ログインจ้าวหุบเขาเคยกำชับให้เธอลงมาแช่น้ำร้อนวันละสองเวลาเพื่อปรับสมดุลร่างกายตามเวลาที่กำหนดให้อย่างเคร่งครัด เธอก็ทำตามมาโดยตลอด แต่หลังจากทำงานหนักมาสามวันเต็ม เย็นวันนี้เธอจึงเปลี่ยนแผน เพราะอยากจะแช่น้ำอุ่นๆ ผ่อนคลายกล้ามเนื้อก่อนเข้านอน มากกว่าเข้านอนโดยมีกลิ่นอาหารและกลิ่นควันไฟติดเส้นผม
แย่แล้ว...
คนอาบน้ำผิดเวลาแถมยังแช่น้ำนานนับครึ่งชั่วยามอยากจะร้องเตือน
แต่เมื่อหันไปเห็นว่าผู้ชายที่แก้ผ้าแก้ผ่อนลงมาแช่น้ำร้อนชนิดไม่ดูตาม้าตาเรือไม่ใช่ท่านจ้าวหุบเขา ใบหน้าขาวผ่องก็ซีดลงอีกสามระดับไอ้ตี๋ร่างเล็ก หน้าหวาน แต่ท่าทางดูกวนประสาท แถมยังเอาแต่หัวเราะหึหึเป็นบ้าเป็นบออยู่คนเดียวคนนี้เป็นใคร!!!
อาจูซ่อนตัวนิ่งสนิทโดยสัญชาตญาณ ในใจได้แต่นึกขอบคุณตัวเองที่ยังหน้าบางเกินกว่าจะแก้ผ้าแก้ผ่อนลงแช่น้ำร้อนกลางแจ้ง ก็เลยว่ายเข้ามาหลบมุมอาบน้ำหลังซอกหินแบบนี้
ขณะอาจูกำลังคิดว่าจะเอายังไงดี ไอ้ตี๋ที่ไม่รู้ว่าโผล่มาจากไหนคนนั้นก็กางแขนกางขาถูเนื้อถูตัวอย่างน่าเกลียด ทำเอาคนที่คิดว่าตัวเองหน้าหนามากแล้วถึงขั้นอยากยอบกายคารวะ
อี๋...ร่างเด็กหนุ่มเพิ่งโตผอมแห้งพรรค์นี้น่าดูตรงไหนกัน
อะ...อนาจาร...นี่มันภาพอนาจารชัดๆ
เสี่ยวจวี๋ฮวาไม่กล้าขยับตัว ได้แต่ปิดตากางนิ้ว พยายามเบือนหน้าหนีภาพตรงหน้า...
“อา...ที่แท้ที่นี่ก็มีบ่อน้ำร้อนอยู่ด้วยจริงๆ หึหึ...” ตี๋นิรนามพึมพำ น้ำเสียงสุขสันต์ เขากวาดตามองทิวทัศน์รอบกาย สีหน้าดูผ่อนคลายอย่างเห็นได้ชัด
“หืม...นั่น...?” จู่ๆ ตาบ้าแปลกหน้านี่ก็ส่งเสียงที่ทำให้สังหรณ์ใจไม่ดีขึ้นมา
อาจูมองตามสายตาแขกไม่ได้รับเชิญแล้วหัวใจกระตุกวูบ ยิ่งเห็นเขาหรี่ตามองกองเสื้อผ้าสีมรกตบนโขดหินที่ตั้งอยู่ใกล้ต้นท้อต้นใหญ่มากที่สุด ก็ยิ่งแทบหยุดหายใจ
อย่าน้า...ปล่อยมันไว้ตรงนั้น อย่ายุ่งกับเสื้อผ้าฉันนน
เพราะไม่ได้ยินเสียงกรีดร้องในใจเธอ แขกไม่ได้รับเชิญขยับตัวเข้าหากองเสื้อผ้า ทำท่าจะยื่นมือไปคว้า...
ปึก!
