Share

5

last update publish date: 2026-07-27 10:07:56

หลินเสี่ยวเยว่หมุนตัวกลับมา คราวนี้รอยยิ้มบนใบหน้าหายไป เหลือเพียงแววตาจริงจังและมั่นคง

นางเดินตรงเข้ามาหาเขาโดยไม่หวั่นเกรงสีหน้าเย็นชานั้นแม้แต่น้อย ก่อนคว้ามือใหญ่ของเซี่ยอวิ๋นเฉิงมากุมไว้แน่น

ฝ่ามือของนางอุ่นจัด อุ่นเสียจนหัวใจของเขากระตุกวูบ

"ฟังข้าให้ดีนะเจ้าคะ ท่านโหว" หลินเสี่ยวเยว่สบตาเขาตรงๆ ก่อนเอ่ยชัดถ้อยชัดคำ

"ชีวิตนี้ข้าเป็นคนของท่านโหว ตายไปก็เป็นผีของจวนโหว ใครหน้าไหนอยากจะหย่าก็หย่า แต่ข้า หลินเสี่ยวเยว่... ไม่-หย่า-เด็ด-ขาด"

เซี่ยอวิ๋นเฉิงนิ่งอึ้ง หัวใจในอกซ้ายพลันกระแทกแรงอย่างไม่มีสาเหตุ

‘ตายไปก็เป็นผีของจวนโหว...’

ถ้อยคำเพียงไม่กี่คำกลับดังวนเวียนอยู่ในหัวจนเขาไม่อาจสลัดทิ้งได้

"เจ้า..." เซี่ยอวิ๋นเฉิงเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนถามเสียงเบาลง

"เจ้าไม่ได้รักบัณฑิตจางผู้นั้นแล้วหรือ"

หลินเสี่ยวเยว่เลิกคิ้ว

"เจ้าเต่าซื่อบื้อนั่นน่ะหรือเจ้าคะ"

นางแค่นเสียงในลำคอ ก่อนขยับเข้าใกล้สามีอีกนิด จนใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบ

"เทียบกับท่านพี่แล้ว เขาเป็นเพียงเศษฝุ่นริมทาง สามีข้าทั้งหล่อเหลา ทั้งมีอำนาจ สายตาคมกริบ รูปร่างสูงสง่า แข็งแรงกำยำถึงเพียงนี้ ข้าจะทิ้งทองคำแท้ไปคว้าก้อนหินทำไมกัน ข้ายังไม่ได้สติฟั่นเฟือนนะเจ้าคะ"

เซี่ยอวิ๋นเฉิงถึงกับพูดไม่ออก

เขาผ่านสนามรบมานับครั้งไม่ถ้วน เคยเผชิญคมหอกคมดาบโดยสีหน้าไม่เปลี่ยนแม้แต่น้อย แต่กลับรับมือกับคำชมอย่างโจ่งแจ้งของภรรยาตัวเองไม่ถูก

ความร้อนแล่นจากลำคอขึ้นไปจนถึงใบหู ยิ่งนางยังจับมือเขาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ความรู้สึกประหลาดก็ยิ่งแล่นพล่านไปทั่วร่าง

เซี่ยอวิ๋นเฉิงพยายามชักมือกลับ แต่หลินเสี่ยวเยว่กลับไม่ยอมปล่อย

นางยังเงยหน้ามองเขาด้วยดวงตาเป็นประกาย แถมรอยยิ้มตรงมุมปากยังดูเจ้าเล่ห์เสียจนเขารู้ทันทีว่าอีกฝ่ายกำลังสนุกกับการเห็นเขาเสียอาการ

"เจ้า... สตรีหน้าหนา พูดจาเพ้อเจ้อ"

เซี่ยอวิ๋นเฉิงตวาดกลบเกลื่อน ทว่าน้ำเสียงกลับไม่หนักแน่นเท่าที่ควร

หลินเสี่ยวเยว่ยิ่งยิ้มกว้าง

"ข้าไม่ได้หน้าหนา ข้าแค่น่ารักและรักสามีเจ้าค่ะ"

"หลินเสี่ยวเยว่"

"เจ้าคะ ท่านพี่"

"เจ้า..."

