Beranda / รักโบราณ / ท่านอ๋องอย่าคิดหนี / บทที่ 1 ข้าไม่มีวันแต่งกับนาง

Share

ท่านอ๋องอย่าคิดหนี
ท่านอ๋องอย่าคิดหนี
Penulis: เอสเต้/ซีฟางกั๋วเจีย

บทที่ 1 ข้าไม่มีวันแต่งกับนาง

last update Tanggal publikasi: 2026-01-26 15:12:45

เสียงพูดคุยที่เริ่มดังเอะอะโวยวายแทบจะกลบดนตรีที่อึกทึกในหอจันทร์ฉาย  ขณะที่บนเวทียกระดับเตี้ยๆ มีสาวงามนับสิบนาง ร่ายรำในชุดหลากสีตระการตา

หอนางโลมแห่งนี้เลื่องชื่อที่สุดในเมืองหลวงแคว้นหมิง ในหมู่บุรุษไม่ว่าระดับใดต่างปรารถนาจะมาเยี่ยมเยือนสักครั้ง แต่ค่าบริการที่สูงลิ่วทำให้มีเพียงเหล่าคุณชายเงินหนากระเป๋าหนักเท่านั้นที่สามารถแวะเวียนเข้ามาใช้บริการได้

 คืนนี้จวิ้นอ๋อง หมิงจิ้นเหอ แม่ทัพภาคเหนือผู้เกรียงไกร ฉายาปีศาจภูเขา เหมาหอจันทร์ฉายเพื่อเลี้ยงฉลองชัยชนะให้กับขุนศึกนายกองคนสำคัญที่ร่วมขับไล่ชนเผ่าที่รุกรานชายแดนออกไปได้สำเร็จ

“ข้าขอคารวะท่านแม่ทัพอีกหนึ่งจอก” มู่หลี่เจียง สหายคนสนิทและรองแม่ทัพฝ่ายซ้ายคู่ใจ ยกจอกเหล้าขึ้นชูตรงหน้าก่อนจะกระดกเข้าปากจนหมด

เสียงเฮฮาของบุรุษโต๊ะรอบๆ ดังลั่นขึ้นคราหนึ่ง  นายทหารทั้งหมดพร้อมใจกันลุกขึ้นชูถ้วยสุราขึ้นระดับใบหน้าแล้วกล่าวพร้อมกันด้วยเสียงอันดัง

“พวกเราขอคารวะท่านแม่ทัพ”

“ดี! ดี! ข้าขอขอบใจพวกเจ้าอีกครั้งที่พร้อมใจกันสู้ศึกครั้งนี้แบบยอมตายถวายหัว จนเราได้ชัยชนะ” หมิงจิ้นเหอลุกขึ้นชูจอกเหล้าเหนือศีรษะ “ดื่ม!”

ฟ่านซิ่วอิงแอบมองชายหนุ่มร่างสูงสง่าที่ยืนนำบุรุษทั้งหลายที่ล้วนดูบึกบึนดื่มสุราด้วยอาการตะลึง

‘เขาคือ หมิงจิ้นเหอ จวิ้นอ๋องคนนั้นหรอกรึนี่   ไหนว่าเป็นปีศาจภูเขารูปร่างสูงใหญ่ หน้าตาน่าเกลียดน่ากลัว หนวดเครารุงรัง ชอบแบกดาบใหญ่ ฆ่าคนราวผักปลาชนิดตาไม่กระพริบ’  

นางนึกถึงเพลงพื้นบ้านที่นางเคยได้ยินชาวบ้านร้องขู่เด็ก เนื้อหานั้นบรรยายถึงความน่าเกลียดน่ากลัวของเจ้าของฉายาปีศาจภูเขา รวมถึงความโหดเหี้ยมของเขาในยามออกสู้ศึกสงคราม

....ไม่เห็นจะเหมือนบุรุษที่นางมองเห็นตรงหน้าสักนิด...

