分享

4

last update publish date: 2026-06-23 23:15:43

ถ้าลาออกจากงาน… แล้วจะเอาเงินที่ไหนจ่ายค่าเช่าห้องกัน

ใจหนึ่งก็อยากจะโทร.กลับไปหาหัวหน้าเพื่อขอโทษและบอกว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด แต่อีกใจก็อยากจะโทร.กลับไปด่าเพิ่มสักหน่อยเพราะเธอต้องออกจากงานเพราะหัวหน้าเฮงซวยนั่น

“โอ๊ย... ช่วงนี้มันอะไรกันเนี่ย” เธอบ่นพร้อมกับเอาโทรศัพท์เคาะหัวตัวเอง

“ทำไมถึงได้วู่วามแบบนี้นะ” ระหว่างที่กำลังสองจิตสองใจและโทษตัวเองอยู่นั้น เสียงโทรศัพท์ในมือก็ดังขึ้นอีกครั้ง มู่หรูเหยารีบยกหน้าจอขึ้นมาดู เพราะคิดว่าเป็นหัวหน้าที่โทร.กลับมา แต่ดันเป็น อันเจิน ต่างหาก

“ฮัลโหล” น้ำเสียงของเธอทำให้อีกฝ่ายรับรู้ได้ทันทีว่ากำลังมีปัญหา

[หรูเหยา พรุ่งนี้ไปเที่ยวเมืองโบราณด้วยกันไหม ได้ข่าวว่าที่นั่นดังมากเลยนะ] เสียงของเพื่อนฟังดูตื่นเต้นจนเธออยากจะทิ้งทุกอย่างแล้วไปด้วย แต่ชีวิตก็เหนื่อยเกินกว่าจะขยับตัวทำอะไร

“ไม่ไปดีกว่า” เธอยังไม่คิดจะเล่าอะไรให้เพื่อนรักฟังทั้งนั้นด้วยไม่อยากรบกวน แต่ยังไม่ทันจะวางสายก็มีใครบางคนมาแตะเบา ๆ ที่ไหล่

มู่หรูเหยาสะดุ้งเฮือก หันไปเห็นซินแสที่ยังไม่ออกจากห้อง อีกฝ่ายยิ้มให้เธอและพูดเบา ๆ “ไปเถอะ... ไปที่นั่น บางทีมันจะช่วยแก้ไขดวงชะตาเธอได้”

ดวงตากลมมองหน้าซินแสอย่างไม่เข้าใจ แต่เมื่อเห็นสายตาของอีกฝ่ายที่เหลือบมองไปรอบห้อง มู่หรูเหยาก็เข้าใจทันทีว่าเธอควรจะไปให้ห่างจากห้องนี้สักพัก

“นี่แปลว่าห้องฉันยังมีผีอยู่เหรอ” ถามออกไปแต่ก็ไม่ได้รับคำตอบ

[หมายถึงอะไรน่ะ เธอคุยกับใครอยู่เหรอ...]

“โอเค ๆ ฉันไปด้วย” มู่หรูเหยารีบตอบรับคำชวนของอันเจินทันที โดยไม่สนใจที่จะตอบคำถามของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย

“เอาไว้ค่อยคุยกันนะ” เธอกดวางสายเพื่อจะส่งซินแสกลับบ้านเมื่อทำพิธีแล้ว

เมื่อทั้งห้องกลับมาเหลือแค่เธอยืนอยู่คนเดียวกลางห้อง ความวังเวงทำให้ต้องมองไปรอบ ๆ อย่างหวาดระแวง

“ปีนี้มันปีอะไรกันแน่ มีแต่เรื่องไม่หยุดเลย เฮ้อ!”

 

มู่หรูเหยาเอนตัวพิงเบาะอย่างผ่อนคลายขณะที่กำลังนั่งรถเดินทางไปยังเมืองโบราณ ซึ่งอันเจินบอกให้ไปเจอกันที่นั่น

รถที่นั่งมาเป็นเพียงรถบัสธรรมดา ๆ แต่ดูปลอดภัย แถมอากาศในตอนนี้ค่อนข้างเย็นสบายและสดชื่น อาจเพราะอยู่ไกลจากตัวเมืองออกมาพอสมควร

บรรยากาศดี ๆ ทำให้ไม่อยากนึกถึงเรื่องวุ่นวายก่อนหน้า ถึงอย่างไรก็ไม่สามารถกลับไปแก้ไขอะไรได้ ตอนนี้ควรจะเที่ยวให้สนุกเต็มที่ดีกว่า

