Share

บทที่ 34

Author: Karawek House
last update Last Updated: 2025-08-27 22:20:27

คนพวกนี้ก็เหลือเกินจริงๆ นี่พวกเขาคิดว่าจ้าวหุบเขาเดียวดายเป็นเทพเซียน ไม่ต้องกินดื่มหลับนอนหรือไง?

“ดึกดื่นถึงขนาดนี้แล้ว ท่านหัวหน้ายังไม่พักผ่อนอีกหรือ” เสี่ยวจวี๋ฮวาถามน้ำเสียงสุภาพอ่อนหวาน ทว่าให้ความรู้สึกสงบไว้สง่า

แรกเริ่มเดิมทีคนของเยว่เทียนฟงก็ปฏิบัติต่อแม่นางน้อยของท่านจ้าวหุบเขาด้วยความเคารพนบนอบ มีมารยาทดีงามกันอยู่แล้ว ต่อมายิ่งเห็นว่าเธอปฏิบัติต่อพวกเขาด้วยความสุภาพให้เกียรติ พวกเขาก็ยิ่งระมัดระวังรอบคอบ ดูเกรงอกเกรงใจยิ่งขึ้น ทันทีที่เธออ้าปากถามคนสนิทของเยว่เทียนฟงจึงไม่รอช้า รีบประสานมือคารวะตอบด้วยท่าทีสุภาพเกรงใจ แม้แต่ปอยผมที่พลิ้วไสวก็ยังดูนอบน้อมเป็นอย่างยิ่ง

“ท่านจ้าวหุบเขาและประมุขลำบากตากตรำ ผู้น้อยจะกล้าเห็นแก่ความสบายได้อย่างไร”

แม้อีกฝ่ายจะค้อมศีรษะลง ไม่กล้ามองหน้าเธอตรงๆ อาจูก็ยังคลี่ยิ้มให้

หึ คนเขาพูดให้คิดยังจะไม่เข้าใจ...

เชื่อข้าสิ...ขอเพียงพวกเจ้าไม่คอยวนเวียนมาวุ่นวาย ท่านจ้าวหุบเขาของข้าต้องได้พัก!

ไม่รู้เป็นเพราะอะไรดลใจ จู่ๆ คนสนิทเยว่เทียนฟงก็เงยหน้าขึ้นมา ทันเห็นรอยยิ้มอันอ่อนหวานทรงเสน่ห์เข้าพอดี

โครม!

กว่าที่ใครจะรู้สึกตัว ร่างคนสนิทเยว่เทียนฟงก็กระเด็นไปไกลกว่าสามจ้าง[1] เมื่อมองย้อนกลับมายังทิศตรงข้ามก็เห็นจ้าวหุบเขาหลี่รวบรวมลมปราณ เตรียมลงมือซ้ำ

“ซะ...ซือฝุ!” นี่...นี่ท่านต้องหึงหวงรุนแรงถึงขั้นนี้เชียวเรอะ!

ผู้อื่นเขาแค่มองเท่านั้นเองนะ!

ชั่วอึดใจที่ทุกคนอ้าปากค้าง ท่านจ้าวหุบเขาตวัดฝ่ามือที่อัดแน่นด้วยพลังปราณ ปัดลูกธนูสีเงินห่าใหญ่ร่วงลงกระทบพื้นดังเคร้งคร้าง

“อารักขาจ้าวหุบเขา!” องครักษ์ที่โดนฝ่ามือซัดตะโกนสั่งโดยไม่ต้องคิด

ไม่ต้องสืบสาวไล่เรียงอะไร คนมีตาก็เข้าใจ

ฝ่ามือเมื่อครู่ ที่แท้เป็นฝ่ามือช่วยชีวิต!

ไม่ทันที่ใครจะได้ตั้งตัว บนฟ้าพลันปรากฏธนูอีกห่าใหญ่พุ่งตรงมา ท่านจ้าวหุบเขาไม่อาจหักใจยกโต๊ะที่เต็มไปด้วยสมุนไพรพร้อมใช้ขึ้นบัง ตัดสินใจถอดเสื้อคลุมตัวโปรดออกสบัดสะกัดกั้น

“มีมือยิง!” องครักษ์นายหนึ่งตะโกนเสียงดัง “ตามไป พวกมันอยู่ทางทิศตะวันตก!”

