LOGIN"ส่งมา"
"ไหนบอกว่าพอใช้ได้อย่างไรเล่า" มือที่กำลังยื่นตะเกียบไปคีบเนื้อของเซี่ยอวิ๋นเฉิงชะงักทันที
เขาเงยหน้าขึ้นมองนาง หลินเสี่ยวเยว่เม้มริมฝีปากแน่น พยายามกลั้นหัวเราะจนไหล่สั่น
"ขำอะไร"
"เปล่าเจ้าค่ะ ข้าไม่ได้ขำเลยสักนิด"
"หลินเสี่ยวเยว่"
"เจ้าคะ ๆ ข้าไม่ขำแล้ว ท่านพี่กินต่อเถิดเจ้าค่ะ"
กว่ามื้อเย็นจะจบลง อาหารบนโต๊ะก็แทบไม่เหลือ
เซี่ยอวิ๋นเฉิงเอนหลังเล็กน้อย ก่อนนึกขึ้นได้ว่าตัวเองเผลอกินอาหารที่บอกว่า ‘พอใช้ได้’ เสียจนเกือบหมด จึงรีบวางตะเกียบแล้วปรับสีหน้าให้เคร่งขรึมตามเดิม
"อืม... รสชาติถือว่าใช้ได้ แก้ขัดยามหิวได้ดี"
หลินเสี่ยวเยว่ก้มมองหม้อที่แทบเหลือแต่น้ำซุป
‘แก้ขัดยามหิว’
‘หากอร่อยจริงๆ ท่านคงกินหม้อเข้าไปด้วยกระมัง’
เซี่ยอวิ๋นเฉิงทำเป็นมองไม่เห็นสายตาล้อเลียนของนาง ก่อนกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
"เห็นแก่ความตั้งใจของเจ้า เรื่องเมื่อวานข้าจะไม่รื้อฟื้นเอาความอีก"
"ขอบพระคุณเจ้าค่ะท่านพี่"
หลินเสี่ยวเยว่ยิ้มกว้าง ก่อนดวงตาจะกลอกไปมาอย่างเจ้าเล่ห์
โอกาสดีเช่นนี้จะปล่อยให้หลุดมือได้อย่างไร
นางขยับเข้าไปใกล้เขาอีกนิด ก่อนยื่นหน้าเข้าไปถามด้วยรอยยิ้มหวาน
"แล้ว... คืนนี้ท่านพี่จะนอนที่เรือนของข้าไหมเจ้าคะ"
กึก
เซี่ยอวิ๋นเฉิงชะงักทันที
ดวงตาคมที่เคยนิ่งสงบพลันไหววูบ
เพียงไม่กี่อึดใจ ใบหน้าที่เพิ่งหายแดงจากความเผ็ดก็เริ่มร้อนขึ้นมาอีกครั้ง และคราวนี้แม้แต่ใบหูก็แดงก่ำอย่างเห็นได้ชัด
"เจ้า... เจ้าเป็นสตรี พูดจาไม่รู้จักละอายฟ้าดินบ้างหรืออย่างไร" น้ำเสียงเข้มขึ้นคล้ายตำหนิ แต่กลับฟังดูเหมือนกำลังกลบเกลื่อนความประหม่ามากกว่า
"เอ้า จะอายทำไมล่ะเจ้าคะ" หลินเสี่ยวเยว่เอียงคอ ทำหน้าตาใสซื่อ
"ข้าเป็นภรรยาของท่านพี่ จะชวนสามีมานอนที่เรือนตัวเองผิดตรงไหน เราสองคนมีหนังสือสมรสถูกต้อง มิได้ลักลอบเป็นชู้กันเสียหน่อย"
"หลินเสี่ยวเยว่"
"เจ้าคะ"
"เจ้า..."
