مشاركة

6

last update تاريخ النشر: 2026-06-23 23:17:14

ร่างที่ดูเหมือนไร้วิญญาณกลับมีลมหายใจขึ้นมาอีกครา เสียงฝีเท้าหลายคู่ดังก้องอยู่ในโถงทางเดินของคุกใต้ดิน พร้อมกับแสงไฟจากคบเพลิงสีส้มที่เริ่มทำให้ห้องขังสว่างไสว

“ปลุกนางขึ้นมา” น้ำเสียงประกาศกร้าวราวกับสั่งการคนใต้บังคับบัญชา

แต่เรียกอย่างไรก็ไม่มีทีท่าว่าคนที่นอนบนพื้นฟางแห้ง ๆ จะตื่นขึ้นมา ทหารใต้บังคับบัญชาเองก็ไม่กล้าที่จะลงมือรุนแรง

แต่เมื่อเห็นสายตาเย็นเฉียบของท่านแม่ทัพปรายตามองมา ทหารผู้นั้นจึงจำต้องหยิบถังไม้ที่มีน้ำอยู่เต็มถังสาดไปยังฮูหยินของท่านแม่ทัพ

ความเย็นของน้ำเหมือนเรียกสติให้มู่หรูเหยาสะดุ้งตื่น รู้สึกว่าร่างกายของตนตอนนี้เปียกโชกไปทั่วทั้งร่าง ความเย็นยะเยือกแทรกซึมเข้าสู่เนื้อผ้าจนทะลุถึงผิวหนังจนทำให้ตัวสั่นอย่างห้ามไม่ได้

เปลือกตาปิดสนิทก็ค่อย ๆ เปิดขึ้น ภาพแรกที่เห็นยิ่งทำให้สมองรู้สึกมึนงง กลุ่มคนยืนล้อมรอบตัวทั้งหน้าตาและท่าทางราวกับกำลังจะหาเรื่องกัน

หนึ่งในนั้นถือถังน้ำค้างอยู่ในมือราวกับกำลังจะสาดมาอีกครั้ง มู่หรูเหยารีบยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาบังตัวเอง และร้องบอกให้อีกฝ่ายหยุด

“อย่า ๆ อย่าสาด”

เมื่อไม่รับรู้ถึงน้ำที่สาดลงมา มู่หรูเหยาก็ลดมือลงและเริ่มมองไปรอบ ๆ สายตาที่พร่าเบลอตอนแรกเริ่มมองเห็นได้ชัดขึ้น

คนที่ล้อมยืนล้อมอยู่รอบ ๆ มีรูปร่างที่สูงใหญ่และการแต่งตัวที่แปลกประหลาดดูผิดยุคสมัย พาให้นึกถึงตัวละครราวกับหลุดออกมาจากซีรีส์อย่างไรอย่างนั้น

มู่หรูเหยาอดบ่นว่าตัวเองไม่ได้ เพราะคิดว่านี่เป็นจิตสำนึกที่เธอคงจะดูซีรีส์มากไปจนเก็บเอามาฝัน แต่จู่ ๆ ภาพอุบัติเหตุในรถก็ผุดขึ้นมาในหัวพร้อมกับอาการเจ็บจี๊ด

“นายท่าน ฮูหยินฟื้นแล้วขอรับ” เสียงทุ้มของชายคนหนึ่งดังขึ้น พร้อมกับท่าทางของทุกคนในห้องที่ดูเปลี่ยนเป็นนอบน้อมอย่างกะทันหัน และหันกลับไปมองชายคนหนึ่งที่นั่งอยู่ด้านหลังพวกเขา

มู่หรูเหยาหันไปมองตามทางที่ทุกคนมอง ดวงตาของเธอเบิกกว้างเมื่อเห็นชายที่ดูมีอำนาจและน่าเกรงขามนั่งอยู่ตรงหน้า

ผู้ชายคนนั้นนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลักด้วยลวดลายที่ชวนขนลุก ยิ่งรวมกับบรรยากาศรอบตัวของเขาซึ่งปกคลุมไปด้วยความอึมครึมและเย็นยะเยือก ที่ตรงนั้นราวกับเป็นที่นั่งของมัจจุราชโดยพร้อมจะพรากลมหายใจเธอไปทุกเมื่อ

