Share

บทที่ 7

Auteur: สกุลหยางมีบุตรสาว
นางอันเอ่ยปากกล่าว “เจ้าแต่งเข้าจวนอ๋องเฉินสามเดือนแล้ว หนึ่งไม่ได้รับความโปรดปราน สองไม่ได้รับอำนาจ สามไม่ได้รับทรัพย์สิน สี่ไม่ได้รับข่าวที่เป็นประโยชน์ นั่งตำแหน่งพระชายาอ๋องเฉิน ไม่กลัวผู้อื่นหัวเราะเยาะหรือ?”

กระทั่งนางยังรู้สึกขายหน้าเลย

มองดูใบหน้าที่อัปลักษณ์ของฉู่เชียนหลี่ ขมวดคิ้วกล่าว “เจ้าจำเป็นต้องทำให้ได้หนึ่งเรื่อง จึงจะสามารถทำประโยชน์ให้จวนอัครมหาเสนาบดีฉู่”

ต้องได้รับอำนาจหรือไม่ก็มีอิทธิพล

“แล้วก็เดือนหน้าเป็นวันแต่งงานของพี่หญิงเจ้าแล้ว เจ้าไปหาทางจัดการเรื่องสินเจ้าสาวมาให้นางด้วย ยิ่งเยอะยิ่งดี” น้ำเสียงที่แข็งกร้าวของนางเหมือนออกคำสั่งเสียมากกว่า

ฉู่เชียนหลี่ราวกับได้ยินเรื่องตลกที่สุดในโลก

พี่หญิงจะแต่งงาน จะอย่างไรก็ไม่ถึงคราวที่นางต้องซื้อสินเจ้าสาวกระมัง

“น้องหญิงสี่ ข้ารู้ว่าเรื่องนี้ทำให้เจ้าลำบากใจ…” ฉู่เจียวเจียวจับมือทั้งสองข้างนาง หลุบตาทั้งคู่ลงอย่างตำหนิตนเอง “เป็นเพราะข้าไม่เอาไหน ไม่สามารถได้รับความสำคัญจากท่านพ่อ ทำให้ตำแหน่งของพวกเราสามแม่ลูกในจวนกระอักกระอ่วนยิ่งนัก”

นางอันเป็นอนุภรรยา ข้างบนยังมีฮูหยินข่มอยู่

คุณหนูใหญ่ที่กำเนิดฮูหยินใหญ่เป็นหญิงงามอันดับหนึ่งของเมืองหลวง ความงามเป็นเลิศ ส่วนคุณหนูรองก็เป็นหญิงมากความสามารถอันดับหนึ่งของเมืองหลวง ความรู้เป็นเลิศ

ปกติอัครมหาเสนาบดีฉู่โปรดปรานลูกสาวสองคนนี้มาก ด้วยเหตุนี้จึงส่งผลให้นางอันสูญเสียความโปรดปราน กอปรกับฉู่เชียนหลีอัปลักษณ์ไร้ความงาม ชื่อเสียงฉาวโฉ่ นางจึงพลอยได้รับผลกระทบไปด้วย ไม่ได้รับความโปรดปรานมากกว่าเดิม

ฉู่เจียวเจียวกล่าวอย่างขุ่นเคือง “น้องหญิง ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ พวกเราพี่น้องยิ่งไม่ควรแบ่งเจ้าข้า พวกเราควรจะพยายามด้วยกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ฟันฝ่าด้วยกัน เพื่อให้ท่านแม่ได้ใช้ชีวิตที่ดีในเร็ววัน”

นางเป็นเด็กดี กตัญญู รู้ความ ได้ใจนางอันอย่างมาก

แต่การรู้ความของนางกลับตั้งอยู่บนผลประโยชน์จากตัวฉู่เชียนหลี

ฉู่เชียนหลีต้องเสียทรัพย์สิน หักหลังอ๋องเฉิน ทำดีกลับไม่ได้ผลดีตอบแทน ส่วนฉู่เจียวเจียวแค่อ้าปากก็ถูกมองว่าเป็นเด็กดีที่รู้ความ

เหอ!