องครักษ์ส่วนหนึ่งพุ่งตัวตามทันที อีกส่วนที่เหลือตรึงกำลังอารักขา

พริบตาเดียวฝั่งตะวันตกก็มีเสียงฆ่าฟันดังลั่น

“ซือฝุ” อาจูขยับเข้าชิดอาจารย์โดยสัญชาตญาณ

“ถอยเข้าข้างใน” ท่านจ้าวหุบเขาสั่งสั้นๆ จากนั้นดีดตัวทะยานไปด้านนอก

ไม่นึกว่าคนชุดน้ำเงินเข้มกลุ่มหนึ่งจะกำกระบี่พุ่งทะยานสวนทางมา

เห็นได้ชัดว่าเป้าหมายเป็นเธอ!

แย่แล้ว...

“ซือฝุ!”

โครม!

ร่างในชุดสีน้ำเงินสามร่างพุ่งเข้ากระแทกระเบียงไม้หน้าเรือนพักพังพาบ มีรายหนึ่งพุ่งเข้าเฉียดปลายเท้าจวี๋ฮวา ทว่าเนื้อตัวสั่นระริก ไม่อาจขยับกาย พอลองกวาดตาดูก็เห็นเข็มเล่มใหญ่ปักแน่นอยู่กลางแนวกระดูกสันหลัง

พริบตาเดียวหลี่หยางก็กลับมายืนข้างกายลูกศิษย์แล้ว

เขาฉวยข้อมือขาวผ่อง ฉุดร่างเล็กๆ เข้าด้านใน หลังกวาดตาดูทั่วร่างก็ปกป้องลูกศิษย์ร่างน้อยไว้ข้างหลัง

“ยืนอยู่ตรงนี้ ห้ามขยับไปไหนทั้งนั้น”

แทนการตอบรับ อาจูเกาะแผ่นหลังสูงตระหง่านไว้แน่น

“พี่น้องทั้งหลาย พวกมันอยู่ในนั้น!” ด้านนอกมีเสียงตะโกนเข้ามา

ไม่ทันที่อาจูจะได้เตรียมใจ ชายชุดน้ำเงินกลุ่มใหญ่ก็บุกเข้ามา

พวกมาใหม่มีกลุ่มคนที่คล้ายจะเป็นคนระดับหัวหน้าอยู่ห้าราย ทั้งห้าล้วนถืออาวุธหน้าตาแปลกประหลาดไม่ซ้ำกัน ทั่วทั้งร่างอัดแน่นด้วยจิตสังหาร บอกยี่ห้อนักฆ่า

“นี่ไม่ใช่เยว่เทียนฟง” หนึ่งในกลุ่มคนชุดน้ำเงินพึมพำ

“ใช่แล้วอย่างไร ไม่ใช่แล้วอย่างไร คำสั่งคือฆ่าให้หมด!” ชายตาเดียวในกลุ่มตวัดแส้เหล็กหนามในมือ ประกาศกร้าว “ยิ่งพวกมันเห็นหน้าเราพี่น้องยิ่งต้องฆ่า!”

“อย่าประมาท...” ชายคนแรกปรามเสียงขรึม

“เฮอะ! กับแค่คู่ยวนยาง[2]ไร้อาวุธ ไยต้องทำเป็นเรื่องใหญ่” มันถลึงตามองเหมือนจะจ้องให้ลึกไปถึงกระดูก ตะคอกเสียงต่ำ “พวกเรามีเวลาจำกัด อย่าโทษที่ข้าโหดร้าย...รับมือ!” แส้เหล็กหนามในมือชายตาเดียวพุ่งเข้าใส่หลี่หยางรวดเร็วเหมือนอสรพิษฉกกัด ทว่าหลี่หยางกลับยืนนิ่ง ไม่แม้แต่จะพลิ้วกายหลบด้วยซ้ำ

“ซือฝุ!”

