Share

บทที่ 6

Author: Karawek House
last update publish date: 2025-08-14 00:17:42

หลังพูดประโยคนี้ อาจูแทบอยากล้มตัวลงกรี้ดอัดหมอน หรือไม่ก็หลบมุมไปตบเข่าตัวเองสักฉาด

ได้ใจแม่มาก ได้ใจแม่มากกก ทำดีมาก ดีมากๆ ค่ะลูกสาว!

...ในใจกรี้ดกร้าดไป ภายนอกก็แสร้งทำสีหน้าสับสนปนหวั่นไหวเล็กน้อย

เสี่ยวจวี๋ฮวาไม่รอให้ซือฝุตอบรับหรือปฏิเสธ ร่างงดงามใต้แสงจันทร์ยกมือขึ้นปิดปาก พร้อมกับส่งเสียง “อ๊ะ...” ราวกับเพิ่งหลุดพูดสิ่งที่คิด ขณะเดียวกันดวงตาดอกท้อก็เบิกกว้างขึ้นอย่างไร้เดียงสา “ดะ..ดึกมากแล้ว คืนนี้อากาศเย็น ซือฝุโปรดรักษาตัวด้วย” หลังพูดประโยคที่ฟังดูโง่งม ร่างเล็กๆ ก็รีบกอดกระชับตัวเองแน่น แล้วพาร่างอ้อนแอ้นบอบบางวิ่งกลับเรือนพักไปทั้งอย่างนั้น

...

หึหึ...เธอไม่รู้หรอกว่าจ้าวหุบเขาผู้นั้นจะคิดอย่างไร รู้เพียงแต่ตอนนี้เสี่ยวจวี๋ฮวาได้ทำตัวเป็นนางเอกนิยายรักใสใสไปหนึ่งยก ทั้งยังไม่ต้องทนเดินทอดน่องตากลมหนาวไปอีกอย่างต่ำก็ราวๆ สิบห้านาที

สิบห้านาที...สิบห้านาทีเชียวนะ!

อากาศหนาวตั้งขนาดนี้ ขืนเดินทอดน่องตากลมอีกแค่ห้านาทีก็ตัวแข็งเป็นเนื้อไก่ในช่องแช่กันพอดี!

 จ้าวหุบเขาเดียวดายมองแผ่นหลังเด็กสาวที่เมื่อครู่ยังเนื้อตัวสั่นเทาหนักราวกับหนาวเหน็บจนขาแข้งแทบแข็งแล้ว ก็เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง

เขายังคงก้าวขาเดินต่อไปอย่างไม่เร่งรีบ กว่าจะถึงโถงรับแขกที่เรือนหลักจึงใช้เวลาไปอีกมากกว่าหนึ่งเค่อ

ทันทีที่ร่างในชุดสีขาวสะอาดปรากฏตัวในโถง คนที่นั่งกุมแผลรอมาเกือบหนึ่งชั่วยามก็รีบฝืนลุกขึ้นยืนทั้งที่ใบหน้าดูซีดเซียวคล้ายคนป่วยที่พร้อมจะหมดสติลงทุกเมื่อ

“จ้าวหุบเขา...” แขกหน้าหยกรีบเอ่ยทัก

“นายน้อยซุนยังไม่กลับไปอีกหรือ”

คำถามสั้นๆ จากจ้าวหุบเขา ทำเอาใบหน้าที่ซีดเซียวอยู่แล้วซีดจางลงอีกแปดส่วน ชายชราที่ยืนเยื้องไปเบื้องหลัง “นายน้อยซุน” เห็นดังนั้นจึงก้าวขาออกมาประสานมือคารวะท่านเจ้าบ้าน พร้อมเอ่ย

“จ้าวหุบเขาโปรดเมตตา คุณชายใหญ่นั้นหาได้มีเจตนาร้าย ขอจ้าวหุบเขาได้โปรดละเว้นสักครั้ง...”

