LOGIN“ไม่น่าเชื่อนะคะว่าแค่กระดาษไม่กี่แผ่น ข้อความไม่กี่บรรทัดจะทำให้คุณโกรธมากขนาดนี้ แต่ผิดแล้ว ข้อความทั้งหมดเป็นความจริง เอยเขาได้กำหนดวันแต่งงานแล้วเฟื่องก็แค่บอกข่าวให้คุณทราบ”
“จะจริงหรือไม่จริงก็ไม่เกี่ยวกับฉัน ไม่ต้องมายุ่ง!”
“คุณเคยพูดกับเฟื่องว่าเอยกับคุณอาร์มจะคบกันไม่รอด ไม่นานก็เลิกกัน แล้วเป็นยังไงล่ะคะ คราวนี้จะเชื่อเฟื่องได้หรือยังว่าเอยไม่เคยเสียใจ ไม่เคยเสียดายเลยสักนิดที่ไม่เลือกผู้ชายอย่างคุณมาเป็นแฟน! เอยเลือกคู่ชีวิตถูกคนแล้ว เขาฉลาดมากพอที่จะไม่โง่มาคว้าผู้ชายนิสัยอย่างคุณไปทำพันธุ์ คนที่มีดีแค่ฐานะรวยอย่างคุณสู้คุณอาร์มไม่ได้!”
การลุกฮือขึ้นมาต่อสู้ครั้งนี้ทำให้รณภพโกรธจัด
“ทำไมจะสู้ไม่ได้ ฉันมีดีมากกว่าไอ้บ้านนอกนั่นตั้งหลายอย่าง มันต่างหากล่ะที่ไม่มีวันสู้ฉันได้แม้แต่เสี้ยวความสามารถ! คนไม่รู้เรื่องไม่รู้ความอย่างเธอจะมาเข้าใจได้ยังไง ฝันเถอะ กลับไปอยู่บนกองดินกองโคลนที่บ้านนอกไป ฉันเบื่อจะแย่แล้วที่ทุกวันทุกคืนต้องเห็นเธอลอยหน้าลอยตาชูคอเป็นหงส์อยู่ในบ้านทั้งที่ความจริงเธอก็เป็นได้แค่ห่าน!”
เขาด่ากราดด้วยถ้อยคำรุนแรง ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ตะคอกด่าเรื่อยๆ จนกระทั่งแผ่นหลังของเฟื่องลดาจนตรอกชนเข้ากับผนังห้อง แต่ถึงอย่างนั้นรณภพก็ยังไม่หยุดความเกรี้ยวกราด “ถามหน่อยเถอะ ทุกวันนี้เธอไม่อายคนอื่นบ้างเหรอกับพฤติกรรมต่ำๆ จับผู้ชายรวยจนเกือบอยู่หมัดแต่เสียอย่างเดียวคือผู้ชายคนนั้นมันฉลาดก็เลยไหวตัวทัน เอาแค่ลูกไม่เอาแม่ที่มั่วมากผ่านผู้ชายมาเป็นร้อย! ติดโรคมาหรือเปล่าก็ไม่รู้ ฉันนี่มันซวยชะมัด!”
เรียวปากบางสั่นระริกภายในใจปวดร้าวกับคำด่าทอจากเขา แต่เมื่อคืนสัญญากับตัวเองแล้วว่าจะสู้จะไม่ยอมตกเป็นที่ระบายอารมณ์จากเขาอีก จึงเม้มปากกลั้นน้ำตาไว้แล้วด่ากลับเผ็ดร้อนไม่แพ้กัน
“ใช่ เฟื่องมั่วผู้ชายเก่งมันเร้าใจดี โดยเฉพาะกับผู้ชายรวยแต่โง่เฟื่องก็ยิ่งชอบ คุณก็เป็นหนึ่งในนั้นไม่ใช่เหรอ ถึงทำเฟื่องท้องได้!”
“ในที่สุดก็ยอมรับจนได้ว่าตัวเองมีนิสัยต่ำช้าแบบนี้จริงๆ ไอ้อาจารย์คนนั้นก็เป็นหนึ่งในเหยื่อของเธองั้นสิ!”
