Masukหญิงสาวจึงสะดุ้งทำสีหน้ามึนงง จนดลรวีอยากแยกเขี้ยวใส่แล้วจับมาหวดก้นนิ่มๆ งอนๆ นั้นสักทีสองทีให้หนำใจ
“อยากอาบน้ำ ใส่ยาให้ฉันเหรอ มาสิ”
ชายหนุ่มปลดกางเกงที่สวมใส่ลงทันทีที่พูดจบ
“ว้าย!!!! ชีเปลือย ว้าย!ๆๆๆๆ”
พิรันดาเอามือปิดหน้าปิดตาอย่างเขินอาย แต่ผ่านไปไม่กี่วินาทีก็แอบแยกนิ้วออกมองตาพราว
“อุ๊ย!!”
หญิงสาวอุทานเมื่อแยกนิ้วออก เจอกับดลรวีที่แนบหน้ามาใกล้ๆ จ้องเธออยู่ก่อนแล้ว
“คุณดล ตกใจหมดเลย”
พิรันดาไม่กล้าก้มหน้าต่ำกว่าหน้าเขา กลัวเห็นอะไรๆ ที่อยากเห็นเสียเหลือเกิน คิดแล้วลอบกลืนน้ำลายลงคอ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น อยากจับเสียจริง
“ปิดตาอะไรแบบนี้”
ดลรวีจับมือทั้งสองที่ปิดหน้าหญิงสาวเอาไว้ออก แล้วถือไว้ข้างๆ
พิรันดาเผลอก้มลงมองด้านล่าง ก่อนจะถอนใจเบาๆ ไม่ใช่เพราะโล่งอก แต่เสียดายที่เขายังถอดไม่หมดต่างหากเล่า
ดลรวีถึงกับครางกระหึ่มเมื่อเห็นสีหน้าและแววตาของหญิงสาว
“ไปทำหน้าที่อาบน้ำของเธอได้แล้ว เดี๋ยวต้องทายาให้ฉันอีก”
ดลรวีอยากแกล้งยัยเด็กแสนซนตรงหน้าเหมือนกัน ไม่รู้ทำไมเขานึกเอ็นดูหล่อนยิ่งนัก
“อะ... อาบน้ำเหรอคะ”
พิรันดาพูดเสียงตะกุกตะกัก แต่แอบดีใจสุดฤทธิ์ที่จะได้เห็นพี่ดลโชว์หุ่นล้ำๆ น่ากินให้เธอดู
อ๊าย... คิดอะไรอยู่นี่
พิรันดาแอบมองกลางกายของชายหนุ่มแล้วหน้าแดง แล้วถอนใจ เพราะดลรวีให้เธออาบน้ำให้ก็จริง แต่ยังมีอาภรณ์ปกปิดเอาไว้ แต่เพราะความเป็นชายที่แข็งแกร่งอลังการเมื่อผ้าที่ปกปิดเปียกน้ำจึงเห็นรูปร่างเกือบชัดเจน
หญิงสาวทำตาปรอย จนดลรวีแทบนั่งไม่ติดขณะให้แม่บ้านคนสวยอาบน้ำให้ เธอค่อยๆ ใช้ฟองน้ำขัดไปทั่วตัว และใช้ผ้าเช็ดออกอย่างเบามือ ไม่ให้แผ่นหลังสัมผัสกับฟองสบู่เพราะอาจแสบแผลได้
“พอแล้ว”
ดลรวีบอกเสียงขรึมๆ เมื่อหญิงสาวจัดการทำความสะอาดร่างกายเขาจนสะอาดหมดจด ...ที่เขาต้องทำเสียงขรึมเพราะต้องสะกดกลั้นอารมณ์ขนาดหนัก
“ค่ะ ว้าย!!!!”