แทนที่จะตอบอะไรสักคำ ท่านจ้าวหุบเขาเดินเข้าไปนั่งเก้าอี้ประธานอย่างเชื่องช้า ทุกท่วงท่ากิริยาล้วนเอื่อยเฉื่อยจนผู้คนอึดอัด แต่ไม่มีใครกล้ากล่าวแทรก

เขาวาดมือไปทางกาน้ำชา เพียงเท่านั้นนายน้อยตระกูลซุนก็รีบส่งสายตาไปยังผู้ติดตามรายที่ยืนอยู่ใกล้ปั้นชามากที่สุด

ผู้ติดตามผิวคร้ามแดดในชุดสีดำสนิทดูรัดกุม รีบก้าวขึ้นไปรินน้ำชาให้เจ้าของคฤหาสน์ทันที

จ้าวหุบเขารับถ้วยชาโดยไม่พูดอะไร เขาค่อยๆ หลับตาลง จิบกำซาบความอุ่นร้อนอันหอมหวนอย่างใจเย็น

เมื่อต้องเผชิญกับปฏิกิริยาเช่นนี้ ผู้ที่สูงอายุที่สุดในโถงก็ได้แต่เหลียวมองมือนายน้อยของตนด้วยความหนักใจ...

บาดแผลนายน้อยช่างน่ากลัวนัก เพียงรอยตัดเดียวกลับตัดผ่านเส้นเลือดทำร้ายเส้นเอ็น นี่ก็ผ่านมาหนึ่งชั่วยามแล้ว แต่แม้จะห้ามเลือดอย่างไร เลือดนายน้อยซุนก็ไม่ยอมหยุดไหล ทำได้เพียงใช้ยาห้ามเลือดสูตรของสกุลซุนควบคู่กับการสกัดจุดห้ามเลือดเพื่อยืดเวลาให้คุณชายใหญ่เท่านั้น ไม่ต้องบอกก็เดาได้ว่าจ้าวหุบเขาผู้นี้จะต้องใช้ยาหรือพิษบางอย่างลงไป โลหิตจึงไม่ยอมหยุดไหลเช่นนี้

คนเราจะเสียเลือดในกายได้มากมายเท่าไหร่กัน? หากจ้าวหุบเขายังนิ่งดูดาย ไม่เพียงต้องพิการ เห็นทีคุณชายใหญ่คง...

คิดถึงตรงนี้ ชายชราก็กำหมัดแน่น ประสานมือคารวะอีกครั้ง

“ท่านจ้าวหุบเขา นายน้อยซุนเย่ของพวกเรานั้นนับเป็นความหวังเดียว

ของสกุลซุน ขอจ้าวหุบเขาโปรดเมตตาช่วยต่อเส้นเอ็นและมอบยาแก้พิษโลหิต

ไม่แข็งตัวด้วยเถิด หากท่านยอมช่วย แม้ค่ารักษาจะแพงสักปานใด บ่าวผู้นี้ก็จะไปนำมามอบให้ท่าน”

จ้าวหุบเขาลดถ้วยชาในมือลงอย่างเชื่องช้า เขาเงยหน้าขึ้นมองชายชราด้วยแววตาคล้ายกำลังมองตัวโง่งมตัวหนึ่ง เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบไม่ต่างจากก่อนหน้า

“ขอถามพ่อบ้านสกุลซุน...ทั่วทั้งแผ่นดินนี้มีข้าเป็นหมออยู่ผู้เดียวหรือ ไม่สิ อันที่จริงแล้วข้าเชี่ยวชาญเรื่องพิษมากกว่าช่วยชีวิตคนเสียด้วยซ้ำ เขาต้องการหมอ ให้มานั่งรอข้าเช่นนี้จะได้ประโยชน์อันใด” จ้าวหุบเขาเดียวดายเบนสายตาไปยังซุนเย่บ้าง “ตัวท่านเองก็ไม่ใช่เด็กเล็กไม่รู้ความ โดนใบไม้บาดแล้วไยไม่รู้จักไปรักษา คิดจะรั้งอยู่ที่นี่รอตำหนิใบไม้หุบเขาข้าหรือ”

ตำหนิ ใบไม้ หุบเขาข้า!

ซุนเย่และผู้ติดตามทุกคนล้วนมุมปากกระตุกโดยมิได้นัดหมาย

ชะ ชายผู้นี้! เห็นได้ชัดว่าสาเหตุที่ใบไม้คมกริบจนตัดเส้นเลือดและเส้นเอ็นได้นั้นเป็นเพราะเขา เขายังมีหน้ามาพูดจาเรื่อยเจื้อยด้วยท่าทีเอื่อยเฉื่อยราวกับว่าคุณชายใหญ่สำนักคุ้มภัยสกุลซุนอันโด่งดังบาดเจ็บหนักเพราะโดนใบไม้ทำร้าย

ช่างไร้ยางอาย...คนผู้นี้ช่างพูดจาไร้ยางอายได้หน้าตายนัก!