"ข้าทำไมหรือเจ้าคะ"

เซี่ยอวิ๋นเฉิงเงียบกริบ

เขาเพิ่งค้นพบวันนี้เองว่า หากภรรยาของเขาตั้งใจจะทำให้คนพูดไม่ออก นางก็มีความสามารถเหลือร้ายจริงๆ

หลินเสี่ยวเยว่เห็นเขาหาคำมาตอบไม่ได้ ในที่สุดจึงยอมปล่อยมือ ก่อนถอยหลังไปหนึ่งก้าว

"หนังสือหย่าแผ่นนั้นเผาทิ้งไปแล้ว หากท่านพี่อยากหย่าอีก ก็เขียนขึ้นมาใหม่ได้เลยเจ้าค่ะ แต่ข้าก็จะเผามันทิ้งอีกร้อยรอบ" เซี่ยอวิ๋นเฉิงจ้องนางเขม็ง

"เจ้ากล้าหรือ"

"เหตุใดจะไม่กล้าเจ้าคะ" หลินเสี่ยวเยว่ยิ้มหวาน

"หากท่านเขียนหนึ่งแผ่น ข้าก็เผาหนึ่งแผ่น หากเขียนสิบแผ่น ข้าก็เผาสิบแผ่น หากเขียนร้อยแผ่น..."

"เจ้าก็จะเผาร้อยแผ่น"

"ไม่เจ้าค่ะ"

เซี่ยอวิ๋นเฉิงเลิกคิ้ว

หลินเสี่ยวเยว่ฉีกยิ้มกว้างกว่าเดิม

"ข้าจะหักพู่กันท่านทิ้งเสียเลย จะได้ไม่ต้องเสียเวลานั่งเผา"

"หลินเสี่ยวเยว่" เสียงเรียกชื่อดังลั่นห้องหนังสือ

แต่เจ้าของชื่อกลับหัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดี นางยักคิ้วให้สามีหนึ่งครั้งราวกับผู้ชนะ ก่อนหมุนตัวเดินออกไป

เมื่อถึงประตู หลินเสี่ยวเยว่ยังไม่วายหันกลับมา

"ท่านพี่อย่าทำงานดึกนักนะเจ้าคะ รีบพักผ่อนด้วย หากคืนนี้เปลี่ยนใจอยากไปนอนเรือนข้า ประตูไม่ได้ลงกลอนนะเจ้าคะ"

"ออกไป"

"เจ้าค่า" เสียงหัวเราะสดใสค่อยๆ ห่างออกไปตามทางเดิน

ภายในห้องหนังสือจึงเหลือเพียงเซี่ยอวิ๋นเฉิงที่ยังยืนนิ่งอยู่หลังโต๊ะ

เขาก้มมองมือข้างที่เมื่อครู่ถูกนางกุมไว้ ความอบอุ่นจากฝ่ามือเล็กๆ ราวกับยังหลงเหลืออยู่

เซี่ยอวิ๋นเฉิงยกมือขึ้นกุมอกซ้ายของตนเอง หัวใจยังคงเต้นระรัวอย่างไม่ยอมกลับคืนสู่จังหวะปกติ

สายตาคมเหลือบมองเถ้าถ่านของหนังสือหย่าในเตา ก่อนเลื่อนไปยังประตูที่ภรรยาเพิ่งเดินจากไป

ครู่หนึ่ง... รอยยิ้มบางๆ ที่พยายามกดไว้อย่างไรก็ไม่อยู่ ค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา

ใบหูของท่านโหวยังคงแดงจัด

"สตรีร้ายกาจ..." เซี่ยอวิ๋นเฉิงพึมพำกับตัวเอง ก่อนส่ายหน้าเบาๆ อย่างจนปัญญา

"ตกลงข้ากำลังถูกเจ้าตบตาหรือกำลังถูกเจ้าตกกันแน่"