[1] มาตรวัดจีนโบราณ 1 จ้างมีความยาวเท่ากับ 10 ฉื่อ หรือประมาณ 2.27 - 2.31 เมตร

[2] ยวนยาง หรือ เป็ดแมนดาริน เป็นสัญลักษณ์ของความรักเดียวใจเดียว เป็นสัญลักษณ์สื่อถึงคู่รัก

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • นางมารน้อยข้ามภพ   บทที่ 50

    สตรีแซ่เซี่ยยังคงบอกเล่าสถานการณ์ด้วยตนเองอีกครู่ใหญ่ อาจูเห็นท่านหมอยุคเก่าแก่โบราณสองคนพูดคุยกันก็ปั้นหน้าสงบเสงี่ยมยืนฟังด้วยความสนใจ สองหูฟังไป สองตาก็ลอบจับสังเกตศิษย์พี่หญิงของท่านจ้าวหุบเขา ต่อให้ส่วนหนึ่งในใจจะค่อยๆ คล้อยตามว่าครั้งนี้อาจารย์ป้าหน้าเด็กอาจมาด้วยเจตนาดีจริงๆ ลางสังหรณ์บางอย่างในใจกลับไม่ยอมหายไปเสียทีอาจารย์ป้าผู้นี้...มาดีจริงๆ น่ะรึ?อาจูอยากจะยกมือขึ้นนวดขยับ ยิ่งคิดว่าพักนี้ต้องระมัดระวังไม่ให้เผลอใช้ใบหน้าเด็กๆ นี่ขมวดคิ้วสร้างริ้วรอยจนใบหน้าแก่ก่อนวัยก็ยิ่งกว่าหนักอกหนักใจช่างเถอะ ถึงยังไงที่นี่ก็ต้องการแรงงาน...จังหวะอาจารย์ป้ากวาดตามองผ่านมา เสี่ยวจวี๋ฮวาคลี่ยิ้มอ่อนหวานเจิดจ้ายิ่งกว่าผู้สมัครเข้าชิงตำแหน่งนางงามจักรวาล ทว่าอีกฝ่ายกลับมองผ่านเลยไปท่าทีนี้ช่วยให้อาจูสบายใจขึ้นเล็กน้อยถ้าเซี่ยอะไรสักอย่างเหยาๆ นางนี้ทำถึงขั้นคลี่ยิ้มให้ ศิษย์หลานตาดำๆ อย่างจวี๋ฮวาคงไม่แคล้วต้องเกาะติดอาจารย์ทั้งวันทั้งคืน เพื่อป้องกันสตรีคลั่งรักผู้หนึ่งย่องมาบีบคอตอนหลับหรือซัดเข็มพิษเล่มโตลอบสังหารแล้ว...

  • นางมารน้อยข้ามภพ   บทที่ 49

    จู่ๆ ความสลดหดหู่ปนโกรธเกรี้ยวก็พวยพุ่งขึ้นในใจคนฟัง กระทั่งอาจูเองยังกำหมัดแน่น ยากจะสงบอารมณ์เป็นตอนนี้เอง ที่อาจูรู้สึกถึงเหงื่อเย็นชื้นบนฝ่ามือตัวเองท่านจ้าวหุบเขาเหลียวมองลูกศิษย์เล็กน้อย ก่อนหันกลับมาผ่าลำไส้ทั้งหมด ตรวจสอบของเสียตกค้างอย่างละเอียด จากนั้นหันกลับไปตรวจดูเล็บมือและเล็บเท้าซ้ำอีกหน“ไม่มีร่องรอยอย่างอื่นแล้วจริงๆ” ท่านจ้าวหุบเขาสรุปสั้นๆประมุขสมาพันธ์ผู้ต้องแบกรับเรื่องนี้ฟังแล้วยิ่งขบกรามแน่นจนขึ้นสัน“สารเลวพวกนั้นช่างระมัดระวังรอบคอบเกินไปแล้ว”“เรื่องนั้นยังไม่แน่นอนนัก” ท่านจ้าวหุบเขาเหลียวมองเชือกที่คนร้ายใช้มัดร่างเด็กเอาไว้ เอ่ยไม่ดังไม่เบา “ประมุขเยว่คงไม่ทันสังเกตว่าเทียนเฉาตอนล่างมีวัฒนธรรมการฟั่นเชือกแตกต่างจากพื้นที่อื่นเล็กน้อย...พวกนั้นจะจงใจทิ้งร่องรอยหรือไม่ได้ตั้งใจก็ช่าง ถ้าอย่างไรลองสืบสาวจากเชือกพวกนี้ดู ไม่แน่ว่าอาจช่วยเหลือได้ไม่มากก็น้อย”สีหน้าเยว่เทียนฟงดูดีขึ้นเล็กน้อย“ศพเหม็นเน่ามากแล้ว ฝังให้ลึกๆ แทนการเผาจะดีกว่า...น้ำใน

