Compartir

5

last update Fecha de publicación: 2026-06-23 23:16:20

ลมหายใจเริ่มติดขัดและลำบากมากขึ้น มู่หรูเหยาได้แต่เอามือกุมศีรษะเอาไว้หวังบรรเทาความเจ็บปวด

เลือดยังคงไหลออกมาเป็นสายเหมือนน้ำหลาก ไหลไปตามนิ้วมือที่กุมบาดแผลเอาไว้ ก่อนจะไหลไปโดนแหวนรุ่นที่สั่งทำกับเพื่อนตอนเรียน

แสงสีแดงสว่างวาบปรากฏขึ้นมาจากแหวน นั่นคือสิ่งสุดท้ายที่มู่หรูเหยาได้เห็นก่อนความมืดมิดจะดึงเธอเข้าสู่ห้วงเหวลึกไม่มีสิ้นสุด

“มีคนเจ็บอยู่ตรงนี้ เอาเปลมาเร็ว” เสียงพลเมืองดีตะโกนบอกเจ้าหน้าที่

ตำรวจและหน่วยแพทย์ฉุกเฉินรีบกรูเข้ามายังจุดเกิดเหตุ ภาพตรงหน้าคือรถบัสพลิกตะแคงอยู่ข้างทาง พร้อมกับผู้โดยสารบางส่วนที่ยังติดอยู่ข้างใน มีบางคนกระเด็นออกมานอกตัวรถอยู่บนพื้นถนน

“ตรงนี้ครับ มีคนหมดสติ” พลเมืองดีอีกคนร้องเรียกเมื่อพบร่างของมู่หรูเหยานอนแน่นิ่ง เลือดเปรอะเปื้อนไปตามหน้าผากรวมถึงเสื้อผ้าของเธอ

หน่วยแพทย์รีบเข้าไปตรวจอาการ “ชีพจรอ่อนมาก รีบย้ายตัวเธอออกมาเดี๋ยวนี้”

พวกเขาดามเหล็กเข้ากับหลังของผู้หญิงที่หมดสติ จัดการย้ายร่างของเธอออกมา

หนึ่งในทีมแพทย์รีบเข้ามาตรวจดูแผลอีกครั้ง “ศีรษะแตก มีเลือดออกไม่หยุด รีบปฐมพยาบาลเบื้องต้นและส่งเข้าโรงพยาบาลเลย เตรียมเลือดสำรองเอาไว้ด้วยเพราะคนเจ็บเสียเลือดมาก”

พูดยังไม่ทันจบ เสียงสัญญาณชีพจากตัวเครื่องก็ดังขึ้นเพื่อบอกให้รู้ว่าคนเจ็บที่อยู่บนเปลหามกำลังจะจากไป

พวกเขาพยายามยื้อชีวิตเธออย่างเต็มที่จึงไม่มีใครสังเกตเห็นว่าแหวนบนนิ้วของหญิงสาวนิรนามคนนี้กำลังเรืองแสงสีแดงอ่อน ๆ ออกมา

“เคลียร์” แพทย์สนามในรถพยาบาลใช้เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจแตะที่หน้าอกของคนเจ็บ แต่สัญญาณชีพก็ยังคงนิ่งสนิท เจ้าหน้าที่ทำอย่างนั้นอยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตของผู้เคราะห์ร้ายเอาไว้ได้ แสงจากแหวนค่อย ๆ ดับลงพร้อมกับลมหายใจห้วงสุดท้ายของมู่หรูเหยา

“เรายื้อเธอไว้ไม่ได้แล้ว ไปช่วยคนอื่นต่อ”

 

ณ จวนแม่ทัพแห่งเมืองตงหยาง

ในห้องขังมืดมิดที่อับชื้นจนแทบจะหายใจไม่ได้ สตรีนางหนึ่งนอนอยู่บนพื้นฟางแห้ง ๆ ด้วยร่างกายซึ่งถูกทรมานจนบอบช้ำ เสื้อผ้าขาดวิ่นเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบดินและเลือดแห้งกรัง ใบหน้าที่เคยงดงามบัดนี้ซีดเผือดจนไร้สีเลือด