“อย่าถาม ในสิ่งที่คุณเองก็รู้ดีอยู่แล้ว” แววตาหล่อนสั่นไหวทว่าต้องข่มใจและทำให้เขาเห็นว่าไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไร
“ตั้งแต่เกิดมาฉันไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนน่ารังเกียจได้เท่าเธอ เธอนี่มันสุดยอดจริงๆ เลย นอกจากจะเลวทิ้งลูกตัวเองแล้วยังร่านผู้ชายได้โล่!” รณภพตะคอกลั่นเส้นเสียงแทบแตกเพื่อตอกย้ำเรื่องเดิม และไม่ว่าจะผ่านไปอีกสิบปียี่สิบปีเขาก็จะยังพูดถึง จะพูดให้ลูกฟังว่าแม่ของเขาเคยประพฤติตัวเลวยังไงบ้าง มีอย่างที่ไหนอ้างนักอ้างหนาว่ารักลูก แต่ตัวเองกลับทิ้งลูกไปอยู่ต่างประเทศ ถ้าไม่ใช่เพราะอยากใช้ลูกมาแบลกเมล์เอาเงินจากเขาคิดเหรอว่าหล่อนจะกลับมา!
ถ้าหากเจ้าหล่อนไม่โชคดีมีเพื่อนประเสริฐอย่างอาทิตยาคอยช่วยเลี้ยงลูก ก็อย่าหวังเลยว่าตาหนูจะยังมีชีวิต อยากรู้จังเลยว่าในสมองหล่อนคิดอะไรอยู่ตอนจองตั๋วเครื่องบินและขอวีซ่าไปต่างประเทศ ในสมองหล่อนไม่คิดบ้างเหรอว่าลูกยังเล็ก ยังต้องการน้ำนมแม่ แล้วทุกคนคิดว่าผู้หญิงแบบนี้น่ะเหรอที่เขาควรจะให้โอกาส ผู้หญิงแบบนี้น่ะเหรอที่เขาควรสงสารและเห็นใจ ต่อให้เล่นละครเก่งกว่านี้หรือมีรางวัลตุ๊กตาทองคำห้อยคอมา เขายังสงสารไม่ลง!
เฟื่องลดากำลังร้องไห้โดยที่เขาไม่ได้รู้สึกเห็นใจอะไรเลย เขามองหน้าหล่อน มองน้ำตาทุกหยดแล้วสงสัยว่าทำไมหล่อนถึงบีบน้ำตาเก่งเหมือนสั่งได้ แต่…
“พอเถอะ จะร้องไห้ให้มันได้อะไรขึ้นมาก็รู้อยู่ว่าฉันไม่แคร์ เธอรู้เอาไว้นะเฟื่องลดาว่าที่พ่อกับแม่ฉันยังทำดีกับเธอ ก็เพราะเธอเป็นแม่ของลูกฉัน แต่ลึกๆ แล้วพวกท่านก็คงเกลียดเธอไม่ต่างไปจากฉัน ฉันเกลียดเธอที่ตั้งใจปล่อยท้องเพื่อจับฉัน เกลียดเธอที่ทิ้งลูก เกลียดทุกอย่างที่เป็นเธอ เธอได้ยินไหมเฟื่องลดา ฉันเกลียดเธอ ต่อให้ไม่มีเธอลูกก็อยู่ได้ เผลอๆ อาจจะมีชีวิตดีกว่าอยู่กับแม่ที่ไม่มีอะไรดีอย่างเธอ!”
“ภพ! เฟื่อง! ทะเลาะอะไรกันเสียงดังเอะอะโวยวายกันทั้งบ้าน …เฟื่อง!” คุณแขไขตกใจมากวิ่งเข้ามาจับมือลูกชายให้เลิกชี้หน้าด่าเฟื่องลดา ยังไม่เคยเห็นเด็กคนนี้ร้องไห้หนักเท่าวันนี้มาก่อน คนในบ้านตามมาเกาะติดสถานการณ์กันเกือบหมด ไม่เว้นแม้แต่ท่านเจ้าสัวที่สุขภาพไม่ค่อยดียังตามมาเพราะเป็นห่วงไม่อยากให้ทั้งสองคนทะเลาะกัน
“เธอร้องไห้ทำไม หยุดร้อง ทะเลาะอะไรกับตาภพฉันจะเคลียร์ให้เอง”
“เปล่าค่ะ ไม่มีอะไร…”
เฟื่องลดาสะอื้นร่ำไห้ข่มกลั้นแรงสะอื้นพูดกับคุณแขไข ยอมจบให้แล้วแต่ทว่ามันก็ยังไม่พอสำหรับรณภพ เขาไม่ต้องการให้เรื่องมันจบลงที่ตรงนี้จึงก้มลงไปหยิบกระดาษต้นเรื่องเหล่านั้นขึ้นมา
“ผมไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มก่อน ถ้าคุณแม่อยากรู้ก็เอาไปอ่านเอง!”