พิรันดาตอบรับ แต่เพราะความซุ่มซ่ามหญิงสาวลื่นสะดุดหกล้มลงตรงหน้า อะไรไม่เท่าเธออ้าปากร้องเสียงหลงจนปากอ้างับกับแก่นกายที่ห่อหุ้มอาภรณ์เปียกน้ำเอาไว้คาปาก
“ดาว โอ้ว... พระเจ้า”
ให้มันได้อย่างนี้สิ ดลรวีประคองใบหน้าของหญิงสาวเอาไว้ทั้งสองมือ พิรันดาเงยหน้าสบกับเขาอย่างตกใจ ปากอ้างับแก่นกายแข็งร้อนที่ตื่นตัวเต็มที่
ช่างเป็นภาพที่สยิวเหลือเกิน...
ดลรวีร้องครวญเหมือนบาดเจ็บสาหัส เมื่อหญิงสาวพยายามตะกายร่างพาตัวเองออกไป แต่เพราะพื้นลื่น ปากพยายามจะคลายออกแต่กลับเป็นว่าเธอเสียหลักล้มลงอีกที่เดิมทำให้ปากอ้างับเข้าไปจนสุดโคน
“ให้ตายเถอะดาว”
ดลรวีร้องเสียงหลงขนในกายลุกชันทุกเส้น คำรามเสียงกร้าวจนหญิงสาวหูอื้อไปหมด
พิรันดาเดินไปเดินมาอยู่หน้าห้องน้ำ ใช้นิ้วชี้ทั้งสองจิ้มไปมาหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอาย
ดลรวีกระชากเธอออกจากการที่เธอไปอมแก่นกายเขาอยู่ แล้วจัดการโยนเธอออกมาจากห้องน้ำ
เธอแอบแนบหูฟังได้ยินเหมือนเสียงเขาครางอยู่ในห้องน้ำ ยิ่งคิดยิ่งหน้าแดง เมื่อคิดว่าพี่ดลคนดีของเธอกำลังช่วยตัวเองอยู่ในนั้น
บ้าๆๆๆ อยากเข้าไปช่วยเสียเองแต่ไม่กล้า
“ว้าย!!”
พิรันดาสะดุ้งเมื่อดลรวีกระชากประตูห้องน้ำเปิดออกขณะที่เธอยังแนบใบหน้าฟังเสียงของเขาที่ขาดหายไปสักพัก ดลรวีทำสีหน้าและแววตาดุเธออย่างกับว่าเธอเป็นเด็กเหลือขอ และทำผิดมหันต์
“คุณดลเอ่อ... ให้หนูทำแผลให้เลยไหมคะ”
เธอถามเสียงสั่นๆ เมื่อเห็นเขาทำหน้าดุ คิดในใจว่าเขาต้องปฏิเสธเป็นแน่ แม้ดลรวีจะผ่อนคลายที่ได้ปลดปล่อยความต้องการทางเพศที่รุนแรงแบบที่เขาไม่เคยเป็นมาก่อน แต่พอออกมาเจอกับใบหน้าใสๆ รอยยิ้มบาดใจ แถมกลิ่นหอมอ่อนๆ ของคนที่รอเขาอยู่นอกห้องน้ำ ทำให้เกร็งเครียดขึ้นมาด้วยความต้องการอีกครั้ง
“เอาสิ” เขาตอบสั้นๆ เสียงห้วนๆ
พิรันดาแทบกรีดร้องด้วยความดีใจ คราแรกนึกว่าชายหนุ่มจะไล่เธอออกไปจากห้องเสียอีก เพราะเมื่อสักครู่เขาจับโยนออกมาแบบไม่ปรานีปราศรัยเลยแม้แต่น้อย
“ยืนอยู่ทำไม ไปเตรียมอุปกรณ์ทำแผลสิ ฉันจะเปลี่ยนเสื้อผ้าหรือว่าจะดูฉันแก้ผ้า” ดลรวีพูดอย่างอารมณ์ฉุนเฉียว
“ค่ะๆๆ”
พิรันดาตอบรับเสียงระรัว สะดุ้งเมื่อโดนตวาดลั่นห้อง ไม่เข้าใจอารมณ์ของเขาเลยจริงๆ แต่รีบพาตัวเองออกไปจากห้อง เพื่อไปเตรียมอุปกรณ์ทำแผล ความจริงแผลของเขานิดเดียวเอง พรุ่งนี้ถ้าไม่โดนน้ำคงแห้งสนิท ไม่มีอะไรต้องกังวล
พิรันดากลับมาในห้องของดลรวีอีกครั้ง ในมือถือกล่องยาใส่แผลและยาฆ่าเชื้อ รวมถึงสำลีและอุปกรณ์ทำแผลอย่างอื่น
ชายหนุ่มสวมกางเกงเรียบร้อย แต่ไม่ได้สวมเสื้อกำลังมองมาที่เธอ หญิงสาวขาสั่นเล็กน้อย ด้วยความประหม่าเมื่อสายตาคมสีเหล็กอมฟ้านั้นทอดมองมาที่เธอนิ่ง
“อุ๊ย!!!!”