แม้จะคิดตรงกัน แต่ก็ไม่มีผู้ใดกล้าโต้แย้งชายผู้สวมเพียงเสื้อตัวในบางๆ เพียงตัวเดียวผู้นี้

จ้าวหุบเขาวางถ้วยชาในมือลงพร้อมกับปรายตามองหนึ่งในกลุ่มผู้ติดตามนายน้อยซุน เขารอให้ผู้ติดตามรายนั้นเติมน้ำชาลงในถ้วยจนเต็ม จึงค่อยเริ่มกล่าวต่อไป

“บ้านมีกฎบ้าน หุบเขามีกฎของหุบเขา ข้าเคยบอกชัดเจนแล้วว่าสิ่งใดทำได้ สิ่งใดทำไม่ได้ คืนนี้นายน้อยซุนคึกคะนองถึงขั้นบุกรุกเข้าในพื้นที่ที่ข้า

ไม่อนุญาต เห็นได้ชัดว่าท่านไม่พร้อมจะทำตามกฎระเบียบของสถานที่ เช่นนี้แล้ว ข้าคงช่วยท่านรักษาอาการโดนใบไม้บาดนั่นไม่ได้”

ซุนเย่ระบายลมหายใจอย่างยากลำบาก ร่างที่ดูบอบบางสะโอดสะองดุจสตรีก้มหน้าลงต่ำด้วยความละอาย “หากข้ารู้ว่าท่านไม่ได้อยู่ที่นี่เพียงลำพัง ข้าไหนเลยจะบังอาจกระทำการไม่คิดหน้าคิดหลังถึงเพียงนั้น”

พ่อบ้านสกุลซุนรีบกล่าวเสริม “ถูกแล้ว ถูกแล้ว หากสกุลซุนของพวกเรารู้ว่าท่านจ้าวหุบเขาแต่งภรรยา พวกเรามีหรือจะไม่ส่งของกำนัลมาอวยพร” พ่อบ้านฝืนคลี่ยิ้มงดงาม สว่างไสว “จริงสิ เช่นนั้นเอาอย่างนี้ดีหรือไม่ เสื้อผ้าและข้าวของเครื่องใช้สตรีที่ท่านให้พวกเราจัดหามาในวันนี้ เพื่อใช้ชำระหนี้สินค่าที่พักของพวกเราเหล่าผู้ติดตาม บ่าวผู้นี้จะจัดเปลี่ยนให้เป็นของชั้นเลิศชนิดที่องค์หญิงมองแล้วยังต้องตาพร่า นอกจากนี้ พวกเรายังยินดีมอบไข่มุกราตรีและโสมพันปีที่เพิ่งได้มาให้ฮูหยินใช้ปรุงยาบำรุงโฉม หากยังไม่สมน้ำสมเนื้อกัน ฮูหยินขาดเหลือสิ่งใด ขอเพียงบอกออกมา พวกเราล้วนยินดีจัดหาให้ตามประสงค์”

“จวี๋ฮวาเป็นเพียงลูกศิษย์ที่ข้าเพิ่งรับมาเท่านั้น”

ซุนเย่ได้ยินแล้วก็ยิ่งรู้สึกละอาย

เปลือยกายต่อหน้าสตรีที่แต่งงานแล้วก็ย่ำแย่มากอยู่แล้ว นี่เขาดันเปลือยกายต่อหน้าหญิงพรหมจรรย์ ยังไม่นับอีกว่าเขาลงไปแช่น้ำในบ่อน้ำร้อนเดียวกับนาง หากเรื่องนี้แพร่ออกไป...

คิดได้ดังนั้น นายน้อยสกุลซุนก็รีบยกมือขึ้นคำนับชายที่นั่งโดดเด่นเป็นประธานอยู่เบื้องหน้า

“จ้าวหุบเขา ท่านไม่รักษาข้าไม่เป็นไร แต่คืนนี้ข้าล่วงเกินแม่นางน้อยผู้นั้น หากไม่รังเกียจที่ข้าวรยุทธยังอ่อนด้อยกว่าท่านอยู่มาก ข้า...”

