Se connecterวิภารู้อาการของลูกสะใภ้ดี นางสั่งให้เจรียงไปเอาผลไม้ที่เตรียมไว้มาเสิร์ฟ
“ฉันให้พี่เจรียงหาผลไม้ดองมาติดบ้านไว้ เผื่อว่าหล่อนอยากกิน”
นางพูดเหมือนไม่ใส่ใจ แต่ละอองดาวรับรู้ว่านี่คือความกรุณาอย่างยิ่งของแม่สามี
“ขอบคุณนะคะคุณแม่ ดาวไม่รู้จะตอบแทนคุณแม่ยังไงดี”
วิภามีรอยยิ้มติดมุมปาก อยากยิ้มกว้างๆ อยู่หรอก แต่กลัวเสียมาดแม่ผัวตัวแสบที่ต้องคอยกลั่นแกล้งลูกสะใภ้
นางเจรียงรีบยกชามข้าวต้มออกไปแล้ววางจานผลไม้ดองเข้าแทนที่ ว่าที่คุณแม่น้ำลายสอทีเดียวเมื่อเห็นของหมักของดองที่ไม่ได้กินมานาน เธอนึกขบขันอาการแพ้ท้องที่ทำให้นึกอยากรับประทานของพรรค์นี้
“ถ้ามีอะไรก็เรียกนะคะ ฉันขอไปดูเด็กๆ ในครัวเสียหน่อย พอดีว่าคุณยักษ์เธอสั่งให้ทำปิ่นโตไปให้ที่บริษัทค่ะ” เจรียงบอกกล่าวถึงสิ่งที่นายน้อยคนรองสั่งความมาทางโทรศัพท์ เมื่อคืนนี้เขาไม่ได้กลับบ้าน คงค้างที่บริษัทหรือไม่ก็คอนโดฯ กระมัง
“ตายักษ์เนี่ยนะสั่งปิ่นโต?”
มารดาผู้แสนดีสงสัยปนขบขัน ขณะที่ละอองดาวไม่สนใจสิ่งใดนอกจากนั่งรับประทานผลไม้ดองอยู่เงียบๆ
“นั่นสิคะ ยัยกวางคงเจองานหนักจนไม่มีเวลาออกไปหาอะไรกินข้างนอกแน่ๆ”
เจรียงพึมพำไปตลอดทางที่เดินเข้าครัว วิภาหันมาสนใจสิ่งที่สะกิดใจนางตั้งแต่แรก
“นั่นซองอะไร”
นางถามเบาๆ ทว่าลูกสะใภ้สะดุ้งโหยง
“เอ่อ...ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แค่...แค่เอกสารนิดหน่อย”
ลูกสะใภ้ตอบอย่างประหม่า ไม่สบสายตาคนถาม แต่คนที่ถูกซองสีน้ำตาลสะกิดหัวใจ มันยังไม่กระจ่างจึงละวางไม่ได้
“เอกสารอะไรรึ”
คราวนี้ละอองดาวจำต้องกลืนมะดันเปรี้ยวๆ ลงคอ ก่อนจะดื่มน้ำตามแล้วตั้งสติให้นิ่งเพื่อบอกบางอย่างแก่แม่สามี
“ดาว...ดาวกำลังจะไปสำนักงานเขตค่ะ”
วิภาเงยหน้าขึ้นจากชามข้าวต้มที่นางกำลังจะตักเข้าปาก ดูท่าว่าวันนี้กุ้งตัวโตสีแดงอมส้ม คงไม่มีโอกาสได้ย้ายไปอยู่ในกระเพาะของนางแล้วกระมัง
“ไปทำไม?”