เช้าวันรุ่งขึ้น หลินเสี่ยวเยว่ไม่คิดปล่อยเวลาให้ผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ ในเมื่อนางตัดสินใจแล้วว่าจะยึดตำแหน่งฮูหยินโหวให้มั่นคง สิ่งแรกที่ต้องทำย่อมหนีไม่พ้นการกุม ‘อำนาจการเงิน’ ภายในจวนเอาไว้ในมือ

ยามนี้หลินเสี่ยวเยว่นั่งเด่นเป็นสง่าอยู่บนเก้าอี้ประธานภายในห้องโถงใหญ่ บนโต๊ะด้านข้างมีสมุดบัญชีของจวนวางกองสูงพะเนิน ส่วนเบื้องหน้าคือผู้ดูแลบัญชีเฉินกับเหล่าข้ารับใช้ที่เคยเป็นคนสนิทของสวี่หลาน ทุกคนต่างยืนก้มหน้าก้มตา ท่าทางไม่สู้ดีนัก

"ฮูหยินขอรับ" ผู้ดูแลบัญชีเฉินผู้ไว้หนวดเหนือริมฝีปากเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจือดูแคลน แม้ใบหน้าจะพยายามประจบประแจงเต็มที่

"สมุดบัญชีเหล่านี้ซับซ้อนนัก ฮูหยินไม่เคยดูแลงานเรือนมาก่อน เกรงว่าจะอ่านแล้วไม่เข้าใจ ให้ข้าน้อยช่วยอธิบาย..."

"ไม่ต้อง" หลินเสี่ยวเยว่ขัดขึ้นเสียงเรียบ ปลายนิ้วเคาะลงบนปกสมุดบัญชีเบาๆ

"ข้าดูเองได้" ชาติที่แล้วนางทำงานเกี่ยวข้องกับบัญชีและตัวเลขมานาน เรื่องเพียงเท่านี้มีหรือจะทำให้นางครั่นคร้าม

หลินเสี่ยวเยว่เปิดสมุดบัญชีทีละเล่ม กวาดสายตามองตัวเลขและรายการรับจ่ายที่จดบันทึกไว้อย่างรวดเร็ว แม้วิธีลงบัญชีในยุคนี้จะยุ่งเหยิงและตรวจสอบย้อนกลับได้ยากอยู่บ้าง แต่นั่นกลับยิ่งทำให้ช่องโหว่ต่างๆ โผล่ออกมาเด่นชัดในสายตาของนาง

เพียงน้ำชาในถ้วยพร่องไปไม่ถึงครึ่ง หลินเสี่ยวเยว่ก็ขมวดคิ้ว ก่อนรอยยิ้มเย็นจะค่อยๆ ปรากฏขึ้นตรงมุมปาก

"ผู้ดูแลบัญชีเฉิน ข้ามีเรื่องอยากถาม"

ปัง!

นางปิดสมุดบัญชีลงบนโต๊ะเสียงดัง ทำเอาทุกคนในห้องโถงสะดุ้งพร้อมกัน

ผู้ดูแลบัญชีเฉินหน้ากระตุก

"ฮูหยินมีสิ่งใดจะถามหรือขอรับ"

"เดือนที่แล้ว จวนโหวของเราจ่ายค่าฟืน ถ่าน และน้ำร้อนสำหรับเรือนพักที่แม่นางสวี่หลานเคยใช้ไปถึงสามร้อยตำลึง..." หลินเสี่ยวเยว่เลิกคิ้ว มองอีกฝ่ายด้วยแววตาใสซื่อ

"จวนโหวของเราตั้งอยู่บนยอดเขาหิมะหรืออย่างไร หรือว่าแม่นางสวี่เป็นหม้อน้ำร้อนกลับชาติมาเกิด ถึงต้องต้มน้ำอาบวันละแปดร้อยโอ่ง"

บ่าวบางคนรีบก้มหน้ากลั้นหัวเราะ

ผู้ดูแลบัญชีเฉินกลับเหงื่อแตกพลั่ก

"เอ่อ... คือว่า แม่นางสวี่สุขภาพไม่แข็งแรง ร่างกายอ่อนแอ ต้องใช้น้ำอุ่นอยู่เสมอขอรับ..."