เซี่ยอวิ๋นเฉิงจ้องใบหน้าซื่อ ๆ ของนางอยู่ครู่หนึ่ง แต่กลับหาคำพูดมาตอบไม่ได้
ยิ่งเห็นแววตาซุกซนที่ซ่อนอยู่ในดวงตาคู่นั้น เขาก็ยิ่งมั่นใจ
นางตั้งใจแกล้งเขา
ท่านโหวหนุ่มรีบผุดลุกขึ้น สะบัดแขนเสื้อเพื่อรักษาท่าที
"ข้า... ข้ายังมีราชการต้องจัดการคืนนี้ เจ้าอย่าได้พูดจาไร้สาระ"
"อ้าว แล้วจะไม่ค้างกับข้าจริงๆ หรือเจ้าคะ"
"ไม่"
"คิดดีๆ ก่อนนะเจ้าคะ"
"ไม่ต้องคิด"
"ท่านพี่เจ้าขา"
"ข้าไปแล้ว"
พูดจบ เซี่ยอวิ๋นเฉิงก็สาวเท้ายาวๆ ออกจากเรือนอาหารไปอย่างรวดเร็ว ราวกับหากอยู่ต่ออีกเพียงชั่วอึดใจจะต้องเสียอาการมากกว่านี้แน่นอน
หลินเสี่ยวเยว่นั่งนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเสียงดัง
นางหัวเราะจนแทบฟุบลงกับโต๊ะ พลางมองแผ่นหลังกว้างที่รีบเดินหายออกไปจากเรือน
‘ปากแข็ง แต่หูแดงแจ๋เลยนะท่านโหว...’
หลินเสี่ยวเยว่ยกมือเท้าคาง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า
‘คืนนี้ข้าจะปล่อยท่านรอดไปก่อนก็ได้’
‘แต่คืนต่อๆ ไป ข้าไม่ปล่อยให้รอดแน่’
บรรยากาศภายในห้องหนังสือของจวนโหวเงียบสงัด สายลมยามค่ำคืนพัดพาความเย็นลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาเป็นระยะ เซี่ยอวิ๋นเฉิงนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้เนื้อดี ใบหน้าหล่อเหลายังคงเรียบตึงดุจผิวน้ำในฤดูเหมันต์ ทว่าจิตใจกลับไม่ได้สงบนิ่งเช่นสีหน้าแม้แต่น้อย
ภาพภรรยาตัวแสบที่ยิ้มร่า แววตาซุกซน รวมถึงคำพูดประหลาดอย่าง ‘เลิฟยู’ และประโยคชวนเขาไปค้างที่เรือนเมื่อหัวค่ำ ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวไม่ยอมหาย
‘สตรีผู้นี้ คิดจะใช้กลอุบายล่อลวงให้ข้าตายใจ แล้วค่อยหาโอกาสหนีไปภายหลังหรือไม่’
ความระแวงยังคงฝังลึกอยู่ในใจ
ความแคลงใจที่สะสมมาตลอดหนึ่งปีไม่อาจเลือนหายไปได้เพียงเพราะความเปลี่ยนแปลงชั่วข้ามคืน
เซี่ยอวิ๋นเฉิงรู้ดีว่าหลินเสี่ยวเยว่เคยเกลียดชังเขามากเพียงใด นางเคยหลบหน้า ต่อต้าน และเอ่ยปากอยู่หลายครั้งว่าไม่ต้องการใช้ชีวิตร่วมกับเขา
แล้วจู่ ๆ จะเปลี่ยนมาเป็นภรรยาผู้คลั่งรักภายในคืนเดียวได้อย่างไร
เซี่ยอวิ๋นเฉิงนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเปิดลิ้นชักโต๊ะ ดึงกระดาษซวนจื่อเนื้อหนาแผ่นหนึ่งออกมา
บนกระดาษมีตัวอักษรเขียนไว้อย่างชัดเจน
‘หนังสือหย่า’
นี่คือหนังสือหย่าที่เขาร่างเอาไว้ตั้งแต่หลายเดือนก่อน เพียงแต่ยังไม่ได้มอบให้นาง เหลือเพียงลงนามและประทับตราให้เรียบร้อยเท่านั้น
ดวงตาคมทอดมองกระดาษตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง
"หลินเสี่ยวเยว่ ข้าจะดูว่าเจ้าจะเสแสร้งไปได้นานสักเพียงใด"
ท่านโหวเอ่ยเสียงเบา ก่อนเรียกบ่าวหน้าห้องเข้ามาแล้วสั่งให้ไปเชิญฮูหยินมาพบ
ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าเบาๆ ก็ดังขึ้นจากด้านนอก
หลินเสี่ยวเยว่เดินนวยนาดเข้ามาในห้องหนังสือ ในมือถือถ้วยชาดอกไม้ที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่น นางสวมอาภรณ์สีฟ้าอ่อนสำหรับพักผ่อน เส้นผมดำขลับปล่อยสยายบางส่วน ดูเรียบง่ายและสบายตากว่าปกติ
"ท่านพี่เรียกข้าหรือเจ้าคะ" นางส่งยิ้มหวาน ก่อนนำถ้วยชาไปวางลงข้างมือเขา
"ดึกมากแล้ว ยังไม่นอนอีกหรือเจ้าคะ งานหนักเพียงใดก็ต้องรักษาสุขภาพนะ"
เซี่ยอวิ๋นเฉิงไม่ได้แตะถ้วยชา
เขาเพียงยกมือขึ้น ใช้ปลายนิ้วเรียวยาวเลื่อนกระดาษแผ่นนั้นไปหยุดตรงหน้านาง
"ลงนามเสีย" น้ำเสียงเย็นชาไร้ความรู้สึกจนหลินเสี่ยวเยว่ต้องก้มลงมอง
"นี่คือหนังสือหย่า ในเมื่อเจ้าเคยบอกว่าอยู่กับข้าแล้วไม่มีความสุข ข้าก็จะคืนอิสรภาพให้เจ้า ทรัพย์สินเดิมของเจ้า ข้าจะสั่งให้คนขนกลับตระกูลหลินทั้งหมด"
หลินเสี่ยวเยว่ชะงัก ดวงตากลมกวาดมองตัวอักษรบนกระดาษ ก่อนจะหยุดอยู่ตรงคำว่า ‘หนังสือหย่า’ ที่เด่นหราอยู่ตรงหน้า
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องหนังสือชั่วขณะ
เซี่ยอวิ๋นเฉิงจับจ้องทุกความเปลี่ยนแปลงบนใบหน้าของนางอย่างไม่วางตา
เขากำลังรอ รอให้นางแสดงความดีใจ
รอให้นางรีบคว้าพู่กันมาลงนาม เพื่อจะได้ออกจากจวนไปหาเจ้าบัณฑิตจางผู้นั้น
หรืออย่างน้อยก็รอให้นางเผยโฉมหน้าที่แท้จริงออกมาเสียที
ทว่า สิ่งที่หลินเสี่ยวเยว่ทำกลับทำให้ท่านโหวผู้สุขุมถึงกับนิ่งค้าง
นางไม่ได้หยิบพู่กัน แต่คว้าหนังสือหย่าขึ้นมาแทน
แคว่ก
กระดาษซวนจื่อเนื้อดีถูกฉีกออกเป็นสองส่วนต่อหน้าต่อตาเขา
ยังไม่พอ แคว่ก แคว่ก
สองส่วนกลายเป็นสี่
สี่กลายเป็นแปด
เซี่ยอวิ๋นเฉิงยังไม่ทันได้เอ่ยห้าม หลินเสี่ยวเยว่ก็รวบเศษกระดาษทั้งหมด เดินฉับ ๆ ไปยังเตาถ่านสำหรับต้มน้ำชา แล้วโยนมันลงไปอย่างไม่ลังเล
ฟุ่บ
เปลวไฟลุกวาบ เผาหนังสือหย่าจนขอบกระดาษม้วนงอ ก่อนจะค่อยๆ กลายเป็นเถ้าถ่านต่อหน้าต่อตาเจ้าของหนังสือ
"เจ้า... เจ้าทำอะไรของเจ้า"
เซี่ยอวิ๋นเฉิงผุดลุกขึ้นทันที ใบหน้าที่ปกติสุขุมเยือกเย็นปรากฏความตกใจอย่างหาได้ยาก
