Share

11

last update publish date: 2026-07-11 21:05:15

ความรู้สึกตอนถูกทรมาน ยาที่ถูกกรอกลงคอ ทำให้มู่หรูเหยาหวาดกลัวจนต้องถอยหนี ทว่าเมื่อถอยไปจนสุดทางก็ชนเข้ากับผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ เมื่อหันไปมองก็ต้องตกใจจนตาเบิกกว้าง

ดวงตาสีแดงฉานเป็นสิ่งเดียวที่นางจำได้แม่น อีกฝ่ายจ้องมองกลับมา ดวงตาเต็มไปด้วยความเย็นชาและอำมหิตจนทำให้เธอตกใจจนสะดุ้งเฮือกตื่นขึ้นจากฝัน

เสียงหอบหายใจแรงเหมือนวิ่งหนีปีศาจมานับพันลี้ มู่หรูเหยามองไปรอบห้องที่แปลกตาด้วยความสงสัย หลายสิ่งดูไม่คุ้นเคยแต่แปลกประหลาดเหมือนกับอยู่ในยุคโบราณ

“นี่ไม่ใช่ความฝันอย่างนั้นเหรอ?” มือที่อยู่ข้างลำตัวเริ่มสั่นอย่างหวาดระแวง

ภาพที่ไม่คุ้นเคยทำให้เริ่มปวดศีรษะและมึนงงอีกครั้ง ความทรงจำของห้องห้องนี้ผุดขึ้นมาแบบไม่ปะติดปะต่อ

รวมถึงภาพของดวงตาสีแดงคู่นั้นยังคงหลอกหลอนติดตา มันน่ากลัวราวกับมัจจุราชจะฉีกกระชากวิญญาณของผู้ที่พบเห็นให้แตกเป็นเสี่ยง ๆ

คนหวาดกลัวรู้แล้วว่าตอนนี้ตนเองไม่ได้อยู่ในห้องเช่าที่มีผีดุ และไม่ได้กำลังจะเดินทางไปเมืองโบราณเพื่อหาเพื่อน

เพราะร่องรอยบาดแผลที่เกิดจากอุบัติเหตุแทบไม่มีให้เห็น มีเพียงแผลจากในคุกตอนถูกทรมานเท่านั้นที่ยังคงปรากฏอยู่

ยิ่งไปกว่านั้น สถานที่แห่งนี้มองไปทางไหนก็ไม่มีอะไรคุ้นตา หากจะบอกว่าเป็นโรงแรมที่ทำเลียนแบบยุคโบราณก็ขัดกับเรื่องถูกทรมานมากเกินไป คงไม่มีโรงแรมไหนต้อนรับลูกค้าด้วยวิธีเช่นนั้นแน่นอน แม้จะไม่ค่อยฉลาดแต่เรื่องนี้ก็พอคิดเองได้

“หรือจะเป็นอย่างที่คิดจริง ๆ” มู่หรูเหยาอดนึกไม่ได้ว่าในชาติหนึ่งอาจจะไปสร้างความแค้นบางอย่างไว้กับผีในห้องตนนั้น จนถูกเอาคืนด้วยการลากมาแก้แค้นในชาตินี้

“ถ้าอย่างนั้นผีตัวนั้นก็คือผู้ชายน่ากลัวนั่นสินะ” เธอพูดพลางเอามือลูบไปยังรอยช้ำตามตัว รวมถึงรอยแดงถลอกที่เจ็บแสบอยู่ตามกระดูกข้อนิ้ว

แค่นึกถึงเครื่องทรมาน ความหวาดกลัวก็แล่นจู่โจมเข้ามาในจิตใจ ความเจ็บแสบกลับมาจนน้ำตาแทบไหล มันแผ่ซ่านไปทั่วจนทำให้ร่างกายสั่นเทิ้ม

ความหวาดกลัวสุดหัวใจจนเริ่มคิดอะไรไม่ออก สมองอื้ออึงไปหมด พลันสายตาเหลือบไปเห็นแหวนวงเล็กซึ่งยังคงอยู่บนนิ้วมือ มันคือสิ่งเดียวที่ยังคงรู้สึกคุ้นเคยต่างจากสิ่งของอื่น ๆ

ทำไมแหวนวงนี้ถึงมาอยู่ที่นี่ได้?

