تسجيل الدخولจางลี่ พนักงานบริษัทชื่อดังแห่งหนึ่ง เธอได้เกิดใหม่มาอยู่ในร่างของหญิงสาวที่มีชื่อเดียวกับเธอหลังจากที่เธอประสบอุบัติเหตุบนท้องถนน มันเกิดอะไรขึ้นกันนะ แล้วทีนี้เธอจะทำอย่างไร
عرض المزيد1
เสียงฝีเท้าเรียวสวยของหญิงสาวสะสวยน่ารักกำลังเดินตรงไปยังลานจอดรถ ซึ่งมีรถของเธอจอดอยู่ที่ประจำในคอนโดสุดหรูแห่งหนึ่ง รถเก๋งคันสีดำเทาสุดหรูของเธอซึ่งเปรียบเสมือนเพื่อนไปไหนมาไหนด้วยกันตลอดก็ได้สตาร์ทเครื่องยนต์ก่อนที่เธอจะขับออกจากคอนโดสุดหรู
เช้ามืดที่ยังไม่มีแดดส่องถึงพื้นนี้ทำให้หญิงสาวร่างบางขับรถง่ายและสะดวกรวดเร็ว อาจเป็นเพราะวันนี้เป็นวันหยุดก็เลยรถไม่ติด แต่ก็พอมาให้เห็นเป็นประปรายอยู่บ้าง
“ทำงานที่เหลือให้เสร็จแล้วลาหัวหน้าไปเที่ยวต่างประเทศดีกว่า”
หญิงสาวพูดกับตนเองพร้อมด้วยรอยยิ้ม
หากเธอทำงานที่เหลือที่บริษัทเสร็จเรียบร้อยเธอก็จะใช้วันลาไปท่องเที่ยวที่ต่างประเทศจางลี่ หญิงสาวที่กำลังขับรถเก๋งสุดหรูนี้เธอเป็นพนักงานบริษัทชื่อดังแห่งหนึ่งในเมือง ที่เป็นหญิงสาวที่มีใบหน้าสะสวยน่ารักเป็นที่หมายปองของชายหนุ่ม แต่เธอเป็นคนที่ไม่สนใจผู้ชายคนไหนทั้งนั้น ชีวิตประจำวันของเธอนั้นก็จะทำงาน เที่ยวเล่น พักผ่อนและท่องเที่ยวต่างประเทศวนกันไปตามแบบของเธอ แล้ววันนี้เธอมีงานที่ยังทำไม่เสร็จตั้งแต่เมื่อวานเหลือค้างเอาไว้ เธอก็เลยอยากทำให้งานให้เสร็จในช่วงวันหยุดนี้เพื่อที่จะทำให้ตนเองว่าง
“ไปประเทศไหนดีนะ”
จางลี่กำลังครุ่นคิดอยู่ว่าจะไปท่องเที่ยวที่ประเทศไหนดีขณะที่กำลังขับรถอยู่บนท้องถนน
แล้วด้วยวันนี้เป็นวันหยุดเธอก็เลยทำตัวตามสบายไม่จำเป็นต้องกดดันตนเองจนเกินไป“อะไรเนี่ย ไฟแดงอีกแล้ว ทั้งที่วันนี้เป็นวันหยุดนะ ฉันละเซ็ง”
จางลี่พูดบ่นสัญญาณไฟจราจรบนท้องถนน
สัญญาณไฟแดงนั้นหยุดรอนานทั้งที่เช้ามืดนี้ก็ไม่มีรถสวนไปมาเลย ทำให้เธอรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาเล็กน้อย
!?
ขณะที่จางลี่กำลังรอสัญญาณไฟจราจร จู่ๆ ก็มีรถสิบล้อขับมาด้วยความเร็วแล้วส่ายไปมาอย่างกับว่าคนขับรถสิบล้อไม่สามารถควบคุมพวงมาลัยได้ ทำให้รถสิบล้อนั้นพุ่งตรงมายังรถของจางลี่ที่จอดรอสัญญาณไฟจราจร
ปัง!
