Share

ทำความเข้าใจกับระบบ

         แต่ว่าผลผลิตจากในเกมนั้นไม่สามารถนำออกมาด้านนอกได้ แต่สามารถขายในร้านค้าของระบบเพื่อขยายฐานการผลิตแล้วจึงจะสามารถนำเหรียญในเกมที่ได้รับมาหมุนวงล้อเพื่อสุ่มของใช้ออกมาใช้ในโลกจริงได้เท่านั้น 

         กล่าวคือเล่นเกมเพื่อเอาเหรียญในเกม จากนั้นก็นำไปแลกกับสิทธิ์หมุนวงล้อสุ่มของวิเศษ ถึงจะนำของวิเศษออกมาใช้นอกเกมได้ 

         [ตอนนี้มีการสุ่มวงล้อฟรีหนึ่งครั้งต่อวัน ยอดคงเหลือสี่ครั้ง เจ้านายต้องการหมุนวงล้อเลยหรือไม่] 

         ‘ยังก่อน’ ตอนนี้อ้ายปิงให้ความสนใจกับฟาร์มอยู่ นางมองช่องที่ระบบมอบให้เริ่มต้น มีเพียงหนึ่งช่องเท่านั้น หากต้องการขยายช่องก็ต้องใช้เหรียญ หากต้องการปลูกพืชก็ต้องใช้เหรียญ ช่างเป็นระบบเกมหน้าเลือดเสียจริง 

         ความจริงเกมที่นางสร้างขึ้นก็มีความคล้ายคลึงกัน เพียงแต่ในเกมจะใช้เหรียญเพื่อสุ่มของวิเศษและของตกแต่งฟาร์มเท่านั้น ไม่เหมือนกับตอนนี้ที่มันเป็นตัวกำหนดชีวิตของนางไปเสียแล้ว 

         หญิงสาวดูเมล็ดพันธุ์ในร้านค้าระบบ มันมีราคาซื้อและราคาขายต่อหน่วยบอกเอาไว้ มีตั้งแต่พืชธรรมดาจนถึงพืชวิเศษ 

         [ระบบเชื่อมต่อกับร้านค้าในแดนต่างๆและส่งสินค้าออกไปขายอย่างแท้จริง นายหญิงควรระลึกไว้ว่าท่านกำลังแก้ปัญหาการขาดแคลนอาหารของหลาย ๆ โลกอยู่ขอรับ] 

         ‘สมกับที่มีภารกิจอย่างนั้นจริงๆ’ อ้ายปิงยกยิ้มมุมปาก

         [ระบบช่วยประเมินให้ หากต้องการปลูกพืชที่คุ้มค่าที่สุดคือมะเขือเทศ ใช้เวลาเติบโตหกชั่วโมง เก็บเกี่ยวได้ทุกสามชั่วโมงจำนวนห้ารอบก่อนเหี่ยวเฉา] 

         [ระบบช่วยประเมินให้ หากต้องการปลูกพืชที่ให้ผลผลิตเร็วที่สุดคือผักบุ้งจีน ใช่เวลาเติบโตสองชั่วโมงเก็บเกี่ยวได้รอบเดียว ผักสลัดหรือผักกาดหอมใช้เวลาเติบโตสี่ชั่วโมงเก็บเกี่ยวได้รอบเดียว

กะหล่ำปลีใช้เวลาเติบโตหกชั่วโมงเก็บเกี่ยวได้รอบเดียว ผักกาดขาวใช้เวลาเติบโตหกชั่วโมงเก็บเกี่ยวได้รอบเดียว หัวไชเท้าใช้เวลาเติบโตหกชั่วโมงเก็บเกี่ยวได้รอบเดียว มันฝรั่งใช้เวลาเติบโตสามชั่วโมงเก็บเกี่ยวได้ตลอดอายุขัยทุกๆสามชั่วโมง]

         ‘ทำไมมันฝรั่งกลายเป็นของที่แนะนำอย่างสุดท้ายล่ะ มันน่าจะคุ้มค่ายิ่งกว่ามะเขือเทศอีกไม่ใช่หรือ’ อ้ายปิงเอ่ยถามอย่างไม่แน่ใจ 

         [เพราะมันฝรั่งมีราคาถูกเมื่อเทียบด้านความคุ้มค่าแล้ว ไม่คุ้มเท่ากับผักชนิดอื่นๆ] 