“นางบอกข้าแล้ว ระหว่างท่านกับนางไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นทั้งนั้น” ราวกับว่าเขาจงใจพูดแทรกเพราะไม่ต้องการให้ประโยคแสดงความรับผิดชอบประโยคนั้นหลุดออกมา... “นางสวมเสื้อผ้าครบถ้วนดี มีแต่ท่านที่ทำตัวเองขายหน้า นางเป็นสตรี ท่านเป็นบุรุษ แม้จะเสียหน้าอยู่บ้าง แต่บุรุษเช่นท่านจะสึกหรอสักกี่มากน้อย”

นี่เขา...เขาพูดราวกับนายน้อยซุนต้องการเรียกร้องให้สตรีปริศนาผู้นั้นรับผิดชอบที่เห็นร่างเปลือยของตนอย่างไรอย่างนั้น!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • นางมารน้อยข้ามภพ   บทที่ 346

    ทันทีที่เห็นว่าใครเป็นคนขี่ม้ามา อาจูดีใจจนแทบอยากจะโผเข้าไปหาซะเดี๋ยวนี้สามีอ๋องของเธอมาช่วยแล้ว!แม่ทัพเทียนเฉาที่จับตัวเธอเอาไว้เองก็เห็นใบหน้าคนที่ขี่ม้าตามมาถนัดตาเหมือนกันนี่เขา...คนผู้นี้...แม่ทัพเทียนเฉา...ซึ่งแท้ที่จริงแล้วก็คือรัชทายาทองค์ปัจจุบัน พลันนึกถึงโฉมหน้าอันโดดเด่นสะดุดตาของคนผู้หนึ่งในหุบเขาเดียวดายขึ้นมาทันทีที่แท้ภายใต้หน้ากากของหลี่ผิงอ๋อง แม่ทัพใหญ่เทียนจิน ก็คือจ้าวหุบเขาที่วางท่าสงบนิ่งเฉยชา ไม่แยแสต่อเรื่องใดผู้นั้น! ที่แท้เรื่องที่เขาเคยติดใจสงสัยเมื่อครั้งปลอมตัวเป็นกุนซือแซ่หวางออกหาพันธมิตรมาร่วมรบก็เป็นเรื่องจริง! คนผู้นี้ก็คือบุตรชายของหลี่ผิงอ๋องผู้ล่วงลับที่บังอาจช่วงชิงชัยชนะในงานฉลองครบเดือนของสตรีในอ้อมแขนไปจากเขา! ผิงอ๋องคนปัจจุบัน หลี่หยาง!ตอนนี้ทั่วทั้งร่างผิงอ๋อง หลี่หยาง ปรากฏไอสีดำทะมึนหนาแน่น อาจูตกใจจนตาโตนี่...นี่เขา...สามีอ๋องของเธอจะกลายเป็นมารแล้ว!“ท่านรีบหยุดม้า! ถ้าไม่อยากกลายเป็นศพไร้หัว รีบๆ ปล่อยตัวข้ากลับไปเดี๋ยวนี้นะ!”ปล่อยตัวนาง?ในเมื่อได้สวมกอดนางเอาไว้แนบอกเช่นนี้แล้ว เหตุใดเขาต้องยอมปล่อยมือจากนาง!ไม่...เขาไม่ยิน