ถึงตอนนี้ข่าวของเธอทุกคนคงก็รู้กันหมดแล้ว บางทีอุบัติเหตุใหญ่ครั้งนี้อาจจะออกข่าวใหญ่จนรู้ทั่วประเทศ

มู่หรูเหยาลุกขึ้นช้า ๆ ลงจากเตียงยามก้าวเท้าเหยียบลงบนพื้น รู้สึกได้ว่าขาสั่นระริก อ่อนแรงจนแทบจะก้าวเดินไม่ไหว จำต้องเดินประคองตนเองด้วยการจับสิ่งของไปตลอดทาง

คนเจ็บก้าวเดินอย่างระมัดระวัง ผ่านโต๊ะและเก้าอี้จนไปถึงโต๊ะวางเครื่องประทินโฉม

สายตามองบรรดาของใช้บนโต๊ะซึ่งดูประณีตเกินกว่าจะเป็นของเลียนแบบได้

มู่หรูเหยาสำรวจมองข้าวของแปลกตาไปเรื่อย ๆ จนเห็นเงาของตนเองสะท้อนกับแผ่นทองเหลืองที่ถูกขัดเงาจนใสชัดเหมือนกระจก

“นี่ใครกัน” เห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่งดงามอยู่ในแผ่นทองเหลือง ถึงกับต้องหยุดนิ่งเมื่อเห็นเงาสะท้อนของตนในนั้น

“นี่... แล้วก็นี่ แล้วก็นี่ด้วย” มือเรียวจับไปตามใบหน้าแล้วหลุดพึมพำออกมาเบา ๆ ดวงตาเบิกกว้างอย่างตื่นตระหนก เมื่อมั่นใจว่าเงาที่สะท้อนกลับมาเป็นเงาของเธอในตอนนี้

หากแต่ไม่ใช่ร่างจริงของตนเอง!

ยามนี้มู่หรูเหยาไม่ใช่ผู้หญิงที่มีหน้าตาจืดชืดและรูปร่างธรรมดาอีกต่อไป แต่เป็นผู้หญิงที่มีใบหน้างดงามราวกับเทพธิดา

เพิ่งเข้าคำว่าผิวขาวเนียนผ่องดุจหิมะก็วันนี้ อีกทั้งดวงตากลมโตเหมือนดวงตากวางแฝงไปด้วยความอ่อนโยน คิ้วเรียวขอบบางเหมือนถูกวาดด้วยปลายพู่กัน ทว่าเมื่อลองแตะดูกลับไม่มีอะไรทาเอาไว้ ส่วนริมฝีปากแม้จะแตกแห้งไปบ้างแต่ก็แดงระเรื่อเหมือนกลีบดอกไม้…

“นี่มันเกินคนไปแล้ว”

มู่หรูเหยายังคงยกมือสัมผัสใบหน้าตนเอง ความรู้สึกที่ปลายนิ้วบอกว่าทุกอย่างเป็นความจริง แต่ในหัวกลับเต็มไปด้วยคำถามที่ยากจะหาคำตอบ

ระหว่างที่กำลังตื่นตะลึงกับความงามเหนือมนุษย์ เสียงประตูก็เปิดออก มู่หรูเหยาสะดุ้งตกใจจนต้องหันไปมอง

สตรีในชุดเรียบง่ายเดินเข้ามาในห้อง พออีกฝ่ายเห็นมู่หรูเหยากำลังยืนอยู่ตรงโต๊ะประทินโฉม ก็รีบวิ่งเข้ามาหาพร้อมกับร้องไห้ออกมาเสียงดัง

“คุณหนู! ท่านฟื้นแล้ว… ท่านสลบไปหลายวันจนข้าร้อนใจนัก คิดอยากจะส่งจดหมายหาตระกูลมู่ให้ส่งหมอฝีมือดีที่สุดมารักษา ดีจริง ๆ ที่ท่านฟื้นขึ้นมา” อีกฝ่ายเอาแต่พูดไปร้องไห้ไปอยู่อย่างนั้น แต่มู่หรูเหยาก็ไม่ได้ห้ามแต่อย่างใด

“คุณหนูไปพักที่เตียงก่อนเถิดเจ้าค่ะ ข้าจะไปพาท่านหมอมาตรวจอาการให้ท่าน” มู่หรูเหยายอมให้ผู้หญิงคนนั้นพยุงไปที่เตียง