สองมือกอดร่างกายของตนเองแน่นเพื่อบรรเทาความหนาวเย็นจากพื้นและกำแพงหินในห้องขัง แต่เหมือนจะไม่ช่วยให้อาการหนาวสั่นลดลงจึงต้องนอนขดตัวอยู่แบบนั้น

เมื่อได้ยินเสียงคนไขกุญแจตรงประตู ดวงตาที่หม่นมองมีประกายตาความแห่งความหวัง แต่เมื่อเห็นเป็นคนใส่ชุดสีดำคลุมหน้าตามิดชิดก็รับรู้ถึงความไม่น่าไว้วางใจ

ร่างกายที่สั่นอยู่แล้วเพราะความเหน็บหนาวในคุกมืด กลับยิ่งสั่นมากขึ้นเมื่อเงาของคนในชุดดำขยับเข้ามาใกล้

คนแปลกหน้าใส่ชุดดำตั้งแต่หัวจรดเท้า ยังมีผ้าคลุมที่อยู่บนศีรษะทำให้มองไม่เห็นแม้แต่ใบหน้าของอีกฝ่าย

เมื่อสายลมพัดยามที่อีกฝ่ายเดินเข้ามาในห้องขัง เสี้ยวริมฝีปากก็ปรากฏให้เห็นเพียงชั่วครู่ เมื่อผ้าคลุมเลื่อนออกก็เผยให้เห็นรอยยิ้มเย็นชา ทำให้ร่างที่กอดตัวเองถอยหนีจนหลังติดกับกำแพงอันเย็นเฉียบ

“เจ้าเป็นใคร”

คำถามนั้นไร้ซึ่งคำตอบ มีเพียงเสียงฝีเท้าที่เดินเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อย ๆ

“ได้โปรด... ปล่อยข้าเถอะ...” น้ำเสียงสั่นเครือร้องอ้อนวอนขอชีวิตจากอีกฝ่าย น้ำตาที่ไหลอาบแก้มสะท้อนแสงริบหรี่จากคบเพลิงในมุมห้อง

คนชุดดำไม่ตอบสนองต่อคำวิงวอนเหล่านั้น ยิ่งร้องขอก็ยิ่งเดินเข้าไปใกล้จนเงาทับร่างของผู้ที่กำลังอ้อนวอน

สตรีนางนั้นพยายามดิ้นรนเมื่อคนชุดดำเข้ามาประชิดตัว นางใช้แรงเฮือกสุดท้ายที่มีผลักตัวเองหนีออกจากสถานการณ์นี้ แต่แรงที่เหลืออยู่น้อยนิดและอาการบาดเจ็บทำให้ไม่อาจสู้กับอีกฝ่ายได้

มือของคนชุดดำยื่นออกมาจับใบหน้าสวยที่เต็มไปด้วยริ้วรอยของบาดแผลและบังคับให้หงายขึ้น เมื่อพยายามจะขัดขืนแต่สายตาเย็นเยียบที่มองมาสะท้อนกับความมืดมิด ทำให้ทั่วทั้งร่างเหมือนถูกตรึงไว้กับที่ด้วยความกลัว ร่างกายสั่นเทิ้มจนแทบควบคุมไม่ได้

“อย่า… อย่าทำอะไรข้าเลย…” เสียงที่เปล่งออกมาแต่ละคำล้วนฟังไม่ออก ทั้งแหบพร่าและแผ่วเบาจนแทบขาดห้วง

แต่คนชุดดำกลับไร้ซึ่งความสนใจ หยิบขวดแก้วเล็ก ๆ ออกมา ด้านในบรรจุของเหลวสีดำข้นดูน่ากลัว ยาเหล่านั้นถูกกรอกลงไปในปากซึ่งถูกบีบบังคับให้อ้าปากออก

