ログインเธอไม่ได้โกรธเขาแต่เธออายที่เธอมาอยู่จุดนี้ต่างหากล่ะ ม่านฟ้านอนฟุบลงบนเตียงนุ่มก่อนที่น้ำตาจะค่อยๆไหลออกมาโดยไร้เสียงสะอึกสะอื้นใดๆ เธอเสียใจที่อนาคตของเธอมาถึงจุดที่ผู้คนเหยียบย่ำ ไร้เกียรติ ไร้ศักดิ์ศรี เธอมั่นใจแน่วแน่แล้วว่าชีวิตนี้จะไม่มีความรักเด็ดขาด เธอกลัวที่จะตกหลุมรักขุนพล แน่นอนว่าตอนนี้เธอเริ่มรู้สึกดีกับเขาไปแล้ว และนั่นเอง...เธอถึงต้องตัดไฟแต่ต้นลม!
"ลืมเขาไปซะม่านฟ้า เขาไม่มีทางมารักคนแบบเธอได้" ม่านฟ้าปาดน้ำตาออกอย่างลวกๆก่อนจะลุกขึ้นอาบน้ำเข้านอน เธอข่มตาเพื่อให้หลับไปโดยที่ไม่มีอะไรมาก่อกวนใจเธออีก หลายวันต่อมา... ม่านฟ้ายังคงอยู่ที่นี่โดยมีแม่บ้านส่วนกลางส่งข้าวส่งน้ำทุกๆ3เวลา เธอยิ้มแย้มอย่างเป็นมิตร ทำความคุ้นชินกับทุกคน ตั้งแต่วันนั้นเธอกับขุนพลก็ไม่ได้เจอหน้ากันอีก แต่เธอก็ยังเจอเพื่อนของเขาบ้างตามตลาดหรือเวลาที่เธอออกไปวิ่งออกกำลังกาย และตั้งแต่เริ่มต้นที่เธอมาที่นี่จนถึงวันนี้ม่านฟ้าก็ยังไม่เคยได้รับแขกเลยสักครั้ง เธอไม่รู้ว่าเพราะอะไรแต่ก็ไม่ได้ถามใครออกไป เธอกลับจากไปออกกำลังกายก่อนจะเดินผ่านบ้านพักของขุนพลและเพื่อนๆ หญิงสาวสวมชุดเข้ารูปเพื่อความสะดวกในการวิ่ง เสื้อที่รัดกุมและโชกไปด้วยเหงื่อ ผ้าพาดไหล่สีขาวถูกหยิบมาเช็ดหน้าเป็นระยะ จนเธอวิ่งมาถึงหน้าบ้านของสามหนุ่ม "อ้าวน้องม่านฟ้า" "สวัสดีค่ะ" เธอหยุดสวัสดีทุกคน รวมถึงขุนพลด้วย เขามองมายังเธอด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยพอใจนัก หรือจะเป็นเพราะวันนั้นที่เธอไล่เขากลับแถมยังทำหน้าไม่พอใจใส่เขาอีกด้วย "ไปวิ่งมาหรอครับ" กันตะโกนถาม "วันหลังชวนพี่ไปด้วยสิครับ" ทศเสริม "ได้สิคะ" ม่านฟ้ามองไปยังขุนทัพที่มองเธอนิ่งๆโดยไม่พูดอะไร "ขี้เก๊กชะมัด" "ว่าอะไรนะครับ" "อ๋อเปล่าค่ะ ม่านฟ้าไปก่อนนะคะ บายค่ะพี่ๆ" ม่านฟ้าโบกมือลาทุกคนก่อนจะวิ่งกลับไปยังบ้านพัก สายตาแบบนั้นมันคืออะไรกันแน่นะ สายตาที่มองมาราวกับว่าเขากำลังตำหนิเธออยู่ในใจ เขาจะมาว่าเธอได้ยังไงกัน คงไม่ใช่หรอก ม่านฟ้าไล่สะบัดความคิดฟุ้งซ่านออกจากหัวก่อนจะเข้าบ้านไปอาบน้ำชำระร่างกายให้สดชื่น เธอเปลือยกายเดินเข้าห้องน้ำไปก่อนจะจ้องมองตัวเองในกระจก อกอวบๆที่เกินวัยและสะโพกที่กำลังพอดี โชว์ตะหง่านอยู่เบื้องหน้า