“เจ้า…?” คิดอยากจะเรียกชื่ออีกฝ่าย แต่นึกอย่างไรก็นึกไม่ออก

ไม่ใช่ว่าปกติคนที่ทะลุมิติมาจะได้ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมหรอกหรือ ทำไมเธอถึงไม่มีความทรงจำเหล่านั้นกัน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ท่านแม่ทัพไยจึงชิงชังข้า   76 จบ

    “ข้าเชื่อว่ายังมีพวกเขาหลงเหลืออยู่ เพียงแต่ต่างก็หนีตายแยกย้ายไปอยู่คนละทิศเหมือนกับข้าและแม่เจ้า ไม่มีใครกล้าเปิดเผยตนเอง เพราะเกรงกลัวจะเกิดอันตรายจากภัยในอดีต”“เราไม่สามารถช่วยพวกเขาได้เลยหรือ” มู่หรูเหยานึกเป็นห่วงคนอื่น ๆ ในเผ่าจันทรา อาจมีใครถูกทำร้ายดังเช่นนางอยู่ก็เป็นได้จางเจิ้นอู่ยกยิ้มบาง ๆ เขามองภรรยาของตนด้วยแววตารักใคร่“หากวันหนึ่งข้ามีอำนาจมากพอ ข้าจะนำพวกเขากลับมา ให้พวกเขาได้ใช้ชีวิตโดยไม่ต้องหวาดกลัวอีกต่อไป”“เช่นนั้นแล้ว ข้าจะอยู่เคียงข้างท่านไปจนกว่าวันนั้นจะมาถึง”มู่หรูเหยาตอบโดยไม่ลังเล รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของบุรุษหนุ่ม นางคือสตรีที่เขาเลือก และจะไม่มีวันปล่อยมือจากกันไปทั้งสองมองตากันอย่างหวานซึ้ง แต่เป็นนางที่รีบผลักสามีออกด้วยนึกเรื่องบางอย่างขึ้นมาได้“จริงสิ! ข้าลืมไปเลย วันก่อนข้าได้ลองทำบางอย่างเกี่ยวกับเลือดของข้า”จางเจิ้นอู่หันมองภรรยาด้วยสายตาไม่พอใจทันที ก่อนจะกล่าวเสียงดุ “ข้าบอกเจ้าแล้วมิใช่หรือ ว่าไม่ให้ทำเช่นนี้!”“ข้าจะบอกว่ามันมิใช่เพราะเลือดของข้า แต่เป็นเ

  • ท่านแม่ทัพไยจึงชิงชังข้า   75

    จางเจิ้นอู่ถอนริมฝีปากออกช้า ๆ พร้อมกับจ้องมองดวงหน้าของหญิงสาวที่แดงซ่านขึ้นกว่าเดิม เขาดึงภรรยาของตนเข้ามาในอ้อมแขนก่อนจะกระซิบข้างหูเบา ๆ“จากนี้ไปเจ้าจะเป็นภรรยาของข้า เป็นฮูหยินแห่งจวนแม่ทัพ”ขนตายาวของนางกะพริบขึ้นลงก่อนที่มุมปากจะคลี่ยิ้มจาง แล้วร้องขึ้นด้วยความตกใจเมื่อถูกสามีครึ่งวันอุ้มจนตัวลอยเหนือพื้น พลางเดินไปที่เตียงที่ตกแต่งด้วยผ้ามงคลมู่หรูเหยาหน้าแดงซ่านเมื่อแผ่นหลังสัมผัสกับผ้าไหมนุ่ม ยามลมหายใจของบุรุษหนุ่มเข้ามาใกล้ก็เขินอายจนต้องเอียงหน้าหนี แต่เขากลับไม่ลดละ ยังตักตวงชิมความหวานจากนางอย่างไม่รู้จักเบื่อแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยร่องรอยบาดแผลจากการทำศึก บัดนี้กลับมีร่องรอยบาดแผลอย่างอื่นเพิ่มขึ้นมา เป็นรอยข่วนเล็ก ๆ ตามแผ่นหลังจากฝีมือผู้เป็นภรรยามู่หรูเหยาส่ายหน้าไปมาคล้ายทรมาน ดวงหน้างดงามนัยน์ตาสวยมีน้ำตาเอ่อคลอจนจางเจิ้นอู่ต้องจูบซับปลอบประโลมอย่างแผ่วเบา พร่ำบอกคำหวานและหลอกล่อให้นางลุ่มหลงมัวเมาแสงจันทร์ที่สอดส่องเข้ามาผ่านม่านหน้าต่างในห้องหอ ราวกับเป็นการแสดงความยินดีให้กับความรักของพวกเขาทั้งสองคน