รถสิบล้อพุ่งชนรถของจางลี่ที่จอดรอสัญญาณไฟจราจรอย่างเต็มแรง รถเก๋งสุดหรูพลิกคว่ำไปหลายตลบ หญิงสาวไม่ทันรู้ตัวเลยว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เธอไม่สามารถร้องขอความช่วยเหลือหรือไม่สามารถขับรถหนีออกไปตั้งแต่แรกได้เลย ทุกอย่างมันเกิดขึ้นไวมาก คนที่อยู่ในรถเก๋งอย่างจางลี่เสียชีวิตทันทีโดยไม่ทันได้รู้สึกถึงความเจ็บปวด ความตั้งใจที่จะไปทำงานให้เสร็จแล้วใช้วันลาเพื่อไปท่องเที่ยวต่างประเทศมันก็กลายเป็นเรื่องที่ไร้ความหมาย
แล้วหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร
.
.
.
ภาพที่เห็นตรงหน้านี้ทุกอย่างมันดูมืดไปหมด มองไม่เห็นอะไรนอกจากความมืดมิดที่ไร้ซึ่งแสงสว่าง มันคือที่ไหนกันนะ
หญิงสาวลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งหลังจากที่เธอประสบอุบัติเหตุบนท้องถนน เธอกวาดตามองดูรอบตัว แต่เธอก็มองอะไรไม่เห็น แล้วร่างบางของเธอก็นอนอยู่ที่ไหนสักแห่งที่ไม่ใช่โรงพยาบาล หากประสบอุบัติเหตุก็ควรจะอยู่ในโรงพยาบาลไม่ใช่เหรอ ถ้าอย่างนั้นหมายความว่า เธอตายไปแล้วน่ะสิ
“ที่นี่ที่ไหน ฉันตายไปแล้วใช่ไหม”
ความทรงจำชั่วขณะที่เธอนึกขึ้นมาได้นั้นเป็นภาพความทรงจำตอนที่เธอขับรถแล้วรอสัญญาณไฟจราจรบนท้องถนนที่มีแต่ความเจริญ แล้วเธอก็ถูกรถสิบล้อชนเข้าอย่างจังโดยที่เธอไม่ทันได้ตั้งตัว ถูกชนขนาดนั้นแต่ยังมีชีวิตรอดมาได้นับว่าเป็นความโชคดีของเธอหรือไม่ก็ปาฏิหาริย์ช่วยเอาไว้ได้
ถ้าอย่างนั้นที่นี่คือที่ไหน มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
“เราต้องลุกขึ้นยืน”
ถึงจะมองไม่เห็น แต่หญิงสาวร่างบางอย่างจางลี่ก็ไม่คิดที่จะนอนแน่นิ่งอยู่กับที่แบบนี้ไปตลอด เธอยืนขึ้นพลางมองดูรอบตัว แต่ก็ไม่พบอะไรที่มองเห็น
จางลี่เดินตรงไปข้างหน้าแล้วมือทั้งสองยื่นไปข้างหน้าเผื่อว่าจะได้สัมผัสหรือหยิบจับอะไรเอาไว้ได้
!?
มือทั้งสองของเธอสัมผัสกับอะไรบางอย่างได้ พอลูบคลำก็รู้สึกได้ ลักษณะของมันเหมือนกับแผ่นไม้ขรุขระไม่เรียบ
“กำแพงสินะ”
จางลี่เข้าไปใกล้กำแพงจนแนบชิดติดตัวแล้วเดินติดข้างกำแพงเผื่อจะเจอทางออก
“ที่เราอยู่ตอนนี้คงจะเป็นห้องของที่ไหนสักแห่งหนึ่ง หาทางออกได้เดี๋ยวคงรู้แหละ”
จางลี่พูดกับตนเองพลางคิดว่าถ้ามีห้องยังไงก็ต้องมีทางออก แล้วตัวเธอเองตอนนี้ก็รู้สึกกลัวขึ้นมาเล็กน้อยที่อยู่ในที่มืดเป็นเวลานาน หญิงสาวร่างบางเดินติดอยู่กับกำแพงไม้อยู่ครู่หนึ่ง มือของเธอก็สัมผัสกับอะไรบางอย่างที่ทำให้รู้สึกเย็น พอเอามือไปลูบคลำดูก็รู้ได้ทันทีว่าสิ่งนี้เป็นลูกบิดประตู
“นี่แหละทางออก”
จางลี่คิดเช่นนั้นก่อนจะเปิดประตูเพื่อออกไปจากห้องนี้
พอเปิดประตูออกมาก็พบกับแสงสว่าง
แล้วเบื้องหน้าของเธอนั้นก็เป็นทางเดินที่มีฝั่งซ้ายและฝั่งขวา“น่าจะเป็นบ้านคน”
มันก็ต้องเป็นบ้านคนแหละ แล้วที่จางลี่ยืนอยู่ตอนนี้ก็คงจะเป็นภายในบ้าน แล้วห้องที่ออกมาเมื่อครู่ก็เป็นห้องนอน พอมองกลับเข้าไปข้างในก็เห็นเตียงนอนและตู้เสื้อผ้า
“บ้านใครกันนะ โอ๊ย!”