ม่านฟ้ามองตัวเองสะท้อนในกระจกและมองตัวเองด้วยความหลงใหล ผิวขาวจนแทบจะซีดนั้น แต่ยังคงมีความอวบอิ่มไม่น่าเกลียดไปเท่าไหร่นัก ถ้าเทียบกับคนทั่วไปม่านฟ้าจัดฟ้าเป็นหญิงสาวที่สวยครบเครื่องเลยก็ว่าได้ "เธอจะไปฝันอะไรยัยม่านฟ้า เขาไม่มีทางมองเธอหรอก" เธอไล่ความคิดออกจากหัวอีกครั้งก่อนจะรีบอาบน้ำ เธอสวมชุดเดรสสีขาวผ้าพริ้วบางก่อนจะมานั่งเล่นที่โซฟาเล็กๆในบ้าน ไม่นานก็มีเสียงเคาะประตูจากด้านนอก เธอมองจ้องไปยังประตูก่อนจะตะโกนถามออกไปว่า "ใครคะ" " " เงียบ "ถามว่าใครคะ" " " เงียบ "ถ้าไม่บอกม่านฟ้าไม่เปิดนะคะ" เธอเด็ดขาด ขืนเปิดออกไปแล้วเจอพวกบ้ากามจะทำยังไง ถึงตอนนั้นจะโทรหาท่านนายพลก็คงไม่ทันแล้ว "พี่เอง" เสียงที่คุ้นหู เป็นขุนพลที่มาหาเธอจริงๆ "พะ พี่มาทำไมคะ" "เปิดประตูหน่อยสิ" "มีธุระอะไรไหมคะ ม่านฟ้าเพลียอยากพักค่ะ" "พี่คุยแป๊บเดียว ไม่นานครับ" "งั้นก็ได้ค่ะ" แอด... "เข้ามาข้างในก่อนค่ะ" " " ร่างสูงเข้ามาด้านในแล้วม่านฟ้าจึงปิดประตูลง "มีอะไรก็ว่ามาค่ะ" "ทำไมกลางวันแสกๆแบบนี้กลัวว่าพี่จะทำอะไรครับ" "ไม่กลัวค่ะ" "อย่างนี้สินะ ถ้ากลัวก็คงไม่แต่งตัวแบบนั้นออกไปสินะครับ" "คะ? แบบไหน" "ก็แบบที่หนูใส่ออกไปวิ่งเมื่อเช้าไง" ชายหนุ่มยืนกอดอกมองคนตรงหน้านิ่งๆอย่างรอคำตอบ "ปกติคนออกกำลังกายก็ใส่แบบนี้นี่คะ" เธอเถียงต่อ ไม่เห็นว่ามันจะไม่เหมาะสมตรงไหนเพราะเธอก็ไม่ได้ใส่สั้นอะไรขนาดนั้น "ไม่ปกติครับ เพื่อนพี่มันมองเราตาเป็นมัน...หนูชอบหรอที่มีคนมองด้วยสายตาแทะโลมแบบนั้น" "ก็ไม่ชอบค่ะ" "งั้นก็อย่าแต่งตัวแบบนั้นอีก ที่นี่ไม่เหมือนที่บ้านที่หนูเคยจากมานะ" "ค่ะ ไม่เหมือนจริงๆ" เธอถอนหายใจก่อนจะผลักอกเขาเบาๆให้เขาออกไป "ดะ เดี๋ยวสิ" หมับ เขาคว้าข้อมือของหญิงสาวเอาไว้แล้วดันให้อีกฝ่ายชิดผนังอีกฝั่ง "พี่จะทำอะไรคะ" "พี่เอ่อ...ไม่มีอะไรครับ แค่อยากจะบอกว่าที่นี่อันตรายมาก อย่าแต่งตัวแบบนั้นออกไปอีก" "ค่ะ หมดธุระแล้วใช่ไหมคะ" "ครับ" "ถ้าอย่างนั้นก็กลับไปได้แล้วค่ะ" "ก็ได้ๆ พี่ไปก็ได้ครับ" เขาก็ยอมออกไปแต่โดยดี "ไอ้คนบ้า ใครจะไปฟังคนแบบนี้กัน" เธอบ่นอุบอิบตามหลังไป แต่เขาก็คงไม่ได้ยิน หลายเดือนผ่านไป... ม่านฟ้ายังคงใช้ชีวิตตามปกติ แต่สิ่งที่กำลังจะไม่ปกติก็คือเธอรู้สึกว่ามีคนแอบมองเธออยู่ตลอดเวลา