จะได้มีแรงกลับไปเผชิญหน้ากับปัญหาที่รออยู่ มู่หรูเหยาปลอบใจตัวเองแล้วหันไปให้ความสนใจวิวข้างทาง

ไม่รู้ว่า… เพื่อนทั้งสามคนเป็นอย่างไรบ้าง จะมีชีวิตที่น่าบัดซบเหมือนเธอไหม

ขณะเดียวกันสายตาเหลือบไปเห็นผู้ชายคนหนึ่งในชุดจีนโบราณนั่งอยู่เบาะด้านหลัง คิ้วสวยขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัยแต่พยายามทำเป็นไม่สนใจ เพราะไม่เกี่ยวอะไรกับเธออยู่แล้ว

บางทีคงเป็นนักท่องเที่ยวที่แต่งตัวมาเพื่อถ่ายรูปกับเมืองโบราณ มู่หรูเหยาเองยังอยากจะลองแต่งบ้าง ติดที่คิดว่าตนเองหน้าจืดเกินไป ใส่ออกมาคงตลกพิลึก

เมื่อใกล้ถึงสถานีปลายทาง รถบัสก็เริ่มมีผู้โดยสารน้อยลงจนเกือบจะว่างเปล่า มู่หรูเหยาเหลือบมองโทรศัพท์ในมือ เพื่ออ่านข้อความจากเพื่อนสนิทที่เด้งเข้ามารัว ๆ

‘ใกล้ถึงหรือยัง’

‘มาถึงแล้วบอกด้วยนะ’

‘รอเจอแทบไม่ไหวแล้ว’

รอยยิ้มบาง ๆ เกิดขึ้นเมื่อนึกถึงมิตรภาพเมื่อครั้งเก่า จนอยากจะรีบไปเจอเพื่อนทั้งสามคนที่สนิทสนมกันมาตั้งแต่สมัยเรียน

ไม่ว่าจะมีเรื่องยากลำบากเกิดขึ้นมากแค่ไหนก็ยังมีเพื่อนกลุ่มนี้อยู่เคียงข้างเสมอ ถึงแม้หลายครั้งจะรู้สึกว่าโชคชะตาช่างใจร้ายที่ทำให้เกิดมาโดยไม่มีอะไรโดดเด่น หน้าตาก็ปานกลาง ฐานะก็ไม่ได้ร่ำรวย อาศัยการเลี้ยงดูจากยายก่อนที่ท่านจะสิ้นไปตอนเธออายุได้เพียงสิบห้าปี โชคดีที่มีคือการมีทั้งสามคนในชีวิต

สายตาของมู่หรูเหยาหันกลับไปมองวิวข้างทางอีกครั้ง มือก็เผลอหมุนแหวนบนนิ้วเรียวของตัวเองซึ่งได้มาพร้อมกับเพื่อน ๆ ตอนไปไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่วัด ดวงตากลมก้มมองด้วยรู้สึกว่าสัมผัสที่ได้จากแหวนมันต่างไปจากปกติ

กึก…

มีบางอย่างติดขัดจนแหวนไม่สามารถหมุนต่อได้ เป็นจังหวะเดียวกับที่คนขับตะโกนโวยวายเสียงดัง มู่หรูเหยาเงยหน้าขึ้นมองต้นเสียง สิ่งที่เกิดขึ้นทำเอาหัวใจหล่นวูบเมื่อรถบัสเสียหลักหักออกข้างทาง รถสั่นสะเทือนจนต้องใช้สองมือจับเบาะหน้าเอาไว้เพื่อยึดไม่ให้ตกเก้าอี้

แต่ก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้ เมื่อทุกอย่างเริ่มเลวร้ายขึ้นกว่าเดิม ผ้าเบรกไหม้ส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วทั้งคัน รถบัสพลิกคว่ำไถลไปทางซ้ายออกนอกถนน เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในชั่วพริบตา

เสียงของผู้คนกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวผสานกับเสียงกระจกแตก มู่หรูเหยารู้สึกถึงแรงกระแทกที่ฉุดเธอให้ล้มลงไปบนพื้นรถ

ร่างทั้งร่างเจ็บจนชาแทบจะไร้ความรู้สึก ความเจ็บปวดแล่นไปทั่วโดยเฉพาะศีรษะ ของเหลวสีแดงไหลลงมาจากหน้าผากจนปิดบังลูกตา สร้างความสงสัยและทำให้มู่หรูเหยาต้องยกมือขึ้นไปแตะดู ดวงตากลมเบิกกว้างด้วยความตกใจ

มันคือเลือด!