"หมอหลวงบอกว่าครรภ์นี้ชีพจรนุ่มนวล มีโอกาสไม่น้อยที่จะเป็นลูกสาว ครั้งแรกข้าได้ลูกชายแฝดจอมซนไปแล้ว คราวนี้ข้าอยากได้ลูกสาวตัวน้อยๆ ที่อ่อนหวานน่ารัก""แล้วมันเกี่ยวอะไรกับการถักถุงเท้าด้วยตัวเองเจ้าคะ" เสี่ยวเยว่เอียงคอถาม"ของที่บ่าวทำให้ ย่อมไม่เหมือนของที่บิดาทำเอง" เซี่ยอวิ๋นเฉิงตอบหน้าตาย"ถุงเท้าคู่นี้ ข้าจะถักด้วยมือข้าเอง วันหน้าพอลูกสาวเกิดมา นางจะได้รู้ว่าข้ารักและถนอมนางตั้งแต่ยังอยู่ในท้อง"เสี่ยวเยว่ฟังจบก็หลุดหัวเราะออกมาเบาๆ‘โอ้โฮ ลูกสาวยังไม่ทันเกิด คุณพ่อก็เห่อจนกู่ไม่กลับแล้ว’จังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าตุ้บตั้บก็ดังมาจากทางเดินยาว"ท่านพ่อ ท่านแม่ สองซาลาเปามาแล้วขอรับ"เซี่ยเป่ากับเซี่ยเป้ย สองก้อนแป้งวัยสี่ขวบครึ่ง วิ่งพรวดเข้ามาในสวนด้วยความเร็วเต็มกำลัง ทั้งคู่สวมชุดกั๊กสีฟ้าสดใส ในมือถือกระบี่ไม้คนละเล่ม ดูกระฉับกระเฉงราวกับทหารตัวน้อย"ช้า ๆ หน่อยลูก ระวังชนท่านแม่"เซี่ยอวิ๋นเฉิงรีบวางเข็มกับไหมในมือลง ก่อนกางแขนรับสองก้อนแป้งเอาไว้ได้ทัน"ท่านพ่อกำลังทำอะไรอยู่ขอรับ" เซี่ยเป่าชะโงกหน้าเข้าไปดูของสีชมพูในมือบิดาอย่างสนใจ"ก้อนแป้งสีชมพูอันนี้เหตุใดหน้าตาประหล
เซี่ยอวิ๋นเฉิงเลิกคิ้ว มองนางผ่านคันฉ่อง"เรื่องสำคัญหรือ ร้านใหม่อีกแล้วหรือ หรือเจ้าอยากได้วัตถุดิบแปลกๆ จากต่างเมืองมาทำขนม หากเป็นเรื่องนั้น ข้าให้คนติดต่อพ่อค้าจากหัวเมืองชายแดนเอาไว้แล้ว"เสี่ยวเยว่กะพริบตาปริบๆ‘สมแล้วที่เป็นสามีสายเปย์ ข้ายังไม่ทันเอ่ยก็คิดแทนเสร็จหมดแล้ว’นางหมุนตัวกลับมาหาเขาช้าๆ สีหน้าซุกซนเมื่อครู่ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นจริงจังเซี่ยอวิ๋นเฉิงเห็นดังนั้นก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย"เป็นอะไร""ไม่มีอะไรน่ากลัวเจ้าค่ะ"เสี่ยวเยว่ยิ้ม ก่อนคว้ามือใหญ่ของเขาขึ้นมา แล้วนำไปวางลงบนหน้าท้องของตัวเองอย่างแผ่วเบาเซี่ยอวิ๋นเฉิงชะงักทันที ฝ่ามืออุ่นสัมผัสหน้าท้องที่ยังเรียบเนียนของภรรยา เขามองมือนั้น ก่อนเงยหน้าขึ้นสบตานางด้วยแววฉงน"เสี่ยวเยว่ เจ้าปวดท้องหรือ"เสี่ยวเยว่ถึงกับถอนหายใจเฮือก‘โอ๊ย ตอนออกศึกฉลาดเป็นกรด พอเป็นเรื่องแบบนี้เหตุใดถึงซื่อบื้อได้ขนาดนี้’"ไม่ได้ปวดท้องเจ้าค่ะ""แล้ว" เสี่ยวเยว่เม้มริมฝีปากกลั้นยิ้ม ก่อนค่อยๆ เอ่ยทีละคำ"ข้ากำลังจะบอกว่า เซี่ยเป่ากับเซี่ยเป้ยกำลังจะมีน้องอีกคนแล้วเจ้าค่ะ"ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทันที เซี่ยอวิ๋นเฉิงนิ่งค้างราวกับถูกสาป ดวงตาห