พิรันดาประหม่าจนขาพันกันสะดุดล้มอีกครั้ง คราวนี้มันผวาเข้าหาชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนเตียง
“โอ๊ย”
ดลรวีที่อ้าแขนรับร่างที่สะดุดขาตัวเอง แถมร่างน้อยกระโดดตะครุบเขาเอาไว้เต็มกำลัง แผ่นหลังกระแทกกับพื้นเตียงเต็มแรง แม้มันจะนุ่มแต่เพราะด้านหลังเป็นแผล เขาจึงรู้สึกเจ็บจนต้องนิ่วหน้า
“คือว่าหนู... อุ๊บ!!”
พิรันดารีบตะกายร่าง หญิงสาวทำท่าจะไถลลงออกไปจากร่างสูง แต่เสียหลักอีกครั้งดึงร่างใหญ่ลงมาด้วย ดลรวีพลัดตกจากเตียงทาบทับร่างน้อยเอาไว้ ริมฝีปากแนบสนิทกันอย่างจัง หญิงสาวตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ แล้วโดยไม่คาดคิด
ชายหนุ่มบดขยี้ริมฝีปากหวานร้อนแรง เขาอยากลงโทษแม่จอมยุ่ง แสนวุ่นวาย และซุ่มซ่ามให้สาแก่ใจนัก
ริมฝีปากน้อยสั่นระริกแดงเรื่อเมื่อริมฝีหนาละออก ดวงตาใสแจ๋ว จ้องมองชายหนุ่มในดวงใจตาปริบๆ
ดลรวีกระแทกลมหายใจออกหนักหน่วง เมื่อเห็นดวงตาไร้เดียงสากลมแบ๊ว แถมมึนงง กำลังมองเขาตาไม่กะพริบ
“เดินยังไง หรือจงใจยั่วฉัน”
ดลรวีกระซิบถามเสียงดุๆ มือหนาไล้เบาๆ ข้างแก้มนวลอย่างเอ็นดูมากกว่าจะรำคาญ แต่ที่เขาจูบเธอแรงๆ นั้นเพราะอยากลงโทษที่เธอบังอาจมายั่วอารมณ์เขาให้กระเจิงแทบกู่ไม่กลับแบบนี้
“เปล่านะคะ หนูไม่ได้ยั่ว”
พิรันดาส่ายหน้าไปมาจนผมยุ่งเหยิง แถมโบกไม้โบกมืออีกด้วย แต่เธอจะรู้ไหมว่าตอนขยับหน้าอกหน้าใจมันเสียดสีกับแผงอกให้เสียวซ่านขนาดไหน
“นี่ไม่ได้ยั่วเหรอ” ดลรวีก้มหน้างับทรวงสาว แล้วขยำให้เธอรู้ว่าทำอะไรกับเขาอยู่
“อ่า... คุณดล” พิรันดาครางสะท้านเมื่อเขาแตะต้องปทุมถันทั้งสองหนักหน่วง
“ตอนนี้รู้หรือยังว่ายั่วฉันอยู่”
ดลรวีกัดฟันคาดโทษ หญิงสาวได้แต่อ้าปากเหวอ ส่ายหน้าดิก เธอไม่ได้ตั้งใจยั่วจริงๆ แต่ยอมรับว่าตัวเองซุ่มซ่ามไม่หายสักที
“ยังจะเถียงอีก ปากแข็งนักนะ ปฏิเสธออกมาหน้าตาเฉย” ดลรวีเสียงเข้ม จนพิรันดางงงวย นี่เขาอารมณ์ไหนนี่ ชายหนุ่มผละห่างเพราะกำลังจะห้ามใจไม่ไหว
