Home / แฟนตาซี / ธรรมจักรทมิฬ / บทนำ: มหาโพธิ์ทองล่มสลาย และเสียงเพรียกจากเถ้าธุลี

Share

บทนำ: มหาโพธิ์ทองล่มสลาย และเสียงเพรียกจากเถ้าธุลี

Author: Wanderer
last update Petsa ng paglalathala: 2026-01-19 14:14:10

ท่ามกลางทุ่งกุลาร้องไห้ที่บัดนี้ไร้ซึ่งเสียงสะอื้นของมนุษย์ มีเพียงสายลมแห้งแล้งที่หอบเอาละอองสีทองจางๆ พัดผ่านซากปรักหักพังของเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ที่หักโค่น แสงสว่างบนฟากฟ้ามิได้มาจากดวงอาทิตย์ตามธรรมชาติ แต่มาจากกิ่งก้านมหึมาของ “มหาโพธิ์ทอง” ต้นไม้ทองคำยักษ์ที่รากของมันหยั่งลึกลงไปถึงแกนโลก และกิ่งก้านของมันค้ำยันสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เอาไว้

แต่แสงนั้นบัดนี้กลับหม่นแสงลง... มันมิใช่สีทองบริสุทธิ์อีกต่อไป แต่เป็นสีเหลืองซีดคล้ายสีผิวกายของคนตาย

สิงขร ลืมตาขึ้นจากการหลับใหลที่ยาวนานนับศตวรรษ ร่างของเขาซุกตัวอยู่ในกองเถ้าธุลีใต้ถุนศาลาวัดเก่าที่ผุพัง ผิวหนังของเขาแห้งกร้าน แผ่นหลังมีรอยสักยันต์ที่ขาดวิ่นไปตามบาดแผลเก่าจากการสู้รบในอดีต เขาคือหนึ่งใน “ผู้ไร้บุญ” เหล่านักรบและขุนนางที่เคยถูกเนรเทศออกจากแผ่นดินขัณฑสีมาเพียงเพราะแสงแห่งบุญบารมีในดวงตาได้มอดดับลง แต่บัดนี้ เมื่อ “มหาธรรมจักร” อันเป็นกฎเกณฑ์แห่งโลกได้แตกสลาย ก้อนธาตุแห่งความตายจึงไหลย้อนกลับ ความตายมิใช่จุดสิ้นสุด และเสียงเพรียกจากเถ้าธุลีได้เรียกพวกเขากลับมาทวงคืนบัลลังก์

ชายหนุ่มยันกายขึ้น ความทรงจำของเขายังคงพร่าเลือนเหมือนหมอกยามเช้า เขารู้เพียงว่าเขาเคยเป็น "จาตุรงคบาท" ผู้พิทักษ์เท้าช้างศึก แต่ในมือตอนนี้มีเพียงดาบเหล็กน้ำพี้ที่บิ่นหักและสนิมเขรอะ เขาเดินออกจากศาลาวัด สายตามองไปที่เส้นขอบฟ้า ที่นั่นเขาเห็นร่างของสตรีผู้หนึ่งนั่งอยู่บนยอดเสาอโศกที่หักพัง

เธอมิใช่คน... แต่เป็นวิญญาณที่กึ่งโปร่งแสง สวมชุดห่มสไบสีนิล ดวงตาข้างหนึ่งของเธอถูกปิดทับด้วยรอยสักรูปกลีบบัวสีม่วง

“เจ้าก็กลับมาด้วยหรือ... นักรบผู้ถูกทอดทิ้ง” เสียงของเธอเยือกเย็นคล้ายลมฤดูหนาว “แผ่นดินที่เจ้าเคยรู้จัก บัดนี้มิใช่แผ่นดินเดิมอีกต่อไป เหล่ากึ่งเทพผู้เป็นโอรสและธิดาของ พระนางมณีรัตน์ ต่างตกอยู่ในห้วงแห่งความคลุ้มคลั่ง พวกเขาแย่งชิงเศษเสี้ยวของมหาธรรมจักรไปครอบครอง บ้างกลายเป็นยักษ์ปักหลั่นที่กัดกินศพ บ้างกลายเป็นอสุรกายในคราบกษัตริย์”

สิงขรไม่ได้ตอบ เขาเพียงแต่กำด้ามดาบแน่นขึ้น แสงสีทองเล็กๆ ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา มันคือ “ประทีปแห่งบุญ” ที่ผุดขึ้นจากพื้นดินที่แตกระแหง แสงสว่างนั้นชี้ทางไปยังทิศตะวันตก... มุ่งหน้าสู่เขาพระสุเมรุและนครหลวงที่ล่มสลาย