"อ่อนแอ"

หลินเสี่ยวเยว่หัวเราะ ‘เหอะ’ ในลำคอ

"อ่อนแอแต่เมื่อวานยังลากสังขารที่เพิ่งถูกโบยมาหาเรื่องข้าถึงเรือนได้แต่เช้าเชียวนะ ร่างกายเช่นนี้ หากเรียกว่าอ่อนแอ คนทั้งเมืองหลวงคงใกล้ลงโลงกันหมดแล้วกระมัง" เสียงหัวเราะหลุดดังมาจากมุมหนึ่งของห้องโถง

ผู้ดูแลบัญชีเฉินหน้าเสียทันที

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ท่านโหวข้าไม่หย่า   24

    "หมอหลวงบอกว่าครรภ์นี้ชีพจรนุ่มนวล มีโอกาสไม่น้อยที่จะเป็นลูกสาว ครั้งแรกข้าได้ลูกชายแฝดจอมซนไปแล้ว คราวนี้ข้าอยากได้ลูกสาวตัวน้อยๆ ที่อ่อนหวานน่ารัก""แล้วมันเกี่ยวอะไรกับการถักถุงเท้าด้วยตัวเองเจ้าคะ" เสี่ยวเยว่เอียงคอถาม"ของที่บ่าวทำให้ ย่อมไม่เหมือนของที่บิดาทำเอง" เซี่ยอวิ๋นเฉิงตอบหน้าตาย"ถุงเท้าคู่นี้ ข้าจะถักด้วยมือข้าเอง วันหน้าพอลูกสาวเกิดมา นางจะได้รู้ว่าข้ารักและถนอมนางตั้งแต่ยังอยู่ในท้อง"เสี่ยวเยว่ฟังจบก็หลุดหัวเราะออกมาเบาๆ‘โอ้โฮ ลูกสาวยังไม่ทันเกิด คุณพ่อก็เห่อจนกู่ไม่กลับแล้ว’จังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าตุ้บตั้บก็ดังมาจากทางเดินยาว"ท่านพ่อ ท่านแม่ สองซาลาเปามาแล้วขอรับ"เซี่ยเป่ากับเซี่ยเป้ย สองก้อนแป้งวัยสี่ขวบครึ่ง วิ่งพรวดเข้ามาในสวนด้วยความเร็วเต็มกำลัง ทั้งคู่สวมชุดกั๊กสีฟ้าสดใส ในมือถือกระบี่ไม้คนละเล่ม ดูกระฉับกระเฉงราวกับทหารตัวน้อย"ช้า ๆ หน่อยลูก ระวังชนท่านแม่"เซี่ยอวิ๋นเฉิงรีบวางเข็มกับไหมในมือลง ก่อนกางแขนรับสองก้อนแป้งเอาไว้ได้ทัน"ท่านพ่อกำลังทำอะไรอยู่ขอรับ" เซี่ยเป่าชะโงกหน้าเข้าไปดูของสีชมพูในมือบิดาอย่างสนใจ"ก้อนแป้งสีชมพูอันนี้เหตุใดหน้าตาประหล