เมื่อท่านพ่อส่งจดหมายมาบอกข่าวให้นางเตรียมตัวหมั้นหมายกับเขาตามพระประสงค์ของฮองไทเฮา นางถึงกับตบอกด้วยความขัดเคือง

‘จะให้ข้าแต่งงานกับบุรุษป่าเถื่อนเยี่ยงนั้นน่ะหรือ   แค่คิดก็สยดสยองแล้ว ไม่มีทางเสียหรอก คนอย่างฟ่านซิ่วอิงมีหรือจะยอมโดยง่าย ข้าจะต้องเป็นผู้ลิขิตชะตาของตนเองสิ’

หญิงสาวคิดแผนอยู่นาน นางหาทางจะทำให้บุรุษผู้นั้นเลิกคิดที่จะแต่งนางไปเป็นพระชายา แต่เพราะคนสนิทของนางทักท้วงว่าให้นางทำการอย่างรอบคอบ

...รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง...

เพราะฟ่านซิ่วอิงเชื่อคำสอนในตำราพิชัยสงคราม นางจึงต้องออกเดินทางเพื่อมาดูให้รู้ชัดว่า บุรุษที่นางตั้งข้อรังเกียจนั้นเป็นอย่างที่ผู้คนเล่าลือจริงหรือไม่ 

ฟ้าเริ่มมืดตอนที่นางสวมชุดเสี่ยวเอ้อ เดินมาถึงตรอกใกล้ๆ หอจันทร์ฉาย นักเลงสองคนขวางนางไว้เพราะอยากได้เงินไปดื่มสักเล็กน้อย

“พวกเจ้าเมาแล้วก็ควรจะกลับบ้านไปนอน มิใช่อยู่สร้างปัญหาให้ผู้อื่น”

“อ๊ะ! เจ้าหนุ่มนี่ เห็นทีคงอยากจะเจ็บตัวเสียกระมัง”

นักเลงทั้งสองย่างสามขุมเข้ามาหา ฟ่านซิ่วอิงไม่มีวรยุทธ์แต่นางก็มิใช่คนที่ผู้ใดจะรังแกได้โดยง่าย หญิงสาวจึงถอยหลังและมองหาสิ่งที่พอจะทดแทนอาวุธได้ นางนึกเสียใจที่ไม่พกเอามีดสั้นติดตัวมาด้วย

“คิดจะรังแกคนไม่มีทางสู้หรือ   หันมาลงมือกับข้าดีกว่า”

น้ำเสียงทุ้มห้าวดังขึ้นเบื้องหลังนักเลงทั้งสอง มุมที่นางยืนอยู่ค่อนข้างสลัว บุรุษผู้นั้นจึงไม่ได้สังเกตใบหน้าของผู้ถูกรังแกชัดเจนนัก

เขาลงมือแค่ไม่กี่กระบวนท่าก็ซัดนักเลงสองคนลงไปนอนหมอบปากคาบดินอยู่บนพื้นถนน ครั้นพวกมันวิ่งหนีไปแล้ว ฟ่านซิ่วอิงจึงได้กล่าวขอบคุณ

“ทีหลัง ถ้าเจ้าไม่มีความสามารถจะปกป้องตนเองก็ไม่ควรมาแถวนี้ ย่านเหลาสุราและหอนางโลม ไม่เหมาะที่คนปวกเปียกอย่างเจ้าจะมาเดินเพ่นพ่าน”

ฟ่านซิ่วอิงก้มหน้ารับคำเบาๆ นางพยายามมิให้ผู้มีพระคุณมองเห็นใบหน้าของนางได้ถนัดเพราะเกรงเขาจะเดาออกว่านางเป็นสตรีปลอมตัวมา

“เอาเถอะ เรื่องเล็กน้อย ข้าไม่นับเป็นบุญคุณ”

คุณหนูสกุลฟ่านรู้สึกพอใจในรูปโฉมที่สง่างามของชายหนุ่มที่ช่วยเหลือนางไว้ แต่พอเห็นเขาเดินเลี้ยวเข้าไปในหอจันทร์ฉาย นางก็ร้องหึในลำคอ

‘น่าเสียดายนัก ใบหน้าราวเทพสลัก ต่อสู้ก็เก่งกาจ แต่กลับเป็นเพียงบุรุษเจ้าสำราญที่ชมชอบสถานที่เช่นนี้’

นางยิ่งผิดหวังในตัวบุรุษเมื่อครู่เป็นทวีคูณเมื่อนางเข้าไปในหอจันทร์ฉายในฐานะเสี่ยวเอ้อแล้วได้ยินผู้คนเรียกขานนามของเขาว่า ‘แม่ทัพหมิง’