วัตถุบางอย่างพุ่งเฉียดมือเขา ปักเข้าใส่โขดหินใกล้ๆ
เพียงชั่วเสี้ยววินาทีหลังจากนั้น เลือดสีแดงสดก็ไหลทะลักออกจากหลังมือขาวซีดเหมือนเขื่อนแตก
“ว้าย!” อาจูรีบยกมือขึ้นปิดปาก กลัวจะหลุดส่งเสียงอะไรมากไปกว่านี้
แขกไม่ได้รับเชิญชะงักไปทันที เขาเหลียวมองใบไม้ที่ฝังแน่นในก้อนหิน รู้สึกคล้ายน้ำลายในคอเหนียวหนืดชวนให้หายใจลำบากขึ้นเฉียบพลัน
“ขึ้นมา ออกมาจากตรงนั้น” น้ำเสียงเย็นเยียบทรงอำนาจไร้ที่มา ทำเอากระทั่งอาจูยังรู้สึกว่าอุณหภูมิน้ำในบ่อเหมือนจะเย็นลงหลายส่วน
ตี๋หน้าหยกกุมแผลที่หลังมือแน่น ทำหน้าคล้ายจู่ๆ ก็บังเกิดพุทธิปัญญา ตระหนักถึงบางอย่างขึ้นมา
เขารีบตะเกียกตะกายไปคว้าเสื้อคลุมตัวยาวมาสวมทันที
“ขออภัย ฮูหยิน ข้าไม่รู้ว่าท่านอยู่ที่นี่” เขาเอ่ยเสียงเบา ก่อนรีบขึ้นจากบ่อ ดีดตัวขึ้นยอดไม้ จากไปไวยิ่งกว่าสายลม
“ฮูหยิน?” อาจูย่นหัวคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย
“ยังไม่รีบขึ้นมาอีก” ชั่วพริบตานั้น เสื้อคลุมสีน้ำเงินเข้มตัวใหญ่ลอยมาคลุมร่างเธอไว้มิดชิด แม่นเหมือนสวรรค์ช่วยจับวาง
เมื่อกวาดตามองหาที่มา ดวงตาคู่งามก็สบกับร่างสูงสง่าซึ่งสวมเพียงเสื้อสีขาวตัวใน
“ซะ...ซือฝุ?”
“กักบริเวณ” เขาเอ่ยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าฟังดูเฉียบขาด “กลับถึงที่พักแล้ว หากไม่ได้รับอนุญาต ห้ามก้าวขาออกจากเรือนทิศใต้แม้เพียงครึ่งก้าว”
ร่างสูงสง่าในชุดสีขาวบริสุทธิ์ดูโดดเด่นก้าวเดินด้วยท่าทีสงบนิ่งราวกับลมหนาวของยามค่ำไม่อาจทำร้ายผิวกายอันสูงส่งให้รู้สึกอันใดได้ ด้วยกิริยาอันเอื่อยเฉื่อยเช่นนี้ เพียงเดินจากบ่อน้ำร้อนท้ายหุบเขามาที่คฤหาสน์ ก็กินเวลานานกว่าครึ่งชั่วยาม
“ซือฝุ...นี่ท่านโกรธข้าหรือ...” อาจูถามเสียงเครือ ใบหน้ารีเรียวซีดเซียวเหมือนคนป่วย ริมฝีปากน้อยๆ สั่นระริก ดูน่าสงสาร
หึ...เขาอยากเดินทอดน่องตากลมหนาวก็ทำไปสิ จะมาสั่งสาวน้อยผู้นี้ว่า “เดินตามมาเงียบๆ” ทำไม!