จู่ๆ จางลี่ก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมาอย่างรุนแรงจนทำให้หญิงสาวร่างบางคนนี้ทรุดลงกับพื้นอย่างช่วยไม่ได้
มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมเธอถึงได้ปวดหัวรุนแรงขนาดนี้
…
ดูเหมือนว่าจางลี่จะเหนื่อยแล้วหลับไปแค่นั้น ส่วนทางด้านซินเทียร์และคนรับใช้สองคนหมดสติไปตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ ลุงหนานที่เข้ามาทีหลังก็พอจะเดาได้บ้างว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำให้คุณลุงวัยกลางคนต้องกุมขมับ “ให้ตายสิ เด็กสมัยนี้ไม่รู้จักโตกันเลยนะ” “ขอโทษครับลุงหนาน ผมขอโทษที่เรื่องมันเป็นแบบนี้” “ช่างมันเถอะ เอาเป็นว่าลุงทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นก็แล้วกัน แต่อย่าได้มีเรื่องกันอีกล่ะ เข้าใจไหม” “เข้าใจแล้วครับ” . . . หลังจากเหตุการณ์ทะเลาะตบตีกันระหว่างจางลี่และซินเทียร์ก็ผ่านมาได้หนึ่งเดือนเต็ม แล้วในช่วงเวลาที่ผ่านมา จางลี่ก็ได้ไหว้วานให้ไห่เทาทำเรื่องบางอย่างขึ้นโดยการปล่อยข่าวลือว่าซินเทียร์นั้นมีชู้กับชายหนุ่มร่ำรวยคนหนึ่งในเมืองเสฉวน ทำไมถึงทำแบบนั้น ก่อนหน้านี้จางลี่ได้ให้ไห่เทาไปสืบเรื่องของซินเทียร์ แล้วไห่เทาบังเอิญไปเห็นซินเทียร์กำลังเดินควงแขนกับชายหนุ่มคนหนึ่ง ซึ่งชายหนุ่มคนที่ว่าก็เป็นผู้ติดต่อธุรกิจกับเธอรวมไปถึงสามีของเธอด้วย แล้วข่าวลือนี้ก็ทำให้ความจริงของซินเทียร์ถูกเปิดเ
30 เพียะ! เพียะ! เพียะ! จางลี่รัวฝ่ามืออรหันต์ใส่ซินเทียร์และคนรับใช้ของเธอ นี่ไม่ใช่สามรุมหนึ่งแต่เป็นหนึ่งรุมสาม ต่อให้มีคนเยอะกว่าแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรเธอได้ ซินเทียร์และคนรับใช้กลายเป็นกระสอบทรายโดยปริยาย “กูจะไม่หยุดจนกว่าจะตายไปข้างหนึ่ง อีห่ารากซินเทียร์! อีเปรตซินเทียร์!” ไม่มีใครหยุดจางลี่เอาไว้ได้ นอกเสียจากลุงหนานจะมาเห็น แต่นั่นก็เป็นเรื่องที่ขอร้องกันไม่ได้ด้วย ไม่รู้เหมือนกันว่าลุงหนานจะกลับมาเมื่อไหร่ จางลี่ก็เลยมันมืออย่างที่เห็น ชาวบ้านที่เข้ามาดูเรื่องทะเลาะของจางลี่ไม่มีใครเข้าไปห้าม พวกเขาตกใจและอึ้งในสิ่งที่เห็น แม้แต่มู่เฉินที่เจ็บตัวอยู่ก็ตกใจไม่คิดว่าภรรยาของเขาจะเป็นคนแบบนี้ ที่ผ่านมาจางลี่นั้นอ่อนแอไม่กล้าเผชิญหน้ากับใคร เธอเป็นคนขี้เกรงกลัว สั่งให้ทำอะไรเธอก็ยอมทำทุกอย่าง พอมาเห็นภาพเบื้องหน้าตอนนี้มันช่างแตกต่างกันเหลือเกิน “นี่คือจางลี่ในตอนนี้เหรอ” มู่เฉินพูดด้วยความอึ้ง “ใช่ เธอเป็นแบบนี้แหละ แล้วก็เป็นแบบนี้ตลอดไป” ไห่เทาพูดตอบมู่เฉินไปตามความจริ