‘เสียดายที่เป็นแม่ทัพผู้เก่งกาจ ผดุงคุณธรรม แต่หากชมชอบการมาหอนางโลมคงมิใช่สามีที่ข้าควรจะแต่งเข้าเรือนเสียแล้ว’

“เจ้าจะแอบอยู่ทำไม   รีบเอาเหล้าไปส่งที่โต๊ะท่านแม่ทัพสิ ไม่เห็นรึว่า เหล้าหมดกาแล้ว” หัวหน้าเสี่ยวเอ้อ รีบไล่นางไปทำหน้าที่

คุณหนูฟ่านรีบยกกาเหล้าไปส่งที่โต๊ะ นางพยายามก้มหน้าเพื่อไม่ให้ใครจับพิรุธได้ แต่ในเมื่อทุกคนล้วนดื่มเหล้า ชมโฉมนางรำบนเวที ใครเล่าจะมาสนใจสังเกตเสี่ยวเอ้อชายที่แต่งกายซอมซ่อ

“ท่านแม่ทัพ ข้าได้ยินว่า ที่ท่านเข้าวังเพราะฮองไทเฮามีพระประสงค์ให้ท่านหมั้นกับบุตรีท่านเสนาบดีฝ่ายซ้ายมิใช่หรือ  ” รองแม่ทัพฝ่ายขวายิ้มเย้า

“ฉินอี๋นั่ว การข่าวของเจ้าดีเกินไป” ท่านอ๋องหน้าเคร่ง

“แม่ทัพหมิงไม่มีทางแต่งงานกับนางหรอก รูปร่างหน้าตานางสู้นางรำบนเวทีไม่ได้ สักคน แถมยังเติบโตที่บ้านนอกอีก ข่าวว่า นางเป็นคนไม่รู้กริยามารยาทแบบคุณหนู ซ้ำยังไม่รู้หนังสืออีกด้วย” มู่หลี่เฉียงหันไปตอบแทนนาย

ปัง!

หมิงจิ้นเหอทุบโต๊ะดังลั่นจนทุกคนที่นั่งดื่มอยู่ใกล้ๆ สะดุ้ง

“ข้าไม่มีวันแต่งกับนาง!” หมิงจิ้นเหอที่เริ่มมึนเมาประกาศกร้าว

องค์ชายผู้เย่อหยิ่งรู้สึกโมโหยิ่งนัก เขารู้ว่าที่ฮองไทเฮาต้องการยัดเยียดหลานสาวให้เพราะอยากจะเกี่ยวดองอำนาจทางการทหารไว้กับตัว ในฐานะที่เขาเป็นแม่ทัพใหญ่ภาคเหนือ มีทหารในสังกัดมากที่สุดในแคว้น

หากมีเขาเป็นหลานเขย ย่อมจะทำให้เหล่าข้าราชสำนักยำเกรงนางยิ่งขึ้น ฮองไทเฮาไม่ใช่มารดาที่แท้จริงของฮ่องเต้ นางจึงต้องรักษาฐานอำนาจอย่างเข้มแข็ง

ฟ่านซิ่วอิงตกใจที่เขาทำราวกับจงเกลียดจงชังนางนักหนา นางแอบเหลือบมองเขาก่อนถอยหลังไปเล็กน้อยรอฟังเรื่องราวต่อ

“ท่านเคยพบนางแล้วหรือ   ข้าได้ยินมาว่า คุณหนูฟ่านร่างกายอ่อนแอต้องไปอยู่หัวเมืองเพื่อรักษาตัวตั้งแต่ยังเล็ก คุณชายใหญ่ตระกูลฟ่านหล่อเหลาปานเทพบุตรแล้วน้องสาวจะขี้เหร่ได้อย่างไร” ฉินอี๋นั่วยังเคลือบแคลงใจ ข่าวที่เขาได้ยินมากับสิ่งที่มู่หลี่เฉียงกล่าวช่างสวนทางกัน

หมิงจิ้นเหอส่ายหน้า ตั้งแต่มีคนส่งข่าวลือเกี่ยวกับตัวนาง เขาก็ไม่สนใจจะดูภาพที่จวนเสนาบดีฝ่ายซ้ายส่งมาให้ เขาสั่งให้มู่หลี่เฉียงดูแล้วเอาไปทิ้ง