  • นางมารน้อยข้ามภพ   บทที่ 48

    มองจากที่ไกลดูเหมือนใกล้ แต่เมื่อต้องเดินเท้ากันจริงๆ แล้ว บ่อพักน้ำตีนผาที่ว่านี้ กลับอยู่ห่างจากเขตที่พักอาศัยไม่น้อยยิ่งเดินเข้าใกล้ กลิ่นเน่าเหม็นรุนแรงก็ยิ่งโดดออกจากกลิ่นปศุสัตว์ ตอกย้ำให้ผู้มาเยือนตระหนักว่าในบ่อพักน้ำมีศพเด็กคนหนึ่งนอนแช่อยู่จริงๆ“ตรงนั้นขอรับ” องครักษ์ผู้รับหน้าที่นำทางรีบชี้เป้า “ศพโดนผูกไว้กับหลักไม้หลังพงหญ้านั่น”อาจูยกแขนเสื้อขึ้นปิดจมูกอีกชั้น แทบไม่อยากหายใจ เพียงก้าวขาเดินกันต่อไปแค่ไม่กี่ก้าว กลิ่นเน่าเหม็นชวนคลื่นเหียนแฝงกลิ่นสาบคล้ายโคลนก็ลอยมาเตะจมูก ทำเอาชาวบ้านหลายคนที่ตามมาดูต้องโก่งคออาเจียนกันอีกหน แม้แต่คนของเยว่เทียนฟงก็ยังหน้าเขียวหน้าดำ บรรยากาศคุกรุ่นที่เพิ่งจะสงบลงคล้ายถูกแทนที่ด้วยกระแสอารมณ์วิตกกังวลและหวาดผวาบ่อพักน้ำแห่งนี้มีขนาดกว้างยาวเพียงด้านละราวๆ สามถึงสี่วา หากไม่นับเรื่องกลิ่นที่โชยคลุ้งและฟองสีขาวบนผิวน้ำ ก็ยังนับได้ว่าที่นี่ดูสะอาดตา ไร้วี่แววศพเด็กที่ว่า ทั้งอย่างนั้นตำแหน่งที่ผู้นำทางเดินไปหาก็เป็นตำแหน่งที่พงหญ้าสูงท่วมศีรษะ เหมาะแก่การซุกซ่อนข้าวของเป็นอย่างยิ่ง

  • นางมารน้อยข้ามภพ   บทที่ 47

    “มีศพอยู่ที่บ่อพักน้ำ!” ทันทีที่ได้ยินว่ามีศพอยู่ที่บ่อพักน้ำ พวกชาวบ้านในลานพลันหน้าเผือดสี หลังจากส่งต่อประโยคสั้นๆ ประโยคนี้เพียงชั่วครู่ หญิงชาวบ้านจำนวนไม่น้อยถึงขั้นโก่งคออาเจียน ที่ดูคล้ายคนเจ็บไข้ได้ป่วยกันอยู่แล้วก็ยิ่งดูเหมือนคนล้มป่วยยิ่งขึ้นสวรรค์! เกิดโรคระบาดก็แย่แล้ว ต้นคลองส่งน้ำเข้าหมู่บ้านยังมีศพแช่อีกรึ!“ท่านประมุข หรือว่าศพนั่นจะเป็นตัวก่อโรค!” ชาวบ้านชายที่รูปร่างกำยำที่สุดในกลุ่มถามเสียงเครือ ดวงตาแดงก่ำบนใบหน้าอิดโรยเหมือนพร้อมจะหลั่งน้ำตาออกมาทุกเมื่อ “เช่นนั้นพวกเราทุกคน...”“ต้องรอตรวจโรคกันก่อนจึงจะบอกได้” ท่านประมุขผู้ถูกถาม ตอบเสียงขรึม “ระหว่างนี้บอกให้ทุกคนเลิกแตะต้องน้ำจากคลองส่งน้ำนั่น หากจำเป็นต้องนำมาใช้ ต้องต้มให้นานๆ หน่อยถึงจะดี” รับมือกับโรคระบาดชนิดนี้มานาน เยว่เทียนฟงเองก็ได้พื้นความรู้ติดตัวมาไม่น้อยเหมือนกัน“จ้าวหุบเขา เชิญ&rdquo