คุณนายแขไขรับก้อนกระดาษกลมๆ มาคลี่อ่านจนจบ ตวัดสายตาขึ้นมองหน้าเฟื่องลดาก่อนจะเลื่อนสายตามามองลูกชาย
“เรื่องแค่นี้เองทำไมต้องทะเลาะกันหนักมากขนาดนี้ มีเรื่องอื่นอีกหรือเปล่า”
“เรื่องแค่นี้งั้นเหรอ? ผู้หญิงคนนี้ถือวิสาสะเข้าไปในห้องนอนผมแปะการ์ดพวกนี้ไว้ปั่นหัว กะจะให้ผมอารมณ์เสีย นอกจากจะเป็นกาฝากแล้วยังมีนิสัยย่องเบาเข้าห้องคนอื่น ถ้ายัยคนนี้เข้าไปขโมยของในห้องผมหรือห้องนอนพ่อแม่จะว่ายังไง!”
“ไหน ส่งมา ขอพ่ออ่านบ้าง”
“คุณพ่อจะพูดเหมือนคุณแม่ว่ามันเป็นเรื่องแค่นี้อยู่อีกไหม กว่าจะพิมพ์ ปริ้น แล้วเอาไปแปะมันผ่านกระบวนคิดมาเยอะแล้ว ไม่ใช่จะมาอ้างว่าทำไปโดยไม่ตั้งใจหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ คนอย่างผม ถ้าจะด่าใครทั้งที ไม่มีมูล ไม่มีเหตุผล ผมไม่ด่าให้เสียปากหรอก!”
“เฟื่อง ขอโทษพี่เขาซะ” ท่านพยายามใจเย็น ทำหูทวนลมไม่ได้ยินถ้อยคำไม่น่าฟังจากลูกชาย
“ขอโทษค่ะ”
เฟื่องลดายอมพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ น้ำตายังคงไหลหลั่งเสียใจและสำนึกผิดในทุกอย่างที่ตัวเองได้กระทำผิดลงไป มันมีเยอะเสียจนบางทีก็คิดว่าหล่อนไม่น่าเกิดมาเลย ทำไมหล่อนแค่คนเดียวถึงสร้างปัญหาให้คนรอบข้างได้มากขนาดนี้
“อะไรนะ! พูดให้มันดีๆ หน่อย ช้าๆ ชัดๆ เสียงดังๆ แล้วก็ยกมือไหว้ด้วยเพราะฉันอายุมากกว่าเธอหลายปี ไม่ให้ก้มกราบก็บุญแล้ว!” รณภพแสยะยิ้ม สองมือล้วงกระเป๋ายืนลอยหน้าลอยตามอง
“ฮึก… ขอโทษค่ะ” เอ่ยช้า ชัด และพนมมือไหว้รณภพ
“คำขอโทษที่ไม่ได้มาจากใจแค่พูดไปเพราะถูกสั่ง อย่าคิดเลยว่าฉันจะซึ้ง แต่ก็เอาเถอะ เห็นแก่เธอที่ดิ้นรนจนมีทุกวันนี้ได้ฉันจะยอมยกโทษให้ จะได้ไม่ต้องวิ่งแจ้นไปอ่อยไปจับผู้ชายคนอื่นให้เมื่อยขา”
“พอ หยุดพูด เฟื่องยอมขอโทษและแกก็ยกโทษให้เขาแล้ว ทีนี้ก็ถึงตาแกบ้าง ขอโทษเฟื่องซะ โทษฐานที่แกด่าไม่ไว้หน้าเขา!”
“พ่อ!” รณภพแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเองว่าบิดาบังเกิดเกล้าจะพูดคำนั้นออกมา
“ทำตามคำสั่งของพ่อเดี๋ยวนี้”
“ไม่มีทาง ให้ตายผมก็ไม่มีวันพูด!”
“แต่แกต้องพูดเพราะมันเป็นคำสั่งของฉัน!”