“ข้าดูแล้ว ภาพวาดของนาง หาความงดงามมิได้ ไม่คู่ควรกับแม่ทัพของเราแม้สักนิด” รองแม่ทัพมู่ประกาศกร้าว

บุรุษรอบโต๊ะส่งเสียงฮือฮา เห็นด้วยที่ท่านอ๋องปฏิเสธการหมั้นหมาย

“แต่ท่านเสนาบดีฟ่านน่ะสิ มาคอยดักท่านอ๋อง ขอให้พิจารณาบุตรีของตนครั้งแล้วครั้งเล่าจนข้ารำคาญแทน” มู่หลี่เฉียงยังคงสุมไฟในวงสุราต่อ

         “แบบนี้ก็เท่ากับข่าวลือที่เกี่ยวกับนางมีมูลความจริงน่ะสิ บุตรสาวตนเองแย่ขนาดนี้ยังจะกล้ายัดเยียดให้ท่านอีก” ฉินอี๋นั่วส่ายหน้า

คนที่เหลือต่างหันไปวิพากษ์วิจารณ์ในทำนองเดียวกัน

         คุณหนูฟ่านที่ยืนก้มหน้ารอรับใช้อยู่ด้านหลังได้ยินทุกถ้อยคำ หน้าถึงกับหน้าร้อนผ่าวด้วยความโกรธ

         “ช่างเถอะ! ถึงอย่างไรข้า หมิงจิ้นเหอก็ไม่มีวันจะหมั้นหรือแต่งคุณหนูตระกูลฟ่านเด็ดขาด”

แม้จะเริ่มยืนเซ แต่จวิ้นอ๋องผู้มีรูปหน้าคมสันเหยียดร่างเต็มความสูง ชูจอกเหล้าขึ้นประกาศต่อหน้าเหล่าทหาร จนสร้างเสียงเฮรับดังสนั่น สะท้านสะเทือนใจฟ่านซิ่วอิงยิ่งนัก

นางไม่คิดฝันว่า ความดีใจที่ท่านอ๋องปฏิเสธการหมั้นกับนางกลับ กลายเป็นความอัปยศให้ผู้คนเหยียดหยันทั้งตัวนางและบิดา

         “ในเมื่อท่านแม่ทัพปฏิเสธนางแบบนี้แล้ว คงไม่มีคุณชายตระกูลใดกล้ามาสู่ขอนางเป็นภรรยาแน่ จุ๊ๆ ช่างน่าสงสารเสียจริง ฟ่านซิ่วอิงผู้อาภัพ”

         “พวกเจ้าเลิกพูดถึงนางได้แล้ว ท่านแม่ทัพไม่สนใจนาง พวกเราก็ไม่ควรสนใจ โน่นแน่ะ! แม่นางหลี่ใกล้จะออกมาให้ยลโฉมแล้ว”

บุรุษทั้งหมดเริ่มยุติการถกเถียงเมื่อนางรำเริ่มถอยเข้าหลังฉาก ไม่นานนักแม่นางหลี่ที่เป็นดาวเด่นหอจันทร์ฉายก็ปรากฏตัวในชุดสีชมพูสดสวย ที่ผ่านมานางขายเพียงฝีมือการเล่นพิณอันโดดเด่น แต่ไม่ยอมขายเรือนร่าง

จวบจนสองวันที่ผ่านมามีประกาศว่าหอจันทร์ฉายจะเปิดการประมูลตัวนาง

         “ท่านแม่ทัพ ท่านน่าจะประมูลนะ แม้แต่สาวใช้อุ่นเตียงก็ยังไม่มี ข้าว่าถือโอกาสเชยชมสาวงามบริสุทธิ์ผุดผ่องก่อนจะเดินทางกลับพยัคฆ์เหินเถอะ”

มู่หลี่เฉียง[1]กระเซ้า เขาเป็นคนเดียวที่กล้าหยอกล้อท่านอ๋องผู้มีใบหน้าเคร่งขรึม หากไม่เติบโตมาด้วยกันและรักกันดุจพี่น้อง กล้าพูดจาเช่นนี้กับแม่ทัพหมิงคงถูกสั่งโบยจนไม่มีหลังจะให้ขาด