ไม่ใช่ว่าเธอคิดไปเองแต่ความรู้สึกมันเป็นแบบนั้นจริงๆ เธอพยายามสังเกตอยู่หลายครั้งแต่พอเธอหันไปมองก็ไม่มีอะไร จนพักหลังๆเธอไม่กล้าที่จะออกมาข้างนอกตอนดึกๆเลย ดึกคืนหนึ่ง ในขณะที่ม่านฟ้ากำลังนอนกึ่งหลับกึ่งตื่นมีเสียงเคาะประตูจากด้านนอก ก๊อก ก๊อก เธองัวเงียตื่นขึ้นท่ามกลางความมืดก่อนจะลุกเปิดไฟที่หัวเตียง หญิงสาวมองนาฬิกาก็พบว่าปาเข้าไปเที่ยงคืนครึ่งแล้ว เธอคิดอยู่ในใจว่าใครกันนะที่มากวนเธอในยามวิกาลเช่นนี้ หญิงสาวไม่ได้ลุกไปเปิดประตูทันที เธอค่อยๆลุกไปเปิดไฟแล้วรอดูปฏิกิริยาด้านนอก ม่านฟ้าในชุดเดรสสีชมพูผ้าบางพริ้วปล่อยผมสบายตกถึงกลางหลัง เธอยังไม่ทันจะได้เดินไปเปิดประตู แต่เสียงนั่นก็ดังขึ้นอีก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะซ้ำดังขึ้น ม่านฟ้าจึงคิดว่าอาจจะเป็นใครที่มีเรื่องด่วนอะไรหรือเปล่า เธอจึงไม่ได้ถามก่อนทุกที แต่เปิดประตูออกไปเลย อุบบบบ "อื้อออ" เธอร้องอู้อี้ในลำคอแต่เสียงไม่สามารถเล็ดรอดออกมาได้ มือปริศนาปิดปากเธอเอาไว้ก่อนที่สติของเธอจะค่อยๆเลือนลาง... ห้องมืดสนิท... ม่านฟ้าถูกมัดมือไคว่หลังอยู่บนเตียง เธอไร้สิ้นสติ บุคคลลึกลับนั่งเฝ้าอยู่ด้านนอกเหมือนรออะไรสักอย่าง Rrrrrrrr. เสียงโทรศัพท์ของบุคคลปริศนาดังขึ้น "ครับนายน้อย" " " "ได้ครับ" " " ปลายสายไม่รู้ว่าพูดอะไรบุคคลปริศนากดวางโทรศัพท์ก่อนจะเดินไปเปิดประตูห้องที่มีม่านฟ้าถูกมัดอยู่ด้านใน "ตื่นๆ" "อื้ออออ" ม่านฟ้างัวเงียขึ้น เธอลืมตาก่อนจะพบว่ามีชายปริศนาใส่ผ้าคลุมหน้ากำลังยืนมองเธออยู่ "แกเป็นใคร" "ไม่ต้องรู้หรอกแม่สาวน้อย เดี๋ยวจะมีคนพาเธอไปขึ้นสวรรค์" "ไปไหน ฉันไม่ไป!" "เธอมาทำงานที่นี่เพื่อเป็นนางบำเรอไม่ใช่หรอ" "ก็ใช่ แต่ฉันไม่ไปกับพวกแกเด็ดขาด" "เล่นตัวซะด้วย" "ปล่อยฉันนะ!" "ถ้าเจ้านายฉันมา เธอจะเปลี่ยนใจแทบไม่ทันเลยล่ะ" "ถุ้ยยย" ม่านฟ้าพ่นน้ำลายใส่หน้าผู้ชายคนนั้นก่อนที่มันจะโมโหจนเลือดขึ้นหน้า "แก!" เพลี๊ยะ!!! เสียงฝ่ามือฟาดลงที่แก้มนุ่มจนเป็นรอยสีแดงก่ำ "ปล่อยฉันไปเถอะนะ ฮือออ" "เมื่อกี้ยังปากดีอยู่เลย" "ฉันขอร้อง ปล่อยฉันไปเถอะแกอยากได้อะไรจะให้หมดเลย นะๆ" เธอร้องไห้สะอึกสะอื้น "ไม่ต้องกลัวสาวน้อย" "ฮือออ" บรื้นนน!!! เสียงรถเเล่นเข้ามายังลานจอดรถ ชายชุดสีดำก้าวขาลงจากรถด้วยท่าทางที่องอาจ"พ่อคะ! ปลดมันเลยค่ะ!" พิศมัยเสริมขึ้นเสียงแหลม "ทหารชั้นผู้น้อยที่ไม่มีความเคารพผู้ใหญ่แบบนี้ ไม่ควรอู่ในกองทัพ!"