“คุณวิทคะ” รีบมาประคองสามี
“ไปพักเถอะค่ะ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฉันคุยกับทั้งสองคนเถอะนะ”
“ไม่ คุณแข ผมไม่ไปจนกว่าเจ้าภพจะยอมขอโทษเฟื่องลดา คุณก็ได้ยินไม่ใช่เหรอว่ามันปากเสียด่าเขาว่ายังไงบ้าง ถ้ามีคนมาด่าแบบนั้นคุณจะเสียใจไหม แล้วที่สำคัญมันเป็นลูกของผม ถ้าแม้กระทั่งกับแม่ของลูกแท้ๆ ยังพูดดีด้วยไม่ได้แล้วมันจะพูดดีๆ กับคนอื่นเป็นเหรอ อนาคตของผู้บริหารใจแคบมองยังไงก็ตกต่ำ!”
“พ่อจะเอาเรื่องงานมาปนกับเรื่องผู้หญิงคนนี้ได้ยังไง มันเทียบกันไม่ได้! พ่อไม่รู้อะไรอย่ามาทำเป็นปกป้องเขาหน่อยเลย เอาใจเขาสารพัด ถ้าไม่บอกว่าเป็นผู้อาศัยผมคงคิดว่าเขาเป็นเมียน้อยพ่อ!”
“ไอ้ภพ!/ภพ ทำไมลูกถึงพูดอะไรแบบนั้น”
4ใกล้จะถึงกำหนดคลอดลูกคนที่สองแล้ว รณภพตื่นเต้นมากกว่าภรรยาเสียอีก จัดเตรียมกระเป๋าไว้ตั้งแต่อายุครรภ์เข้าสู่เดือนที่แปด เป็นกังวลว่าถ้าหากภรรยาคลอดก่อนกำหนดหรือรีบมากๆ จะลืมของสำคัญ เขาจัดไปหมดแม้กระทั่งตุ๊กตายังเอาไปด้วย ตั้งใจจะวางไว้ข้างหมอนให้ภรรยาได้เห็นว่ามีหมีน้อยๆ คอยให้กำลังใจ เขากลัวหล่อนจะมีภาพคลอดลูกคนแรกติดตาจึงดูแลทุกอย่างเป็นอย่างดี จัดหาห้องพักที่ดีที่สุด หมอที่เก่งที่สุด และการดูแลในระดับดีเยี่ยม ยอมทุ่มเทจ่ายค่าคลอดลูกรวมกันหลายล้านญาติๆ ต่างทยอยมาเยี่ยมตั้งแต่อยู่บ้าน เขาให้คนขับรถไปรับแม่ฟ้ากับน้องฟางที่อยุธยามาให้กำลังใจเฟื่องลดาด้วยอายุครรภ์ของเฟื่องลดามากกว่าเก้าเดือน แต่ลูกชายตัวน้อยยังไม่มีวี่แววจะอยากออกมาดูโลกภายนอก คุณหมอจึงแนะนำให้ผ่าคลอด มันฟังดูน่ากลัวมากสำหรับผู้ชายทั้งแท่งอย่างเขา“ไม่ต้องกลัวนะ ฉันจะเข้าไปในห้องคลอดด้วย” รณภพลากเก้าอี้เข้ามานั่งเฝ้าเตียง บางครั้งก็กลัวบางครั้งก็ตื่นเต้น ถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอเก็บบรรยากาศห้องพักฟื้นไว้และนับเวลารอเจอน้องกราฟเขาตั้งชื่อลูกชายคนที่สองว่า ‘กราฟิก’ ไม่มีความหมายอะไรพิเศษ แค่อยากให้คล้องจองกับพี่กัปตันจึงเล
3 “กีฬา กีฬา เป็นยาวิเศษ ฮาไฮ ฮาไฮ!” ทีมเชียร์รัวกลองสนามหญ้าเทียมโซนบีมีสาวๆ หยุดมองมากเป็นพิเศษเพราะนักเตะในสนามล้วนมีหน้าตาเกรดเอ หล่อเหมือนดารากันทุกคนแถมกล้ามยังแน่น วิ่งไล่บอลเหมือนม้าสู้ศึกแรงดีไม่มีตก เป็นศึกแห่งศักดิ์ศรีระหว่างรณภพกับผองเพื่อนและหนุ่มๆ สถาปนิกจากบริษัทไทยออลสตาร์ นำทีมโดยคุณพ่อลูกหนึ่งอย่าง ภูดิศ หรือพี่หมอกพักหลังร่วมธุรกิจกันหลายอย่าง สนิทกันเหมือนญาติพี่น้อง ทว่ารณภพอยากทำอะไรที่มันมากกว่านั้น ก็เลยไปท้าพี่เขาแข่งบอล ถ้าเขาแพ้จะขอถอนตัวแล้วเลิกตื๊อพี่หมอกอีกตลอดชีวิตแต่ถ้าชนะ พี่หมอกต้องทำโปรเจ็คร่วมกันกับบริษัทเขาพี่หมอกรับคำท้าเพราะเป็นนักบอลเก่าและชอบออกกำลังกายเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แท็กทีมเพื่อนฝูงกล้ามโตมาเต็มแน่นสนาม ตัดภาพมาที่ทีมเขาสิ ผู้รักษาประตูเป็นไอ้สารวัตรหมี กองหน้าเป็นไอ้รัน สองคนนี้ทำผลงานได้แย่ที่สุดในทีมเล่นเหมือนถูกบังคับก็บังคับพวกมันจริงๆ นั่นแหละ แต่เขาก็ติดสินบนไปแล้วไม่น่าจะมีปัญหา รณภพวิ่งไล่บอลหอบหายใจถี่กระชั้นกดดันเนื่องจากใกล้หมดเวลาครึ่งแรกแล้ว เขาโมโห ด่ากราดเพื่อนร่วมทีม“ไอ้หมี มึงมีสมาธิหน่อยสิวะ กูให้มึงเฝ้า
2แท็กซี่มาส่งที่สนามบินเชียงใหม่ก่อนถึงเวลาขึ้นเครื่องสองชั่วโมง จึงมีเวลาเดินเล่น กินข้าว ซื้อของฝากกลับกรุงเทพ“คุณภพ ซื้ออะไรมาเยอะแยะขนาดนั้นคะ น้ำหนักจะเกินหรือเปล่า” เฟื่องลดากำลังเหม่อได้ที่มาได้สติตอนที่ลูกวิ่งเข้ามาเกาะขา เอียงใบหน้าไปมองก็เห็นพ่อของลูกถือถุงแคปหมูกับของฝากอื่นๆ พะรุงพะรังมาเต็มมือ เขาอุ้มลูกพาไปซื้อน้ำซื้อขนม ให้หล่อนนั่งรออยู่หน้าเกทขณะรอช่วงบอร์ดดิ้งไทม์กลับกรุงเทพลูกน้อยได้ขนมมาหนึ่งชิ้น กัดกินกรุบๆ ซุกหน้าซบบนหน้าขา เฟื่องลดาต้องอุ้มดึงแกขึ้นมานั่งบนตักช่วยเช็ดคราบเลอะ“ไม่รู้จะซื้ออะไรกลับไปฝากคนที่บ้าน เราน่าจะแวะร้านของฝากก่อนเข้าสนามบินเนอะ จะได้ซื้อใส่กระเป๋าโหลดใต้เครื่อง”“แค่นี้ก็เยอะแล้วค่ะ” ยื่นมือออกไปจะช่วยถือ“ไม่เป็นไร” เขาปฏิเสธ ย้ายมานั่งลงข้างเฟื่องลดาแล้วมัดปากถุงของฝากรวมกัน อีกไม่ถึงสิบนาทีก็จะถึงเวลาเรียกขึ้นเครื่องแล้ว เขาต้องถือถุงพวกนี้กับกระเป๋าใบเล็กของตัวเองแล้วก็เมีย ช่วงบ่ายคนพลุกพล่านมาก ยิ่งเวลาใกล้จะเรียกขึ้นเครื่องคนก็ยิ่งเยอะเป็นพิเศษ เก้าอี้ว่างแทบไม่เหลือเลยหลายคนต้องยืนรอ“แหวนไปไหน?” เขาเงียบไปนานมากกว่าจะทักถาม หล