         ‘ตกลง อย่างแรกปลูกผักบุ้งจีนก่อนแล้วกัน สามารถสั่งให้ปลูกและเก็บเกี่ยวอัตโนมัติได้หรือไม่’ 

         [ต้องมีเครื่องปลูกและเก็บเกี่ยวอัตโนมัติก่อน] 

         ‘แล้วจะเอาเครื่องนั่นมาจากไหน’ 

         [นายหญิงต้องหมุนวงล้อจึงจะมีโอกาสได้เครื่องมือ เครื่องมือส่วนหนึ่งสามารถใช้ในเกมได้เท่านั้น มีเพียงของวิเศษบางชนิดที่สามารถนำออกไปใช้ในโลกจริงของท่านได้] 

         อ้ายปิงร้องอ๋อในใจทันที หญิงสาวจำได้ว่าตนเองมีให้หมุนวงล้อได้สี่ครั้งจึงตัดสินใจหมุนทันที 

         ‘งั้นมาหมุนวงล้อกันเถอะ’ อย่างไรก็ต้องรอเก็บผักบุ้งจีนในอีกหนึ่งชั่วโมง นางจึงหันไปให้ความสนใจกับระบบหมุนวงล้อก่อน 

         ตอนนี้หน้าจอเปลี่ยนไป มีวงล้อเสี่ยงโชคเป็นวงกลมปรากฎขึ้นมา มันมีเพียงสี่ช่องสีๆอยู่บนวงล้อ แม้จะหมุนมาก็ไม่รู้ก่อนหน้าว่าจะได้รับอะไร 

         ‘หมุนหนึ่งครั้ง’ เมื่อคิดวงล้อก็หมุนทันที หัวลูกศรค่อยๆ หยุดลงในจุดสีแดงก่อนประกาศของระบบจะดังขึ้น

         [ยินดีด้วยได้รับแปลงปลูกเพิ่มหนึ่งช่อง] อ้ายปิงกลอกตาเบา ๆ หมุนวงล้อรอบแรกก็เกลือเสียแล้ว เพราะราคาช่องดินในระบบเพียงหนึ่งร้อยเหรียญเท่านั้น น่าเสียดายที่นางมีเหรียญเริ่มต้นเพียงห้าสิบเหรียญและใช้ซื้อเมล็ดพันธุ์ผักบุ้งจีนปลูกในกระบะไปแล้วยี่สิบเหรียญ 

         ‘ปลูกผักบุ้งจีนอีก1ช่อง’ เมื่อสั่งเสร็จเหรียญก็เหลืออยู่เพียงสิบเท่านั้น หากหมุนวงล้อได้ช่องเพาะปลูกมาอีกก็คงปลูกได้เพียงมันฝรั่งเท่านั้น แต่ค่าตอบแทนของมันฝรั่งหนึ่งหน่วยคือ1-2เหรียญต่อช่อง จึงดูไม่คุ้มค่าเว้นแต่มีช่องเพาะปลูกเยอะ ๆ เท่านั้น 

         อ้ายปิงรีบสั่งอีกครั้ง ‘หมุนวงล้อหนึ่งครั้ง’ วงล้อหมุนวนอีกรอบก่อนหัวลูกศรค่อย ๆ หยุดลงที่สีน้ำตาลดำ พร้อมกับเสียงระบบที่ดังขึ้น

         [ยินดีด้วยได้รับแหวนมิติระดับต่ำขนาดหนึ่งหมู่ สามารถรับรางวัลได้ในภายหลัง] ครั้งนี้ได้รับของดีมาหน่อย แต่ความตื่นเต้นก็หมดลงทันที เมื่อคิดว่าแหวนมิติอาจนำภัยมาสู่ครอบครัวได้

         ‘ถ้ามีแล้วใช้ไม่ได้ก็เท่านั้น’ อ้ายปิงถอนหายใจเหนื่อยหน่าย 

         [นายหญิง บนโลกนี้มีของวิเศษอยู่บ้างเพราะมีป่าทมิฬเป็นแหล่งกำเนิด ไม่ไกลจากเมืองที่ท่านอยู่ก็มีป่าทมิฬอยู่หนึ่งแห่ง]