“ไปหย่าครับ”
คนที่ตอบคำถามไม่ใช่ลูกสะใภ้ แต่เป็นลูกชายคนโตของนาง
“หย่า! หล่อนจะหย่าให้ตาโยรึแม่ดาว!” นางวิภามีน้ำโหขึ้นมา
วาโยเดินไปนั่งลงเก้าอี้ตัวเดิมที่เคยนั่งทุกวัน ไม่ได้ทุกข์ร้อนต่อท่าทีของมารดาแม้แต่น้อย
“ดาวต้องหย่าครับคุณแม่ เรามีสัญญากันอยู่ เธอคงจำได้แล้ว ไม่งั้นคงไม่มารอผมที่นี่”
ละอองดาวเม้มปากแน่น ใช่แล้ว...เธอระลึกไว้อยู่เสมอว่ามีสัญญาทาสค้ำคออยู่ ไม่อย่างนั้นคงไม่มานั่งอยู่ที่นี่
“แต่ว่า...แต่ว่าแม่ดาว...” ริมฝีปากนางวิภาสั่นระริกด้วยความโมโห ทำไมเรื่องมันถึงเป็นแบบนี้ไปได้
“พอเถอะครับคุณแม่ ยังไงผมก็จะหย่า”
วาโยบอกด้วยเสียงเป็นงานเป็นการชนิดที่ว่านางวิภาไม่สามารถโต้แย้งใดๆ ได้ พอเอ่ยจบก็ลุกไปรอบนรถ ละอองดาวรีบลุกตาม แต่ยังช้ากว่าวาจาของแม่สามี
“หล่อนจะหย่าจริงๆ รึแม่ดาว”
วิภาเค้นเสียงถามลูกสะใภ้ ประหนึ่งว่าสิ่งที่ลูกชายพูดมา เป็นเรื่องล้อเล่นที่ละอองดาวสามารถแก้ต่างได้ว่า มันไม่เป็นความจริง แต่นางคิดผิดมหันต์ เมื่อละอองดาวพยักหน้าเพื่อยืนยันว่าหล่อนจะหย่าแน่นอน
“ฉันละเกลียดท่าทีอ่อนแอของหล่อนจริงๆ แม่ดาว เอาสิ! อยากหย่าก็หย่า ในเมื่อหล่อนมีสมองแต่ไม่ยอมใช้ ก็ช่วยไม่ได้ ฉันไม่โทษลูกชายฉันหรอกนะ เขาน่ะฉลาด ที่หลอกให้หล่อนมาแต่งงานแล้วขังหล่อนไว้ด้วยทะเบียนสมรส เขาฉลาดที่แม้แต่ตอนหย่า หล่อนก็จะไม่ได้อะไรจากเขาสักแดงเดียว ลูกฉันมันฉลาดได้โล่ แต่ลูกสะใภ้ฉันนี่สิ โง่เง่าสิ้นดี!”
นางวิภาสาดซัดอารมณ์ใส่ลูกสะใภ้เต็มเหนี่ยว สิ่งที่นางนึกถึงอยู่ตอนนี้คือหลานในท้องบางๆ ของเจ้าหล่อน
“ดาว...ดาวไม่มีทางเลือกนะคะคุณแม่ คุณโยอยากแต่งงานกับคุณนุต”
“ตอนนี้เนี่ยนะ!” วิภาไม่อยากจะเชื่อ วีนุตตราป่วยปางตายยังอยากจะแต่งงานอีกงั้นเหรอ เห็นแก่ตัวเสียจริง ไม่นึกถึงลูกเมียของชายคนรักบ้างเลย
“ดาวไม่รู้ค่ะ คุณแม่คะอย่าเพิ่งพูดอะไรเลย ความจริงดาวก็อยากหย่าเหมือนกัน อยู่ด้วยกันไปก็ไม่มีความสุข”
“หล่อนเลยจะหย่า แล้วเอาความทุกข์ระทมไปเก็บไว้ชื่นชมคนเดียวเช่นนั้นรึ แม่คนไร้สมอง ฉันละเกลียดหล่อนที่สุดเลย จะไปไหนก็ไปไป๊ อย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีกล่ะ และอย่าได้คิดเอาอะไรมาให้ฉันตอนหย่าขาดจากลูกฉันแล้วเชียว เพราะแม้ว่าสิ่งนั้นจะเกี่ยวข้องกับคนในตระกูลจตุรศิลป์ ฉันก็ไม่รับ! เพราะฉันถือว่าตอนเอาออกไป หล่อนไม่ได้ไตร่ตรองให้ดี ถ้าอยากเป็นนางเอกละครเก็บเอาความระทมขมขื่นไว้ชื่นชม หล่อนก็จะได้มันไปแน่นอน แม่ละอองดาว”
วิภาเอ่ยเสียดสีลูกสะใภ้ด้วยวาจาผู้ดีที่กลั่นออกจากก้นบึ้งของจิตใจ มีอย่างที่ไหน อุ้มท้องหลานของนางอยู่แท้ๆ แต่กลับจะไปหย่าให้สามี นางไม่โทษลูกชายเลยสักนิด เพราะเขาทำทุกอย่างด้วยสติที่ไตร่ตรองไว้ล่วงหน้า มันเป็นสมองอันชาญฉลาดที่น่าสมเพชในเวลาเดียวกัน วาโยคงไม่รู้กระมังว่าเมียกำลังตั้งท้อง ช่างหัวสิ! ทั้งสองคนนั่นแหละ อยากโง่ให้ความรักบ้าบอของยัยวีนุตตราปั่นหัวเล่นก็ตามใจ นางไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับเรื่องปวดหัวนี่อีกแล้ว พอเสียที!