“ทำแผลเร็วๆ ฉันไม่อยากมีรอยแผลเป็น”
เขาพูดเสียงขรึมขึ้นไปนั่งบนเตียงหันหลังให้เธอ พิรันดาอดอมยิ้มไม่ได้ เขาทำนิสัยเหมือนเด็ก แต่เป็นเด็กตัวโตต่างหากเล่า...
หลังจัดการกับงานบางส่วนเรียบร้อย ดลรวีจึงละจากหน้าจอมคอมพิวเตอร์ พักผ่อนโดยการนั่งอ่านหนังสือคลายเครียดซึ่งเป็นแนวตลกขบขันอย่างที่เขาชอบอ่านเสมอ
... แม้จะหอบงานกลับมาทำที่บ้านเป็นประจำ แต่ชายหนุ่มไม่เคยคร่ำเคร่งกับงานจนเกินไปนัก ยังหาเวลาผ่อนคลายอยู่เสมอ
“เปลี่ยนท่าได้ไหม ไม่เมื่อยหรือไง” เขารั้งสะโพกงอนงามให้หยุดนิ่ง สูดปากคล้ายกินพริกเผ็ดๆ เป็นกำ“เมื่อยแล้ว”พิรันดาตวัดทั้งมือและขากอดรัดเขาแน่นเหมือนลูกลิงน้อยแสนซน กายที่ประสานเชื่อมต่อลงล็อกแนบแน่น ดลรวีลุกจากเก้าอี้เดินเล่นบนระเบียงบ้าน“อา... พี่ดลขา อืม... สะเสียวจัง”พิรันดาตอดรัดรุนแรงขณะที่ชายหนุ่มพาเดินสูดอากาศสดชื่นรอบกาย ลมพัดเย็นสบายพัดโชยมาจากทะเลกระทบผิว ดีที่เป็นเวลาเกือบเย็นมากแล้ว ดลรวีที่สอดแขนเข้าใต้ข้อพับขา ยกกายอรชรขึ้นแล้วปล่อยลงกระแทกกับลำกายที่ชำแรกแทรกลึกอยู่ในกลีบเนื้อสาวแรงๆ เสียงครางระงมประสานกันลั่นผสมกับหยาดเหงื่อที่ผุดพรายทั่วร่าง“พี่ดลเหนื่อยแล้ว” เธอกระซิบเสียงหอบๆ กัดใบหูเขาเป็นเชิงให้เขาหยุดก่อน“เปลี่ยนท่าอีกสิ”เขาพูดเสียงแหบพร่า พาภรรยาตัวน้อยแต่อวบอิ่มไปทั้งเนื้อทั้งตัววางบนขอบระเบียง พิรันดาตวัดขารัดเอวหนา ก่อนบ่นเสียงหอบๆ“เมื่อยกว่าเดิมอีก” ดลรวีขยับสะโพกสอดประสานอีกไม่กี่ครั้ง ก่อนรั้งหญิงสาวให้เหยียบยืนก่อนถอดกายออก“พี่ดล...” ภรรยาแสนซนครางประท้วง แต่ถูกจับให้หันหลัง เธอยกสะโพกให้เขา มือจับมั่นที่ระเบียงบ้านพัก ก่อนที่แก่นกายร้อนระอุจะเ