  • ท่านโหวข้าไม่หย่า   23

    เซี่ยอวิ๋นเฉิงเลิกคิ้ว มองนางผ่านคันฉ่อง"เรื่องสำคัญหรือ ร้านใหม่อีกแล้วหรือ หรือเจ้าอยากได้วัตถุดิบแปลกๆ จากต่างเมืองมาทำขนม หากเป็นเรื่องนั้น ข้าให้คนติดต่อพ่อค้าจากหัวเมืองชายแดนเอาไว้แล้ว"เสี่ยวเยว่กะพริบตาปริบๆ‘สมแล้วที่เป็นสามีสายเปย์ ข้ายังไม่ทันเอ่ยก็คิดแทนเสร็จหมดแล้ว’นางหมุนตัวกลับมาหาเขาช้าๆ สีหน้าซุกซนเมื่อครู่ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นจริงจังเซี่ยอวิ๋นเฉิงเห็นดังนั้นก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย"เป็นอะไร""ไม่มีอะไรน่ากลัวเจ้าค่ะ"เสี่ยวเยว่ยิ้ม ก่อนคว้ามือใหญ่ของเขาขึ้นมา แล้วนำไปวางลงบนหน้าท้องของตัวเองอย่างแผ่วเบาเซี่ยอวิ๋นเฉิงชะงักทันที ฝ่ามืออุ่นสัมผัสหน้าท้องที่ยังเรียบเนียนของภรรยา เขามองมือนั้น ก่อนเงยหน้าขึ้นสบตานางด้วยแววฉงน"เสี่ยวเยว่ เจ้าปวดท้องหรือ"เสี่ยวเยว่ถึงกับถอนหายใจเฮือก‘โอ๊ย ตอนออกศึกฉลาดเป็นกรด พอเป็นเรื่องแบบนี้เหตุใดถึงซื่อบื้อได้ขนาดนี้’"ไม่ได้ปวดท้องเจ้าค่ะ""แล้ว" เสี่ยวเยว่เม้มริมฝีปากกลั้นยิ้ม ก่อนค่อยๆ เอ่ยทีละคำ"ข้ากำลังจะบอกว่า เซี่ยเป่ากับเซี่ยเป้ยกำลังจะมีน้องอีกคนแล้วเจ้าค่ะ"ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทันที เซี่ยอวิ๋นเฉิงนิ่งค้างราวกับถูกสาป ดวงตาห

  • ท่านโหวข้าไม่หย่า   22

    เซี่ยอวิ๋นเฉิงกดฝ่ามือลงไปเต็มแรง ก้อนแป้งในอ่างถูกอัดจนแผ่ราบ ขณะเดียวกันข้อศอกของเขาก็เผลอกระแทกถุงแป้งหมี่ใบใหญ่ที่วางอยู่ข้างอ่างเข้าอย่างจังฟุ่บ!ปากถุงแป้งล้มคว่ำ ละอองแป้งสีขาวจำนวนมหาศาลพวยพุ่งขึ้นสู่อากาศราวกับกลุ่มหมอกหนาทึบ"ท่านพี่ ระวัง" เสี่ยวเยว่ร้องเตือนไม่ทันจบประโยคละอองแป้งสีขาวก็ฟุ้งกระจายไปทั่ว ก่อนร่วงกราวลงมาปกคลุมร่างของเซี่ยอวิ๋นเฉิงที่ยืนแข็งค้างอยู่ตรงนั้นเต็มๆความเงียบปกคลุมห้องครัวอยู่สามอึดใจเต็มๆเมื่อละอองแป้งค่อยๆ จางลง ภาพตรงหน้าก็ทำเอาทุกคนถึงกับตาค้างเซี่ยอวิ๋นเฉิงผู้เคยหล่อเหลาสง่างาม บัดนี้ตั้งแต่เส้นผมสีดำสนิท คิ้วเข้ม ขนตา ใบหน้า ไปจนถึงชุดลำลองสีฟ้าเข้ม ล้วนถูกปกคลุมด้วยผงแป้งสีขาวโพลนไปหมดนัยน์ตาหงส์คู่คมกะพริบปริบๆ ผงแป้งที่เกาะอยู่บนขนตาร่วงกราวลงมา ใบหน้าที่เคยเย็นชาขรึมบัดนี้ดูไม่ต่างจากสิงโตหิมะที่เพิ่งกลิ้งออกมาจากกองแป้ง"กึก!" เสี่ยวเยว่เม้มริมฝีปากแน่น สองมือยกขึ้นปิดปากสุดชีวิตเพื่อไม่ให้หลุดหัวเราะออกมาส่วนสองก้อนแป้งที่นั่งมองอยู่บนเก้าอี้สูง"ฮะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า"เซี่ยเป่ากับเซี่ยเป้ยระเบิดเสียงหัวเราะออกมาพร้อมกันจนตัวโยน เด็กน้