ตอนพิเศษถ้าหากถามว่าความรู้สึกดีๆ ที่เขามีให้เฟื่องลดาเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนไหน เขาคงจะขอเวลานอกสักครึ่งชั่วโมงเพื่อลำดับเหตุการณ์และความรู้สึก ก่อนจะหันไปมองคนถามและตอบว่า ‘ไม่รู้’เขาไม่รู้เลยว่าเริ่มรักหล่อนตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่รู้ว่าเปิดใจให้ตอนไหน สิ่งเดียวที่เขารู้คือไม่ว่าเขาจะรู้สึกดี รู้สึกแย่ หรือชีวิตประสบพบเจออะไรร้ายแรงมากแค่ไหนมองกลับมาก็จะยังเห็นหล่อนคอยยืนรออยู่ข้างหลัง หล่อนรอคอยเขาอย่างใจจดใจจ่อ คอยส่งกำลังใจมาให้ แม้ว่าสถานะของหล่อนนั้นจะอยู่ในจุดไร้ตัวตนเขามันก็แค่ผู้ชายเห็นแก่ตัวคนหนึ่งที่มองหล่อนไว้ว่าไม่คู่ควร ไม่ต้องการจะให้คุณค่าให้ราคาอะไร แค่อยากเก็บไว้ใช้งานเวลามีความต้องการ รวมไปถึงใช้หล่อนให้ช่วยเลี้ยงลูกชาย คิดแค่นี้ ในหัวสมองของเขาเค้นความคิดชั่วร้ายออกมาได้เท่านี้จริงๆหลายคนอาจมองว่าความรักของเขาเกิดจากความสงสาร ว่าหล่อนป่วย ก็ใช่ เพราะหลังจากเขารู้ความจริงก็พยายามใจดีขึ้นทั้งที่เนื้อแท้ของเขาไม่เคยต้องพูดจาดีกับใครเลยการมีเงินทองมากมายทำให้เขาไม่สามารถเข้าถึงหัวใจของใครได้ ไม่พอใจอะไรก็ใช้เงินใช้อำนาจเข้าสู้ จึงเป็นเหตุให้หน้าที่การงานสะดุดเพราะถูกเกล
บทส่งท้ายฟ้าหลังฝนสวยงามเสมอ เมื่อไหร่ที่เมฆหมอกจางไปสายรุ้งก็จะมาทักทาย ชีวิตของเฟื่องลดามีความสุขมากยิ่งขึ้นนับจากวันที่กลับจากเชียงใหม่ รณภพให้ทุกอย่างที่หล่อนต้องการและสบายใจอยากได้ เขาให้เวลา ให้ความรัก ให้ความมั่นใจ จัดงานแต่งแม้จะมีลูกสองคนแล้ว เขาเชิญครอบครัวทั้งทางพ่อและแม่หล่อนมาร่วมงาน จัดหารถรับส่ง ที่พัก แล้วก็คอยดูแลอุปการะครอบครัวพวกท่านให้กินอยู่สบายมากขึ้น ที่สำคัญคือเขายอมจดทะเบียนสมรสโดยไม่กลัวว่าหล่อนจะหลอกเอาสมบัติเขาครึ่งหนึ่ง เขาบอกว่าไม่หวง อยากให้หล่อนสบาย สามีน่ารักแบบนี้หล่อนจะไปไหนได้ รูปพรีเวดดิ้งวางเต็มบ้านเดินไปมุมไหนก็เจอ ครรภ์เฟื่องลดาใหญ่มากอีกเดือนเดียวก็ถึงกำหนดคลอดแล้ว สามีไม่ให้ไปทำงานให้อยู่บ้านทำอะไรเล็กๆ น้อยๆ กับลูกชาย เขากลัวหล่อนเบื่อก็แนะนำให้กลับไปทำวิดีโอเล็กๆ น้อยลงยูทูบ รีวิวเครื่องสำอาง รีวิวกระเป๋าแบรนด์เนมที่เขาขยันซื้อให้ไม่ขาดคุณแม่แขไขตื่นเต้นไม่แพ้กันกับเขาเตรียมหาของรับขวัญตั้งแต่หลานยังอยู่ในครรภ์รวมไปถึงญาติๆ ของเขาเช่นเดียวกัน ทุกคนต่างซื้อของฝากมากมายส่งมาให้ที่บ้าน แวะมาเยี่ยม มาถ่ายรูปกับหล่อน ยังไม่ถึงกำหนดคลอดเลยแต่สาม