  • นางมารน้อยข้ามภพ   บทที่ 345

    อาจูสบถบ่นในใจพลางลงแส้ม้า บังคับให้ม้าพ่วงพีที่ไช่เฉวียนหามาให้เร่งฝีเท้าขึ้นอีก ทั้งๆ ที่เป็นอย่างนั้น แม่ทัพของข้าศึกที่ไล่ตามมา กลับไล่ตามทันตอนนี้อาจูมีพลังปราณในตัวมากกว่าเมื่อก่อน หนำซ้ำยังสามารถรับรู้ถึงกระแสพลังปราณจากสรรพสิ่ง จึงรู้ตัวก่อนที่ทวนของข้าศึกจะถึงตัว เบี่ยงตัวหลบได้ทัน ทั้งอย่างนั้น แรงเหวี่ยงจากการที่เธอเผลอกระตุกสายบังคับม้าไปด้วยจนทำให้ม้าศึกเอี้ยวตัวเลี้ยวไปทางซ้ายกะทันหัน ก็ทำเอาหมวกบนหัวที่ผูกเอาไว้อย่างลวกๆ หลุดลงไปกองบนพื้นไม่เพียงแค่หมวกที่หลุด ผ้าที่ใช้รัดผมก็คลายออกไปด้วย ตอนนี้เส้นผมยาวเหยียดของเสี่ยวจวี๋ฮวาแผ่สยายออกมาเหมือนฉากเด็ดฉากสำคัญในโฆษณายาสระผม!บ้า บ้า บ้า!อาจูก่นด่าตัวเองในใจตั้งไม่รู้กี่ครั้งยัยโง่ ยัยหมูจู ยัยบ้า! ทำไมถึงเสียดายผมยาวๆ นี่นัก ทำไมไม่ตัดๆ มันทิ้งไปซะ! ทีนี้คนทั้งกองทัพก็รู้กันหมดว่าผิงอ๋องซุกซ่อนภรรยาไว้ในค่าย!แม่ทัพเทียนเฉาที่ไล่ตามมาเห็นภาพนี้แล้วถึงกับตกตะลึง ตาค้างเหล่าทหารเทียนจินบนกำแพงที่มองมาเองก็ตื่นตะลึงไม่แพ้กันที่แท้...ที่แท้ในกองทหารของพวกเขาก็มีสตรีที่งดงามถึงเพียงนี้แฝงตัวมาร่วมรบ!ทหารชั้นผู้น้อยบนกำ

  • นางมารน้อยข้ามภพ   บทที่ 344

    “นายหญิงน้อย หากท่านเป็นอะไรไป ท่านอ๋องคงไม่แคล้วต้องใจสลายแล้ว ไม่ว่าจะอย่างไร ข้าขอร้องต่อท่าน อย่างมากที่สุดขอให้ท่านร่วมรบกับพลธนูอยู่ด้านหลัง อย่าได้ออกมารบพุ่งเอาตนเองเข้าเสี่ยงเด็ดขาด!”อาจูไม่อยากสร้างความลำบากใจให้แม่ทัพรักษาการณ์ นอกจากนี้...ขืนเธอที่ขี่ม้าไม่เป็นขี่ม้าออกไปรบรากับพวกทหารทั้งๆ ที่ไม่ได้ร่วมฝึกฝนกับพวกเขา คนนอกกองทัพอย่างเธออาจจะทำให้ทั่วทั้งกองทัพปั่นป่วน เสียกระบวนทัพได้ คอยอยู่ข้างหลังอย่างที่ไช่เฉวียนว่า ใช้ปราณช่วยขว้างหอกขว้างธนูพวกนี้ใส่ข้าศึกนี่แหละ ดีที่สุด!อาจูรีบขึ้นไปบนกำแพงค่าย เจ้างูเลื้อยตามติด ไช่เฉวียนเองก็ควบม้าออกไปสั่งการทัพ ไม่นานนักทหารเทียนเฉาก็บุกมาถึงค่ายจริงๆ“ยิงธนู!” เสียงคำสั่งของไช่เฉวียนดังก้องไปทั่วทั้งค่าย พลธนูบนกำแพงค่ายและหอสังเกตการณ์รีบระดมยิงธนูสกัดเหล่าข้าศึกทันที!หลังเหลียวซ้ายแลขวา อาจูก็เลือกหยิบธนูมาหนึ่งดอก หักด้ามทิ้ง ใช้ปราณหล่อเลี้ยง เล็งไปทางแม่ทัพของอีกฝ่าย แล้วขว้างหัวธนูในมือออกไป!เคร้ง!ผู้นำทัพเทียนเฉาใช้ทวนในมือปัดหัวธนูจากอาจูได้ทันท่วงที ทั้งอย่างนั้น ปราณอันหนักหน่วงก็ทำเอาทวนของเขาถึงกับหลุดมือ ตก