ท่านจ้าวหุบเขาหยุดฝีเท้าเหลียวมองมา อาจูจึงยกสองมือขึ้นกอดตัวเองแน่น
เพียงเท่านั้น ร่างอ้อนแอ้นบอบบางก็ดูคล้ายจะสั่นเทามากขึ้น
“ศิษย์ไม่รู้สักนิดว่าเขาจะมา” เธอจ้องลึกลงในดวงตาคมกริบคู่นั้น “ศิษย์ปวดเมื่อยไปทั้งตัว แค่อยากแช่น้ำอุ่นๆ ก่อนเข้านอนเท่านั้น จู่ๆ ชายคนนั้นก็มาจากไหนก็ไม่รู้”
ยิ่งพูดอาจูก็ยิ่งทำหน้าเหมือนจะร้องไห้เต็มที แต่พยายามกลั้นไว้สุดชีวิต
“ศิษย์ไม่เห็นอะไรเลยสักนิด ศิษย์หลับตาแน่นอยู่หลังซอกหินไม่ได้ทำเรื่องไม่ดีใดแม้แต่น้อย ท่านก็เห็น ท่านจะโกรธจวี๋ฮวาด้วยเรื่องนี้หรือ?”
แค่ได้ยินเสียงตัวเอง อาจูก็จิตใจอ่อนยวบ
นี่ขนาดว่าเธอเป็นผู้หญิงแถมยังเป็นเจ้าของเสียงยังฟังแล้วสะเทือนใจถึงขนาดนี้ ถ้าอิตาจ้าวหุบเขานี่ฟังแล้วไม่สะท้านสะเทือนใจ เธอก็ไม่รู้จะพูดยังไงแล้ว
ท่านดูสิ ซือฝุ ข้าเป็นผู้บริสุทธิ์นะ! ข้าไม่ได้แอบดูเขาแม้แต่น้อย!
นี่นับเป็นครั้งที่สองที่เธอได้เห็นเขาถอนหายใจ
“...ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ว่าเห็นเขาแค่ไหน สำคัญที่ว่าเขามองเห็นหรือไม่ต่างหาก” ประโยคนี้คล้ายท่านจ้าวหุบเขาจะพึมพำกับตัวเองมากกว่า
ไม่รู้ว่าเธอคิดมากไปเองหรือเปล่า แต่เธอรู้สึกได้ว่าภายใต้สีหน้าท่าทีสงบนิ่ง ยามท่านจ้าวหุบเขาเอ่ยประโยคนี้ น้ำเสียงเขาฟังดูจริงจังกว่าทุกครั้ง
เอ๊ะ เอ๊ะ เอ๊ะ จังหวะแบบนี้นี่มัน...
“นะ...นี่มันอะไรกัน...ท่าน...หวงข้า?”
หลี่หยางส่ายหน้าน้อยๆ“เป็นเพราะพิษในร่าง...ก็เลย...”เป็นอย่างที่เธอคิดไว้ไม่มีผิดอิรุงตุงนัง...ปัญหามันอิรุงตุงนังไปหมดจนไม่รู้ว่าจะแก้ยังไงดีแล้วทางนั้นก็ยาพิษ ทางนี้ก็ปราณมาร...จริงสิ...ถ้าจะให้ดีควรปรุงยาถอนพิษแก้พิษในร่างออกไปก่อน จากนั้นก็กำจัดปราณมารออกไป...ใช่! มีแต่ต้องทำแบบนี้เท่านั้น!“ซือฝุ...ท่านพอจะจดจำวิธีปรุงยาถอนพิษในร่างของพวกเราสองคนได้หรือไม่?”