         “ก็ดี ข้าสนใจ” หมิงจิ้นเหอที่หงุดหงิดมาทั้งวันก็นึกครึ้มใจ นานทีเขาจึงจะหลับนอนกับนางคณิกา แต่เพราะความถือตัว จึงเน้นเฉพาะรายที่เปิดประมูลครั้งแรกเท่านั้น

         ‘หึ! นินทาข้าจบแล้ว คิดจะประมูลหญิงงามไปร่วมหลับนอนรึ หมิงจิ้นเหอ อย่าหวังเลยว่า คืนนี้ท่านจะได้เสวยสุข’

[1] มู่หลี่เฉียง พระเอกจากเรื่อง “ทาสรักแม่ทัพมู่”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 98 (ตอนจบ) คุ้มกับที่ออกแรง

    ฮูหยินผู้เฒ่าก็ทำเช่นกัน นางรีบกล่าวขอบคุณสวรรค์ที่เมตตาให้หลานทุกคนร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง “ท่านแม่ น่ายินดีนัก หลานๆ ของพวกเรามาคราวเดียวถึงสี่คนเลยขอรับ” ใต้เท้าฟ่านจับมือมารดาข้างหนึ่ง จับมือภรรยาข้างหนึ่ง “ท่านพี่ ช่างเป็นเรื่องมงคลของจวนเรานัก”พระสนมหยางเวียนอุ้มทารกทีละคนด้วยความตื่นเต้น แววตาของพระนางเปี่ยมสุขล้นใต้เท้าฟ่านและฟ่านฮูหยินนึกอัศจรรย์ในบุตรีของตนที่สามารถคลอดเจ้าเด็กทารกทั้งสี่คนนี้ออกมาได้อย่างปลอดภัยบรรดาปู่ย่าตายายล้วนคิดถึงภาพที่จะได้จูงมือเล็กของหลานๆ เดินเล่นในเทศกาลประจำปีอย่างมีความสุข“ต่อไปข้าก็จะได้ซื้อโคมไฟเพื่อให้เด็กๆ ทั้งสี่เดินถือเล่นในงานเทศกาลแล้ว ช่างน่าตื่นใจนัก ข้ามีหลานคราวเดียวถึงสี่คน” ใต้เท้าฟ่านพึมพำอย่างเปี่ยมสุข พลางหันไปดูหน้าฟ่านหลี่เจี๋ย“ใช่ๆ ข้าก็จะได้ซื้อขนมในยามที่พวกเขางอแงด้วยขอรับ” ฟ่านหลี่เจี๋ยเองก็ตื่นเต้นที่จะมีหลานตัวน้อยเมื่อกงกงกราบทูลฮ่องเต้ พระองค์มีใบหน้าอึมครึมเล็กน้อย‘เจ้าห้า แม้แต่เรื่องลูก เจ้าก็ยังไม่ไว้หน้าข้า นับว่ายังดีที่เรื่องภรรยา...ข้ามีได้มากกว่าเจ้า’มู่หลี่เฉียงที่เดินทางมาถึงเมืองห

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 97 คุ้มกับที่ออกแรง

    เหอหงเซ่อที่อาสามาเฝ้าหน้าห้องในคืนอภิเษกได้ยินเสียงนั้นแล้วอมยิ้ม แอบส่งสายตายั่วยวนให้สามีที่แฝงกายอยู่ต้นไม้ใหญ่ใกล้ๆ นางบอกนางกำนัลคนอื่นให้ไปรอที่เรือนถัดไป หากต้องการก็จะไปเรียกใช้รอจนค่อนคืนถึงยามเปลี่ยนเวรของทั้งสองสามีภรรยา องครักษ์ฉินผู้น้องที่เห็นพี่ชายแว่บตามร่างของเหอหงเซ่อหายไปทางห้องนอนของนางก็ได้แต่ถอนใจด้วยความอิจฉา‘พอมีภรรยาก็ลืมน้อง พี่ชายเลว แต่ก่อนเฝ้าเวรยามด้วยกันจนรุ่งสาง เดี๋ยวนี้หมดเวรก็รีบไปทันที’ฉินผู้พี่ผลุบเข้าไปในห้องนอนของภรรยาได้รีบระบายความอัดอั้นจากการต้องทนฟังเสียงของท่านอ๋องและพระชายาปลอดรักกันทันที“หงเซ่อ เจ้าว่าเราสองคนคืนนี้ควรจะนอนหรือไม่ ”“เรื่องนี้ ข้าแล้วแต่ท่านพี่เจ้าค่ะ”ผ่านไปหลายเดือน ครรภ์ของฟ่านซิ่วอิงอุ้ยอ้ายนัก ชินอ๋องหมิงจิ้นเหอเชิญหมอหลวงที่เก่งกาจหลายท่านมาตรวจดูคนล้วนยินดีกับชีพจรมงคลที่มีหลายชีพจร“สัมผัสได้ สองชีพจร พะยะค่ะ”“สัมผัสได้ สามชีพจร พะยะค่ะ”“เอาแน่ๆ ตรวจให้ละเอียดและชัดเจน บุตรของข้าจะมีกี่คนก็ได้ ขอแค่นางปลอดภัยก็พอ” น้ำเสียงดุดันของชินอ๋องลั่นวังหมอหลวงตัวสั่นงันงก เชื่อแน่ว่า อย่างน้อยก็มีสองชีพจรอยู่ในคร

