดพร่ำเบา ๆ ขยับตัวลงเบื้องล่าง ดูดคลึงเกสรดอกไม้ที่ยื่นออกมา“หงหลางเจ้า...” นางจะดิ้นหนี แต่ถูกเขารั้งเอาไว้ ไม่ยอมปล่อยให้นางหนีรอด“อย่าคิดหนีอีกเลย เจ้าหนีข้าไม่พ้นหรอก” หงหลางหยอกเย้าสอดลิ้นเข้าดุนดันติ่งกระสันที
“นอนอยู่”“แย่จัง บอกให้ข้าขึ้นมา แล้วบอกว่าจะให้ท่านพ่อท่านแม่ช่วยกันตั้งชื่อให้”ซื่อหานสำลักสุราดอกท้ออีกครั้ง “สุรานี้ต้องมีปัญหาแน่ ๆ เหตุใดวันนี้ถึงได้มีรสเผ็ด”“ให้ข้าพิสูจน์ดูสักครั้ง” พูดจบหงหลาง ลุกขึ้นโน้มตัวลงมาจูบจุมพิต ดูดกลืนละเลียดชิมสุรา“...” ซื่อหานตกใจตัวแข็งทื่อ นี่นับเป็นครั้งแรกในรอบหมื่นกว่าปีที่นางถูกขโมยจูบ ตกใจแต่ก็รู้สึกคุ้นเคย ใบหน้างดงามแดงยิ่งกว่าเดิม“รสชาติหอมหวานดีจะตายไป” เขาถอนจูบ ใช้นิ้วมือลูบริมฝีปากนุ่มนิ่มของนางเบา ๆ“...”นางเป็นมหาเทพแข็งแกร่งอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเขา อยู่มาตั้งแต่ยุคฟ้าปางก่อนช่วยกันปกปักดูแลสามภพมาด้วยกัน นี่เป็นครั้งแรกเลยหรือไม่ที่ได้เห็นนางทำสีหน้าตลกเช่นนั้น“หรือต้องทดสอบดูอีกครั้งกันนะ”หงหลางตั้งท่าจะจุมพิตนางอีกครั้ง แต่ครั้งนี้นางไวกว่าดีดตัวขยับถอยหนีได้ทัน“เจ้าจะบ้าเหรอ” ซื่อหานเช็ดปากของตนเองแรง ๆหงหลางคว้ามือนางไว้ได้ทันก่อนที่ริมฝีปากของนางจะเป็นแผล“อย่าเช็ดแรงสิ เดี๋ยวจะเป็นแผล” น้ำเสียงของจอมมารอ่อนโยน นุ่มทุ้มนางเอาแต่ก้มหน้างุด ความรู้สึกเช่นนี้มันคืออะไร หัวใจของนางเต้นแรงแปลก ๆ“ข้าอายุตั้งเท่าไร แผล