“ข้าทราบแล้ว” นางชักมือของตนออกอย่างเฉยเมย ไม่ต้องการอยู่แม้แต่ครู่เดียว “ข้ายังมีธุระ กลับจวนอ๋องเฉินก่อนแล้ว”

จวนอัครมหาเสนาบดีนี้ไม่มีความอบอุ่นใดๆ เลย ไม่อยู่ก็ช่างเถอะ

ฉู่เจียวเจียวมองผู้หญิงที่เดินไปไกล จนกระทั่งแผ่นหลังหายลับตา ดึงสายตากลับด้วยความกังวลเล็กน้อย “ท่านแม่ นางจะช่วยพวกเราแต่โดยดีหรือไม่?”

นางอันพ่นลมออกจากจมูกอย่างไม่สบอารมณ์ “ไม่ช่วยก็ต้องช่วย เรื่องนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับนาง ตลอดหลายปีมานี้คิดว่าข้าเลี้ยงนางเสียข้าวสุกหรืออย่างไร?”

“แต่หากฉู่เชียนหลีรู้ว่าท่านไม่ใช่แม่แท้ๆ…”

ฉู่เชียนหลีออกจากจวนอัครมหาเสนาบดี ไม่อยากรีบกลับจวนอ๋องเฉิน จึงเที่ยวเตร่ในเมืองหลวง

เมืองเจริญรุ่งเรือง ผู้คนพลุกพล่าน ทุกที่ล้วนเป็นภาพคึกคักที่เต็มไปด้วยเสียงของฝูงชน

นางหาร้านอาหารแห่งหนึ่ง เพียงแต่ร้านอาหารนี้ค่อนข้างพิเศษ เวลากินข้าวมีผู้ชายมานั่งเป็นเพื่อน…คล้ายๆ หอนางโลม  หรือก็คือหอบำเรอ

บนเวทีกลางร้านอาหาร ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาหลายคนดีดพิณเริงระบำ ฉู่เชียนหลีขอโต๊ะที่ติดกับริมหน้าต่าง กินไปพลาง มองถนนข้างนอกไปพลาง มองดูร่างที่ยุ่งอยู่กับการขายผัก เดินตลาดและเข็นรถเข็น ฟังพวกเขาสนทนา

“อ๋องเฉินชนะสงครามอีกแล้ว สมกับเป็นเทพสงครามไร้พ่าย”

“หลายปีมานี้ต้องดีที่ได้เขาพิทักษ์ชายแดน ปกป้องประชาชนอย่างพวกเรา…”

“เพียงแต่คุณหนูสี่ที่ชั่วช้าของตระกูลฉู่ทำให้อ๋องเฉินที่ข้าเลื่อมใสและศรัทธาเป็นมลทิน ไม่ตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงาของตนเองเสียเลย คิดฝันเฟื่องกับเฉินอ๋อง! ถ้าหากข้าเจอนาง ข้าจะเอาขี้ละเลงหน้านางแน่นอน!”

ฉู่เชียนหลีที่กำลังแทะเมล็ดแตงโม “...”

ข้าวในชามก็ไม่อร่อยไปในทันที

นอกหน้าต่าง “ข้าจะเอาขี้ยัดปากนาง!”

เพียะ…

นิ้วทั้งห้าบีบเข้าหากัน ชามถูกบีบแตกโดยตรง

ชายชุดขาวที่นั่งอยู่ด้านข้างตกใจจนเด้งลุกขึ้นพรวด

ฉู่เชียนหลีหันไปมอง “จะสั่นอะไรของเจ้า กินข้าว!”