เซี่ยอวิ๋นเฉิงกดฝ่ามือลงไปเต็มแรง ก้อนแป้งในอ่างถูกอัดจนแผ่ราบ ขณะเดียวกันข้อศอกของเขาก็เผลอกระแทกถุงแป้งหมี่ใบใหญ่ที่วางอยู่ข้างอ่างเข้าอย่างจังฟุ่บ!ปากถุงแป้งล้มคว่ำ ละอองแป้งสีขาวจำนวนมหาศาลพวยพุ่งขึ้นสู่อากาศราวกับกลุ่มหมอกหนาทึบ"ท่านพี่ ระวัง" เสี่ยวเยว่ร้องเตือนไม่ทันจบประโยคละอองแป้งสีขาวก็ฟุ้งกระจายไปทั่ว ก่อนร่วงกราวลงมาปกคลุมร่างของเซี่ยอวิ๋นเฉิงที่ยืนแข็งค้างอยู่ตรงนั้นเต็มๆความเงียบปกคลุมห้องครัวอยู่สามอึดใจเต็มๆเมื่อละอองแป้งค่อยๆ จางลง ภาพตรงหน้าก็ทำเอาทุกคนถึงกับตาค้างเซี่ยอวิ๋นเฉิงผู้เคยหล่อเหลาสง่างาม บัดนี้ตั้งแต่เส้นผมสีดำสนิท คิ้วเข้ม ขนตา ใบหน้า ไปจนถึงชุดลำลองสีฟ้าเข้ม ล้วนถูกปกคลุมด้วยผงแป้งสีขาวโพลนไปหมดนัยน์ตาหงส์คู่คมกะพริบปริบๆ ผงแป้งที่เกาะอยู่บนขนตาร่วงกราวลงมา ใบหน้าที่เคยเย็นชาขรึมบัดนี้ดูไม่ต่างจากสิงโตหิมะที่เพิ่งกลิ้งออกมาจากกองแป้ง"กึก!" เสี่ยวเยว่เม้มริมฝีปากแน่น สองมือยกขึ้นปิดปากสุดชีวิตเพื่อไม่ให้หลุดหัวเราะออกมาส่วนสองก้อนแป้งที่นั่งมองอยู่บนเก้าอี้สูง"ฮะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า"เซี่ยเป่ากับเซี่ยเป้ยระเบิดเสียงหัวเราะออกมาพร้อมกันจนตัวโยน เด็กน้
"ท่านพ่อหอมท่านแม่อีกแล้ว" เซี่ยเป่าร้องขึ้น รีบยกมือป้อม ๆ ปิดตา แต่กลับแยกนิ้วออกเสียกว้างจนมองเห็นทุกอย่างชัดเจนเซี่ยเป้ยหันไปมองพี่ชาย ก่อนตอบหน้าตาเฉย"ท่านพ่อหอมท่านแม่ทุกวัน ข้าชินแล้วขอรับพี่ใหญ่""เซี่ยเป้ย" เสี่ยวเยว่แทบอยากเอาพัดปิดหน้าเสียเดี๋ยวนั้นเซี่ยอวิ๋นเฉิงกลับไม่สะทกสะท้าน เขาสบตาภรรยาด้วยแววตาอ่อนโยน ก่อนเอ่ยอย่างสบายอารมณ์"ลูกของข้า ข้าย่อมเลี้ยงไหว" ท่านโหวกล่าวอย่างมั่นใจ"ต่อให้พวกเขาสองคนอยากได้ของล้ำค่าเพียงใด หากสมควรให้ ข้าก็ย่อมหามาให้ได้ แล้วนับประสาอะไรกับขนมเปี๊ยะเพียงสามลูก""ตามใจลูกเกินไปแล้วนะเจ้าคะ" เสี่ยวเยว่หยิกแขนเขาเบาๆ"ข้าไม่ได้ตามใจแค่ลูก"เซี่ยอวิ๋นเฉิงกุมมือบางของนางขึ้น ก่อนประทับริมฝีปากลงบนหลังมืออย่างแผ่วเบา"ข้าตามใจภรรยาด้วย วันนี้อยากได้อะไรเพิ่มอีกหรือไม่ ข้าเพิ่งสั่งให้คนไปซื้อผ้าไหมเนื้อดีจากทางใต้มาสิบพับ แล้วยังมีเครื่องประดับหยกเขียวจากด่านนอกอีกชุด เอาไว้ให้เจ้าใส่ไปงานเลี้ยงสัปดาห์หน้า"เสี่ยวเยว่มองสามีสุดหล่อที่ทั้งรัก ทั้งให้เกียรติ ทั้งยังเปย์ภรรยากับลูกไม่ยั้ง แล้วรอยยิ้มหวานก็ค่อยๆ ผุดขึ้นบนใบหน้า‘เฮ้อ... แล้วข้าจะ