  • ท่านโหวข้าไม่หย่า   21

    "ท่านพ่อหอมท่านแม่อีกแล้ว" เซี่ยเป่าร้องขึ้น รีบยกมือป้อม ๆ ปิดตา แต่กลับแยกนิ้วออกเสียกว้างจนมองเห็นทุกอย่างชัดเจนเซี่ยเป้ยหันไปมองพี่ชาย ก่อนตอบหน้าตาเฉย"ท่านพ่อหอมท่านแม่ทุกวัน ข้าชินแล้วขอรับพี่ใหญ่""เซี่ยเป้ย" เสี่ยวเยว่แทบอยากเอาพัดปิดหน้าเสียเดี๋ยวนั้นเซี่ยอวิ๋นเฉิงกลับไม่สะทกสะท้าน เขาสบตาภรรยาด้วยแววตาอ่อนโยน ก่อนเอ่ยอย่างสบายอารมณ์"ลูกของข้า ข้าย่อมเลี้ยงไหว" ท่านโหวกล่าวอย่างมั่นใจ"ต่อให้พวกเขาสองคนอยากได้ของล้ำค่าเพียงใด หากสมควรให้ ข้าก็ย่อมหามาให้ได้ แล้วนับประสาอะไรกับขนมเปี๊ยะเพียงสามลูก""ตามใจลูกเกินไปแล้วนะเจ้าคะ" เสี่ยวเยว่หยิกแขนเขาเบาๆ"ข้าไม่ได้ตามใจแค่ลูก"เซี่ยอวิ๋นเฉิงกุมมือบางของนางขึ้น ก่อนประทับริมฝีปากลงบนหลังมืออย่างแผ่วเบา"ข้าตามใจภรรยาด้วย วันนี้อยากได้อะไรเพิ่มอีกหรือไม่ ข้าเพิ่งสั่งให้คนไปซื้อผ้าไหมเนื้อดีจากทางใต้มาสิบพับ แล้วยังมีเครื่องประดับหยกเขียวจากด่านนอกอีกชุด เอาไว้ให้เจ้าใส่ไปงานเลี้ยงสัปดาห์หน้า"เสี่ยวเยว่มองสามีสุดหล่อที่ทั้งรัก ทั้งให้เกียรติ ทั้งยังเปย์ภรรยากับลูกไม่ยั้ง แล้วรอยยิ้มหวานก็ค่อยๆ ผุดขึ้นบนใบหน้า‘เฮ้อ... แล้วข้าจะ