  • นางมารน้อยข้ามภพ   บทที่ 46

    ถึงแม้จะพยายามบอกตัวเองสักแค่ไหน ความรู้สึกแปลกประหลาดในใจกลับไม่ได้ลดลงเลยสักนิดคนข้างกายอย่างอาจูติดใจสงสัย แต่ท่านจ้าวหุบเขากลับดูคล้ายไม่ใส่ใจแม้แต่น้อย “เช่นนั้นก็ดี...” ท่านจ้าวหุบเขาเอ่ย น้ำเสียงเรียบเรื่อย “ที่นี่มีคนไม่พอซ้ำยังขาดแคลนผู้รู้วิชาแพทย์ แม้ตำหนักพันพิษจะได้ชื่อว่าเป็นสำนักฝ่ายมารที่เชี่ยวชาญแต่เรื่องพิษ ทว่าแต่เดิมประมุขเซี่ยเคยเป็นศิษย์ของหุบเขาเดียวดาย น่าจะพอจดจำวิธีรักษาดูแลผู้ป่วยโรคระบาดชนิดนี้ได้กระมัง”“ย่อมต้องจดจำได้”“เช่นนั้นเริ่มจากคัดแยกผู้ป่วยกันก่อนก็แล้วกัน” ท่านจ้าวหุบเขาพูดเรื่องความเป็นสำนักฝ่ายมารแล้วมอบหมายหน้าที่ให้อย่างไม่ขัดเขิน กิริยาอาการลื่นไหลเสียจนเซี่ยอะไรสักอย่างเหยาๆ สีหน้าแข็งค้างไปชั่วครู่ แม้แต่อาจูยังรู้สึกว่าพฤติกรรมเน้นงานไม่เน้นความสัมพันธ์ จู่ๆ ก็เรียกใช้งานผู้อื่นหน้าตาเฉยพรรค์นี้ ติดจะดูแล้งน้ำใจไร้มารยาทจนเกินไปโถ...ซือฝุเจ้าขา ท่านก็ช่วยแกล้งถามไถ่แสดงความเป็นห่วงเป็นใยนางสักหน่อยไม่ได้หรือ...ฮื้ม?อาจารย์ป้าผู้นี้ก็ช่างมีรสนิยมน่าตก

  • นางมารน้อยข้ามภพ   บทที่ 45

    ขณะกำลังคิดว่าควรจะพูดอะไรสักคำสองคำให้คนอื่นๆ ไม่คิดว่าเสี่ยวจวี๋ฮวาและท่านจ้าวหุบเขากำลังกระทำกิริยาสตรีร้องบุรุษรับดีหรือไม่ ก็มีรถม้าอีกคันพุ่งตรงมาจากที่ไกล ฝีเท้าม้าทำเอาฝุ่นดินฟุ้งตลบรุนแรงจนมองเห็นรถม้าทั้งคันเพียงลางๆ“ประมุขเยว่ยังเชิญใครมาอีกหรือ” ไม่ทันที่อาจูจะได้พูดอะไรมากไปกว่านี้ เหล่าองครักษ์ชุดดำก็ตีกรอบล้อมเข้ามาประกายความระแวงระวังและกังขาที่เคลือบอาบนัยน์ตาพวกเขา ช่วยตอบคำถามก่อนหน้าได้ทันที...ที่แท้ ‘ผู้มาใหม่’ ก็เป็นแขกไม่ได้รับเชิญ!“ซือฝุ...ระวังตัวด้วย” อาจูขยับเข้าชิดท่านจ้าวหุบเขา สองมือกำแขนเสื้อสีน้ำเงินเข้มไว้แน่น ตัดสินใจแล้วว่าถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นจริงจะรีบดึงจ้าวหุบเขาหลี่หลบฉาก ลากคนน่าโมโหที่เคยเอาตัวเป็นโล่ปกป้องคนอื่นออกจากวงตีรันฟันแทงให้ได้หลี่หยางเหลียวมองมือน้อยๆ ที่กำแขนเสื้อตนเองเอาไว้ ปากไม่เอ่ยอะไร แต่แววตาวูบไหวเล็กน้อยราวกับไม่พอใจท่าทีนี้ รถม้าที่มาใหม่ไม่เพียงไม่ยอมหยุดอยู่บนถนนยังพุ่งทะยานเข้ามาชั่วพริบตาก่อนที่ใครสักคนจะก้าวขาออกไปจัดการ ม้าเ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status