เข้าสู่ระบบตู้เอ๋อร์!คำพูดของอวิ๋นจงจื่อทำให้ทุกคนต่างตกตะลึงนามจริงของอ๋องหลูหยางคือหลินซูตู้ เขาเองก็เป็นบุคคลมีหน้ามีตา และมีน้อยคนนักในราชสำนักจะกล้าเอ่ยชื่อของเขาแต่อวิ๋นจงจื่อกลับเรียกเขาว่าตู้เอ๋อร์น่ะหรือ?ทุกคนรู้สึกว่าการมาในครั้งนี้ไม่เสียเปล่า เรื่องราวดำเนินไปอย่างน่าติดตามทีละเหตุการณ์ ช่างน่า
นางไม่ได้ทำอะไรผิดเสียหน่อยตอนนั้นเป็นเพราะนางต้องตาซูจิ้นก่อน และเป็นเซี่ยหลินหลางที่ขวางทางนาง จึงบีบให้นางต้องลงมือสังหารนี่ไม่ใช่ความผิดของนางเลย แล้วเหตุใดจึงต้องลงโทษนางด้วย?“อนุเยี่ยนอิจฉาข้าอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน นางต้องคับแค้นใจแน่นอน คำพูดเหล่านั้นล้วนเสกสรรปั้นแต่งขึ้น หลักฐานก็เป็นของปล
ครั้นซูจิ้นได้ยินคำพูดของอนุเยี่ยน ร่างกายพลันสั่นสะท้านไม่หยุดเด็กผู้หญิงตัวน้อยที่ช่วยเขาไว้ในเวลานั้น คือ คืออนุเยี่ยนอย่างนั้นหรือ?อนุเยี่ยนอยู่เคียงข้างเขามาตลอด แต่เขากลับไม่รู้เลยด้วยซ้ำ ทั้งยังยอมให้ฮูหยินซูทำลายลูกของอนุเยี่ยนอีกด้วยลูกของอนุเยี่ยน...เซี่ยหลินหลาง...ทั้งหมดเป็นเพราะเขา
“ข้ากำลังถามท่านอยู่นะ ท่านฟังไม่เข้าใจหรือ?” อนุเยี่ยนกวาดสายตามองไปรอบ ๆ “ทุกท่าน เพิ่มขึ้นมาอีกสักคนคงไม่มีปัญหากระมัง?”อนุเยี่ยนไม่ได้ทำความเคารพ และไม่ได้ทักทายผู้ใดทว่าทุกคนกลับไม่รู้สึกว่านางล่วงเกินเลยเมื่อเทียบกับกิริยามารยาทของอนุเยี่ยนแล้ว กลับเป็นฮูหยินซูเสียอีกที่ทำให้ผู้คนยิ่งรู้สึก
เพียงชั่วพริบตาเดียว ซูจิ้นรู้สึกราวกับฟ้าดินถล่มทลายลงมาในทันทีความโกรธความเครียดที่คุกครุนอยู่ภายในใจ ทำเอาเขาถึงกับกระอักเลือดออกมา ก่อนจะเป็นลมหมดสติไปในทันที“นายท่าน!”“ใครก็ได้!”“ใครก็ได้ ช่วยด้วย!”ลู่จิ้นที่กำลังนั่งฟันเรื่องราวอยู่ด้านหลังนั้น — ซึ่งแท้จริงแล้วคือการร่ำสุราชมงิ้วสนุก ๆ
“ท่านบอกว่าท่านลืมแล้ว” หลินเฟยจิ้งหัวเราะออกมาอยู่พักใหญ่ “ถ้าเช่นนั้น แม้แต่บุญคุณที่มารดาของข้าเคยช่วยชีวิตท่านเอาไว้ ก็ลืมไปแล้วใช่หรือไม่?”“ข้าไม่ได้ลืม” ซูจิ้นอดไม่ได้ที่จะโต้ตอบกลับไป“‘ไม่ได้ลืมหรือ? ท่านไม่ได้ลืมอะไรเลย สิ่งเดียวที่ท่านลืมก็คือตำแหน่งบาดแผลที่เกือบจะคร่าชีวิตของท่านไป” หลิ
อวี้เอ๋อร์จูงมือเด็กน้อยที่ชอบฉกฉวยประโยชน์ แล้วไปจูงจีอู๋เยียนที่ใบหน้าดำทะมึนอีก“เลิกวุ่นวายกันได้แล้ว เข้าไปกันเถอะ”พวกเขามิได้เดินเข้าทางประตูหลัก แต่เข้าไปในตรอกแห่งหนึ่ง ก่อนเดินเข้าไปในประตูบานเล็กผ่านทางตรอกนั้นแทนเด็กน้อยมองป้ายบนประตูหลักที่เขียนด้วยอักษรตัวใหญ่ไว้สามคำว่า “จวนหนิงอ๋อง”
ฉินเหยี่ยนเย่ว์เดินเข้าไปหาฮ่องเต้พร้อมรอยยิ้ม “เสด็จพ่อ พระองค์รออยู่ที่นี่นานมากแล้ว คงเหนื่อยมากล่ะสิเพคะ กระหายน้ำหรือไม่? ลูกนำน้ำชามาด้วยนะเพคะ”ฮ่องเต้มองนางด้วยความสงสัยเหตุใดหญิงสาวผู้นี้ถึงพยายามเอาใจเขาแทนที่จะดูแลองค์หญิงชิงอิน?“เสด็จพ่อ ลูกจะนวดพระขนองให้พระองค์นะเพคะ”“เสด็จพ่อ พระอง
“จักลองดูหรือไม่?” “ยัยหนู ช่วงนี้เจ้าหาญกล้าขึ้นมากนะ” ตงฟางหลีจับมือของฉินเหยี่ยนเย่ว์เอาไว้ ก่อนจะดึงเข็มเงินที่อยู่ในมือนางออก “ผู้ใดมอบความกล้าให้เจ้ากัน?” “เฮยตั้นให้มา เฮยตั้น ข่วนเขาเลย!” “เหมียว” เฮยตั้นที่ได้ยินนั้น พลันลืมตาขึ้นมาด้วยท่าทีเกลียจคร้าน เมื่อเห็นใบหน้าหล่อเหลาของตงฟาง
แม่ทัพผู้นี้อารมณ์ร้อนรุนแรง โมโหง่ายและเสียงดังด้วย โหวกเหวกโวยวายเสียจนน่าหงุดหงิด“หากท่านยืนกรานว่าองค์หญิงชิงอินยังไม่สิ้นใจ ข้าก็เชื่อว่ายาลูกกลอนร้อยบุปผาของพวกท่านมีฤทธิ์ชุบชีวิตคนตายได้ ทว่าโปรดเข้าใจให้ชัดเจนด้วยว่า หากองค์หญิงชิงอินยังมีโอกาสรอดชีวิตเพียงศูนย์จุดศูนย์ศูนย์หนึ่ง ก็ไม่ต่างอ