แววตาคมกริบราวกับมีดนั่นทำให้รู้สึกเหมือนเนื้อถูกเฉือนทันทีที่มองมา

แต่สิ่งที่ทำให้มัจจุราชตนนี้ดูน่ากลัวที่สุด คือดวงตาคู่นั้น... ดวงตาสีแดงฉานที่มู่หรูเหยาจำได้ดีว่ามันคือสายตาของคนที่เคยปรากฏขึ้นในฝันร้าย คนที่บีบคอเธอจนหายใจแทบไม่ออก

แต่เพียงชั่วครู่ที่กะพริบตา ดวงตาสีแดงก็แปรเปลี่ยนเป็นดำสนิทคล้ายมีก้นหลุมลึกซึ่งมองไม่เห็นอยู่ในดวงตาคู่นั้น

ดวงตาของมู่หรูเหยากะพริบถี่ขึ้นเพื่อทำแน่ชัดว่าไม่ได้ตาฝาด

หญิงสาวใจเต้นแรงเมื่อคิดว่าทั้งหมดนี่คือสิ่งที่ผีตัวนั้นทำ ตัวของเธอเกร็งไปทั่วร่าง เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในคืนนั้น

ไม่อยากจะเชื่อ… ว่าในโลกนี้จะมีผีอยู่จริง

มู่หรูเหยาขนหัวลุกพลางแอบพึมพำท่องบทสวดที่ซินแสให้ในใจและหวังว่าจะตื่นจากฝันร้ายนี้เสียที

“ข้าให้เจ้าตอบอีกครั้ง... หยกจันทราอยู่ที่ใด” น้ำเสียงที่เปล่งออกมาจากปากของผู้ชายคนนั้นทั้งต่ำและเย็นยะเยือกจนมู่หรูเหยาสะดุ้ง แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่รู้ว่าจะตอบเขาว่าอย่างไรดี

และสิ่งที่ชวนให้สงสัยมากที่สุดจนต้องขมวดคิ้วก็คือคำว่า หยกจันทรา

“...!?” อะไรคือหยกจันทรา

มู่หรูเหยาส่ายหัวไปมาเหมือนสมองยังคงมึนงงกับเหตุการณ์ก่อนหน้า พยายามคิดว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

แต่แล้วก็เริ่มจำได้ว่าก่อนหน้านี้เธออยู่บนรถบัสที่กำลังเดินทางไปเมืองโบราณ ไปหาเพื่อน ๆ ของเธอ ทว่าเหมือนจะเกิดอุบัติเหตุทำให้รถบัสเสียหลักพลิกคว่ำไถลลงไปข้างทาง

หรือว่าตอนนี้เธอนอนอยู่ในโรงพยาบาลถึงได้ฝันอะไรที่ดูเหมือนกับอยู่ซีรีส์แบบนี้

เอ๊ะ!

หรือว่า… โรงพยาบาลแถวนี้ต้องการทำตัวให้กลมกลืนกับวัฒนธรรมของเมืองนี้ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว

ยิ่งมองไปรอบ ๆ สถานที่ที่เธออยู่ตอนนี้ดูราวกับคุกใต้ดินในซีรีส์โบราณที่เคยดู ทั้งเหม็นและมีกลิ่นอับชื้น ดูไม่ค่อยสะอาดจนไม่เหมาะจะเป็นโรงพยาบาลเสียเท่าไร

แล้วที่นี่คือที่ไหนกัน?

มู่หรูเหยายังคงพยายามจับเรื่องราวทุกอย่างที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมานำมาปะติดปะต่อกัน ขณะกำลังคิด มือของคนผู้นั้นก็ตบลงบนโต๊ะแล้วพูดคุยกับเธออีกครั้ง

“เมื่อคืนเจ้าแอบลอบเข้าไปในห้องทำงานของข้า อย่าได้คิดจะปฏิเสธ เพราะข้าลากเจ้ามาจากที่นั่น” เสียงของเขาดังก้องภายในคุกที่เงียบงัน และคำพูดนั้นก็ทำให้ทุกสายตาจับจ้องมายังเธอ

มู่หรูเหยาซึ่งยังไม่รู้สถานการณ์ที่แน่ชัด จึงตัดสินใจไม่พูดอะไรออกไปให้เลวร้ายมากกว่าเดิม เพราะคิดว่าทุกอย่างจะจบลงด้วยการตื่นจากฝันร้ายนี้เหมือนครั้งก่อน

อาจจะตื่นขึ้นมาบนเตียงในห้องของเธอเองหรือไม่ก็คงเป็นที่โรงพยาบาล เพราะคิดอย่างนั้นมู่หรูเหยาจึงเลือกที่จะเงียบ