  • ท่านแม่ทัพไยจึงชิงชังข้า   74

    เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถามเรื่องที่สงสัย “หากที่เจ้าพูดเป็นความจริง แล้วมู่หรูเหยาคนก่อนอยู่ที่ไหน?”“ข้าไม่รู้... นางอาจสิ้นใจเพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหว ดูจากการที่ถูกทรมานในจวนตระกูลมู่ คงมิอาจคิดเป็นอื่นได้ หรือบางที... นางอาจไปอยู่แทนที่ข้าในอีกภพ หรืออาจจะจากไปด้วยความสมัครใจเอง ข้าไม่รู้อะไรเลย”จางเจิ้นอู่ดึงร่างนางเข้ามากอด มือแกร่งลูบไล้แผ่นหลังอย่างปลอบประโลม มู่หรูเหยาตกตะลึงไปชั่วขณะ ร่างกายแข็งทื่ออยู่ในอ้อมกอดอันอบอุ่น“ข้าถูกบังคับให้แต่งงาน นางเองก็เช่นกัน... นางเองก็ขึ้นเกี้ยวมาเพียงลำพังและเข้าไปอยู่ในจวนพร้อมสาวใช้โดยที่ข้าไม่ได้สนใจ นางพยายามเอาอกเอาใจทำน้ำแกงมาให้ข้า แต่ข้าไม่เคยกินเพราะนางเป็นคนของตระกูลมู่…” เขาหัวเราะเยาะตนเองแผ่วเบาก่อนจะเอ่ยต่อ“เพราะเมื่อเห็นนางก็คิดถึงพี่น้องในเผ่าจันทราที่ถูกกวาดล้าง คิดว่านางคือลูกหลานของศัตรูที่ทำให้คนของข้าต้องตาย ทว่า... นางเองก็มิได้มีชีวิตที่ดีไปกว่าข้าเลย”“เช่นนั้น... เราก็ควรเอาภาพของนางไปไว้เคียงข้างบิดามารดาของนาง ท่านคิดว่าอย่างไร” นางกล่าวเสียงแผ่ว คล้ายเป็นควา

  • ท่านแม่ทัพไยจึงชิงชังข้า   73

    หลักฐานมากมายที่ถูกค้นพบแสดงให้เห็นถึงแผนการของตระกูลมู่ที่สมคบคิดกับองค์ชายสาม เรื่องราวทั้งหมดสร้างความปั่นป่วนในราชสำนักทั้งตัวองค์ชายสามและพระชายาถูกฎีการ้องเรียนเข้ามามากมาย ส่งผลให้คดีเก่า ๆ ถูกรื้อขึ้นมา แม้แต่ฮ่องเต้เองก็มิอาจเพิกเฉยทว่ายิ่งสืบสวน... ยิ่งพบเรื่องอันน่าตกใจแม้แต่มู่หรูเหยาเองซึ่งเป็นบุตรีของตระกูลมู่ก็เกือบจะถูกสอบสวนไปด้วย จางเจิ้นอู่จึงยื่นเรื่องขอพิจารณาคดี พร้อมนำหลักฐานเกี่ยวกับมารดาของนางออกมาแสดงต่อหน้าผู้มีอำนาจสตรีผู้นี้ไร้ความผิด แต่กลับถูกอดีตเจ้ากรมพิธีการลักพาตัวไปเพื่อกระทำการกรีดเลือดมาสังเวย นางถูกทรมานจนสิ้นใจและถูกฝังราวกับคนไร้ญาติด้วยความเลวร้ายของตระกูลมู่ที่ถูกเปิดโปง ส่งผลให้มู่หรูเหยาถูกถอดออกจากเครือญาติของคนชั่วทั้งหลายนางไม่เพียงพ้นจากการสอบสวนแต่ยังมีโอกาสได้พาร่างของมารดากลับมาฝังในที่ที่ควรอยู่“ในเมื่อท่านแม่เคยเป็นคนรักของท่านพ่อของท่าน เช่นนั้นแล้ว... ข้าก็อยากให้นางได้มาอยู่ข้างกายของคนที่นางรักอีกครั้ง” คำพูดของหญิงสาวเรียบง่าย หากแต่เต็มไปด้วยควา