“ข้ามีนามว่า มาลี...” วิญญาณสาวกล่าวต่อขณะที่เธอเลือนหายไปในอากาศ “หากเจ้าปรารถนาจะขึ้นเป็น ธรรมราชา และเยียวยาโลกที่บิดเบี้ยวนี้ เจ้าต้องข้ามผ่านทุ่งสังหารนี้ไปให้ได้... แต่ระวังตัวด้วย เงามืดที่อยู่ใต้ร่มเงาพฤกษาทองคำนั้น หิวกระหายบุญบารมีของเจ้ายิ่งกว่าสิ่งใด”

สิงขรเริ่มก้าวเดินผ่านทุ่งหญ้าสีเลือด เขาพบเห็นซากศพของเหล่าทหารอาสาในชุดเกราะหวายที่เดินโซเซราวกับหุ่นเชิด ดวงตาของพวกมันว่างเปล่าและมีแสงสีเหลืองอ่อนลุกโชนอยู่ภายใน พวกมันคือผู้ที่ตายไปแล้วแต่ถูกพันธนาการไว้ด้วยอำนาจของมหาโพธิ์ทอง ไม่สามารถไปสู่สุคติได้ สิงขรเบี่ยงตัวหลบหลังซากเกวียนไม้ กลิ่นเหม็นเน่าและกลิ่นธูปไหม้โชยมาตามลม

ที่ด้านหน้าของเขา คือด่านประตูเมืองโบราณที่มีร่างมหึมาของ "ทวารบาลศิลา" ยืนเฝ้าอยู่ มันมิใช่หินสลักธรรมดา แต่เป็นอสุรกายที่ถูกสร้างขึ้นจากศิลาแลงและอาคมไสยดำ มือของมันถือกระบองยักษ์ที่พันด้วยสายสิญจน์โชกเลือด

นี่คือบททดสอบแรกของผู้ไร้บุญในแผ่นดินอันศักดิ์สิทธิ์ที่กลายเป็นนรก

สิงขรสูดลมหายใจเข้าลึก รอยสักยันต์ที่กลางหลังของเขาเริ่มเรืองแสงสีแดงจางๆ ความร้อนจากวิชาอาคมที่ถูกสะกดไว้เริ่มสูบฉีดไปตามกระแสเลือด เขาไม่ใช่แค่นักรบที่ฟื้นจากความตาย แต่เขาคือความหวังสุดท้ายที่จะรวบรวมเศษเสี้ยวแห่งธรรมจักร เพื่อกำหนดชะตากรรมของไตรภูมิใหม่อีกครั้ง

“หากสวรรค์ทอดทิ้งข้า... ข้าก็จะสร้างสวรรค์ขึ้นมาใหม่ด้วยคมดาบของข้าเอง”

เขาวิ่งทะยานออกไปจากเงามืด ดาบเหล็กน้ำพี้กรีดผ่านอากาศเกิดเสียงหวีดหวิว

การเดินทางสู่บัลลังก์ธรรมราชาได้เริ่มต้นขึ้นแล้วท่ามกลางเสียงสวดส่งวิญญาณที่ไม่มีวันจบสิ้นของแผ่นดินสยามที่ล่มสลาย

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App
Mga Comments (1)
goodnovel comment avatar
Wanderer
ขอบคุณทุกคนที่ติดตาม ธรรมจักรทมิฬ นะครับ เบื้องหลังตัวละคร ภาพประกอบ และเรื่องราวนอกเส้นหลัก ผมทยอยลงไว้ที่เพจ Wanderer Novelist เผื่อใครอยากดำดิ่งครับ
Tignan lahat ng Komento