         ‘งั้นหรือ เช่นนั้นก็สามารถมอบแหวนมิติให้ท่านพ่อได้ ช่างเถอะค่อยคิดทีหลังแล้วกัน หมุนวงล้ออีกรอบที’ วงล้อหมุนอีกรอบหนึ่งก่อนหยุดที่สีแดงอีกครั้ง

         [ยินดีด้วยได้รับกล้าดอกไม้ป่าหนึ่งต้น] อ้ายปิงกลอกตา ดูเหมือนสีแดงจะเป็นกาชาเกลือสินะ

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ท่านเทพส่งข้ามาปลูกผักทำฟาร์ม   บทส่งท้าย กลับคืนสู่สรรค์ 3 (จบ)

    หมอมาตรวจร่างกายของอ้ายปิงและให้ข่าวดี "ท่านอ๋อง ข้ามีข่าวดี หลังจากการตั้งครรภ์ไม่เคลื่อนไหวมาสองปี ท่านหญิงอ้ายปิงกำลังตั้งครรภ์แล้ว" สือซ่างเสินและเสี่ยวจิ้นตกใจมาก แต่เป็นความตกใจที่เต็มไปด้วยความยินดี "จริงหรือ! นางจะมีบุตรของเราจริงๆ หรือ?" สือซ่างเสินถามด้วยความตื่นเต้น หมอยิ้มและพยักหน้า "ใช่เจ้าค่ะ เป็นข่าวดีจริงๆ" อ้ายปิงฟื้นขึ้นมาและได้ยินข่าวนี้ นางยิ้มทั้งน้ำตา "ข้าจะมีบุตรกับท่านเทพแล้ว และเมื่อเรากลับบ้าน บุตรของเราก็จะติดตามไปด้วย ข้าอยากรู้เหลือเกินว่าบุตรชายจะใช้เวลานานหรือไม่ก่อนจะติดตามไปสวรรค์ได้" สือซ่างเสินกุมมือนางแน่น "ไม่ว่าจะนานแค่ไหน ข้าจะอยู่เคียงข้างเจ้าและบุตรของเราเสมอ ข้าสัญญา" เสี่ยวจิ้นยิ้ม "ใช่ เราจะอยู่เคียงข้

  • ท่านเทพส่งข้ามาปลูกผักทำฟาร์ม   บทส่งท้าย กลับคืนสู่สรรค์ 2

    อ้ายปิงนึกไม่ถึง "แล้วข้าควรทำยังไงต่อไป? ท่านไม่ควรอยู่ในฐานะองครักษ์เงาสกุลหนี่ว์" เสี่ยวจิ้นพยักหน้า "ข้ารู้ ร่างกายนี้มีวรยุทธ์สูงส่งมาก แต่ข้อเสียอย่างเดียวคือต้องเชื่อฟังเจ้า ข้าจึงอยากขอให้เจ้าอนุญาตให้เสี่ยวจิ้นนี้กลายเป็นแม่ทัพ และข้าจะกลับไปอยู่ในเมืองกับเจ้าแทนที่เสี่ยวจิ้นในฐานะสามีของเจ้า" อ้ายปิงฟังแล้วรู้สึกสับสน "แล้วเวลาที่เจอศึกใหญ่ ท่านจะทำอย่างไร?" เสี่ยวจิ้นยิ้มบางๆ "เวลานั้น ข้าจะยังคงเป็นท่านอ๋องน้อยที่ต้องออกรบอยู่ดี ข้าสามารถทำได้ทั้งสองบทบาท ข้าจะปกป้องเจ้าและครอบครัวของเจ้า" อ้ายปิงนั่งคิดอย่างหนัก "ข้าหลงรักร่างจำแลงของท่านเทพมาโดยตลอด ข้ารู้สึกว่าท่านคือท่านเทพที่ข้ารัก แต่ตอนนี้ข้ารู้แล้วว่าท่านเป็นคนเดียวกัน" เสี่ยวจิ้นจับมือนาง "ใช่ ข้าคือคนเดียวกัน ข้ารักเจ้ามาโ