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ท่านแม่ทัพไยจึงชิงชังข้า   22

    บทสวดที่มู่หรูเหยาเคยเห็นบรรดานางเอกนั่งคัดเวลาถูกคนร้ายลงโทษคือสิ่งที่นางต้องนั่งท่องไปด้วย บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความเงียบสงบมีเพียงเสียงลมที่พัดผ่านเข้ามาเบา ๆ จากหน้าต่างไม้และเสียงนกร้องไกล ๆ กลิ่นธูปจาง ๆ ที่ลอยอยู่ในอากาศช่วยทำให้จิตใจสงบอย่างแท้จริงเสี่ยวชุ่ยนั่งอยู่ด้านข้างและสวดมนต์ไปพร้อมกับฮูหยินของนาง เมื่อลืมตาขึ้นข้างหนึ่งเห็นมู่หรูเหยายังคงนั่งอยู่อย่างสงบก็รู้สึกชื่นชมอดคิดไม่ได้ว่านายหญิงของนางช่างอดทนเก่ง นั่งอยู่นานขนาดนี้ก็ยังไม่บ่นสักคำ กระทั่งเมื่อเวลาผ่านไป แม้แต่ตัวนางที่ทนลำบากได้ก็เริ่มรู้สึกปวดขา ปวดหลัง จนต้องขยับตัวไปมาเพื่อบรรเทาอาการล้าเมื่อหันไปมองฮูหยินอีกครั้ง พบว่าคนที่ตนนับถือตอนนี้กำลังนั่งคอพับ ศีรษะเอนเล็กน้อยราวกับกำลังหลับฝันดีเสี่ยวชุ่ยส่ายหัวเบา ๆ ก่อนจะลงมือปลุกอีกฝ่าย “ฮูหยินเจ้าคะ ตื่นเถอะเจ้าค่ะ”มู่หรูเหยาสะดุ้งก่อนจะลืมตาขึ้นด้วยท่าทีงุนงง “ข้าหลับไปหรือ”“เจ้าค่ะ หลับสนิทเลยด้วยเจ้าค่ะ” เสี่ยวชุ่ยยิ้มเจื่อนมู่หรูเหยายกมือขึ้นนวดขมับก่อนจะพึมพำเบา ๆ “เมื่

  • ท่านแม่ทัพไยจึงชิงชังข้า   21

    “ฮูหยิน เรามาถูกทางหรือเจ้าคะ” สาวใช้ซึ่งเดินตามมาทีหลังอดถามไม่ได้ คนถูกถามกวาดตามองไปรอบ ๆ แม้ว่าที่นี่จะมีไฟจุดนำทางแต่กลับร้างเหมือนไร้ผู้คน “ข้าเคยได้ยินมาว่าวัดอวิ๋นซานแม้จะอยู่บนเขาแต่ก็มีชาวบ้านศรัทธาและขึ้นมาถือศีลกินเจอยู่ไม่ใช่น้อย แต่ที่นี่เงียบมากเกินไป หรือเราจะมาผิดที่เจ้าคะ” “โยมมาหาใครกันหรือ” สตรีทั้งสองแทบจะกรีดร้องเมื่อได้ยินเสียงลอยมาตามลม พอหันไปมองก็พบกับไต้ซือและศิษย์ตัวน้อยเดินมาด้วยกัน หญิงสาวถอนหายใจด้วยความโล่งอกที่ไม่ใช่ผี “ไต้ซือ ข้ามู่หรูเหยามาถือศีลบนเขาอวิ๋นซาน ทางจวนแม่ทัพจางคงแจ้งเรื่องมาแล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ” ไต้ซือยิ้มก่อนจะส่ายหน้า “เรามาผิดจริง ๆ ด้วยเจ้าค่ะ” เสี่ยวชุ่ยที่เห็นไต้ซือส่ายหน้าหันไปบอกฮูหยินของตน “จิตใจบริสุทธิ์อยู่ที่ใดก็บริสุทธิ์” คิ้วสวยขมวดเข้าหากัน ไม่ค่อยเข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ายอยากจะสื่อเท่าใดนัก หรือหมายจะถึงถือศีลวัดไหนก็ไม่ต่างกัน? “เช่นนั้นไต้ซือ ข้าถือศีลที่นี่ได้ใช่ไหมเจ้าคะ” ไต้ซือยิ้มและพยักหน้า “จะดีหรือเจ้าคะฮูหยิน” เสี่ยวชุ่ยจับแขนเ