หมวดภรัณยืดอกตรง ยืนวันทาหัตถ์ทำความเคารพอย่างสงบนิ่ง เตรียมจะเอ่ยปากรับผิดชอบ...ทว่า เสียงก้าวขาหนักแน่นของขุนพลกลับดังขึ้นขัดจังหวะ อดีตนายทหารเสือเดินก้าวเข้ามาข้างหน้า ทอดสายตามองท่านนายพลและลูกสาวด้วยนัยน์ตาคมกริบดุดันจนท่านนายพลเดชาถึงกับชะงักกึกไป!"คำสั่งคุ้มกันส่วนตัว... หรือคำสั่งบีบบังคับให้ออกเดทกับลูกสาวท่านกันแน่ครับท่านนายพล?"น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจของขุนพล ดังก้องไปทั่วห้องทำงาน!"แกเป็นใคร?!" นายพลหน้าซีดลงเล็กน้อย ตวาดกลับด้วยความหงุดหงิด "นี่มันเรื่องภายในกองทัพ คนนอกอย่างแกไม่มีสิทธิ์เข้ามาแทรกแซง!"ขุนพลยิ้มมุมปากเบาๆ ยื่นซองเอกสารตราครุฑสีทองวางลงบนโต๊ะทำงานของท่านนายพลอย่างสงบนิ่ง"ผมคือ ขุนพล อดีตผู้บังคับการหน่วยรบพิเศษชายแดน..." ขุนพลเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น "และซองเอกสารที่วางอยู่ตรงหน้าท่าน... คือสายตรงจาก ผู้บัญชาการทหารบก เพื่อนร่วมรุ่นของผม ที่เพิ่งลงนามย้ายหมวดภรัณกลับเข้าสู่หน่วยรบหลัก และขอให้ตรวจสอบการใช้อำนาจในทางที่ผิดของ
ภรัณยิ้มรับด้วยความพองโตในหัวใจ แม้ในใจลึกๆ จะมีความปรารถนาอยากกอดอยากชิดใกล้หญิงสาวผู้เป็นดวงใจมากเพียงใด แต่สุภาพบุรุษและเกียรติของนายทหารผู้ได้รับการสั่งสอนมาอย่างดีก็ทำให้เขาสะกดกั้นความรู้สึกไว้ ชายหนุ่มกุมมือเธอแนบแก้มเบาๆ อย่างนุ่มนวลที่สุด ไร้ซึ่งความฉวยโอกาสหรือการล่วงเกินใดๆ"คืนนี้ช่างฟ้าขึ้นไปนอนบนห้องให้สบายใจเถอะครับ" ภรัณเอ่ยเสียงหวานอบอุ่น "ผมจะนอนเฝ้าบ้านอยู่ตรงโซฟานี้เอง ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมสัญญาว่าจะอยู่ในระเบียบ ไม่ล่วงเกินหรือทำอะไรให้ช่างฟ้าและคุณพ่อต้องหนักใจแน่นอนครับ"ทอฟ้ามองเห็นความสุภาพ ซื่อตรง และความเป็นสุภาพบุรุษแท้จริงในดวงตาของนายทหารหนุ่ม ความกังวลและความเหนื่อยล้าตลอดหลายสัปดาห์พลันละลายหายไปจนสิ้น เธอโน้มตัวลงประจูบจุมพิตแก้มของภรัณเบาๆ เป็นตราประทับขอบคุณ"ฝันดีนะคะหมวดภรัณ... พักผ่อนให้สบายนะคะ" ทอฟ้ากระซิบข้างหูด้วยความขวยเขิน ก่อนจะรีบหมุนตัววิ่งขึ้นบันไดไม้ชั้นบนไปทันทีภรัณเอามือจับแก้มข้างที่โดนหอม หลุดยิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจ ชายหนุ่มล้มตัวลงนอนบนโซฟาไม้สัก ซุกกายใต้ผ้าห่มหนากลิ่นหอมอบอุ่น สายลมยามดึกพัดพริ้วพาเอาความสงบและสายใยรักอัน