ดลรวีที่มีท่าทางว่าหลับสบายรีบโอบเอวบอบบางเอาไว้ ซุกใบหน้าหล่อเหลาที่แผ่นหลังเนียน“อือพี่ดล พอแล้วค่ะ” พิรันดาสะดุ้งน้อยๆ ห้ามปากสั่น“พออะไรคะ พี่ให้ปู้ยี้ปู้ยำทั้งคืนแล้ว เช้านี้ก็ต้องให้พี่กินบ้างสิครับ” ดลรวีล้อเลียน“อื้อ... คนหื่น” พิรันดาหันมาทุบอกเขาอย่างอ่อนแรง เธอน่ะเหรอจะทำอะไรเขาได้ เขาน่ะสิทำเธอหมดแรงคาเตียงอยู่ใต้แรงกำยำของเขาแทบทั้งคืน แล้วยังมีหน้ามาพูดแบบนี้อีก“โอ๊ย! ทุบพี่ทำไมครับ วันนี้ถึงตาพี่บ้างนะครับ เมื่อคืนพี่ยกให้น้องดาไปแล้ว” ดลรวีรวบมือน้อยเอาไว้ด้วยรอยยิ้มแพรวพราว“ไม่พูดด้วยแล้ว เพิ่งรู้ว่าพี่ดลก็เจ้าเล่ห์เหมือนกัน”หญิงสาวว่าให้อย่างงอนๆ“ไม่พูดแต่ถนัดทำ” เขาพูดตาพราว“ไม่เอาค่ะ น้องดาจะไปอาบน้ำ หิวแล้วด้วย”ภรรยาคนสวยบ่ายเบี่ยง“ให้พี่อาบให้นะครับ พี่รู้ว่าเมียพี่ไม่มีแรง”สามีสุดหล่ออาสาแข็งขัน“ว้าย!! พี่ดล”พิรันดาค้อนให้เมื่อโดนอุ้มเข้าห้องน้ำ แต่ยอมโดยดี เธอคิดว่าดีเหมือนกันที่มีคนอาบน้ำให้ แต่เพิ่งรู้ตัวว่าคิดผิดมหันต์เสียจริง แต่เพราะเรี่ยวแรงที่มีอันน้อยนิดเลยไม่คิดปัดปล่อย กลายเป็นปล่อยให้เขาอาบน้ำให้ด้วยความวาบหวามพิรันดามองสามีตาปริบๆ เมื่
“พี่รักน้องดานะครับ”“น้องดาก็รักพี่ดลค่ะ” ดลรวีสวมกอดหญิงสาวจับร่างอรชรยกขึ้นหมุนไปโดยรอบ ทุกคนมองภาพบรรยากาศความประทับใจนั้นด้วยความเต็มตื้นในหัวใจ พิสมัยอดที่จะร้องไห้ด้วยความสุขเสียไม่ได้ที่ลูกสาวของนางจะได้เป็นฝั่งเป็นฝา“อย่าหนีพี่ไปอีกนะครับ”“ไม่หนีไปไหนแล้วค่ะ ตลอดชีวิต แต่วันนี้น้องดาแค่มารับคุณแม่กับคุณลุงเดวิดเท่านั้นเองค่ะ”ดลรวีถึงกับหน้าเหวอเมื่อได้ยินคำพูดของหญิงสาว คนอื่นต่างอมยิ้มกันถ้วนหน้าพิธีหมั้นในตอนเช้าถูกจัดขึ้นที่บ้านของคุณป้าพิมพ์แข ดลรวีจัดการให้ผู้ใหญ่มาสู่ขอหญิงสาวและหาฤกษ์ได้รวดเร็วทันท่วงที งานทุกอย่างถูกเตรียมการพรั่งพร้อมด้วยความร่วมมือหลายฝ่าย แม้จะดูยุ่งๆ ไปบ้าง แต่เป็นไปด้วยความอิ่มเอมของคนในครอบครัวทั้งสองตอนเย็นเป็นงานเลี้ยงที่จัดขึ้น ณ โรงแรม KL สกาย โรงแรมหรูใจกลางเมืองหลวง ซึ่งเป็นโรงแรมของฝั่งเจ้าสาว แขกผู้มีเกียรติต่างร่วมแสดงความยินดีกันอย่างคับคั่ง“ยินดีด้วยนะครับ” พิเชษฐ์นักธุรกิจที่มาพร้อมภรรยาคนสวยกล่าวอวยพรพราวดาวมองภาพการแต่งงานแสนหวานของอดีตคนรักด้วยความรู้สึกอิจฉา ลึกๆ ในใจ“ขอบคุณครับ” ดลรวีกล่าวขอบคุณด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เขาหันไป