หลี่หยางพยายามนึกตาม แต่สุดท้ายก็คว้าได้เพียงอากาศ พ่วงตามมาด้วยอาการปวดหัวอย่างหนัก ที่จดจำได้ก็มีแต่เรื่องที่ยาพิษชนิดนี้ยังไร้ยาถอนพิษเท่านั้นเห็นอีกฝ่ายเลื่อนมือขึ้นกุมขมับแน่น อาจูก็รีบบอกเสียงสั่น “ไม่ต้องแล้ว ท่านไม่ต้องนึกแล้ว พวกเราไม่ใช้ยาถอนพิษก็ได้ ท่านไม่ต้องนึกแล้ว!” อาจูไม่รู้ตัวว่าเผลอร้องไห้ออกมาอีกจนได้น้ำตาร้อนๆ ที่หยดรดแผงอก ดึงหลี่หยางออกจากความคิดทั้งหมดทั้งมวลนี่เขา...ทำนางร้องไห้อีกแล้ว?เหนือกว่าอาการปวดหัว ในยามนี้มันคือความเสียใจหลี่หยางเชยคางเล็กๆ ขึ้น จ้องมองใบหน้าจิ้มลิ้มงดงามตรงหน้า ดึงลูก-ศิษย์ที่กลายเป็นภรรยาเข้าจุมพิตถูกแล้ว...แม้เมื่อครู่เหตุการณ์จะดำเนินไปเพียงครึ่งๆ กลางๆ ทว่าควา
ท่านอ๋องจอมมารเห็นท่าทางนั้นก็ลดริมฝีปากลง จุมพิตแนบแน่น เนิบนาบ เลื่อนมือขึ้นปลดถอดเสื้อผ้าตนเองและคนด้านล่างอย่างเชื่องช้าอาจูถูกโจมตีด้วยความคิดมากมายจนสับสน ทั้งอย่างนั้นจนแล้วจนรอดก็ยังไม่กล้าขยับตัว กว่าจะรู้ตัวก็เผลอคล้อยตามความนุ่มนวลวาบหวาม ยอมคล้องแขนกอดคอเขาไว้ตามที่อีกฝ่ายจัดวาง“ข้าสาบาน...ต่อให้ข้าทำร้ายคนทั้งโลก ก็จะดีต่อเจ้าตลอดไป” เขาพร่ำพูดขณะจูบพรมไปทั่วไม่...“ข้าสาบาน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ก็จะไม่ปล่อยมือจากเจ้า”ไม่ได้...“ข้าสาบานว่าข้างกายจะมีเจ้าเพียงผู้เดียวเท่านั้น”เธอ...กับเขา...ในตอนที่บางส่วนของเขาจะเข้ามาในร่าง อาจูก็ได้สติ ตระหนักถึงความจริงข้อสำคัญคนคนนี้กำลังขาดสติ!มารราคะนี่กำลังล่อลวงเธอนี่ไม่ใช่ซือฝุของเธอ...ไม่ใช่เขา!ไวเท่าความคิด อาจูกระถดถอยหนีกำลังจะผลักร่างเขาออกไป กลับโดนรวบสองมือกลับตรึงไว้เหนือหัว บดริมฝีปากทั้งปล้ำจูบ ทั้งขบกัด กระซิบเสียงแหบพร่า“สายไปแล้ว...เด็กน้อย...”บางอย่าง...บางอย่างที่ทั้งยาว ทั้งใหญ่ ทั้งแข็งเกร็งแทรกเข้ามาในตัวเธอชั่วอึดใจนั้นอาจูรู้สึกเหมือนจะปริแยกเป็นสองส่วน น้ำตารินออกมาเป็นสายนี่เธอ...นี่เขา...