ชายชุดขาวที่ลุกพรวดยืนไม่มั่นคง เกือบล้มลงพื้น มองดูใบหน้าของผู้หญิงที่อัปลักษณ์ราวกับปีศาจอย่างหวาดผวา มือที่ถือตะเกียบกำลังสั่น

ผู้คนข้างนอกต่างเล่ากันว่าหญิงอัปลักษณ์ตระกูลฉู่ได้ครอบครองแม้กระทั่งอ๋องเฉินผู้สูงศักดิ์และมีอำนาจบารมีในราชสำนัก วิธีการต้องเหี้ยมโหดแน่นอน หากมาใช้กับตัวเขา…

“พระชายาอ๋องเฉินไว้ชีวิต ไว้ชีวิตด้วย!”

“เจ้ากลัวข้าทำไม?”

“ไว้ชีวิตด้วย! ข้าน้อยไม่รู้อะไรทั้งสิ้น และไม่กล้าปากโป้งเรื่องที่ท่านมาหอบำเรอด้วย ท่านปล่อยข้าน้อยไปเถอะ!”

“ข้ามาหอบำเรอแล้วอย่างไร เจ้าผู้ชายบ้านั้นคุมข้าได้หรือ? ลุกขึ้น ปรนนิบัติข้ากินข้าว!”

นอกประตู ฝีเท้าของเฟิงเย่เสวียนที่เดินผ่านพอดีชะงักเล็กน้อย ถอยหลังสองก้าว เมื่อหันไปมองก็พบผู้หญิงคนหนึ่งกำลังใช้เท้าเหยียบอยู่บนเก้าอี้ และกระชากคอเสื้อของบริกรไว้ ท่าทางราวกับจอมเผด็จการ สีหน้ามืดมนฉับพลัน

นี่ก็คือที่นางบอกว่ากลับบ้านแม่หรือ?
Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • ท่านอ๋องอ่านใจกับชายาแพทย์ทะลุมิติ   บทที่ 1270

    อันธพาลเจ็บจนกรีดร้องเหมือนหมูโดนเชือด “อ๊ะๆ!”ยังไม่ทันได้พักหายใจ ก็โดนถีบจนไปกลิ้งอยู่บนพื้น รองเท้าปักลายดอกไม้เหยียบลงบนหน้าอก หนักจนทำให้เขาหายใจไม่ออก กระอักเลือดออกมา“พู่!”เขากอดต้นขาของอวิ๋นอิง อยากดิ้นให้หลุด แต่หาของอวิ๋นอิงกดทับอยู่บนร่างกายของเขาเหมือนเหล็กกล้า และเขาก็เหมือนกับปลาตัวหนึ่งที่ถูกตอกตะปูอยู่บนเขียง พยายามดิ้นรนอย่างสุดชีวิต แต่ก็ดิ้นไม่หลุดเจอผีแล้ว!ทั้งที่นางผอมเช่นนี้ เหตุใดจึงมีแรงมากเช่นนี้?ผู้หญิงคนนี้ยังเป็นมนุษย์อยู่หรือ?ชาวบ้านก็ตะลึงเช่นกันอวิ๋นอิงอุ้มลูกสาวไว้ด้วยมือข้างเดียว ค่อยๆ ก้มลง ยกฝ่ามืออีกข้าง เหวี่ยงไปที่ใบหน้าของอันธพาลโดยตรง“ข้าสั่งให้เจ้าเก็บ”เพียะ!“ไม่ได้ยินที่ข้าพูดหรือ?”เพียะ!“หูหนวกหรือ?”เพียะ!หนึ่งประโยค หนึ่งฝ่ามือ ตบจนอันธพาลหันซ้ายหันขวา มุมปากแตกมีเลือดไหล หูอื้อ สะบักสะบอมเหมือนสุนัขจรจัดตัวหนึ่ง ไม่หลงเหลือความฮึกเหิมของก่อนหน้านี้เลย“ลูกพี่!”ลิ่วล้อสามคนคว้าโต๊ะเก้าอี้และท่อนไม้ที่อยู่ข้างๆ ฟาดไปทางอวิ๋นอิงอย่างแรงอวิ๋นอิงกระโดนหมุนตัวเตะพวกเขาสามคนจนลอยกระเด็นออกไปไกลเจ็ดแปดเมตร โดยไม่หั