หลินเสี่ยวเยว่เงยหน้ามองสามี ก่อนยิ้มจนดวงตาโค้งเป็นพระจันทร์เสี้ยวชาตินี้นางตัดสินใจแล้ว ท่านโหว ข้าไม่หย่า และจะไม่มีวันหย่าเด็ดขาดยามเช้าอันสดใส แสงแดดอบอุ่นสาดผ่านแมกไม้ในสวนหลังจวนเจิ้งกั๋วโหว เสียงนกร้องจิ๊บๆ ประสานกันอย่างรื่นรมย์ ราวกับร่วมยินดีกับความสงบสุขที่ปกคลุมจวนแห่งนี้มานานหลายปีเสียงเจื้อยแจ้วของเด็กน้อยกับเสียงฝีเท้าตุ้บตั้บก็ดังลั่นมาตามทางเดินยาวที่เชื่อมต่อกับเรือนใหญ่"วิ่งเร็วเข้าเซี่ยเป้ย หากไปช้า ท่านย่าจะแจกขนมกุ้ยฮวาให้พี่หมดก่อนนะ""พี่ใหญ่รอข้าด้วย ขาข้ายังสั้นกว่าของพี่อยู่นิดหนึ่งนะ" ร่างป้อมอ้วนท้วนสมบูรณ์ในชุดกั๊กสีแดงปักลายมังกรทองสองร่าง กำลังวิ่งเตาะแตะแข่งขันกันอย่างเอาเป็นเอาตาย เด็กชายทั้งสองมีใบหน้าถอดแบบมาจากท่านโหวเซี่ยอวิ๋นเฉิงราวกับพิมพ์เดียวกัน โดยเฉพาะคิ้วเข้มกับดวงตาหงส์ที่ฉายแววคมกริบตั้งแต่เยาว์วัย ทว่าแก้มกลมป่องกับผิวขาวอมชมพูนั้นกลับได้มาจากหลินเสี่ยวเยว่เต็มๆเด็กน้อยทั้งสองก็คือ 'เซี่ยเป่า' แฝดผู้พี่ และ 'เซี่ยเป้ย' แฝดผู้น้อง สองก้อนแป้งวัยสี่ขวบ ผู้เป็นแก้วตาดวงใจของคนทั้งจวนโหว"โอ๊ย ช้าๆ หน่อยเจ้าค่ะคุณชายน้อยทั้งสอง"แม่นมก
"เสี่ยวเยว่ พวกเขาเหมือนเจ้า""ตรงไหนเจ้าคะ เห็นชัดๆ ว่าหน้าเหมือนท่านพี่""ดวงตาเหมือนเจ้า"เสี่ยวเยว่ยิ้มหวาน"เช่นนั้นก็ดีเจ้าค่ะ ได้ความหล่อจากพ่อ ได้ความน่ารักจากแม่ สมบูรณ์แบบ"เซี่ยอวิ๋นเฉิงหัวเราะเบาๆ อย่างจนใจกับความหลงตัวเองของภรรยา แต่แววตาที่มองแม่ลูกทั้งสามกลับเต็มไปด้วยความสุขอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในชีวิตสามปีต่อมาจวนเจิ้งกั๋วโหวซึ่งครั้งหนึ่งเคยเงียบขรึม บัดนี้กลับเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความครื้นเครงแทบทุกวันเซี่ยไท่ฮูหยินกับอดีตท่านโหวกลายเป็นท่านย่าและท่านปู่ผู้หลงหลานจนแทบถอนตัวไม่ขึ้น คอยตามใจเจ้าก้อนแป้งฝาแฝดอย่าง 'เซี่ยเป่า' และ 'เซี่ยเป้ย' จนสองพี่น้องแทบจะขึ้นไปนั่งบนศีรษะผู้ใหญ่ได้อยู่แล้ว"ท่านปู่ ข้าอยากขี่ม้า""ได้ ปู่พาไป""ท่านย่า ข้าอยากกินขนม""ได้ ๆ ย่าจะให้คนไปเอามาเดี๋ยวนี้"เสี่ยวเยว่ที่เดินผ่านมาได้ยินพอดีถึงกับยกมือกุมขมับ"ท่านพ่อ ท่านแม่เจ้าคะ ตามใจพวกเขาน้อยลงหน่อยเถิด เดี๋ยวก็เสียเด็กกันพอดี"เซี่ยไท่ฮูหยินรีบกอดหลานทั้งสองไว้"เด็กเพียงสามขวบจะเสียคนได้อย่างไร"อดีตท่านโหวพยักหน้าเห็นด้วยทันที"ถูกต้อง หลานข้าน่ารักถึงเพียงนี้ ตามใจอีกหน่