อย่าลืมไปสั่งจองนางมารน้อยข้ามภพ ฉบับรูปเล่ม สามเล่มจบนะคะ มีการ์ตูนแถมในเล่มด้วยน้า ทักแชทเพจ เจ้าหญิงการเวก นะคะไม่...ไม่นะ...ต้องไม่ใช่แบบนี้...อะจูสะอื้นฮัก อยากจะรวบรวมพลังปราณมาผลักเขาออกไป ก็กลัวพลาดพลั้งทำให้คนด้านบนบาดเจ็บภายในขึ้นมาจริงสิ...จู่ๆ อาจูก็นึกเรื่องสำคัญขึ้นได้เธออาศัยจังหวะนี้ จับสองมือของเขาแน่น ถ่ายปราณดีทั้งหมดในร่างให้คนด้านบนทันที!“นี่ นี่เจ้า!” จู่ๆ เด็กสาวในอ้อมกอดก็ถ่ายปราณดีมาให้ หลี่หยางตกใจจนได้สติ ถ้าความทรงจำที่เขาได้กลับคืนมาไม่ผิดเพี้ยน ในร่างของนางเองก็มีปราณมารแฝงอยู่เช่นกัน ไม่แน่ว่ายามนี้ปราณมารเหล่านั้นจะเติบใหญ่ขึ้นมากแล้ว หากปล่อยให้นางถ่ายปราณดีทั้งหมดมาให้เขา เช่นนั้นนางก็คงไม่แคล้ว...ไม่! เขาจะไม่ปล่อยให้นางถูกปราณมารพวกนั้นครอบงำเด็ดขาด!จะไม่ยอมให้นางต้องเป็นเหมือนอย่างเขา!หลี่หยางรีบใช้ปราณอันกล้าแข็งในร่างของตนเองส่งปราณจากร่างในอ้อมแขนกลับคืนให้เจ้าของทันที!“อย่านะ...” อาจูร้องห้าม แต่กระทั่งพลังปราณที่มีก็ยังสู้คนตรงหน้าไม่ได้อาจเพราะเผลอถ่ายปราณดีของตนเองมาให้เธออีกมากมาย นัยน์ตาของหลี่หยางยิ่งนานเข้าก็ยิ่งหม่นแสงลงนี่
เสี่ยวปาตกใจจนตัวสั่น ทว่ากลับรีบก้าวขาออกมาบังร่างนายหญิงน้อยไว้ ชิงเหลียน สาวใช้ชั้นสูงข้างกายอาจูรู้ดีว่าใบหน้าของสตรีเป็นสิ่งสำคัญ รีบขยับเข้ามา จะดูอาการนายหญิง แต่เจ้าตัวอย่างอาจูรีบยกมือห้ามเอาไว้ตอนนี้เธอโกรธ...เธอชักจะโกรธมารระคะบางคนที่เอาแต่ฉุนเฉียวเกรี้ยว-กราดอาละวาดขว้างปาข้าวของไม่รู้จักดีชั่วแล้ว!“พวกเจ้ารออยู่ที่นี่ ไม่ว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น ห้ามก้าวขาเข้ามายุ่มย่าม ห้ามกระโตกกระตากโวยวายหรือเอาเรื่องใดไปรบกวนความสงบสุขขององค์หญิงผิงหยางและนายท่านรองทั้งนั้น เข้าใจหรือไม่!”เสียง “เจ้าค่ะ” และ “ขอรับ” ดังขึ้นพร้อมเพรียงกันทันทีในความคิดของเหล่าข้ารับใช้ สาเหตุที่ระยะนี้ท่านอ๋องหงุดหงิดงุ่นง่านอาละวาดฟาดหัวฟาดหาง ขว้างปาข้าวของระบายอารมณ์อย่างที่ไม่เคยกระทำมาก่อนเช่นนี้ ล้วนเป็นเพราะพิษรักทั้งสิ้น หาใช่พิษจากสัตว์เลี้ยงตัวนั้นของนาย-หญิงน้อยไม่ในเมื่อพิษนี้เกิดจากนายหญิงน้อย ผู้ที่จะแก้ไขเรื่องนี้ได้ก็มีแต่นายหญิง-น้อยเท่านั้น!ในฐานะข้ารับใช้ผู้ซื่อสัตย์ ที่ต้องการเห็นตำหนักผิงอ๋องแห่งนี้กลับคืนสู่ความสงบสุข พวกเขาพร้อมสนับสนุนให้ท่านอ๋องและนายหญิงน้อยคืนดีกั