“ไม่เห็นต้องอายเลย ระหว่างรอยัยดา เริ่มไปผลิตลูกกันก่อนเถอะ”“ว้าย!! พี่พล ไม่เอานะคะ เสื้อยับหมดแล้ว”จิณห์จุฑาดิ้นเร่าๆ แต่ไม่กล้าดิ้นแรงนักเพราะกลัวตก พลไม่สนอุ้มภรรยาขึ้นห้องโดยเร็ว เพราะเขาเผื่อเวลาเอาไว้ว่าทันที่จะไปรับท่านทั้งสองที่สนามบิน“เมื่อไหร่จะมีเจ้าตัวเล็กล่ะครับ พี่รอนานแล้วนะ”เขาอ้อนเสียงหวาน“แน้... พี่พล เราเพิ่งแต่งงานกันเองนะคะ”จิณห์จุฑาเขินหน้าแดง“เพิ่งแต่ง แต่ไม่เคยบกพร่องต่อหน้าที่เลยนะครับ รีบมีตัวเล็กได้แล้ว แบบนี้พี่ต้องเสกเข้าท้องทุกเวลาที่มีโอกาส”เขากดจูบหน้าท้องขาวผ่องเบาๆ หญิงสาวค้อนให้เสียวงใหญ่ เขาทำอย่างที่พูดจริงๆ ทุกเวลาที่มีโอกาสจริงๆ สิน่าเธอได้แต่อ่อนอกอ่อนใจ และอ่อนระทวยให้เขาทุกทีไป ตอนนี้พลกับป้าพิมพ์แขช่วยกันบำรุงร่างกายเธอเพื่อเตรียมพร้อมที่จะมีทายาท จนเธอแทบไม่ต้องทำอะไรนอกจากทำตามที่สามีและป้าสามีบอก“พี่ดล...” เสียงห้ามกลายเป็นเสียงครางหวานเมื่อชายหนุ่มรวบดูดยอดถันทั้งสองข้าง ประทับจุมพิตดูดดื่มเพื่อตัดคำพูดของภรรยาร่างน้อยบิดส่ายไปตามจังหวะรักที่ชายหนุ่มเริ่มขับเคลื่อนทะยานไปข้างหน้าหนักหน่วง เสียงเนื้อกายล้ำลึกกระทบกันจากการเสียด
พิรันดาครางรับอย่างเป็นสุขหยัดกายตอบโต้เขาทุกครั้งที่สะโพกสอบกดกายลงมาเข้าจังหวะดีเยี่ยม ดวงตาสีเข้มมองสบด้วยแววหวานระคนความรักแสนอบอุ่นและเร่าร้อน เธอไม่รู้ว่าอันไหนจะมากกว่ากัน แต่เขามีหลากหลายอารมณ์ สิ่งที่เธอรู้คือเขาส่งสายตาแห่งความรักมาให้เธออย่างเปี่ยมล้นดลรวีครางเบาๆ เมื่อกายสาวยกขยับรัดเขาทุกลีลาการสอดประสาน ดวงตาคือหน้าต่างแห่งดวงใจ เขาเห็นแต่ความรักความเทิดทูนในดวงตาคู่สวย