ที่ระเบียงชั้นบน... ทอฟ้า ในชุดเสื้อยืดสบายๆ เพิ่งเดินออกมาเก็บผ้าที่ตากไว้ริมระเบียง เธอชะงักกึกทันทีที่เห็นร่างสูงโปร่งของหมวดภรัณยืนตากฝนอยู่หน้าร้าน สายตาของทั้งคู่สบประสานกันท่ามกลางม่านฝนยามดึก"หมวดภรัณ...?" ทอฟ้าพึมพำเสียงแผ่วพร่า หัวใจกระตุกวูบด้วยความตกตะลึง "มาทำไมป่านนี้... ฝนตกหนักขนาดนี้นะ..."ยังไม่ทันที่ทอฟ้าจะได้เดินก้าวลงบันได ร่างสูงใหญ่ของ ขุนพล ก็เดินก้าวออกมาจากมุมมืดหน้าร้าน ชายหนุ่มในวัยห้าสิบกว่ายืนกอดอก นัยน์ตาคมกริบดุดันประดุจพญาเสือจ้องมองนายทหารหนุ่มรุ่นลูกที่ยืนหอบหายใจอยู่กลางสายฝน โดยมี ทัพฟ้า เดินถือแป๊บเหล็กตามออกมาคุมเชิงอยู่ข้างๆ"หมวดภรัณ..." ขุนพลเอ่ยเสียงทุ้มต่ำทรงพลังสู้เสียงฝน "เที่ยงคืนป่านนี้... ทหารที่ต้องอยู่เวรคุ้มกันลูกสาวท่านนายพลอย่างแก มาทำอะไรที่นี่?"ภรัณยืดอกตรง สู้สายตาคมกริบของอดีตนายทหารเสืออย่างไม่เกรงกลัว เขาคุกเข่าลงข้างหนึ่งบนพื้นดินที่แฉะชุ่มน้ำฝนต่อหน้าขุนพลและทอฟ้าที่กำลังวิ่งลงมาจากบันได!"ผม... ถอนตัวจากภารกิจนั้นแล้วครับท่าน!" ภรัณเค้นเสียงตะโกนตอบฝ่าสายฝนคำตอบนั้นทำให้ทอฟ้าชะงักกึกอยู่บนบันไดขั้นสุดท้าย! นัยน์ต
"ถ้าหมหมวดจัดการภารกิจของหมวดเสร็จสิ้น และยังคงมั่นใจว่าหัวใจของหมวดอยู่ที่นี่..." ทอฟ้าทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล รอยยิ้มหวานสว่างไสวทาบทาใบหน้า "เมื่อนั้นค่อยกลับมาคุยกันนะคะ... แต่ในระหว่างนี้ ขอให้หมวดตั้งใจทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยให้คุณหนูพิศมัยให้ดีที่สุดเถอะค่ะ"ทอฟ้าโค้งศีรษะให้อย่างนอบน้อม หมุนตัวเดินก้าวขึ้นบันไดบ้านไม้ไปอย่างสง่างาม ไร้การเหลียวหลังกลับมามองภรัณยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางสายฝนที่กระหน่ำลงมา หยาดน้ำตาผสมผสานไปกับไอฝนที่ไหลผ่านแก้ม ชายหนุ่มทรุดตัวลงนั่งยองๆ บนพื้นดินอย่างหมดแรง หัวใจตื่นรู้และเจ็บปวดอย่างที่สุด ทว่าในความเจ็บปวดนั้น เขากลับยิ่งรักและเคารพในตัวหญิงสาวคนนี้มากขึ้นเป็นร้อยเท่าพันเท่า!