  • ท่านเทพส่งข้ามาปลูกผักทำฟาร์ม   บทส่งท้าย กลับคืนสู่สรรค์ 1

    อ้ายปิงเดินทางกลับไปที่จวนสกุลหนี่ว์ด้วยความหวัง แต่เมื่อถึงที่นั่น กลับไม่พบเสี่ยวจิ้นที่รักษาตัวอยู่แล้ว "พี่จิ้น...ท่านหายไปไหน ข้าต้องการท่าน" อ้ายปิงร้องไห้ น้ำตาของนางไหลรินจนแทบจะกลายเป็นสายเลือด นางนั่งลงที่หน้าประตูจวน รู้สึกหมดหวังและเจ็บปวด "ข้าทำอะไรผิด ทำไมทุกอย่างต้องเป็นเช่นนี้?" ขณะที่อ้ายปิงนั่งร้องไห้อยู่ นางก็เริ่มคิดถึงความทรงจำที่มีร่วมกับเสี่ยวจิ้น ความอบอุ่นที่เขามอบให้ ความรักที่นางรู้สึกได้ทุกครั้งที่อยู่ใกล้เขา "พี่จิ้น ข้ารักท่าน ข้าไม่ต้องการใครอื่น นอกจากท่าน ข้าต้องการแต่งงานแค่กับท่านเท่านั้นในชีวิตนี้" นางพูดกับตัวเอง ในขณะเดียวกัน สือซ่างเสินที่ค่ายทหารรู้สึกเป็นห่วงอ้ายปิงอย่างมาก เขาตัดสินใจว่าจะต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อให้อ้ายปิงรู้ความจริงและยอมรับเขา&nb

  • ท่านเทพส่งข้ามาปลูกผักทำฟาร์ม   แต่งงานกับท่านอ๋อง

    “ข้าทำอะไรไม่ได้เลย ข้าไม่สามารถช่วยคุณหนูได้” เสี่ยวจูพูดกับตัวเอง พลางปาดน้ำตาออกจากใบหน้า ขณะนั้นเอง ซื่อจื่อเดินตามมาด้วยความเงียบ เขารู้สึกว่าต้องการทราบความเคลื่อนไหวของอ้ายปิง เมื่อเห็นเสี่ยวจูนั่งร้องไห้เพียงลำพัง เขาจึงเดินเข้าไปใกล้ “เสี่ยวจู เกิดอะไรขึ้น? ทำไมเจ้ามานั่งร้องไห้อยู่ที่นี่?” ซื่อจื่อถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนกว่าที่เคยใช้ เสี่ยวจูสะดุ้งและรีบเช็ดน้ำตา “ข้า...ข้าแค่รู้สึกหนักใจ เจ้าค่ะ” ซื่อจื่อยืนคาดคั้น “บอกข้ามาเถิด เจ้าร้องไห้เพราะอะไร?” เสี่ยวจูถอนหายใจยาว “คุณหนูล้มป่วยเพราะเสี่ยวจิ้นไม่ตื่นมาหลายวัน นางต้องเร่งดูแลพี่ชายของนางจนร่างกายทรุดโทรม นางเพ้อหาแต่เสี่ยวจิ้น ข้าไม่รู้จะทำอย่างไร” 

  • ท่านเทพส่งข้ามาปลูกผักทำฟาร์ม   ล้มป่วยไปอีกคน 2

    อ้ายปิงร้องไห้อยู่ข้างเตียงพี่ชายได้ไม่นานก็หันมามองทุกคนในห้อง นางรู้สึกว่าต้องการความสงบและเวลาที่จะช่วยพี่ชายได้เต็มที่ "ข้าขอให้ทุกคนออกไปก่อน ยกเว้นเสี่ยวจู" อ้ายปิงกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ สือซ่างเสินหรือท่านอ๋องน้อยมองนางด้วยความเป็นห่วง "แต่ข้า... ข้าห่วงเจ้า" อ้ายปิงส่ายหน้า "ท่านไปพักผ่อนเถิด ข้าจัดการได้" ท่านอ๋องน้อยลังเลก่อนจะพยักหน้า "ได้ ข้าจะรออยู่ข้างนอก ถ้ามีอะไรเรียกข้าได้เสมอ" เมื่อทุกคนออกไปจากห้องแล้ว อ้ายปิงหันมาหาเสี่ยวจู "ข้าต้องทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยพี่ใหญ่" อ้ายปิงเริ่มหยิบของล้ำค่ามากมายออกมาจากกระเป๋า "ข้ามีสมุนไพรและยาพิเศษที่ได้รับมาจากท่านเทพ ข้าหวังว่ามันจะช่วยได้"&nbs