ละอองดาวน้ำตาคลอ สองมือยกขึ้นไหว้แม่สามีที่ยืนตัวสั่นด้วยเพลิงโทสะ เธอโง่ เธอรู้ แต่จะทำอย่างไรได้ สัญญามันก็มีอยู่ว่าเธอจะต้องหย่าให้สามีทันทีที่เขาร้องขอ แม้ว่าวันที่หย่า เธอจะไม่ได้อะไรตอบแทนแม้แต่แดงเดียวก็ตาม
หญิงสาวเดินออกมาจากห้องอาหารเงียบๆ ทิ้งนางวิภาที่กำลังตัวสั่นเพราะความโกรธไว้เบื้องหลัง เธอจะทำอย่างไรดีหนอ จะทำอย่างไรจึงจะรักษานามสกุลจตุรศิลป์ไว้ให้ลูกในท้องได้ จะทำอย่างไรดี...
...........
...........ส่งท้าย...........นอกเขตรั้วอัลลอยด์ลวดลายอ่อนช้อยงดงาม ร่างอวบอิ่มของใครบางคนยืนนิ่งอยู่ข้างรั้ว ดวงตาคู่คมเฝ้ามองความสุขของทุกคนที่นั่งอยู่ในสวนด้วยรอยยิ้มและคราบน้ำตาเช่นกัน กว่าหนึ่งปีที่เธอไม่ได้พบพาน ลาจากพวกเขาไปราวกับล้มหายตายจาก พยายามซ่อนตัวจากทุกโอกาสที่พี่ชายคนดีจะล่วงรู้ว่าเธออยู่ที่ไหน แต่ในที่สุดเธอก็หวนกลับมาจนได้ กลับมาพร้อมกับเครื่องเตือนใจ ที่มีตัวตน“ขอให้พี่โยกับพี่ดาวมีความสุขมากๆ นะคะ อรทำบาปไว้กับพวกพี่มากมายเหลือเกิน ตอนนี้ตราบาปที่ว่ามันกำลังตามมาลงทัณฑ์อรแล้ว แต่อรจะ ไม่ต่อสู้กับมัน อรจะยอมรับความจริงและอยู่ต่อไปให้ได้ เหมือนอย่างที่พี่นุตเคยบอกอร หนูนุตคนดี...ขอให้หนูเป็นที่รักของทุกๆ คนแทนผู้หญิงอีกคนที่มีชื่อเหมือนหนูด้วย ขอให้ความสุขอยู่กับหนูและทุกๆ คนตลอดไป ลาก่อนนะคะ...ลาก่อน...”ร่างอวบอิ่มในชุดกระโปรงหลวมๆ สีเดียวกับเรือนผม ผละจากรั้วสูงของบ้านจตุรศิลป์ เรือนผมสีนิลสนิทกระจายทั่วแผ่นหลัง บางส่วนปลิวพลิ้วไปกับสายลมอ่อนบางในยามสายของวัน“เรากล
“พอแล้วๆ เดี๋ยวลูกแหวะนมออกมาพอดี”เมื่อภรรยาเตือน วาโยก็หยุดการกระทำ เขาวางแม่หนูน้อยลงกลางเสื่อ ก่อนจะยกแก้วน้ำหวานขึ้นมาดื่มพลางครุ่นคิดอะไรบางอย่าง“ยัยหนูนะยัยหนู หนูไม่อยากเดินบ้างเหรอลูก หนูขวบเศษแล้วนะ”ละอองดาวท้วงแม่หนูน้อยที่ยิ้มเผล่มาให้แทนคำตอบ พลางปัดเศษใบหญ้าที่ติดตามถุงเท้าคู่น้อยให้ลูกสาว เมื่อครู่เล่นคลานบนพื้นจนมอมแมม ยัยจอมซนเอ๊ย“ดาว ฉันว่า...