“อึก… ไม่” นางร้องเสียงหลงและพยายามเบือนหน้าหนี แต่ไม่มีทางไหนที่จะหลบเลี่ยงได้เลย

คนชุดดำใช้กำลังบังคับกรอกของเหลวนั้นเข้าปากนางจนหมดขวด มือที่ซีดขาวจับไปบนลำคอของตัวเองแน่น ทั้งสำลักและไอแรงจนแทบอาเจียน น้ำตาไหลพรากขณะที่รสขมปร่าของของเหลวนั้นกัดกร่อนภายใน

ความร้อนที่แล่นไปทั่วทำให้อวัยวะเหมือนถูกเผา นางดิ้นพล่านด้วยความเจ็บปวด เสียงร้องทรมานดังสะท้อนก้องอยู่ในห้องขัง แต่ไม่มีวี่แววว่าผู้ใดจะเข้ามาช่วยเหลือ

นางใช้แรงเฮือกสุดท้ายแตะไปที่ผ้าคลุมหน้าของคนในชุดดำ เพียงชั่วพริบตาก็จำได้ทันทีว่าเป็นใคร

“ที่แท้ก็เป็นเจ้า”

ไม่นานนักร่างที่ครั้งหนึ่งเคยงดงามก็ค่อย ๆ หยุดการเคลื่อนไหว ดวงตาเบิกโพลงจากความเจ็บปวดหยุดลงก่อนที่ดวงตาจะปิดสนิทอีกครั้ง

คนชุดดำก้มมองร่างที่แน่นิ่งอยู่เบื้องหน้า ไม่มีคำพูดใดหลุดออกจากปาก มีเพียงความเย็นชาที่สะท้อนจากแววตาซึ่งถูกซ่อนอยู่ใต้ผ้าคลุม

เมื่อเห็นว่าทุกอย่างเป็นไปอย่างที่ต้องการก็หมุนตัวเดินออกจากห้องขังไป ทิ้งสตรีผู้เคราะห์ร้ายให้นอนนิ่งไร้สติอยู่บนพื้นฟางแห้ง ๆ ในความมืดมิดนั้นเพียงลำพัง

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • ท่านแม่ทัพไยจึงชิงชังข้า   22

    บทสวดที่มู่หรูเหยาเคยเห็นบรรดานางเอกนั่งคัดเวลาถูกคนร้ายลงโทษคือสิ่งที่นางต้องนั่งท่องไปด้วย บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความเงียบสงบมีเพียงเสียงลมที่พัดผ่านเข้ามาเบา ๆ จากหน้าต่างไม้และเสียงนกร้องไกล ๆ กลิ่นธูปจาง ๆ ที่ลอยอยู่ในอากาศช่วยทำให้จิตใจสงบอย่างแท้จริงเสี่ยวชุ่ยนั่งอยู่ด้านข้างและสวดมนต์ไปพร้อมกับฮูหยินของนาง เมื่อลืมตาขึ้นข้างหนึ่งเห็นมู่หรูเหยายังคงนั่งอยู่อย่างสงบก็รู้สึกชื่นชมอดคิดไม่ได้ว่านายหญิงของนางช่างอดทนเก่ง นั่งอยู่นานขนาดนี้ก็ยังไม่บ่นสักคำ กระทั่งเมื่อเวลาผ่านไป แม้แต่ตัวนางที่ทนลำบากได้ก็เริ่มรู้สึกปวดขา ปวดหลัง จนต้องขยับตัวไปมาเพื่อบรรเทาอาการล้าเมื่อหันไปมองฮูหยินอีกครั้ง พบว่าคนที่ตนนับถือตอนนี้กำลังนั่งคอพับ ศีรษะเอนเล็กน้อยราวกับกำลังหลับฝันดีเสี่ยวชุ่ยส่ายหัวเบา ๆ ก่อนจะลงมือปลุกอีกฝ่าย “ฮูหยินเจ้าคะ ตื่นเถอะเจ้าค่ะ”มู่หรูเหยาสะดุ้งก่อนจะลืมตาขึ้นด้วยท่าทีงุนงง “ข้าหลับไปหรือ”“เจ้าค่ะ หลับสนิทเลยด้วยเจ้าค่ะ” เสี่ยวชุ่ยยิ้มเจื่อนมู่หรูเหยายกมือขึ้นนวดขมับก่อนจะพึมพำเบา ๆ “เมื่