หากเขาไม่อาจหยุดคิดเรื่องพวกนี้ก็มีแต่จะต้องรีบกินยานั่นของผู้อาวุโสกัว ทำให้ตนเองหมดสติไปก่อนจะเสียสติ คลุ้มคลั่ง พ่ายแพ้ให้ปราณมารดื้อรั้นเหล่านี้!“ท่านอ๋อง!” เสียงเรียกที่มาพร้อมๆ กับเสียงเปิดประตูดังขึ้นในชั่วอึดใจ ไช่-เฉวียนที่ระยะนี้รับหน้าที่ให้ยาแทนนายหญิงน้อย รีบปราดเข้าประคองท่านอ๋องซึ่งยามนี้ยืนค้ำร่างอยู่ที่โต๊ะแปดเหลี่ยมใจกลางห้อง สีหน้าหม่นครึ้มเขาประคองท่านอ๋องของตนไปยังเตียงนอนเหมือนทุกครั้ง ก่อนคุกเข่าลงข้างเตียง กล่าวเสียงสั่น “ท่านอ๋อง...เป็นเพราะข้าสะเพร่าจึงเพิ่งสังเกตว่ายาของท่านกัวหมดลงแล้ว! ข้าให้องครักษ์ที่มีวิชาตัวเบาเลิศล้ำไปแจ้งท่านกัวแล้ว ทว่า...ท่านกัวยามนี้ล้มป่วย ไม่รับแขก ไม่พบปะผู้ใดทั้งสิ้น ยาของท่าน...”ต่อให้ไช่เฉวียนพูดไม่จบประโยค หลี่หยางก็คาดเดาได้หมดแล้ว...ยานอนหลับสงบเส้นประสาทพวกนั้น...จริงสิ...เขายังปรุงยาขึ้นเองได้!“พาข้า...พาข้าไปที่เรือนหลันฮวาเดี๋ยวนี้!”ไช่เฉวียนได้ยินชื่อเรือนแล้วก็นึกถึงนายหญิงของเรือนแห่งนั้นทันทีหรือว่า...หรือว่าท่านอ๋องที่ทุกข์ทรมานเพราะอาการป่วยเกิดระลึกถึงนาย-หญิงน้อยจนพานหายโกรธเคืองนางแล้ว?“ท่านอ๋อง อากา
เมื่อได้รับปราณมารอันเข้มข้นของตนเองกลับคืนมา ทั้งยังได้ความทรงจำที่ขาดหายไปกลับคืนมาแทบทั้งหมด แม้จะจำได้ไม่ครบทุกเรื่อง แต่เพียงแค่เรื่องที่จดจำได้ โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับ “จวี๋ฮวา” ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เขาต้องถกเถียงกับตนเองจนปวดหัว ความคิดมากมายต่อยตีกันไม่หยุดจนสับสนเขาพยายามแล้ว พยายามที่จะขับปราณมารพวกนี้ออกไป แต่ปราณมารพวกนี้กลับคล้ายมีชีวิตจิตใจเป็นของตนเอง พวกมันทั้งดื้อดึง ทั้งรู้จักต่อต้าน เขาที่ไม่อาจเดินลมปราณต่อเนื่องยาวนานนักเพราะยาพิษที่ตนเองคิดค้นขึ้นจึงไม่อาจขับปราณมารพวกนี้ออกไปจากร่าง ครั้นคิดจะปรุงยาแก้พิษ ก็ติดที่ว่ายังหายาแก้พิษชนิดนี้ไม่ได้ อีกทั้งตัวยาที่จำเป็นต้องใช้ก็ล้วนหายากยิ่งครั้งนั้นเซี่ยซูเหยาหลอกล่อให้เขาไปติดกับ กักขังเขาไว้ในค่ายกลดูดพลังที่พวกปีศาจจิ้งจอกร่วมด้วยช่วยสร้างขึ้น สุดท้ายเขาจึงพลาดท่า ถูกปีศาจพวกนั้นมะรุมมะตุ้ม รุมเข้ามาลบความทรงจำในตอนที่จวนตัว รู้แล้วว่าศิษย์พี่หญิงของตนตั้งใจจะทำอะไร เขาตัดสินใจกลืนยาพิษที่คิดค้นขึ้นเพื่อใช้ควบคุมตนเองซึ่งอาจสูญเสียความทรงจำทั้งหมด จนเผลอใช้ชีวิตอย่างไม่ระวัง พลาดพลั้งโดนปราณมารครอบงำ หรือคลุ้