เดี๋ยวฉันพายัยนุตไปด้วยดีกว่า เดี๋ยวมานะ”“เอ้า! จะพาไปไหนคะคุณโย”วาโยโปรยยิ้มอย่างมีความหวังให้ละอองดาว เขาอุ้มลูกสาวหายขึ้นไปบนตึกใหญ่และกลับลงมาในเวลาเพียงไม่กี่นาที และเพียงแค่ดวงตาของละอองดาวมองเห็นบางอย่างบนตัวลูก ก็ต้องยกมือขึ้นปิดริมฝีปาก ไม่อย่างนั้นคงได้หลุดเสียงสะอื้นวาโยเดินเข้ามาหาภรรยาที่รัก ละอองดาวลุกขึ้นยืนทั้งรีบปาดน้ำตาให้แห้งหาย แต่มันก็ยังไม่หยุดไหล และดูเหมือนว่าจะซึมออกมาจากหน่วยตาสีสนิมของสามีเช่นกัน“ดาว...ดูสิ ฉัน...ฉันสวมรองเท้าให้ลูกแล้วนะ ทำไม...เธอไ
จุมพิตหวานล้ำประดุจลำนำเพลงรักที่ขับขานอย่างอ่อนหวาน ก่อนจะเร่งเร้าจังหวะขึ้นตามแรงส่งของคนทั้งสอง ละอองดาวยอมละทิ้งความขุ่นเคืองทั้งหลายทั้งปวง เพื่อที่เธอจะได้รับเอาความสุขหวานล้ำที่สามีกำลังจะมอบให้ บทเพลงสวาทจึงเริ่มต้นตั้งแต่ตะวันเริ่มสาดแสงแต้มแต่งขอบฟ้า ส่วนจะสิ้นสุดตอนไหนของวันนั้น คงต้องให้นางฟ้าตัวน้อยๆ ในเปลเป็นคนตัดสิน เพราะเมื่อใดที่แม่หนูนุตคนดีส่งเสียงร้องไห้โยเยแล้วละก็ เห็นทีว่าสวรรค์บนดินของบิดามารดาคงต้องพังลงเพียงชั่วพริบตาเป็นแน่แท้...........หนึ่งปีผ่านไปสายลมแห่งฤดูกาลเคลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ทว่ามิสามารถพัดพาเอาความสุขออกไปจากรั้วจตุรศิลป์ มวลความสุขจึงลอยอ้อยอิ่งอยู่ทั่วทุกตารางนิ้วของตัวบ้าน ทั้งบนระเบียง ในห้องนอน ในห้องครัว ในสวนสวย ทุกที่ที่สมาชิกในบ้านปรากฏตัวอยู่จะมีเสียงหัวเราะและรอยยิ้มให้ได้ยินได้เห็นอยู่เสมอบัดนี้คุณนายวิภากำลังเห่อหลานชายตัวน้อยที่สะใภ้คนโปรดเพิ่งให้กำเนิด เจ้าหนูคนดีอายุได้เพียงหนึ่งเดือนเศษๆ ห่างจากหลานสาวราวขวบปี ซึ่งตอนนี้หลานสาวตัวน้อยกำลังถึงวัยน่ารักน่าชังแต่ก็ซุกซนเอาการ แต
แล้วตอนนี้เรื่องบาดหมางในใจทั้งหลายก็ได้สะสางไปแล้วจนเกือบหมด หล่อนน่าจะอภัยให้เขาเสียที เพราะพอได้มาอยู่ใกล้ๆ แบบนี้ บอกตรงๆ ว่าชักจะทนร่างกายดื้อด้านของตัวเองไม่ไหว มันคอยแต่จะสั่งให้เขาทำอะไรต่อมิอะไรคุณภรรยาอยู่ร่ำไป โอย...