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 96 วิวาห์หวานชื่น

    การสมรสครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ทำให้ฮองไทเฮา ญาติผู้พี่ของใต้เท้าฟ่านสมหวังในการวางฐานอำนาจเท่านั้น หากแต่ยังเป็นเครื่องรับประกันความปลอดภัยของคนในตระกูลอีกด้วย...ด้วยฐานะของเขยผู้นี้ทำให้ผู้อื่นยากจะแตะต้องคนสกุลฟ่านแล้ว...ฮ่องเต้จูงพระหัตถ์พระมารดานำหน้าฮองเฮาเข้ามาในวังจวิ้นอ๋อง ครั้งนี้พระองค์ไม่ต้องห่วงเรื่องการลอบสังหาร เพราะวังของจวิ้นอ๋องแม้แต่นกตัวเดียวก็ไม่อาจบินผ่านโดยไม่ได้รับอนุญาตบรรดานายทหารระดับสูงล้วนพร้อมหน้ามาอวยพรแก่แม่ทัพหมิง สุราอาหารล้วนจัดมาอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะอาหารตำรับชาววังที่ฮ่องเต้พระราชทานมา และยังมีอาหารพิเศษจากภัตตาคารสกุลเหอที่เถ้าแก่และเถ้าแก่เนี้ยนำลูกน้องมาทำถึงในวัง ทำให้แขกเหรื่อปลาบปลื้มกับความอร่อยเลิศ“งานอภิเษกสมรสครั้งนี้ จะว่าไปเป็นรองแต่เพียงการอภิเษกของฮ่องเต้เท่านั้น สมแล้วที่เป็นงานมงคลของแม่ทัพใหญ่ของแคว้น” มู่หลี่เฉียงหันไปมองรอบๆ ในใจก็หวังให้มีมือสังหารมาสร้างความปั่นป่วนบ้าง“สายตาเจ้าดูไม่สอดคล้องกับความคิดเห็นเลยนะรองแม่ทัพ”“ข้ากำลังภาวนาให้มีนักฆ่าโผล่มาสร้างความวุ่นวายบ้างนะ คุณชายจิน” สีหน้าของมู่หลี่เฉียงเคร่งขรึมจินวั่งซูห