Pinakabagong kabanata

  • ธรรมจักรทมิฬ   ตอนที่ 108: รุ่งอรุณแห่งราตรีกาล และพันธสัญญาแห่งดวงดาว

    ความหนาวเหน็บที่แผ่ซ่านเข้ามากระทบผิวเนื้อ ไม่ใช่ความเย็นเยือกที่บาดลึกถึงกระดูกประดุจเวทมนตร์เหมันต์ หรือความเยือกเย็นอันชวนขนลุกของแดนทมิฬใต้เงา ทว่ามันเป็นความเย็นที่สงบเงียบ บริสุทธิ์ และปราศจากพันธนาการใดๆ เหมือนอากาศบริสุทธิ์ในคืนเดือนแรมที่ไร้เมฆหมอกสิงขรค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก เปลือกตาของเขาหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยตะกั่ว ความเจ็บปวดจากการฝืนใช้พลังระดับกอสมิกในศึกตัดสินกับ อสูรแห่งเอลเดน ยังคงหลงเหลืออยู่เป็นรอยระบมฝังลึกในกล้ามเนื้อ ทว่าบาดแผลฉกรรจ์ตามร่างกายกลับสมานตัวจนเหลือเพียงรอยแผลเป็นสีจางๆเขาพยายามยันกายลุกขึ้นนั่ง สิ่งแรกที่เขาสัมผัสได้คือผืนดินใต้ร่าง มันไม่ใช่เถ้าถ่านที่ร้อนระอุของนครหลวงเถ้าถ่าน และไม่ใช่ผิวน้ำสีดำของมิติกระจกเงา แต่มันเป็นพื้นศิลาที่ปูด้วยหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์ และเมื่อเขากวาดสายตามองไปรอบๆ..."ที่นี่มัน..."สิงขรเบิกตากว้าง ทัศนียภาพรอบตัวเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เขาไม่ได้อยู่บนโลกมัชฌิมอีกต่อไป ทว่าเขากำลังนั่งอยู่บนแท่นบูชาหินอ่อนที่ตั้งอยู่ท่ามกลาง "ห้วงอวกาศอันกว้างใหญ่ไพศาล" ท้องฟ้าเบื้องบนไม่ใช่สีทองของมหาโพธิ์ทอง และไม่ใช่สีเทาหมอ

  • ธรรมจักรทมิฬ   ตอนที่ 107: ดาบผ่าสัจธรรม และจุดจบแห่งมหันตภัยจักรวาล

    มิติกระจกเงาอันไร้ขอบเขตบัดนี้ถูกอาบย้อมไปด้วยแสงสีทองที่เข้มข้นจนกลายเป็นความมืดบอด วงแหวนสีทองขนาดยักษ์ทั้งสี่วงที่ซ้อนทับกันเป็นสัญลักษณ์แห่ง "มหาธรรมจักร“ กำลังหดตัวบีบรัดเข้าสู่จุดศูนย์กลางอย่างเชื่องช้าทว่าไม่อาจหยุดยั้งได้ มันไม่ใช่การโจมตีทางกายภาพ แต่มันคือการ "บีบอัดกฎเกณฑ์" ของมิติให้กลับคืนสู่จุดเริ่มต้น ทุกสรรพสิ่งที่อยู่ในรัศมีของวงแหวนนี้ ไม่ว่าจะเป็นสสาร เวทมนตร์ หรือแม้แต่วิญญาณ จะถูกลบหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์อย่างสมบูรณ์!แรงกดดันมหาศาลกดทับลงมาจนผิวน้ำสีดำที่เคยราบเรียบเกิดการยุบตัวลงประดุจหลุมอุกกาบาต"สิงขร... ข้าหายใจไม่ออก..." มาลินทรุดตัวลงนอนราบกับผิวน้ำ โดมเวทมนตร์ของนางแตกสลายไปแล้ว เลือดไหลซึมออกจากจมูกและดวงตา ร่างกายของมนุษย์ธรรมดาไม่อาจทนรับแรงโน้มถ่วงระดับกอสมิกนี้ได้อีกต่อไปสิงขรยืนหยัดอยู่เบื้องหน้านาง สองขากางออกกว้างเพื่อรักษาสมดุล กล้ามเนื้อทุกมัดกำลังประท้วงถึงขีดจำกัดสูงสุด ทว่าสองมือของเขายังคงกำด้าม "ดาบจันทราทมิฬ" ไว้แน่น นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มของเขาจ้องมองวงแหวนสีทองที่กำลังบีบตัวเข้ามาใกล้ทุกขณะ"กฎเกณฑ์ที่บังคับให้ทุกคนต้องศิโรราบ... ระเบีย