29 “มู่เฉิน” ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับจางลี่เป็นฝีมือของซินเทียร์ทั้งหมด ก่อนหน้านี้ก็เรื่องของพ่อแม่ของจางลี่ ซินเทียร์พาพวกเขามาหาจางลี่ แล้วก็เรื่องนี้ด้วย เธอพามู่เฉินซึ่งเป็นสามีของจางลี่มาด้วยเช่นกัน นี่คือสิ่งที่ซินเทียร์ต้องการให้มันเป็น เธอทำไปเพื่อไม่ให้จางลี่ได้มีชีวิตอันสงบสุข (อีเปรตเอ๊ย!) ถึงแม้ว่าจะเจอกับสามีอย่างมู่เฉินที่ไม่ได้เจอกันมานานเป็นปีเธอก็ไม่ได้รู้เกรงกลัวเลยสักนิดเดียว สีหน้าที่ดูเกรงกลัวอีกฝ่ายนั้นไม่ใช่เกรงกลัวแต่อย่างใด แต่เธอแสดงสีหน้าด้วยความโกรธแค้นอย่างถึงที่สุด เธอแค้นมู่เฉินและแค้นซินเทียร์ ทำให้ไห่เทาที่เห็นอย่างนั้นเข้าใจผิดไป “จางลี่ กูตามหามึงมานานแสนนาน ไม่คิดเลยว่ามึงจะมาอยู่ที่นี่” “มู่เฉิน มึงตามหากูเหรอ มึงทำเพื่ออะไร กูกับมึงไม่ได้เป็นสามีภรรยากันอีกต่อไปแล้ว” “มึงกล้าปากดีกับกูเหรอ” “ก็มึงทำร้ายกูก่อน แล้วกูก็ไม่คิดที่จะกลับไปหามึงด้วย” “อีนี่!” ไห่เทาเห็นว่ามู่เฉินจะเดินเข้ามาทำร้ายจางลี่ เขาก็เลยมายืนขวางเอาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้จางลี่ได้รับ
28 “เหอะ ไม่คิดเลยว่ามันจะใช้วิธีนี้เพื่อตัดครอบครัวออก ฮ่าฮ่าฮ่า แต่ว่า แค่นี้มันยังน้อยไปนะจางลี่ ฉันยังมีอะไรสนุกเตรียมเอาไว้ให้เธออีกเยอะ” ซินเทียร์ที่พูดบ่นอยู่ตอนนี้ เธอเองก็เป็นคนที่เห็นเหตุการณ์ว่าสวนส้มของจางลี่เกิดเรื่องอะไรขึ้น เรื่องที่ซินเทียร์บอกที่อยู่ของจางลี่ให้จางเหม่ยและจางหมิ่นซึ่งเป็นพ่อแม่ของเธอได้รู้นั้นก็เป็นแผนของซินเทียร์เพื่อที่จะทำให้จางลี่ได้รับผลกระทบและประสบปัญหา ซินเทียร์เองก็ไม่คิดว่าจางลี่จะกล้าต่อต้านพวกเขา แถมยังใช้คำพูดที่ไม่สมกับเป็นลูกที่เกิดมาโดยพวกเขา “ฉันรับรองได้เลยว่า ครั้งต่อไปเธอจะต้องไม่มีความสุขไปตลอดกาล ฮ่าฮ่าฮ่า” ซินเทียร์พูดทิ้งท้ายเอาไว้แค่นั้นก่อนจะเดินกลับพร้อมคนรับใช้หญิงสาวสองคน . . . เมืองเหอหนาน หญิงสาวร่างบางพร้อมกับคนรับใช้เป็นหญิงสาวสองคนยืนอยู่บริเวณหน้าบ้านหลังหนึ่งเพื่อมาพบกับชายหนุ่มคนหนึ่งที่อยู่ในบ้านหลังนี้ พวกเธอไม่ได้รู้จักผู้ชายเจ้าของบ้านเป็นการส่วนตัว แต่ที่พวกเธออยากมาพบกับชายหนุ่มคนนี้ก็เพื่อต้องการทำบางอย่างซึ่งเป็นผลประโ

