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 95 วันสมรัก

    หากไม่พูดถึงเรื่องราวระหว่างเขากับนางที่เกิดขึ้นในพยัคฆ์เหิน เขาก็ทำใจกล่อมแกล้มลืมมันไป แต่ครั้นมีผู้มาสะกิดบาดแผลนี้ เขาก็จุกถึงคอหอยฟ่านซิ่วอิงช่างหลอกลวงได้เจ็บแสบนัก ตั้งแต่วางผงนิทราเขาในหอนางโลม หลอกให้จ่ายเงินไถ่หนี้ แสร้งเป็นสาวใช้อุ่นเตียง โกหกว่าจำต้องไปแต่งงานตามท่านย่าขอร้องเมื่อทบทวนย้อนหลังก็พบว่า ล้วนเป็นนางวางแผนให้เขาต้องรีบตามมา ยามที่นางหึงหวงก็ยังจับเขาวางยาให้ไร้เรี่ยวแรง แล้วพอเขาคิดจะแก้แค้นนางบ้าง นางกลับสารภาพว่า ตั้งครรภ์บุตรให้เขาแล้ว“คุณหนูของพวกเจ้าช่างเป็นดาวพิฆาตข้าเสียจริง”“ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่ควรทำให้คุณหนูเกิดความแค้นเพคะ”ครั้นได้ยินเถ้าแก่เนี้ยเหอเตือนสติ ท่านอ๋องก็พลันสำนึกได้ว่า...ตนเองไม่ควรทำให้ฟ่านซิ่วอิงโมโหแม้ว่านางจะเป็นดาวเคราะห์ของเขา แต่ขณะเดียวกัน นางก็เป็นดั่งแก้วล้ำค่าจะวางไว้ในมือก็กลัวจะตกแตก จะอมไว้ในปากก็กลัวจะละลาย...พระชายาเอกของตน ช่างร้ายกาจจนผู้อื่นยากจะเท่าเทียม...“เจ้า....” ท่านอ๋องกำหมัดแน่น จ้องมองสองสามีภรรยาเขม็ง “ได้! ข้าจะไปคิดบัญชีกับนางก็แล้วกัน”ในเมื่อไม่กล้าลงมือกับคนของนาง เอาไว้ไปจัดการกับต้นตอแผนการดีกว่า ค

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 94 ความแค้นแปดหมื่น

    “นางพึงใจในวังของเจ้า และคืนที่เจ้าช่วยเหลือนาง เหล่าข้าราชสำนักและข้าราชบริพารทั้งหลายต่างเห็นกันทั่วหน้า เรื่องซุบซิบนินทาเช่นนี้ยากจะลบล้างมลทินให้นางได้ จึงจำเป็นต้องเป็นเจ้า” องค์ชายเก้าถึงกับผงะ คืนนั้นเพราะเห็นแก่ชีวิตของนาง จึงยอมทุ่มพละกำลังแบกนางขึ้นหลัง กว่าจะส่งนางไปถึงตำหนักด้านในได้ถึงกับเข่าทรุด‘นี่ข้า ทำคุณได้โทษโปรดสัตว์ได้บาปแท้ๆ เชียว’เมื่อเห็นว่า ชะตากรรมนี้คงหลีกไม่ได้แล้ว ก็ได้วางแผนให้นางไปอยู่ในเรือนด้านใน ปลูกผัก เลี้ยงหมู เลี้ยงไก่ในที่ดินเปล่า เอาไว้เลี้ยงดูตัวนางเองก็แล้วกัน‘ช่างเถิด คิดเสียว่า มีสัตว์เลี้ยงขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นในวังอีกตัว’ “จวิ้นอ๋อง เจ้าคงไม่ต้องการสิ่งใดอีกแล้วสิ์ ” ฮ่องเต้ยิ้มพระสรวลมองพระอนุชาคนโปรด “พระราชโองการเท่านั้น พะยะค่ะ”ฮ่องเต้หยิบม้วนราชโองการที่เตรียมไว้ยื่นให้กงกง“กงกง เจ้ารีบจัดการยามนี้เลย น้องชายเราใจจะขาดแล้ว”“กระหม่อมจะเร่งมือให้เร็วที่สุด พะยะค่ะ”ฮ่องเต้ทรงหันมายิ้มให้จวิ้นอ๋อง หากไม่มีน้องชายผู้นี้ โอกาสฟ้าเปิดย่อมหาได้ยากยิ่ง“ข้าทำแบบนี้ เจ้าพอใจหรือยัง ”“ขอบพระทัย พะยะค่ะ”