  • ท่านแม่ทัพไยจึงชิงชังข้า   20

    หลังจากเดินทางอย่างทรมานมาหลายชั่วยาม ในที่สุดรถม้าก็หยุดลง มู่หรูเหยาถอนหายใจยาวเหมือนยกภูเขาออกจากอก ขณะที่นางและสาวใช้กำลังเตรียมตัวลงจากรถม้า ลมเย็นของภูเขาพัดผ่านเข้าหน้าจนรู้สึกขนลุก“พวกเจ้าสองคนเดินขึ้นเขาไปทางนี้ ใช้เวลาอีกสองชั่วยามก็คงถึง หากโชคดีพวกท่านอาจจะไปถึงได้ก่อนมืด แต่ถ้าไม่ถึงก็จุดไฟเสียไม่เช่นนั้นสัตว์ป่าคงได้มาคาบเอาไปกิน” จบคำพูดที่น่ากลัว คนขับรถม้าก็ฟาดแส้ใส่สะโพกม้าและรถม้าก็วิ่งออกไป ไม่สนสตรีทั้งสองซึ่งดูจะงุนงงกับสิ่งที่เพิ่งจะได้ยิน“เดี๋ยวก่อนสิ จะให้พวกข้าขนของทั้งหมดนี้ขึ้นเขากันสองคนหรือ!” เสี่ยวชุ่ยตะโกนไล่หลังจนอีกฝ่ายตอบกลับมา“คนที่จ้างข้ามาบอกว่าข้ามีหน้าที่แค่นี้ อีกเจ็ดวันข้าจะกลับมารับ” บอกแค่นั้นก็ตีแส้ใส่ม้าเร่งฝีเท้าออกไปไกลจนลับสายตาปล่อยให้สาวใช้ต่อว่าตามหลัง ไม่ต่างจากมู่หรูเหยาที่กำลังสาปแช่งสามีใจร้ายอยู่ในใจดวงตากลมมองไปยังทางเดินรกร้างซึ่งน่าจะทอดตัวยาวจนถึงยอดเขาอวิ๋นซานที่นางต้องไป แถมยังใช้เวลาเดินทางเกือบสองชั่วยาม‘นี่มันไม่มากเกินไปหน่อยหรือ!’เห็นหนท

  • ท่านแม่ทัพไยจึงชิงชังข้า   19

    ตลอดการเดินทาง ภายในรถม้าสั่นโคลงเคลงจนแทบจะเอาของที่อยู่ในท้องเมื่อเช้าออกมาจนหมด เสี่ยวชุ่ยที่เห็นนายหญิงหน้าซีดคลายมีอาการจะอาเจียนจึงยื่นถุงสมุนไพรให้สูดดม“โชคดีที่เมื่อเช้าพ่อบ้านหม่าเตือนข้าให้นำถุงสมุนไพรติดมาด้วย ฮูหยินสูดดมเสียหน่อยอาการจะได้ดีขึ้น”เมื่อได้รับถุงหอมที่ภายในบรรจุสมุนไพรมาสูดดม อาการวิงเวียนก็คล้ายจะดีขึ้น มู่หรูเหยาจึงเปิดม่านเพื่อทอดสายตาออกไปมองด้านนอกสายลมจากความเร็วของรถม้าที่วิ่งตีเข้ามาที่ใบหน้า ยามสายลมพัดผ่านผ้าโปร่งสีขาวก็จะพลิ้วไปตามลม เผยให้เห็นใบหน้าที่งดงามราวกับเทพธิดา หากแต่น่าเสียดายที่ไม่มีใครเคยค้นพบไข่มุกเม็ดงามเม็ดนี้ นอกเสียจากจวนตระกูลมู่และตระกูลจางเพราะความงามนี้ถูกกักตัวไว้ในเรือนหลังของตระกูลมู่ถึงสิบห้าปีเต็มป่ารกสองข้างทางที่ผ่านมาทำเอามู่หรูเหยาได้แต่ถามตนเองว่านางยังเป็นถึงฮูหยินเอกของแม่ทัพจริง ๆ น่ะหรือ ยิ่งคิดก็ยิ่งหงุดหงิดใจ พลันความคิดหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัว หรือบางทีอีกฝ่ายอาจหลอกนางมาที่นี่เพื่อสังหารทิ้งทั้งหมดอาจจะเป็นอุบายก็เป็นได้!จางเจิ้นอู่อาจจะจ้าง