ยามดึก... สายฝนซาลงเหลือเพียงหยดน้ำที่หยดจากชายคาบ้านเป็นระยะม่านฟ้าเดินก้าวเข้ามาในห้องนอนของลูกสาว ร่างบางของคุณแม่วัยสี่สิบกว่ายังคงงดงามละมุนละไม เธอนั่งลงบนเตียงข้างๆ ทอฟ้าที่กำลังนั่งทอดสายตามองแสงจันทร์นอกหน้าต่าง ม่านฟ้าขยับเข้าไปโอบรั้งลูกสาวคนโตเข้ามากอดไว้ในอ้อมอกอย่างนุ่มนวลทอฟ้าซบหน้าลงกับแผงอกอบอุ่นของแม่ หยดน้ำตาที่เพียรสะกดกั้นมานานหลายวัน บัดนี้ไ
"เสาร์นี้..." ภรัณกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก เอ่ยถามด้วยความหวังอันริบหรี่ "เสาร์นี้ที่เราเคยมีนัดไปทานข้าวในเมืองตามที่คุณพ่ออนุญาต... เรายังไปกันเหมือนเดิมได้ไหมครับ?"ทอฟ้าทอดสายตามองเขานิ่งๆ ก่อนจะยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูแล้วยิ้มหวานฉ่ำ"คงต้องขอโทษด้วยนะคะหมวดภรัณ พอดีวันเสาร์นี้ฟ้าติดงานด่วนค่ะ มีลูกค้านำรถบรรทุกสิบล้อเข้ามาทำเครื่องยนต์ใหญ่สองคัน ฟ้าคงต้องอยู่อู่นักทำยาวทั้งวัน... หมวดเอาเวลาว่างไปปฏิบัติหน้าที่ดูแลคุณหนูพิศมัยให้เต็มที่เถอะนะคะ จะได้ไม่เสียงานหลวง""ช่างฟ้า...""ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฟ้าขอตัวไปทำงานต่อนะคะ อะไหล่สิบล้อยังรอใส่อยู่ค่ะ"ทอฟ้าโค้งศีรษะให้อย่างสุภาพ หมุนตัวเดินกลับไปยังห้องเครื่องรถกระบะ ปล่อยให้หมวดภรัณยืนตื่นตะลึงและโดดเดี่ยวอยู่หน้าร้าน ชายหนุ่มเอื้อมมือไขว่คว้าได้เพียงสายลมว่างเปล่าขุนพลและม่านฟ้าที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่บนระเบียงชั้นสอง สบตากันด้วยความถอนหายใจยาว ม่านฟ้ากุมมือสามีไว้แน่น รู้ดีว่าลูกสาวของเธอได้เลือกเส้นทางที่จะ 'ปกป้องหัวใจตัวเอง' แล้วอย่างเด็ดเดี่ยวที่สุดหนึ่งสัปดาห์ต่อมา...ข่าวคราวเรื่องการติดส้นและชิดใกล้ระหว่างหมวดภรัณกับคุ
ยิ่งเธอเสียใจ... เธอยิ่งยิ้มหวานยิ่งเธอเจ็บปวด... เธอยิ่งนิ่งเงียบ"ถ้าพี่ฟ้าไม่ชอบ ก็บอกปะป๊าสิ" ทัพฟ้าเอ่ยเสียงเข้ม "ปะป๊าแค่ยกหูโทรศัพท์สายเดียวถึงเพื่อนเก่าในกองทัพ คำสั่งย้ายหมวดภรัณก็ยกเลิกได้แล้ว ทำไมต้องยอมให้ยายคุณหนูนั่นเอาหมวดไปใช้อย่างกับคนรับใช้ด้วย?""