  • ท่านอ๋องอ่านใจกับชายาแพทย์ทะลุมิติ   บทที่ 1269

    ตงหลิงเจียงหนาน ทำเนียบสามเดือนที่พระชายาจากไป อ๋องเฉินเอาแต่เก็บตัว ไม่ยุ่งเกี่ยวกับทางโลก หานเฟิงต้องรับผิดชอบงานแทนทุกอย่าง เมื่อนานวันเข้า โลกภายนอกต่างกำลังคาดเดา จิตใจของอ๋องเฉินได้รับกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง ล้มแล้วลุกไม่ขึ้น เกรงว่าเหลือเวลาอีกไม่นานแล้วช่วงนี้ ในที่สุดอาการบาดเจ็บของจิ่งอี้ก็ดีขึ้นแล้วอาการบาดเจ็บทางกระดูกหรือเส้นเอ็น ต้องรักษาอย่างน้อยหนึ่งร้อยวันในที่สุดกระดูกซี่โครงที่หักสองซี่ก็หายดีแล้ว สามารถขี่ม้าได้แล้ว ตอนนั้นเขาบอกว่าจะนำทัพกลับแคว้นซีอวี้ทันทีแต่ก่อนไป เขาถามเหมือนไม่ใส่ใจ“เหตุใดไม่เจอแม่นางอวิ๋นอิงเลย?”จ้านหูจริงจังขึ้นมาทันที เขาตอบ“องค์ชายใหญ่ ข้าจะส่งคนไปสืบเดี๋ยวนี้!”“ไม่ต้อง”หลังจากปฏิเสธอย่างเฉยเมย ปีนขึ้นหลังม้า ขี่ออกไปคนเดียวแล้วจ้านหู “?”หมายความว่าอย่างไร?ตอนที่องค์ชายใหญ่หมดสติ แม้อวิ๋นอิงบอกว่าไม่สนใจ แต่แอบมาเยี่ยมองค์ชายใหญ่ตอนดึกดื่นเวลาที่ไม่มีคนองค์ชายใหญ่ก็อีกคน ทั้งที่คิดถึงอวิ๋นอิง แต่ไม่ยอมรับในใจของพวกเขาสองคนล้วนมีอีกฝ่าย ลูกสาวก็อายุเกือบครึ่งขวบแล้ว เหตุใดไม่ลองเปิดใจสักนิดแล้วอยู่ด้วยกันเลย