  • ธรรมจักรทมิฬ   ตอนที่ 106: มหันตภัยระดับจักรวาล และระบำดาบแห่งความว่างเปล่า

    เสียงร้องกังวานที่ไม่ได้เปล่งออกจากลำคอ ทว่าสะท้อนก้องมาจากความถี่ของห้วงอวกาศ ดังกึกก้องจนผิวน้ำสีดำที่ราบเรียบประดุจกระจกเงาเกิดระลอกคลื่นบ้าคลั่ง สิ่งมีชีวิตที่แท้จริงเบื้องหลังมหาธรรมจักร ลอยตัวขึ้นเหนือผิวน้ำ ร่างกายอันโปร่งแสงของมันใหญ่โตมโหฬารจนสิงขรดูเป็นเพียงฝุ่นผงเมื่อเทียบเคียง ภายในร่างนั้นคือภาพจำลองของกาแล็กซี กลุ่มดาว และเนบิวลาที่หมุนวนอย่างเชื่องช้า บ่งบอกถึงตัวตนที่อยู่เหนือขอบเขตของกาลเวลาและสถานที่ในมือที่คล้ายคลึงกับกิ่งไม้สีทองของมัน กำด้าม "ดาบศิลา" ขนาดยักษ์ ดาบเล่มนั้นถูกหลอมขึ้นจากเศษซากเจตจำนงของ รณกร ที่เพิ่งแตกสลาย มันเป็นดาบที่บิดเบี้ยวและเต็มไปด้วยรอยร้าว ทว่ากลับแผ่รังสีแห่งการทำลายล้างที่น่าสะพรึงกลัว แสงสีทองที่สาดส่องออกมาจากตัวอสูร ไม่ใช่แสงแห่งความอบอุ่น แต่เป็นแสงแห่ง "ความเป็นระเบียบ" ที่เย็นชาและพร้อมจะลบทุกสิ่งที่ผิดแผกไปจากสมการของมันมาลินทรุดตัวลงกับพื้น ผิวหนังของนางรู้สึกแสบร้อนเพียงแค่อยู่ในรัศมีแสงของมัน "นี่หรือคือพระเจ้า... มันไม่ได้ดูเหมือนผู้สร้างเลย แต่มันเหมือน... สัตว์ประหลาดจากต่างดาวที่ตกลงมากลืนกินโลกใบนี้""เพราะมันคือปรสิตอย

  • ธรรมจักรทมิฬ   ตอนที่ 105: การตื่นรู้แห่งดวงดาว และเหมันต์นิรันดร์กลืนธรรมจักร

    มิติกระจกเงาอันไร้ขอบเขตที่เคยเงียบสงบ บัดนี้กำลังสั่นสะเทือนอย่างบ้าคลั่งประดุจแก้วบางๆ ที่ถูกบีบอัดด้วยแรงดันมหาศาล ท้องฟ้าเบื้องบนมิใช่สีทองสลัวอีกต่อไป ทว่ามันสว่างจ้าแสบตาจนแทบหลอมละลาย รอยแหวนเวทมนตร์แห่ง "มหาธรรมจักร" รัศมีกว้างใหญ่ไพศาลซ้อนทับกันเป็นวงกลมนับสิบวง ก่อตัวขึ้นเบื้องหลังร่างของ รณกร ราชันย์แห่งมหาธรรมจักรชายผมแดงร่างยักษ์ผู้ไร้ซึ่งเจตจำนง ลอยตัวอยู่เหนือผิวน้ำ ค้อนศิลาในมือขวาของเขาดูดกลืนแสงสว่างจากแหวนเวทมนตร์เหล่านั้นจนแปรสภาพเป็นอาวุธทำลายล้างมิติที่สมบูรณ์แบบ แสงสีทองที่อัดแน่นอยู่ที่หัวค้อนนั้นหนักอึ้งเสียจนอากาศรอบด้านบิดเบี้ยว ร้อนระอุประดุจใจกลางของดาวฤกษ์ที่กำลังจะระเบิด"สิงขร... พลังนั่นมันบ้าไปแล้ว! มันกำลังจะลบทุกสิ่งทุกอย่างในมิตินี้ทิ้ง!" มาลินตะโกนก้องผ่านม่านพายุลมที่พัดกระหน่ำ นางพยายามฝังนิ้วมือลงกับผิวน้ำตื้นๆ เพื่อไม่ให้ร่างถูกพัดปลิวไปตามแรงลมของเทพเจ้าสิงขรยืนตระหง่านอยู่เบื้องล่าง เงยหน้ามองหายนะที่กำลังก่อตัวด้วยสายตาที่สงบนิ่งอย่างประหลาดคาตานะโลหิตในมือซ้ายของเขาเริ่มสั่นระริกและปรากฏรอยร้าว เวทมนตร์เลือดของอัสมันต์ที่ฝังอยู่ในใบดาบก