在 APP 繼續免費閱讀本書
掃碼下載 APP

最新章節

  • ท่านแม่ทัพไยจึงชิงชังข้า   76 จบ

    “ข้าเชื่อว่ายังมีพวกเขาหลงเหลืออยู่ เพียงแต่ต่างก็หนีตายแยกย้ายไปอยู่คนละทิศเหมือนกับข้าและแม่เจ้า ไม่มีใครกล้าเปิดเผยตนเอง เพราะเกรงกลัวจะเกิดอันตรายจากภัยในอดีต”“เราไม่สามารถช่วยพวกเขาได้เลยหรือ” มู่หรูเหยานึกเป็นห่วงคนอื่น ๆ ในเผ่าจันทรา อาจมีใครถูกทำร้ายดังเช่นนางอยู่ก็เป็นได้จางเจิ้นอู่ยกยิ้มบาง ๆ เขามองภรรยาของตนด้วยแววตารักใคร่“หากวันหนึ่งข้ามีอำนาจมากพอ ข้าจะนำพวกเขากลับมา ให้พวกเขาได้ใช้ชีวิตโดยไม่ต้องหวาดกลัวอีกต่อไป”“เช่นนั้นแล้ว ข้าจะอยู่เคียงข้างท่านไปจนกว่าวันนั้นจะมาถึง”มู่หรูเหยาตอบโดยไม่ลังเล รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของบุรุษหนุ่ม นางคือสตรีที่เขาเลือก และจะไม่มีวันปล่อยมือจากกันไปทั้งสองมองตากันอย่างหวานซึ้ง แต่เป็นนางที่รีบผลักสามีออกด้วยนึกเรื่องบางอย่างขึ้นมาได้“จริงสิ! ข้าลืมไปเลย วันก่อนข้าได้ลองทำบางอย่างเกี่ยวกับเลือดของข้า”จางเจิ้นอู่หันมองภรรยาด้วยสายตาไม่พอใจทันที ก่อนจะกล่าวเสียงดุ “ข้าบอกเจ้าแล้วมิใช่หรือ ว่าไม่ให้ทำเช่นนี้!”“ข้าจะบอกว่ามันมิใช่เพราะเลือดของข้า แต่เป็นเ

  • ท่านแม่ทัพไยจึงชิงชังข้า   75

    จางเจิ้นอู่ถอนริมฝีปากออกช้า ๆ พร้อมกับจ้องมองดวงหน้าของหญิงสาวที่แดงซ่านขึ้นกว่าเดิม เขาดึงภรรยาของตนเข้ามาในอ้อมแขนก่อนจะกระซิบข้างหูเบา ๆ“จากนี้ไปเจ้าจะเป็นภรรยาของข้า เป็นฮูหยินแห่งจวนแม่ทัพ”ขนตายาวของนางกะพริบขึ้นลงก่อนที่มุมปากจะคลี่ยิ้มจาง แล้วร้องขึ้นด้วยความตกใจเมื่อถูกสามีครึ่งวันอุ้มจนตัวลอยเหนือพื้น พลางเดินไปที่เตียงที่ตกแต่งด้วยผ้ามงคลมู่หรูเหยาหน้าแดงซ่านเมื่อแผ่นหลังสัมผัสกับผ้าไหมนุ่ม ยามลมหายใจของบุรุษหนุ่มเข้ามาใกล้ก็เขินอายจนต้องเอียงหน้าหนี แต่เขากลับไม่ลดละ ยังตักตวงชิมความหวานจากนางอย่างไม่รู้จักเบื่อแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยร่องรอยบาดแผลจากการทำศึก บัดนี้กลับมีร่องรอยบาดแผลอย่างอื่นเพิ่มขึ้นมา เป็นรอยข่วนเล็ก ๆ ตามแผ่นหลังจากฝีมือผู้เป็นภรรยามู่หรูเหยาส่ายหน้าไปมาคล้ายทรมาน ดวงหน้างดงามนัยน์ตาสวยมีน้ำตาเอ่อคลอจนจางเจิ้นอู่ต้องจูบซับปลอบประโลมอย่างแผ่วเบา พร่ำบอกคำหวานและหลอกล่อให้นางลุ่มหลงมัวเมาแสงจันทร์ที่สอดส่องเข้ามาผ่านม่านหน้าต่างในห้องหอ ราวกับเป็นการแสดงความยินดีให้กับความรักของพวกเขาทั้งสองคน