  • ท่านโหวข้าไม่หย่า   20

    หลินเสี่ยวเยว่เงยหน้ามองสามี ก่อนยิ้มจนดวงตาโค้งเป็นพระจันทร์เสี้ยวชาตินี้นางตัดสินใจแล้ว ท่านโหว ข้าไม่หย่า และจะไม่มีวันหย่าเด็ดขาดยามเช้าอันสดใส แสงแดดอบอุ่นสาดผ่านแมกไม้ในสวนหลังจวนเจิ้งกั๋วโหว เสียงนกร้องจิ๊บๆ ประสานกันอย่างรื่นรมย์ ราวกับร่วมยินดีกับความสงบสุขที่ปกคลุมจวนแห่งนี้มานานหลายปีเสียงเจื้อยแจ้วของเด็กน้อยกับเสียงฝีเท้าตุ้บตั้บก็ดังลั่นมาตามทางเดินยาวที่เชื่อมต่อกับเรือนใหญ่"วิ่งเร็วเข้าเซี่ยเป้ย หากไปช้า ท่านย่าจะแจกขนมกุ้ยฮวาให้พี่หมดก่อนนะ""พี่ใหญ่รอข้าด้วย ขาข้ายังสั้นกว่าของพี่อยู่นิดหนึ่งนะ" ร่างป้อมอ้วนท้วนสมบูรณ์ในชุดกั๊กสีแดงปักลายมังกรทองสองร่าง กำลังวิ่งเตาะแตะแข่งขันกันอย่างเอาเป็นเอาตาย เด็กชายทั้งสองมีใบหน้าถอดแบบมาจากท่านโหวเซี่ยอวิ๋นเฉิงราวกับพิมพ์เดียวกัน โดยเฉพาะคิ้วเข้มกับดวงตาหงส์ที่ฉายแววคมกริบตั้งแต่เยาว์วัย ทว่าแก้มกลมป่องกับผิวขาวอมชมพูนั้นกลับได้มาจากหลินเสี่ยวเยว่เต็มๆเด็กน้อยทั้งสองก็คือ 'เซี่ยเป่า' แฝดผู้พี่ และ 'เซี่ยเป้ย' แฝดผู้น้อง สองก้อนแป้งวัยสี่ขวบ ผู้เป็นแก้วตาดวงใจของคนทั้งจวนโหว"โอ๊ย ช้าๆ หน่อยเจ้าค่ะคุณชายน้อยทั้งสอง"แม่นมก

  • ท่านโหวข้าไม่หย่า   19

    "เสี่ยวเยว่ พวกเขาเหมือนเจ้า""ตรงไหนเจ้าคะ เห็นชัดๆ ว่าหน้าเหมือนท่านพี่""ดวงตาเหมือนเจ้า"เสี่ยวเยว่ยิ้มหวาน"เช่นนั้นก็ดีเจ้าค่ะ ได้ความหล่อจากพ่อ ได้ความน่ารักจากแม่ สมบูรณ์แบบ"เซี่ยอวิ๋นเฉิงหัวเราะเบาๆ อย่างจนใจกับความหลงตัวเองของภรรยา แต่แววตาที่มองแม่ลูกทั้งสามกลับเต็มไปด้วยความสุขอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในชีวิตสามปีต่อมาจวนเจิ้งกั๋วโหวซึ่งครั้งหนึ่งเคยเงียบขรึม บัดนี้กลับเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความครื้นเครงแทบทุกวันเซี่ยไท่ฮูหยินกับอดีตท่านโหวกลายเป็นท่านย่าและท่านปู่ผู้หลงหลานจนแทบถอนตัวไม่ขึ้น คอยตามใจเจ้าก้อนแป้งฝาแฝดอย่าง 'เซี่ยเป่า' และ 'เซี่ยเป้ย' จนสองพี่น้องแทบจะขึ้นไปนั่งบนศีรษะผู้ใหญ่ได้อยู่แล้ว"ท่านปู่ ข้าอยากขี่ม้า""ได้ ปู่พาไป""ท่านย่า ข้าอยากกินขนม""ได้ ๆ ย่าจะให้คนไปเอามาเดี๋ยวนี้"เสี่ยวเยว่ที่เดินผ่านมาได้ยินพอดีถึงกับยกมือกุมขมับ"ท่านพ่อ ท่านแม่เจ้าคะ ตามใจพวกเขาน้อยลงหน่อยเถิด เดี๋ยวก็เสียเด็กกันพอดี"เซี่ยไท่ฮูหยินรีบกอดหลานทั้งสองไว้"เด็กเพียงสามขวบจะเสียคนได้อย่างไร"อดีตท่านโหวพยักหน้าเห็นด้วยทันที"ถูกต้อง หลานข้าน่ารักถึงเพียงนี้ ตามใจอีกหน่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status