  • ท่านแม่ทัพไยจึงชิงชังข้า   21

    “ฮูหยิน เรามาถูกทางหรือเจ้าคะ” สาวใช้ซึ่งเดินตามมาทีหลังอดถามไม่ได้ คนถูกถามกวาดตามองไปรอบ ๆ แม้ว่าที่นี่จะมีไฟจุดนำทางแต่กลับร้างเหมือนไร้ผู้คน “ข้าเคยได้ยินมาว่าวัดอวิ๋นซานแม้จะอยู่บนเขาแต่ก็มีชาวบ้านศรัทธาและขึ้นมาถือศีลกินเจอยู่ไม่ใช่น้อย แต่ที่นี่เงียบมากเกินไป หรือเราจะมาผิดที่เจ้าคะ” “โยมมาหาใครกันหรือ” สตรีทั้งสองแทบจะกรีดร้องเมื่อได้ยินเสียงลอยมาตามลม พอหันไปมองก็พบกับไต้ซือและศิษย์ตัวน้อยเดินมาด้วยกัน หญิงสาวถอนหายใจด้วยความโล่งอกที่ไม่ใช่ผี “ไต้ซือ ข้ามู่หรูเหยามาถือศีลบนเขาอวิ๋นซาน ทางจวนแม่ทัพจางคงแจ้งเรื่องมาแล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ” ไต้ซือยิ้มก่อนจะส่ายหน้า “เรามาผิดจริง ๆ ด้วยเจ้าค่ะ” เสี่ยวชุ่ยที่เห็นไต้ซือส่ายหน้าหันไปบอกฮูหยินของตน “จิตใจบริสุทธิ์อยู่ที่ใดก็บริสุทธิ์” คิ้วสวยขมวดเข้าหากัน ไม่ค่อยเข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ายอยากจะสื่อเท่าใดนัก หรือหมายจะถึงถือศีลวัดไหนก็ไม่ต่างกัน? “เช่นนั้นไต้ซือ ข้าถือศีลที่นี่ได้ใช่ไหมเจ้าคะ” ไต้ซือยิ้มและพยักหน้า “จะดีหรือเจ้าคะฮูหยิน” เสี่ยวชุ่ยจับแขนเ