  • ท่านแม่ทัพไยจึงชิงชังข้า   74

    เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถามเรื่องที่สงสัย “หากที่เจ้าพูดเป็นความจริง แล้วมู่หรูเหยาคนก่อนอยู่ที่ไหน?”“ข้าไม่รู้... นางอาจสิ้นใจเพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหว ดูจากการที่ถูกทรมานในจวนตระกูลมู่ คงมิอาจคิดเป็นอื่นได้ หรือบางที... นางอาจไปอยู่แทนที่ข้าในอีกภพ หรืออาจจะจากไปด้วยความสมัครใจเอง ข้าไม่รู้อะไรเลย”จางเจิ้นอู่ดึงร่างนางเข้ามากอด มือแกร่งลูบไล้แผ่นหลังอย่างปลอบประโลม มู่หรูเหยาตกตะลึงไปชั่วขณะ ร่างกายแข็งทื่ออยู่ในอ้อมกอดอันอบอุ่น“ข้าถูกบังคับให้แต่งงาน นางเองก็เช่นกัน... นางเองก็ขึ้นเกี้ยวมาเพียงลำพังและเข้าไปอยู่ในจวนพร้อมสาวใช้โดยที่ข้าไม่ได้สนใจ นางพยายามเอาอกเอาใจทำน้ำแกงมาให้ข้า แต่ข้าไม่เคยกินเพราะนางเป็นคนของตระกูลมู่…” เขาหัวเราะเยาะตนเองแผ่วเบาก่อนจะเอ่ยต่อ“เพราะเมื่อเห็นนางก็คิดถึงพี่น้องในเผ่าจันทราที่ถูกกวาดล้าง คิดว่านางคือลูกหลานของศัตรูที่ทำให้คนของข้าต้องตาย ทว่า... นางเองก็มิได้มีชีวิตที่ดีไปกว่าข้าเลย”“เช่นนั้น... เราก็ควรเอาภาพของนางไปไว้เคียงข้างบิดามารดาของนาง ท่านคิดว่าอย่างไร” นางกล่าวเสียงแผ่ว คล้ายเป็นควา

  • ท่านแม่ทัพไยจึงชิงชังข้า   73

    หลักฐานมากมายที่ถูกค้นพบแสดงให้เห็นถึงแผนการของตระกูลมู่ที่สมคบคิดกับองค์ชายสาม เรื่องราวทั้งหมดสร้างความปั่นป่วนในราชสำนักทั้งตัวองค์ชายสามและพระชายาถูกฎีการ้องเรียนเข้ามามากมาย ส่งผลให้คดีเก่า ๆ ถูกรื้อขึ้นมา แม้แต่ฮ่องเต้เองก็มิอาจเพิกเฉยทว่ายิ่งสืบสวน... ยิ่งพบเรื่องอันน่าตกใจแม้แต่มู่หรูเหยาเองซึ่งเป็นบุตรีของตระกูลมู่ก็เกือบจะถูกสอบสวนไปด้วย จางเจิ้นอู่จึงยื่นเรื่องขอพิจารณาคดี พร้อมนำหลักฐานเกี่ยวกับมารดาของนางออกมาแสดงต่อหน้าผู้มีอำนาจสตรีผู้นี้ไร้ความผิด แต่กลับถูกอดีตเจ้ากรมพิธีการลักพาตัวไปเพื่อกระทำการกรีดเลือดมาสังเวย นางถูกทรมานจนสิ้นใจและถูกฝังราวกับคนไร้ญาติด้วยความเลวร้ายของตระกูลมู่ที่ถูกเปิดโปง ส่งผลให้มู่หรูเหยาถูกถอดออกจากเครือญาติของคนชั่วทั้งหลายนางไม่เพียงพ้นจากการสอบสวนแต่ยังมีโอกาสได้พาร่างของมารดากลับมาฝังในที่ที่ควรอยู่“ในเมื่อท่านแม่เคยเป็นคนรักของท่านพ่อของท่าน เช่นนั้นแล้ว... ข้าก็อยากให้นางได้มาอยู่ข้างกายของคนที่นางรักอีกครั้ง” คำพูดของหญิงสาวเรียบง่าย หากแต่เต็มไปด้วยควา