  • ธรรมจักรทมิฬ   ตอนที่ 104: แกนกลางมหาโพธิ์ทอง และเทวรูปที่แตกสลาย

    รอยแยกสีทองเรืองรองที่ทอดตัวอยู่กลางลำต้นของ "ต้นมหาโพธิ์ทอง" บัดนี้เปิดกว้างออกประดุจประตูสู่สรวงสวรรค์ที่ถูกแผดเผา เปลวเพลิงยักษ์ที่เต้นเร่าอยู่รอบนอกไม่อาจล่วงล้ำเข้าไปในอาณาเขตอันศักดิ์สิทธิ์เบื้องหลังแสงนั้นได้ สิงขรและมาลินหยุดยืนอยู่หน้าปากทางเข้า ความเงียบสงัดที่แผ่ออกมาจากภายในนั้น หนักอึ้งเสียจนทำให้เสียงของสายลมและกองไฟเบื้องหลังดูคล้ายกับความว่างเปล่าสิงขรกระชับด้าม "ดาบจันทราทมิฬ" ไว้ในมือขวา ส่วนมือซ้ายกำ "คาตานะโลหิต" ของอัสมันต์ไว้หลวมๆ ร่องรอยของบาดแผลจากการต่อสู้กับราหูและกัมปนาทถูกเยียวยาด้วยเวทมนตร์และสมุนไพรจนทุเลาลง แต่ความเหนื่อยล้าที่สะสมอยู่ในจิตวิญญาณนั้นมีเพียงปณิธานอันแรงกล้าเท่านั้นที่คอยค้ำจุนไว้"มาลิน..." สิงขรเอ่ยขึ้นโดยไม่หันกลับไปมอง "หลังประตูบานนี้... คือมิติที่กฎเกณฑ์ของโลกมนุษย์ไม่อาจเอื้อมถึง มันคือลานประหารของทวยเทพ ข้าไม่อาจรับประกันความปลอดภัยใดๆ ได้อีกต่อไป หากเจ้าก้าวตามข้าเข้ามา"มาลินกำหน้าไม้เพลิงในมือแน่น นางเม้มริมฝีปาก แววตาของจอมปรุงยาสาวเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวที่ไม่แพ้กัน "ข้าตามเจ้ามาตั้งแต่ทุ่งสุสานที่เต็มไปด้วยพิษมรณะชาด ฝ่าวงล

  • ธรรมจักรทมิฬ   ตอนที่ 103: นครหลวงเถ้าถ่าน และปฐมราชันย์ผู้หวนคืน

    มิติสีทองที่เคยบิดเบี้ยวอยู่เบื้องหน้าประตูแห่งความเป็นเทพ บัดนี้สงบนิ่งและแปรสภาพเป็นเพียงม่านหมอกแห่งความว่างเปล่า สิงขรและมาลินก้าวผ่านรอยแยกมิตินั้น ทิ้งแดนทมิฬใต้เงาและความวิปลาสของเทพเจ้าจอมปลอมไว้เบื้องหลัง พริบตาที่เท้าของพวกเขาสัมผัสกับผืนดินอีกครั้ง อากาศที่บริสุทธิ์และหนาวเหน็บก็ถูกแทนที่ด้วยความร้อนระอุและกลิ่นเหม็นไหม้ที่คุ้นเคยพวกเขาไม่ได้กลับมายังวังบาดาล หรือทุ่งหิมะอันเหน็บหนาว ทว่าพวกเขาถูกส่งกลับมายังใจกลางของมัชฌิมโลก... "นครหลวงเถ้าถ่าน"ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าคือจุดจบของอารยธรรมที่เคยรุ่งเรืองที่สุด ท้องฟ้าถูกย้อมด้วยสีแดงฉานประดุจเลือดที่ถูกต้มจนเดือด ละอองเถ้าถ่านสีเทาหม่นโปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสายราวกับหิมะแห่งความตาย ต้นมหาโพธิ์ทอง ขนาดยักษ์ที่เคยส่องประกายศักดิ์สิทธิ์ บัดนี้ถูกโอบล้อมด้วย "เพลิงยักษ์บรรลัยกัลป์" ที่แผดเผาเปลือกไม้และกิ่งก้านจนกลายเป็นถ่านสีดำแดง หนามแห่งการปฏิเสธที่เคยปิดกั้นทางเข้าสู่ภายในต้นไม้ บัดนี้ถูกเผาจนมอดไหม้ เปิดทางให้เห็นแสงสว่างจางๆ ที่ลอดออกมาจากแกนกลาง"ในที่สุด... ทางเข้าสู่บัลลังก์เอลเดนก็เปิดออกแล้ว" มาลินกระซิบ นางใช้ผ้าเช็ด

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status