  • ท่านอ๋องอ่านใจกับชายาแพทย์ทะลุมิติ   บทที่ 1268

    คืนแรกที่มาถึงต่างโลก ฉู่เชียนหลีฝันในความฝัน นางอยู่บนสนามรบ สู้จนตัวตาย เลือดไหลเป็นแม่น้ำ น่าสลดใจนัก…ในความฝัน นางได้ต่อสู้ร่วมกับชายคนหนึ่งที่มองไม่เห็นใบหน้า ร่วมเป็นร่วมตาย และยังมีเสียงที่นุ่มนิ่มของเด็ก เรียก ‘ท่านแม่’ ครั้งแล้วครั้งเล่าในความฝัน ราวกับนางได้รับความอยุติธรรมครั้งใหญ่ หัวใจเจ็บปวด และพยายามอธิบายสุดชีวิต แต่พวกคนที่เรียกตัวเองว่า ‘ครอบครัว’ ไม่เชื่อนาง และยังบีบคั้นนางสู่เส้นทางที่สิ้นหวังในความฝัน…มีคนกำลังเรียกนาง‘เชียนหลี…เชียนหลี…’ฉึก!ฉู่เชียนหลีลืมตาฉับพลัน ท้องฟ้าข้างนอกสว่างแล้ว แสงแดดอุ่นๆ ยามเช้าสาดส่องเข้ามา สามารถมองเห็นการเคลื่อนไหวของอากาศ สงบมากนางรู้สึกเวียนศีรษะ และแน่นหน้าอกราวกับนางอยู่ในความฝันอันยาวนานจริงๆนางได้รับความอยุติธรรมนางถูกคนในครอบครัวฆ่าตายแต่เหตุใดนางจำผู้ชายที่เรียกนาง และภาพที่เรียกนางว่า ‘ท่านแม่’ ไม่ได้เลย“องค์หญิง ท่านตื่นแล้ว”เมื่ออ้ายอ้ายได้ยินเสียง ถือกะละมังน้ำอุ่นกับเครื่องใช้เข้ามาปรนนิบัติฉู่เชียนหลีนวดขมับ อยู่ในอาการเหม่อลอย แขนขาอ่อนแรง ไม่มีแรงขยับ ดึงผ้าห่มออก ลงจากเตียง สวมรองเท้

  • ท่านอ๋องอ่านใจกับชายาแพทย์ทะลุมิติ   บทที่ 1267

    สาวใช้ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็รีบฝนหมึกอย่างเชื่อฟังมองดูองค์หญิงรีบหยิบพู่กัน เขียนอะไรบางอย่าง ท่าทางที่รีบร้อนนั่น เมื่อก่อนเวลาที่นังเป็นห่วงคุณชายเซิ่น ยังไม่รีบร้อนเช่นนี้เลยองค์หญิงกระโดดสระน้ำ หมดสติไปสามวัน หลังจากฟื้น ก็เปลี่ยนไปจากเดิมเล็กน้อย?นิสัยเปลี่ยนไปน้ำเสียงเปลี่ยนไปแต่เมื่อลองตั้งใจมอง องค์หญิงยังคงเป็นองค์หญิง ยังคงเป็นใบหน้าที่คุ้นเคยฉู่เชียนหลีเขียนอย่างรวดเร็ว…อ๋องเฉินเป็นอย่างไรบ้าง ข้าอยู่แคว้นหนานยวน…พลางเขียน พลางกล่าวอย่างรีบร้อน “รีบไปหาคน ช่วยข้าส่งจดหมายฉบับนี้ไปให้อ๋องเฉินที่ตงหลิงเจียงหนาน”นางอยากบอกความจริงกับเฟิงเย่เสวียน ต่อให้ตนลืมแล้ว แต่เฟิงเย่เสวียนจำนางได้เขาจะต้องมาหานางแน่นอนไม่ช้าก็เร็วสักวัน พวกเขาครอบครัวสี่คนจะอยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตา“อ๋องเฉินแห่งตงหลิงเจียงหนาน?”สาวใช้เกาศีรษะด้วยความสงสัย “องค์หญิง ท่านส่งจดหมายให้อ๋องเฉินทำไม? ท่านรู้จักอ๋องเฉินตั้งแต่เมื่อไร?”ฉู่เชียนหลีรีบกล่าว“อธิบายกับเจ้าไม่ได้ แต่ความสัมพันธ์ของข้ากับอ๋องเฉินไม่ธรรมดา…อ๋องเฉิน? อ๋องเฉินตงหลิง?”เงยหน้าฉับพลัน“ข้ารู้จักอ๋องเฉ