  • ท่านแม่ทัพไยจึงชิงชังข้า   72

    มู่หรูเหยาพยักหน้ารับคำของบุรุษหนุ่ม แม้จะตกลงกันแล้วว่าจะเริ่มต้นใหม่ แต่ภายในใจของนางยังคงมีบางสิ่งที่มิอาจเปิดเผยออกไปความลับที่นางยังมิได้บอกเขา...มู่หรูเหยานิ่งไปชั่วขณะ ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงสงสัย“เช่นนี้แล้วข้าจะเป็นอมตะหรือไม่ ในเมื่อท่านกรีดเลือดหยดลงบนหยกจันทราช่วยข้า”จางเจิ้นอู่หัวเราะเบา ๆ น้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยความอ่อนโยน แตกต่างจากบุรุษผู้เย็นชาเมื่อแรกพบโดยสิ้นเชิง“เป็นเพียงเรื่องเล่าขานต่อกันมา เพราะความโลภและความกระหาย พวกคนเลวจึงปั้นแต่งเรื่องราวขึ้นเพื่อทำลายเผ่าจันทรา หวังยึดครองพลังของพวกเรา” ดวงตาคมทอดมองสตรีตรงหน้าก่อนจะกล่าวต่อ“...แต่แท้จริงแล้วหยกจันทราเป็นเพียงของวิเศษที่ตกทอดมาตั้งแต่บรรพบุรุษ เรื่องราวที่เล่ากันต่อ ๆ มาจึงบิดเบือนไปบ้าง ของชิ้นนั้นไม่ได้ช่วยให้เป็นอมตะอย่างที่หลายคนเข้าใจ แม้แต่เซียนเองยังต้องบำเพ็ญเพียร แล้วเรื่องง่ายดายเช่นนี้จะมีได้อย่างไร” นึกแล้วก็ช่างน่าขันนักกับความโลภของมนุษย์ คิดอยากเป็นอมตะแต่ทำชั่วมาทั้งชีวิต มีแต่ปรโลกเท่านั้นที่สมควรไป“แล้

  • ท่านแม่ทัพไยจึงชิงชังข้า   71

    “ครั้งหนึ่ง... เผ่าจันทรา เคยเป็นเผ่าที่รุ่งเรือง ผู้คนของเผ่าต่างเกิดมาพร้อมกับสายเลือดพิเศษ ว่ากันว่าผู้ที่มีสายเลือดนี้สามารถปลุกพลังของหยกจันทราได้”“ว่ากันว่าหยกจันทราเป็นของวิเศษที่สามารถมอบพลังอันล้ำค่าให้แก่ผู้ครอบครอง มิใช่เพียงแค่ชะลอวัย แต่สามารถมอบความเป็นอมตะได้...”“เพราะข่าวลือเหล่านั้น... ทำให้ขุนนางในเมืองหลวงหวาดกลัวและโลภมาก คนที่เป็นผู้นำครั้งนี้ก็คือมู่หลงเทียน มันจึงยุยงให้ราชสำนักกวาดล้างเผ่าจันทรา”“...แม่ของท่านก็เป็นหนึ่งในนั้น”มู่หรูเหยากำมือแน่น นางรู้เรื่องราวของมารดาเพียงเล็กน้อย แต่เมื่อได้ยินคำพูดของเหมยอิงทุกอย่างก็เริ่มปะติดปะต่อกัน“นาง... เป็นภรรยาของอดีตแม่ทัพจาง!?”เหมยอิงพยักหน้า “เรื่องนี้พวกข้าก็เพิ่งรู้ก่อนท่านไม่นาน””ข้าเคยได้ยินว่าแต่ก่อนมารดาของท่านครองรักอยู่กับอดีตแม่ทัพจาง แต่ครั้นเมื่อออกศึกใหญ่เมื่อกลับมาถึงจวนกลับพบว่านางหายไป ตอนนั้นไม่มีใครรู้ว่าตระกูลมู่จะกล้าท้าทายอำนาจท่านแม่ทัพมาลักพาตัวคนถึงจวน”เหมยอิงกล่าว “ตามที่ท่านแม่ทัพสืบมา พวกมันจับตัวมารดาของท่

更多章節
探索並免費閱讀 優質小說
GoodNovel APP 免費暢讀海量優秀小說,下載喜歡的書籍,隨時隨地閱讀。
在 APP 免費閱讀書籍
掃碼在 APP 閱讀
DMCA.com Protection Status