  • ท่านแม่ทัพไยจึงชิงชังข้า   20

    หลังจากเดินทางอย่างทรมานมาหลายชั่วยาม ในที่สุดรถม้าก็หยุดลง มู่หรูเหยาถอนหายใจยาวเหมือนยกภูเขาออกจากอก ขณะที่นางและสาวใช้กำลังเตรียมตัวลงจากรถม้า ลมเย็นของภูเขาพัดผ่านเข้าหน้าจนรู้สึกขนลุก“พวกเจ้าสองคนเดินขึ้นเขาไปทางนี้ ใช้เวลาอีกสองชั่วยามก็คงถึง หากโชคดีพวกท่านอาจจะไปถึงได้ก่อนมืด แต่ถ้าไม่ถึงก็จุดไฟเสียไม่เช่นนั้นสัตว์ป่าคงได้มาคาบเอาไปกิน” จบคำพูดที่น่ากลัว คนขับรถม้าก็ฟาดแส้ใส่สะโพกม้าและรถม้าก็วิ่งออกไป ไม่สนสตรีทั้งสองซึ่งดูจะงุนงงกับสิ่งที่เพิ่งจะได้ยิน“เดี๋ยวก่อนสิ จะให้พวกข้าขนของทั้งหมดนี้ขึ้นเขากันสองคนหรือ!” เสี่ยวชุ่ยตะโกนไล่หลังจนอีกฝ่ายตอบกลับมา“คนที่จ้างข้ามาบอกว่าข้ามีหน้าที่แค่นี้ อีกเจ็ดวันข้าจะกลับมารับ” บอกแค่นั้นก็ตีแส้ใส่ม้าเร่งฝีเท้าออกไปไกลจนลับสายตาปล่อยให้สาวใช้ต่อว่าตามหลัง ไม่ต่างจากมู่หรูเหยาที่กำลังสาปแช่งสามีใจร้ายอยู่ในใจดวงตากลมมองไปยังทางเดินรกร้างซึ่งน่าจะทอดตัวยาวจนถึงยอดเขาอวิ๋นซานที่นางต้องไป แถมยังใช้เวลาเดินทางเกือบสองชั่วยาม‘นี่มันไม่มากเกินไปหน่อยหรือ!’เห็นหนท

  • ท่านแม่ทัพไยจึงชิงชังข้า   19

    ตลอดการเดินทาง ภายในรถม้าสั่นโคลงเคลงจนแทบจะเอาของที่อยู่ในท้องเมื่อเช้าออกมาจนหมด เสี่ยวชุ่ยที่เห็นนายหญิงหน้าซีดคลายมีอาการจะอาเจียนจึงยื่นถุงสมุนไพรให้สูดดม“โชคดีที่เมื่อเช้าพ่อบ้านหม่าเตือนข้าให้นำถุงสมุนไพรติดมาด้วย ฮูหยินสูดดมเสียหน่อยอาการจะได้ดีขึ้น”เมื่อได้รับถุงหอมที่ภายในบรรจุสมุนไพรมาสูดดม อาการวิงเวียนก็คล้ายจะดีขึ้น มู่หรูเหยาจึงเปิดม่านเพื่อทอดสายตาออกไปมองด้านนอกสายลมจากความเร็วของรถม้าที่วิ่งตีเข้ามาที่ใบหน้า ยามสายลมพัดผ่านผ้าโปร่งสีขาวก็จะพลิ้วไปตามลม เผยให้เห็นใบหน้าที่งดงามราวกับเทพธิดา หากแต่น่าเสียดายที่ไม่มีใครเคยค้นพบไข่มุกเม็ดงามเม็ดนี้ นอกเสียจากจวนตระกูลมู่และตระกูลจางเพราะความงามนี้ถูกกักตัวไว้ในเรือนหลังของตระกูลมู่ถึงสิบห้าปีเต็มป่ารกสองข้างทางที่ผ่านมาทำเอามู่หรูเหยาได้แต่ถามตนเองว่านางยังเป็นถึงฮูหยินเอกของแม่ทัพจริง ๆ น่ะหรือ ยิ่งคิดก็ยิ่งหงุดหงิดใจ พลันความคิดหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัว หรือบางทีอีกฝ่ายอาจหลอกนางมาที่นี่เพื่อสังหารทิ้งทั้งหมดอาจจะเป็นอุบายก็เป็นได้!จางเจิ้นอู่อาจจะจ้าง