  • ท่านแม่ทัพไยจึงชิงชังข้า   18

    วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในที่สุดก็ถึงวันที่จะต้องเดินทางไปเขาอวิ๋นซาน มู่หรูเหยาสวมอาภรณ์สีขาวทั้งตัว แต่กลับมิได้ลดทอนความงามของนางในมือของเสี่ยวชุ่ยมีห่อผ้าสำหรับเดินทาง เนื่องจากเส้นทางต้องเดินเท้า หีบไม้จึงไม่เหมาะที่จะนำติดตัวไป“ข้าได้ยินสาวใช้พูดกันว่าท่านแม่ทัพไปค้างที่เรือนของอนุหลินติดกันถึงสองคืน จากนั้นจึงออกไปลาดตระเวนชายแดนด้านนอกเจ้าค่ะ” เสี่ยวชุ่ยเอามือป้องปากกระซิบกับมู่หรูเหยา ขณะจัดห่อผ้าให้เข้าที่เข้าทางสาวใช้ของนางดูจะร้อนใจเรื่องนี้มาก ต่างจากมู่หรูเหยาที่ไม่คิดจะสนใจ ใครจะสนใจบุรุษที่มักมากอย่างเขากัน“ดีแล้วที่ไม่มาเรือนนี้” เหตุผลแรกเลยคือนางไม่ใช่ภรรยาตัวจริงของเขา มีแค่ร่างกายนี้ต่างหากที่ใช่ ยิ่งไปกว่านั้นการอยู่ใกล้จางเจิ้นอู่มันอันตรายกับชีวิตเกินไป ไม่รู้อีกฝ่ายจะหน้ามืดทำร้ายอะไรกันอีก อย่าอยู่ใกล้กันเป็นดีที่สุดขนาดวันนี้เป็นวันเดินทางไปสร้างกุศลของมู่หรูเหยาแท้ ๆ แต่เหมือนสวรรค์จะยังตัดใจจากนางไม่ได้ ไม่ยอมปล่อยให้ไปสู่ทางสงบง่าย ๆ ด้วย ก่อนออกเดินทางเพียงไม่นาน หญิงสาวยังต้องเผชิญกับการก่อกวนครั้งสุ

  • ท่านแม่ทัพไยจึงชิงชังข้า   17

    “เจ้าช่วยไปบอกท่านแม่ทัพว่าข้าเจ็บหนักเป็นเพราะว่าถูกเขาทรมานโดยไร้ซึ่งความผิด แม้แต่คำขอโทษก็ยังไม่มีให้ข้า” ที่หญิงสาวมั่นใจว่านางไม่ผิด ก็เพราะเขาไม่มีหลักฐานจึงต้องจับนางไปทรมานในคุกใต้ดินเพื่อเค้นความจริง หากจางเจิ้นอู่มีหลักฐาน... คงจัดการนางไปนานแล้ว “เป็นเช่นนั้นเองหรือ” มู่หรูเหยาสะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินเสียงสตรีที่ไม่คุ้นหู เสียงนั้นใกล้เสียจนนางตกใจที่มีคนเข้าใกล้โดยไม่รู้ตัว ” ไว้ข้าจะบอกให้ท่านแม่ทัพมาขอโทษเจ้าด้วยตัวเองดีหรือไม่” สตรีในอาภรณ์สีเขียวหม่นเดินมาหยุดอยู่หน้านาง นัยน์ตาล้ำลึกมองตรงมายังมู่หรูเหยา มีตัวละครที่ไม่รู้จักปรากฏออกมาอีกหรือ คิ้วเรียวยาวดั่งกิ่งหลิวขมวดเข้าหากัน ไม่แน่ใจว่าคนตรงหน้ามาดีหรือมาร้าย เป็นมิตรหรือเป็นศัตรูของเจ้าของร่างนี้กันแน่ หรือว่า... จะเป็นอนุอีกคนของจางเจิ้นอู่!? เห็นท่าทางคุณหนูดูสับสนเช่นนั้น เสี่ยวชุ่ยจึงรีบเข้ามาช่วย “คารวะแม่นางเหมยอิงเจ้าค่ะ” เสี่ยวชุ่ยย่อคำนับเสร็จก็หันไปกระซิบอธิบายให้นายหญิงของตนฟังเพื่อ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status