ในห้องนอนของรีสอร์ตรณภพได้รับกุญแจสำรองจากอาชวินเพื่อไขเข้ามาโดยไม่กวนเฟื่องลดาเพราะตอนนี้ก็เกือบเที่ยงคืนแล้ว นางฟ้าตัวน้อยของเขานอนหลับตามคาด ลูกน้อยก็นอนหลับอยู่ข้างๆ ขวดนมยังวางอยู่ข้างเตียงเย็นหมดแล้วคาดว่าทั้งสองน่าจะเข้านอนได้ราวหนึ่งชั่วโมงรณภพเดินอ้อมมาอุ้มลูกพาไปนอนเตียงสำหรับเด็กให้สบายตัว ก่อนจะกลับมานั่งบนขอบเตียงกว้างโน้มใบหน้าลงจูบหน้าท้อง“พี่กัปตันเข้านอนแล้วนะ มาม๊าก็หลับแล้ว เหลือแค่ป๊ะป๋าอยู่คุยกับหนู ป๊ะป๋าอยากเจอหน้าหนูนะลูกรีบโตไวๆ นะ ป๊ะป๋ารักหนู รักพี่กัปตัน รักมาม๊ามากนะครับ”อุ้งมือใหญ่วางแนบลงบนหน้าท้องที่มีชุดนอนเบาบางขวางกั้น รณภพน้ำตาปริ่มๆ ขอบก้มหน้าลงจูบลูกอีกครั้ง ก่อนจะเคลื่อนกายกำยำขึ้นมานอนกอดเฟื่องลดาฝังใบหน้าลงจูบบนหน้าผากนวลผ่อง‘เฟื่องเสียเลือดเยอะมาก หมอบอกว่าเฟื่องกำลังจะไปจากเราแล้ว แต่เพราะกัปตัน เพราะได้ยินเสียงลูก เฟื่องถึงกลับมามีชีวิต เฟื่องตายไปแล้วครั้งหนึ่ง ถ้าหากเป็นอะไรไปอีกแล้วลูกจะอยู่ยังไง เฟื่องถึงเลือกทิ้งลูกไว้กับเราไงคะ เข้าใจหรือเปล่าว่าเฟื่องอยากให้ลูกอยู่กับคุณภพ…’“ผู้หญิงใจร้าย เจ็บหนักมากขนาดนี้ทำไมถึงไม่ยอมบอกอะไรเล
‘นี่เธอ! เธอนั่นแหละ ชื่ออะไร เป็นเพื่อนกับน้องเอยใช่ไหม’ เป็นเสียงของรณภพไม่ผิดแน่แม้จะไม่ได้เห็นหน้าแต่หล่อนก็จำได้ เฟื่องลดาจำได้ว่านั่นเป็นครั้งแรกที่เขาคุยกับหล่อนราวสามปีก่อน หล่อนหันกลับมามองแล้วพยักหน้ารับ เขาใช้เวลาไม่กี่วินาทีในการค้นหาอะไรบางอย่างยื่นมาตรงห
นาฬิกาปลุกสองรอบไม่ตื่นเดือดร้อนน้องยมต้องขึ้นมาตามถึงบนห้องนอนเพราะตอนนี้หกโมงครึ่งเข้าไปแล้ว เฟื่องลดาตื่นมาด้วยอาการอ่อนเพลีย เอ่ยขอบคุณแล้วฝากน้องให้ช่วยดูแลลูก เมื่อวานรณภพเปลี่ยนใจอุ้มลูกไปนอนด้วย สลับกันดูแล ส่วนถ้าวันไหนเขาอยากออกไปเที่ยวกลางคืน ไปสนุกตามประสาผู้ชายเขาก็ม
“คุณภพ คุณเมาแล้วนะ กลับกันเถอะ”“อย่ายุ่ง… จะนอน ไปไกลๆ เลยไป”เงยหน้าขึ้นมาตวาดใส่ผมเผ้าเขายุ่งเหยิง แล้วนอนลงที่เดิม หน้าหล่อๆ ของเขาจมอยู่กับกองน้ำที่ละลายออกจากถังน้ำแข็ง สกปรกเปื้อนไปหมดเฟื่องลดามองภาพตรงหน้าด้วยความเพลียใจ ไม่รู้เลยว่าเข
รถเมล์ราคาประหยัดก็จริงแต่คนขับชอบขับเร็วเหมือนไปโกรธใครมา จะขึ้นจะลงทีลากกระเป๋าตัวแทบไถลล้มหน้าคว่ำ เฟื่องลดาเดินทางมาจนใกล้ถึงบ้านนั่งวินมอเตอร์ไซค์กอดกระเป๋าลากไว้ ค่าวินสิบบาท หล่อนยืนจ่ายหน้าบ้านและในขณะนั้นเองรถของรณภพก็เพิ่งมาถึงบ้าน เขากดรีโมตอัตโนมัติเปิดและขับด้วยความเร็วเข้าในบ้าน ทำเ