  • ท่านแม่ทัพไยจึงชิงชังข้า   18

    วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในที่สุดก็ถึงวันที่จะต้องเดินทางไปเขาอวิ๋นซาน มู่หรูเหยาสวมอาภรณ์สีขาวทั้งตัว แต่กลับมิได้ลดทอนความงามของนางในมือของเสี่ยวชุ่ยมีห่อผ้าสำหรับเดินทาง เนื่องจากเส้นทางต้องเดินเท้า หีบไม้จึงไม่เหมาะที่จะนำติดตัวไป“ข้าได้ยินสาวใช้พูดกันว่าท่านแม่ทัพไปค้างที่เรือนของอนุหลินติดกันถึงสองคืน จากนั้นจึงออกไปลาดตระเวนชายแดนด้านนอกเจ้าค่ะ” เสี่ยวชุ่ยเอามือป้องปากกระซิบกับมู่หรูเหยา ขณะจัดห่อผ้าให้เข้าที่เข้าทางสาวใช้ของนางดูจะร้อนใจเรื่องนี้มาก ต่างจากมู่หรูเหยาที่ไม่คิดจะสนใจ ใครจะสนใจบุรุษที่มักมากอย่างเขากัน“ดีแล้วที่ไม่มาเรือนนี้” เหตุผลแรกเลยคือนางไม่ใช่ภรรยาตัวจริงของเขา มีแค่ร่างกายนี้ต่างหากที่ใช่ ยิ่งไปกว่านั้นการอยู่ใกล้จางเจิ้นอู่มันอันตรายกับชีวิตเกินไป ไม่รู้อีกฝ่ายจะหน้ามืดทำร้ายอะไรกันอีก อย่าอยู่ใกล้กันเป็นดีที่สุดขนาดวันนี้เป็นวันเดินทางไปสร้างกุศลของมู่หรูเหยาแท้ ๆ แต่เหมือนสวรรค์จะยังตัดใจจากนางไม่ได้ ไม่ยอมปล่อยให้ไปสู่ทางสงบง่าย ๆ ด้วย ก่อนออกเดินทางเพียงไม่นาน หญิงสาวยังต้องเผชิญกับการก่อกวนครั้งสุ

  • ท่านแม่ทัพไยจึงชิงชังข้า   17

    “เจ้าช่วยไปบอกท่านแม่ทัพว่าข้าเจ็บหนักเป็นเพราะว่าถูกเขาทรมานโดยไร้ซึ่งความผิด แม้แต่คำขอโทษก็ยังไม่มีให้ข้า” ที่หญิงสาวมั่นใจว่านางไม่ผิด ก็เพราะเขาไม่มีหลักฐานจึงต้องจับนางไปทรมานในคุกใต้ดินเพื่อเค้นความจริง หากจางเจิ้นอู่มีหลักฐาน... คงจัดการนางไปนานแล้ว “เป็นเช่นนั้นเองหรือ” มู่หรูเหยาสะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินเสียงสตรีที่ไม่คุ้นหู เสียงนั้นใกล้เสียจนนางตกใจที่มีคนเข้าใกล้โดยไม่รู้ตัว ” ไว้ข้าจะบอกให้ท่านแม่ทัพมาขอโทษเจ้าด้วยตัวเองดีหรือไม่” สตรีในอาภรณ์สีเขียวหม่นเดินมาหยุดอยู่หน้านาง นัยน์ตาล้ำลึกมองตรงมายังมู่หรูเหยา มีตัวละครที่ไม่รู้จักปรากฏออกมาอีกหรือ คิ้วเรียวยาวดั่งกิ่งหลิวขมวดเข้าหากัน ไม่แน่ใจว่าคนตรงหน้ามาดีหรือมาร้าย เป็นมิตรหรือเป็นศัตรูของเจ้าของร่างนี้กันแน่ หรือว่า... จะเป็นอนุอีกคนของจางเจิ้นอู่!? เห็นท่าทางคุณหนูดูสับสนเช่นนั้น เสี่ยวชุ่ยจึงรีบเข้ามาช่วย “คารวะแม่นางเหมยอิงเจ้าค่ะ” เสี่ยวชุ่ยย่อคำนับเสร็จก็หันไปกระซิบอธิบายให้นายหญิงของตนฟังเพื่อ

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status