อย่าทำแบบนั้นนะทัพ!" ทอฟ้าหันมามองน้องชาย สายตาหวานเปลี่ยนเป็นเด็ดเดี่ยว "ปะป๊าสละยศทหาร ใช้ชีวิตเป็นช่างซ่อมเครื่องยนต์อย่างสงบสุขมาเป็นสิบๆปี เพื่อพวกเรา เพื่อครอบครัว เราจะไม่เอาเรื่องไร้สาระพวกนี้ไปรบกวนปะป๊า และพี่ก็จะไม่ใช้เส้นสายของใครไปแทรกแซงหน้าที่ของหมวดภรัณด้วย""แต่หมวดภรัณกำลังโดนยัยนั่นจีบอยู่นะพี่!" ทัพฟ้าโพล่งขึ้นมาด้วยความโมโหแทนพี่สาว "เมื่อเย็นพวกลุงกันลุงทศขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านหน้าบ้านพักรับรอง เห็นยัยคุณหนูพิศมัยนั่นเดินเกาะแขนหมวดภรัณชวนไปกินข้าวในเมือง หมวดก็ทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกแต่ก็ต้องเดินตามไป เพราะเป็นคำสั่งดูแลความปลอดภัย!"หัวใจของทอฟ้ากระตุกวูบอย่างรุนแรง ความเจ็บแปลบแล่นปราดไปทั่วแผงอกราวกับถูกเข็มเล่มเล็กนับพันเล่มทิ่มแทง ทว่าใบหน้าสวยงามยังคงเรียบเฉย ไร้ร่องรอยการสั่นไหว เธอค่อยๆวา
เขาเอื้อมมือมาจับไหล่ทั้งสองข้างของม่านฟ้าเอาไว้ ดวงตาคมจ้องมองอีกฝ่ายอย่างล่วงรู้ความคิด เธออาจจะไม่เหมือนแก้วตาผู้หญิงที่เขาเคยรักก็ได้ "พี่สิงห์เป็นอะไรไปคะ" เธอเอามือแตะที่หน้าผากของอีกฝ่าย "พี่ไม่เป็นไรครับ" "แน่ใจนะคะ ถ้าอย่างนั้นพี่ไปนั่งรอที่โต๊ะก่อนเดี๋ยวหนูทำเสร็จแล้วยกไปให้ค่ะ" "ขอ
3วันผ่านไป... ม่านฟ้าถูกขังอยู่ภายในห้องเป็นเวลา3วันเต็มโดยที่สิงห์ยังเมตตาเอาข้าวและน้ำมาให้ตลอด เธอคาดเดาความคิดผู้ชายคนนี้ไม่ได้เลย ทุกครั้งที่เขาเจอเธอ มันเหมือนว่าเขาเป็นคนหลายบุคลิกและยิ่งไปกว่านั้นเขายังบอกเธอว่าท่านนายพลก็ไม่สามารถมาช่วยเธอได้ นั่นทำให้เธอแน่ใจว่าสองพ่อลูกอาจจะมีความสัมพัน
"ไอ้หมาย" "ครับ!" สมหมายวิ่งออกมารับเจ้านายของเขาและพาไปดูผลงานที่เขาพึ่งพาตัวมาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน "นี่นะหรอ" "ครับนายน้อย แสบใช้ได้เลย" ผู้เป็นเจ้านายเกลี่ยผมที่ปิดหน้าหญิงสาวออก "ทำไมมีรอยมือว่ะไอ้หมาย" "เอ่อ ขอโทษครับนายน้อย นังนี่มันพ่นน้ำลายใส่ผม ผมก็เลยเผลอตบมันไปครับ" "โถ่ไอ้โง่
ก๊อกๆ ม่านฟ้างัวเงียขึ้นมาในกลางดึกคืนหนึ่งหลังจากที่เธอได้เข้ามาอยู่ที่นี่ได้ประมาณ1สัปดาห์เท่านั้น ระหว่างนี้เธอก็ทำความรู้จักกับแม่บ้านและคนในพื้นที่ ทุกคนต่างให้ความสนใจและเป็นมิตรกับเธอมาก จนม่านฟ้ารู้สึกว่าอยู่ที่นี่ก็ไม่เลวมากนัก พอลุกขึ้นได้เธอจึงรีบเดินไปที่ประตู "ใครคะ" " " เงียบ "มาห