  • ท่านอ๋องอ่านใจกับชายาแพทย์ทะลุมิติ   บทที่ 1266

    ทุกคน “...”สีหน้าฮ่องเต้หนานยวนดูไม่ดีนัก เซิ่ยซือเฉินเป็นแค่บัณฑิตคนหนึ่ง เพื่อบัณฑิตคนหนึ่ง ต้องทุ่มสุดตัวเช่นนี้เลย ต้องตื่นเต้นเช่นนี้เลย?ในฐานะองค์หญิง ไม่ควรมองให้ไกลกว่านี้หน่อยหรือ?เพื่อป้องกันจวินลั่วยวนทำร้ายตัวเอง เขาออกคำสั่ง มัดมือและเท้าของนางโดยตรงจวินลั่วยวนขยับไม่ได้แล้วเห็นท่าทางที่จะยิ้มไม่ยิ้มของฉู่เชียนหลี และยังเลิกคิ้วอย่างยั่วยุ นางโมโหจนแทบกัดลิ้นฆ่าตัวตายหลังจากเหตุการณ์ที่วุ่นวาย ไปจากตำหนักองค์หญิงฉู่เชียนหลีกับหลิงอี้ซิงเดินเคียงข้างกันจากไป เมื่ออารมณ์ดี จังหวะการเดินก็ผ่อนคลายเป็นพิเศษ อดไม่ได้ที่จะฮัมเพลงเบาๆฮัมไปฮัมมา จู่ๆ ก็นึกขึ้นได้ว่าหลิงอี้ซิงเป็นผู้มีจิตใจเมตตา อุทิศตนให้กับความดีและคุณธรรมหยุดฝีเท้าหันไปถาม “ท่านพี่ ท่านน่าจะเห็นกระมัง ว่าข้าจงใจรังแกจวินลั่วยวน?”หลิงอี้ซิงเดินตามปกติ สายตามองไปข้างหน้า พยักหน้าอย่างเกียจคร้าน ตอบสั้นๆ เพียงคำเดียว“อืม”“ท่านไม่รู้สึกว่าข้านิสัยไม่ดีหรือ?”เขาหยุดเดินหันมามองนาง กล่าวอย่างจริงจัง “ที่เจ้ารังแกนาง นั่นก็ต้องเป็นเพราะนางล่วงเกินเจ้าก่อนแน่นอน ล้วนเป็นความผิดของนาง”เขาไ

  • ท่านอ๋องอ่านใจกับชายาแพทย์ทะลุมิติ   บทที่ 1265

    “ยวนเอ๋อร์! ยวนเอ๋อร์!” ฮ่องเต้หนานยวนร้อนใจจนหน้าถอดสี “ใครก็ได้ ใครก็ได้รีบมาเร็ว ยวนเอ๋อร์เสียเลือดมากเกินไป หมดสติไปแล้ว!”จวินลั่วยวนที่ ‘เสียเลือดมากเกินไปจนหมดสติ’ “...”เจ้าน่ะสิที่เสียเลือดมากเกินไปเจ้าเสียเลือดมากเกินไปทั้งครอบครัว!หมอหลวงมาอย่างรวดเร็ว หลังจากทำแผลให้จวินลั่วยวนเสร็จ ถอนหายใจด้วยความกังวล “สามเดือนแล้ว ในที่สุดเอ็นขององค์หญิงก็เชื่อมต่อกัน คิดไม่ถึงว่าขาดอีกแล้ว ความพยายามในช่วงสามเดือนที่ผ่านมาล้วนสูญเปล่า” ต่อจากนี้ก็ต้องใช้เวลาอีกสามเดือน เปิดบาดแผล บำรุงเอ็นทุกวันเมื่อฉู่เชียนหลีได้ยินคำนี้ เบ้าตาแดงฉับพลัน“ล้วนเป็นความผิดของข้า…”นางดึงชายเสื้อของหลิงอี้ซิง กล่าวเสียงสะอึก“ท่านพี่ ข้ามันไม่ดี ต้องเป็นเพราะเรื่องของคุณชายเซิ่นแน่ องค์โกรธข้า ไม่ชอบข้า จึงฟาดมือของตัวเองใส่เสา เพื่อเป็นการแสดงความรังเกียจต่อข้า”“ข้าทำร้ายนาง ฮือๆ…”หลิงอี้ซิงรักน้องสาว ทุกคนในแคว้นหนานยวนรู้เรื่องนี้แล้วฮ่องเต้หนานยวนกล่าวโทษนางได้อย่างไร?กลับกัน เขายังต้องขอร้องหลิงอี้ซิงทักษะการทำนายของหลิงอี้ซิงมีเพียงหนึ่งเดียวในใต้ฟ้า ตลอดหลายปีที่เขานั่งตำแหน