  • ท่านแม่ทัพไยจึงชิงชังข้า   72

    มู่หรูเหยาพยักหน้ารับคำของบุรุษหนุ่ม แม้จะตกลงกันแล้วว่าจะเริ่มต้นใหม่ แต่ภายในใจของนางยังคงมีบางสิ่งที่มิอาจเปิดเผยออกไปความลับที่นางยังมิได้บอกเขา...มู่หรูเหยานิ่งไปชั่วขณะ ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงสงสัย“เช่นนี้แล้วข้าจะเป็นอมตะหรือไม่ ในเมื่อท่านกรีดเลือดหยดลงบนหยกจันทราช่วยข้า”จางเจิ้นอู่หัวเราะเบา ๆ น้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยความอ่อนโยน แตกต่างจากบุรุษผู้เย็นชาเมื่อแรกพบโดยสิ้นเชิง“เป็นเพียงเรื่องเล่าขานต่อกันมา เพราะความโลภและความกระหาย พวกคนเลวจึงปั้นแต่งเรื่องราวขึ้นเพื่อทำลายเผ่าจันทรา หวังยึดครองพลังของพวกเรา” ดวงตาคมทอดมองสตรีตรงหน้าก่อนจะกล่าวต่อ“...แต่แท้จริงแล้วหยกจันทราเป็นเพียงของวิเศษที่ตกทอดมาตั้งแต่บรรพบุรุษ เรื่องราวที่เล่ากันต่อ ๆ มาจึงบิดเบือนไปบ้าง ของชิ้นนั้นไม่ได้ช่วยให้เป็นอมตะอย่างที่หลายคนเข้าใจ แม้แต่เซียนเองยังต้องบำเพ็ญเพียร แล้วเรื่องง่ายดายเช่นนี้จะมีได้อย่างไร” นึกแล้วก็ช่างน่าขันนักกับความโลภของมนุษย์ คิดอยากเป็นอมตะแต่ทำชั่วมาทั้งชีวิต มีแต่ปรโลกเท่านั้นที่สมควรไป“แล้

  • ท่านแม่ทัพไยจึงชิงชังข้า   71

    “ครั้งหนึ่ง... เผ่าจันทรา เคยเป็นเผ่าที่รุ่งเรือง ผู้คนของเผ่าต่างเกิดมาพร้อมกับสายเลือดพิเศษ ว่ากันว่าผู้ที่มีสายเลือดนี้สามารถปลุกพลังของหยกจันทราได้”“ว่ากันว่าหยกจันทราเป็นของวิเศษที่สามารถมอบพลังอันล้ำค่าให้แก่ผู้ครอบครอง มิใช่เพียงแค่ชะลอวัย แต่สามารถมอบความเป็นอมตะได้...”“เพราะข่าวลือเหล่านั้น... ทำให้ขุนนางในเมืองหลวงหวาดกลัวและโลภมาก คนที่เป็นผู้นำครั้งนี้ก็คือมู่หลงเทียน มันจึงยุยงให้ราชสำนักกวาดล้างเผ่าจันทรา”“...แม่ของท่านก็เป็นหนึ่งในนั้น”มู่หรูเหยากำมือแน่น นางรู้เรื่องราวของมารดาเพียงเล็กน้อย แต่เมื่อได้ยินคำพูดของเหมยอิงทุกอย่างก็เริ่มปะติดปะต่อกัน“นาง... เป็นภรรยาของอดีตแม่ทัพจาง!?”เหมยอิงพยักหน้า “เรื่องนี้พวกข้าก็เพิ่งรู้ก่อนท่านไม่นาน””ข้าเคยได้ยินว่าแต่ก่อนมารดาของท่านครองรักอยู่กับอดีตแม่ทัพจาง แต่ครั้นเมื่อออกศึกใหญ่เมื่อกลับมาถึงจวนกลับพบว่านางหายไป ตอนนั้นไม่มีใครรู้ว่าตระกูลมู่จะกล้าท้าทายอำนาจท่านแม่ทัพมาลักพาตัวคนถึงจวน”เหมยอิงกล่าว “ตามที่ท่านแม่ทัพสืบมา พวกมันจับตัวมารดาของท่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status