อยู่ใกล้หล่อนแล้วเขาอดใจไม่ได้เลย“นั่นมันเรื่องของคุณนะคุณโย ปล่อยฉันก่อนสิตาบ้าเอ๊ย! มากอดอะไรแน่นอย่างนี้ หายใจไม่ออก” ละอองดาวดิ้นขลุกขลักเท่าที่จะทำได้ แต่ยิ่งดิ้นอ้อมแขนแกร่งก็ยิ่งรัดแน่นขึ้นไปอีก“อย่าดิ้นนะดาว พอเถอะ ฉันจะอดใจไม่ไหวแล้วนะ!” วาโยร้องบอกเสียงขรม หน้าอกอวบหยุ่นขนาดเกินมาตรฐานของภรรยา กำลังยั่วต่อมหื่นของเขาอย่างหนัก ถ้าไม่ติดว่าตอนนี้แม่หนูนุตเป็นเจ้าของมันอยู่ละก็ เขาจะคลุกวงในเสียให้รู้แล้วรู้รอด อดอยากปากแห้งมานานแล้ว“ปล่อยก่อนสิ แล้วจะหยุดดิ้น” ละอองดาวต่อรอง แต่สามีหนุ่มกลับส่ายหน้า “แล้วฉันจะหยุดดิ้นได้ไงก็ฉันหายใจไม่ออกนี่” เธอชี้แจง สามีหนุ่มเลยจำต้องปล่อยอย่างงอนๆ เขาลุกขึ้นนั่งแล้วดึงผ้าที่พันรอบศีรษะทิ้งไปอย่างเคืองๆ“เฮ้ย! คุณจะดึงออกทำไม แผลหาย
...........[24]วันชื่นคืนสุข...........เรือนไม้หอม วันเดียวกัน เวลาสามทุ่มเศษๆคุณแม่คนสวยกำลังพิจารณาลูกน้อยที่กำลังหลับปุ๋ยอยู่ในเปล หยาดน้ำตาของคนเป็นแม่รินไหลเงียบๆ เมื่อคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมา ป่านนี้นิลอรจะเป็นอย่างไรบ้าง หล่อนหายไปอยู่ที่ไหน ไปทำงานอะไร แล้วทำไมถึงไม่ส่งข่าวมาบ้าง เจ้าหล่อนคงไม่ได้ทุกข์ตรมอยู่กับเรื่องชีวิตน้อยๆ ที่จากไปใช่ไหม เพราะถ้าเป็นอย่างนั้น ความผิดบาปมันคงไม่มีวันจางหายไปจากหัวใจเธอแน่นอนวาโยเดินเข้ามาหาภรรยาเมื่อเห็นว่าเจ้าหล่อนกำลังหลั่งน้ำตาอยู่ข้างเปลบุตรสาว เขาเข้ามานั่งในห้องนานแล้ว แต่หล่อนก็ยังทำเป็นมองไม่เห็น ทำเหมือนเขาไม่มีตัวตนอย่างไรอย่างนั้น แต่เขาไม่ยอมแพ้หรอก เขาจะอดทนและมุ่งมั่นให้มากกว่านี้“ดาว...เป็นอะไร อย่าร้องไห้สิ” วาโยดึงร่างภรรยาให้ออกห่างจากเปล เขานั่งลงแล้วให้หล่อนนั่งบนตัก อารามลืมตัวทำให้ละอองดาวลืมที่จะปฏิเสธการใกล้ชิดกันอย่างนี้“ร้องไห้ทำไมคนดี บอกฉันได้ไหม” ว่าพลางเช็ดน้ำตาให้เมีย“ฉัน...ฉันนึกถึงนิลอร ฉันท
“แล้วมันจะทำไมยะ ก็นี่มันลูกฉันฉันก็ต้องเข้าข้างสิ หล่อนเถอะ จะยอมคืนดีกับผัวหรือเปล่า ถ้าไม่ยอมฉันจะได้ให้ตาโยหาเมียใหม่!”