  • ท่านอ๋องอ่านใจกับชายาแพทย์ทะลุมิติ   บทที่ 69

    เรือนข้างหลังจากฉู่เชียนหลีกลับมา เหนื่อยจนล้มตัวนอนบนเตียง ถีบรองเท้าออก ไม่อยากขยับตัวแล้วเยว่เอ๋อร์ถือน้ำอุ่นเข้ามาหนึ่งกะละมัง วางกะละมังน้ำบนชั้นวาง กล่าวด้วยรอยยิ้ม “พระชายา รีบล้างหน้าก่อนค่อยนอน ไม่เช่นนั้นไม่สบายตัวเจ้าค่ะ”“เหนื่อย”อย่างไรก็ไม่มีผู้ชาย เช่นนั้นก็ไม่ล้างแล้วเยว่เอ๋อร์นำผ้าเช

  • ท่านอ๋องอ่านใจกับชายาแพทย์ทะลุมิติ   บทที่ 30

    หลังจากก้นที่บาดเจ็บประคบยาชาก็ชาไปทั้งก้น ริมฝีปากเย็นนั้นประทับลงไป ความรู้สึกแปลกๆ สายหนึ่งแผ่ออก…ชาหนาวเย็นและยังรู้สึกสบาย…อย่างอธิบายไม่ถูก?ฉู่เชียนหลีนอนคว่ำอยู่บนเตียง กอดหมอนไว้ มีความตื้นตันผุดขึ้นในใจหลายส่วนอยู่ในต่างโลก นางโดดเดี่ยวลำพังไร้ที่พึ่ง มีเพียงเด็กน้อยเยว่เอ๋อร์คนนี้ ติดตามนา

  • ท่านอ๋องอ่านใจกับชายาแพทย์ทะลุมิติ   บทที่ 43

    ฉู่เชียนหลีเปิดฝาถ้วยออก เป่าความร้อนตามขอบถ้วย แล้วจิบอย่างสบายๆ หนึ่งที จึงจะค่อยๆ ยกเปลือกตาขึ้น เหมือนผู้สูงวัยน้อยที่ขี้เกียจ พลันกล่าวอย่างเกียจคร้าน“ฮืม ที่แท้เป็นพี่รองกับคุณชายหานนี่เอง”สายตาของหานมู่ซีมองนางอย่างลึกซึ้งไม่ได้เจอกันนาน…เมื่อก่อน นางเรียกเขาว่าพี่มู่ซี…“พี่มู่ซี” ฉู่ซวงควงแข

  • ท่านอ๋องอ่านใจกับชายาแพทย์ทะลุมิติ   บทที่ 65

    “ท่านอ๋อง…ท่าน…เอ่อ…อ๊า!”“อุ๊ก…”ต่อจากนั้น รองแม่ทัพโหวโดนซัดจนไม่มีแม้แต่โอกาสจะพูด ยิ่งไม่ต้องพูดถึงตอบโต้แล้ว ถูกโจมตีถอยอย่างต่อเนื่อง แม้ล้มลงพื้นไปแล้ว ก็ยังไม่หยุดเหล่าทหารดูจนตกตะลึง นี่ท่านอ๋องกำลังโกรธ!สุดท้ายรองแม่ทัพโหวล้มลงพื้นอย่างอ่อนระทวย ไม่มีแรงลุกขึ้นอีกแล้ว ร่างกายของเขาเต็มไปด้ว

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status