  • ท่านเทพส่งข้ามาปลูกผักทำฟาร์ม   ล้มป่วยไปอีกคน 1

    อ้ายปิงและเสี่ยวจูรีบเดินทางไปที่ค่ายทหารด้วยความเร่งรีบ โดยฝากให้หมอหลายคนช่วยดูแลร่างของเสี่ยวจิ้นเอาไว้ให้ดี หัวใจของหญิงสาวทั้งสองเต้นรัวด้วยความกังวล เมื่อมาถึงค่ายทหาร ทั้งสองก็พบกับทหารยามที่ประตูทางเข้า "พวกเจ้าไม่อนุญาตให้เข้าไปในค่ายทหาร" ทหารยามกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น อ้ายปิงพยายามอธิบาย "แต่ข้าต้องเข้าไปพบพี่ชายของข้า เขาได้รับบาดเจ็บหนัก ข้าไม่อาจปล่อยให้เขาอยู่คนเดียวได้" ทหารยามยังคงไม่ยอม "ข้าเข้าใจความห่วงใยของท่าน คุณหนูผู้นี้ แต่เรามีกฎระเบียบ ท่านไม่สามารถเข้าไปได้" เสี่ยวจูมองเห็นท่าทางของอ้ายปิงที่เริ่มท้อใจ "คุณหนู เราควรทำอย่างไรดี?" ขณะที่ทั้งสองกำลังหาทางออก องค์ชายรองปรากฏตัวขึ้นมา เขาดูรีบร้อนและมุ่งหน้าเข้าสู่ค่ายทหาร อ้ายปิงเห็นโอกาสจึงรีบเข้าไปหาทันที

  • ท่านเทพส่งข้ามาปลูกผักทำฟาร์ม   วันเกิดในวัย14ปี 1

    “เห็นว่าเจ้าจะฝึกซ้อมต่อ ข้าจากไปนานอยากรู้นักว่าเจ้าจะฝึกฝนคืบหน้าอย่างไรบ้าง” ว่าแล้วก็ทิ้งตัวลงนั่งข้างสนาม เฝ้ามองไปยังลานฝึกซ้อมคล้ายตั้งใจคล้ายไม่ตั้งใจ เสี่ยวจูชะงักไปเพียงครู่เดียว ก่อนเดินเข้าสนามฝึกซ้อม ตั้งใจฝึกฝ

  • ท่านเทพส่งข้ามาปลูกผักทำฟาร์ม   วันเวลาที่ผันผ่าน 2

    อ้ายปิงที่ถูกคิดว่าหลับไปแล้วยกมุมปากขึ้นสอบถามระบบในใจ ‘เล่มคัดลอกที่อยู่ในมือท่านพ่อจะเลือนหายไปหลังจากสิบปีใช่มั้ย ข้าอยากได้อีกสักเล่มมาไว้อ่านเล่นน่ะ’ [ขอรับนายหญ

  • ท่านเทพส่งข้ามาปลูกผักทำฟาร์ม   กาลเวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก 2

    ‘ขายผลผลิตทั้งหมด แล้วแจ้งยอดคงเหลือด้วย’ [ยอดคงเหลือสองแสนเจ็ดหมื่นเจ็ดพันห้าร้อย ขายมะเขือเทศทั้งหมด ทำให้ยอดเงินคงเหลือกลายเป็น สองล้านหกแสนเจ็ดหมื่นเจ็ดพันห้าร้อย] [เนื่องจากยอดเงินคงเหลือตรงตามเป้าหมาย ระบบถูกอัพเกรดขึ้นเป็นระดับหนึ่ง สามารถนำผลผลิตระดับธรรมดาออกไปยังโลกภายน

  • ท่านเทพส่งข้ามาปลูกผักทำฟาร์ม   กาลเวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก 1

    ได้ยินว่าจอมยุทธ์หาเงินง่าย เพราะเพียงไปล่าทรัพยากรในป่าทมิฬ รวมถึงล่าสัตว์ปราณในป่าทมิฬออกมาขาย ก็สามารถหาเงินได้มากมายแล้ว ‘อยากได้วิชามาแอบฝึกฝนเองจังเลย เพราะท่านแม่คงไม่เห็นด้วยแน่’ [วิชาฝึกฝนมีอยู่ในวงล้อระดับกลาง และระดับสูงขอรับ] ‘โอ้’ อ้ายปิงตาเป็นประกาย

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status