“คุณแม่!” ละอองดาวเรียกแม่สามีเสียงดัง“อะไรยะ!?” คุณนายวิภาขานรับหน้าตาขึงขังจนวาโยเริ่มกุมขมับเพราะรู้สึกว่าบรรยากาศจะคุ้นๆ ชอบกล“ป่วยอยู่ไม่ใช่เหรอคะ ฮ่าๆๆ”ละอองดาวหัวเราะชอบใจที่ได้แกล้งป่วนประสาทแม่สามี ความจริงเธอกับคุณนายวิภาไม่ได้ลับฝีปากกันนานมากแล้ว เกือบจะตั้งแต่ตอนที่เธอเริ่มรู้ตัวว่าตั้งท้องยัยหนูนุตกระมัง“เอ้า! นี่คุณแม่แกล้งเหรอครับ ผมตกใจหมดเลย”วาโยท้วงมารดาจริงจัง ใบหน้าติดรอยยิ้มบางๆ“แกจะบ้ารึตาโย แม่แก่แล้วจะไปโกหกอะไรใครได้ แม่แค่อยากให้แกคืนดีกับเมียไวๆ ยัยหนูนุตจะได้ไม่ขาดความอบอุ่น แต่ถ้าแกจะเชื่อเมียว่าแม่โกหก แม่...แม่ก็ไม่มีอะไรจะพูด ฮึกๆ แค่กๆ โอย...แม่หายใจไม่ออกขอยาดมๆ”วาโยควานหายาดมจ้าละหวั่น ขณะที่สะใภ้ใหญ่ลุกไปยืนส่ายหน้าช้าๆ ที่ข้างเตียง คุณนายวิภาช่างมีความพยายามเป็นเลิศจริงๆเสียงคุณนายวิ
“ปะ...เปล่า แค่...ได้จูบแรกฉันไปเท่านั้นเอง” ตอบเสียงสั่นพลางยกมือปาดน้ำตา“กวาง!” เขาคำรามก้อง แม่กวางน้อยช่างเอ่ยวาจาเร่งเร้าโทสะได้ดีแท้ หล่อนไม่รู้หรืออย่างไรว่าเขากำลังโกรธหล่อนด้วยเรื่องใดอยู่“แล้วคุณยักษ์มาโกรธฉันทำไมเนี่ย พี่น้องก็ไม่ใช่ คนรักก็ไม่มีวันเป็น แล้วที่มาทำเป็นโกรธนี่หาเหตุผลได
“จะบอกว่าฉันมันคนจน ไม่มีปัญญาหาน้ำแร่ขวดเป็นแสนกินละสิ” หญิงสาวแขวะเล็กน้อย เดินเท้าสะเอวเข้าไปประจันหน้ากับเจ้านาย“ฉันอยากหักเงินเดือนจริงๆ เป็นลูกจ้างประสาอะไรมายืนเถียงเจ้านายฉอดๆๆ”“เปล่าเถียงนะ ฉันแค่พูดความจริง” หญิงสาวแก้ต่างแต่ทำหน้าทำตาราวกับเหม็นเบื่อเรื่องนี้เต็มทน“หน้าที่แรก ขอกาแฟ
ความเงียบงันปกคลุมภายในห้องอีกครั้ง วาโยเลี่ยงไปโทรศัพท์สั่งเด็กให้นำข้าวต้มมาให้หญิงสาว และไม่นานหลังจากนั้น นกเอี้ยงก็เข้ามาพร้อมถาดอาหารและน้ำเปล่าสามีหนุ่มไม่ขอให้นกเอี้ยงช่วยป้อนข้าวภรรยา เพราะเขาจะทำมันเอง ตอนนี้เขาป้อนข้าวคนป่วยเก่งยิ่งกว่าพยาบาลเสียอีก“ฉันไม่หิว” ละอองดาวบอกสั้นๆ แล้วหันห
...........[3]สาวใช้ของนายยักษ์...........เรือนไม้หอมละอองดาวตื่นขึ้นมาในตอนบ่ายแก่ๆ อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อหนักหนาจนเธออยากจะเฉือนมันทิ้ง เท่านั้นยังไม่พอ เธอรู้สึกว่าสมองหนักอึ้งเหมือนถูกถ่วงด้วยก้อนศิลาหนาหนัก มิหนำซ้ำอาการไอโขลกๆ ยังทำให้ท้องไส้โยกคลอนจนเจ็บร้าวชายโครง มันทรมานสุดๆ หรือว่