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 93 เสนาบดีฟ่าน

    ไม่เพียงแต่พูด ชายหนุ่มยังยกขึ้นมาดมให้นางดู เขาดมแล้วก็มองนางด้วยสายตากรุ้มกริ่ม“ดมแล้วข้าก็คิดถึงแต่เจ้า มิได้สนใจสตรีอื่นใดอีก”จางเลี่ยงหวงหน้าแดงระเรื่อ ยื่นหน้าไปจูบริมฝีปากสามีเบาๆ“ท่านพี่...ท่านน่ารักยิ่งนัก”“นี่ควรเป็นคำชมของข้ามิใช่หรือน้องหญิง ” เขาลูบไล้แผ่นหลังเปลือยเปล่าของนางต่ำลงไปจนถึงบั้นท้ายแล้วบีบเบาๆ ก่อนจะผงกศีรษะขึ้นจูบนางอย่างเรียกร้อง“เป็นเพราะข้าต้องอดกลั้น คืนนี้เจ้าจึงต้องทำหน้าที่ฮูหยินให้เต็มที่ ข้าจะได้ไม่มีแรงไปที่นั่นอีก”มือใหญ่ทั้งสองข้างบีบไปตามร่างกายของนางเบาๆจางเลี่ยงหวงกดคอสามีให้ก้มลงจูบนาง ยกขาเรียวขึ้นเหนี่ยวเอวของเขาไว้ มู่หลี่เฉียงครางฮึ่มฮั่มในลำคอก่อนจะเริ่มทำให้นางอ่อนแรงอีกครั้ง หลังเหตุการณ์วันนั้น เสนาบดีฟ่านจึงให้พ่อบ้านไปทูลเชิญจวิ้นอ๋องถึงวังให้เสด็จมาเสวยพระยาหารค่ำที่จวนสกุลฟ่าน ใบหน้าของจวิ้นอ๋องระบายด้วยรอยยิ้ม มิคาดว่า จินวั่งซูจะทำหน้าหนาติดตามมา “ข้าเป็นผู้อารักขาคุณหนูฟ่าน ท่านควรเชิญข้าไปด้วยจึงจะถูก” พ่อบ้านสกุลฟ่านจนด้วยคำพูดจึงได้แต่รับคำ หลังเสวยแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่าและ

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 9 ยอมรับเงื่อนไข

    “นี่เจ้า....” จวิ้นอ๋องโมโหแทบจะบีบคอนาง “เจ้าเห็นแก่เงินห้าสิบตำลึงถึงกับลอบทำร้ายข้า” เหอเจียอีถึงกับทำตาโต “โอ้โห! ตั้งห้าสิบตำลึงเชียวนะเจ้าคะ ข้าต้องทำอาหารกี่พันจานถึงจะได้เงินขนาดนี้” “เจ้ากล้าลอบวางยาข้า ไม่กลัวโทษเลยงั้นหรือ ” เขาทำหน้าถมึงถึง “แต่ท่านก็ไ

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 8 หัวใจสั่นไหว

    จวิ้นอ๋อง มองดูภัตตาคารแห่งใหม่ที่สร้างเสร็จแล้วอย่างงุนงง ขนาดของร้านใหญ่กว่าเพิงเดิมหลายเท่า ดูสวยงามและโอ่อ่าพอสมควร ถ้าจะว่าไปน่าจะใช้เวลาอีกสักเดือนถึงจะเสร็จ “หลี่เฉียง ข้าว่า ที่นี่สร้างเสร็จเร็วเหนือกว่าคาดไว้มาก” มู่หลี่เฉียงที่คันปากอยากจะเล่าอยู่แล้ว เขารีบบรรย

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 7 ไปดูหน้านาง

    คุณหนูฟ่านหรือชื่อปลอมคือเหอเจียอี ถึงกับกลั้นหัวเราะจนตัวโยนเมื่อเห็นนายกองซ่งควบม้ากลับค่ายพยัคฆ์เหินจนฝุ่นตลบ “คุณหนูเจ้าคะ ดูเหมือนนายกองผู้นั้นจะถูกส่งมาดูตัวคุณหนูนะเจ้าคะ” เหอหงเซ่อน้องสาวอุปโลกน์ยิ้มกลั้วหัวเราะ “ข้าเห็นมานั่งเมียงๆ มองๆ จ้องประตูทางเข้าครัวอยู่นานสองนานแล

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 6 แม่ครัวคนงาม

    หมิงจิ้นเหอรู้สึกแปลกใจที่ระยะหลังเขาได้พบคุณชายคหบดีหลายตระกูลมารับประทานอาหารที่เพิงขายอาหารเล็กๆ แห่งนี้“หลี่เฉียง เจ้าดูสิ เหตุใดคุณชายพวกนั้นระเห็จออกมาที่นี่ ร้านในตัวเมืองมีถมเถมิใช่หรือ”“ทีท่านยังติดใจในรสชาติอาหารร้านนี้ แล้วผู้อื่นจะไม่ชื่นชอบได้อย่างไร เรื่องของปากท้อง ล้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status