หัวใจดวงแกร่งยิ่งอิ่มเอมอบอวลไปด้วยไฟเสน่หาพิรันดากำลังสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ส่ายรับตามสเต็ปรักที่เขามอบให้ น้ำค้างอันพิสุทธิ์หลั่งรินไหลให้เส้นทางไร้การฝืดเคือง เพื่อให้นักสำรวจแกร่งกล้าเดินทางพิชิตชัยชนะได้ในไม่ช้าเธอรู้สึกว่าโลหิตในกายสูบฉีดรุนแรง หัวใจพลันเต้นแรงตามไปด้วย นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้ลองเสพสมร่วมรัก ที่มิใช่เพียงสัมผัสวาบหวามภายนอก มันช่างให้ความรู้สึกล้ำลึกจนตัวเองไม่เป็นตัวของเองเลยสักนิดดีที่เขาช่วยนำพาจับจูงไม่ให้เธอหลงทาง เธอมั่นใจในตัวเขา คอยทำตามทุกสิ่งที่เขาชวนเชิญแนะนำอย่างไม่คิดขัดใจดลรวียกขาเพรียวทั้งสองของหญิงสาวลงให้ชันเข่านอนในท่าสบายขึ้น เขาผ่อนแรงบ้าง กดย้ำหนักหน่วงบ้าง
อุ้งมือใหญ่กอบกุมสะโพกงอนงามยกขึ้นให้เขาเชยชิม ก่อนผละออกมากอบกุมความเป็นชายที่กำลังตื่นตัวรุนแรงในเป้ากางเกงเนื้อดี จนรวดร้าวไปทั้งกายด้วยความทรมานแสนหวามที่อยากครอบครอง ปลดปล่อย และสอดแทรกประสานความเป็นชายในเนื้อนางอ่อนละมุนเป็นหนึ่งเดียวกันนิ้วเรียวทั้งสองแหวกลีบดอกไม้อ่อนหวานออกจากกายจนเห็นเนื้อนางสีสดซุกซ่อนเรียกร้องให้ค้นหาอยู่ภายใน ปลายลิ้นร้อนชื้นสากระคายเข้ากวาดเลียดูดเม้มยอดเกสรแรกแย้มลากตวัดลิ้นขึ้นลงปาดเลียถูไถ แรงเสียดสีเร่งความกระสันซ่านพล่านไปทั่วกายจนยะเยือกไปทุกขั้วประสาทที่ฝังอยู่ในร่างเซลล์ซึ่งเป็นหน่วยที่เล็กที่สุดได้ถูกปลุกเร้าให้ร้อนฉ่า ตื่นจากการหลับไหลมาช้านาน ความต้องการตามธรรมชาติที่ซุกซ่อนเอาไว้ในเรือนกายมนุษย์ถูกกระตุ้นทุกอณูเนื้อหลอมรวมทั้งกายใจให้ลุกโพลงตอบรับและรุกไล่ ครอบครองแสดงสัญชาตญาณอันน่าอภิรมย์ชิวหาแสนร้อนที่เริ่มตวัดลามเลียหนักๆ ก่อเกิดเสียงเนื้อกายที่เสียดสีเป็นจังหวะ กระตุ้นอารมณ์หลากหลายของกันและกัน รวมถึงความต้องการที่ไม่มีที่สิ้นสุดการแสวงหาความรู้สึกอยากปลดปล่อย แนบชิดเนื้อกายของกันและกันล้ำลึก เร่งแรงกระสันซ่านให้ค้นพบสรวงสวรรค์บรรเจิ