  • นางมารน้อยข้ามภพ   บทที่ 343

    อาจูรีบใช้ผ้าพันหน้าอก สวมเสื้อหนาๆ จากนั้นสวมชุดเกราะตามวิธีที่เคยช่วยทำให้ท่านอ๋องจ้าวหุบเขาอย่างรวดเร็ว ตอนนี้สถานการณ์คับขัน ไม่มีเวลาแปลงโฉม โชคยังดีที่ในกระโจมไม่ได้มีแค่ชุดเกราะ แต่ยังมีหมวกที่หลี่หยางเตรียมเอาไว้ให้เธอใช้พรางตัว หลังจากสวมหมวกออกศึกใบนี้แล้ว อาจูพบว่าเงาสะท้อนของตัวเองในถังอาบน้ำก็ดูเข้มขรึม องอาจ คล้ายทหารหน้าอ่อนตัวเล็กขึ้นมาเหมือนกันทันทีที่อาจูออกมาจากกระโจมก็เห็นไช่เฉวียนร้องสั่งการเสียงดัง เหล่าทหารที่ถูกปลุกก่อนรุ่งสางต่างรีบแต่งเนื้อแต่งตัวออกมาจัดทัพ เตรียมตั้งรับข้าศึกที่ใกล้เข้ามาได้ยินทหารคนหนึ่งคุยกับเพื่อนทหารอีกคนว่าครั้งนี้สามารถเตรียมรับมือได้เพราะสายลับที่แฝงตัวอยู่ในทัพเทียนเฉาเสี่ยงตายหลบหนีมาแจ้งข่าว อาจูก็อดอกสั่นขวัญหายไม่ได้ที่นี่กำลังจะมีการรบราฆ่าฟัน! กำลังจะเกิดการสู้รบของจริง!อาจูกำกระบี่ดำในมือแน่น ที่เธอฝึกฝนมาก็มีแค่วิชากระบี่เท่านั้น นี่เป็นอาวุธเพียงชนิดเดียวที่เธอใช้เป็นอาจูคิดช่วยสู้ศึก แต่ไช่เฉวียนกลับไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้น ในระหว่างที่เหล่าทหารจัดทัพตามคำสั่งแม่ทัพรักษาการณ์อย่างตน ไช่เฉวียนรีบจูงม้าพ่วงพีตัวหนึ่งมาให้แ

  • นางมารน้อยข้ามภพ   บทที่ 342

    ศึกสงครามก็คือศึกสงคราม...ยิ่งนานวัน บรรยากาศในค่ายทหารก็ยิ่งตึงเครียดขึ้นทุกวัน ทั้งอย่างนั้น ยามย่ำค่ำ เหล่าทหารก็ยังมีเสียงฉินจากกระโจมท่านแม่ทัพปลอบประโลมจิตใจ...จิตใจที่รุ่มร้อนว้าวุ่นจึงพอจะสงบลงได้บ้างยามนี้เหล่าทหารต่างเคยชินต่อสุนทรียะทางดนตรีของท่านอ๋องกันไปแล้ว กลายเป็นว่าหากวันใดได้ยินเสียงฉินช้าหน่อยก็อดเดินไปเยี่ยมๆ มองๆ กระโจมของท่านอ๋องสักเล็กน้อยมิได้มีเพียงไช่เฉวียนที่รู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้นข้างในนั้น เสียงฉินจึงขาดหายบ่อยครั้งไช่เฉวียนที่น่าสงสารจึงต้องมาลากตัวเหล่าแม่ทัพนายกองใจกล้าของสกุลหลี่ที่คิดจะเข้าไปสนทนากับท่านอ๋องผู้ไม่ถือตัวและสดับรับฟังเสียงฉินในระยะประชิดเหมือนเมื่อตอนออกรบคราวก่อนๆ โดยอ้างว่าท่านอ๋องที่ห่างภรรยาคล้ายจะพื้นอารมณ์ไม่สู้ดี ระยะนี้ถึงกับสั่งห้ามไม่ให้ผู้ใดเข้าไปรบกวนการพักผ่อนในกระโจม ไม่แน่ว่าที่เอาแต่บรรเลงฉินหยกที่ขอยืมมาจากนายหญิงน้อยอยู่ทุกวัน อาจเป็นเพราะคิดคำนึงถึงภรรยาที่น่าสงสารในเรือนหลังเหล่าแม่ทัพนายกองสกุลหลี่คิดตามแล้วก็พอจะเข้าใจได้ จึงไม่คิดเข้าไปรบกวนท่านอ๋องผู้จมลึกในห้วงรักในเวลาพักผ่อนงานที่ได้รับมอบหมายของไช่เฉวียนจ

  • นางมารน้อยข้ามภพ   บทที่ 341

    สถานการณ์ระหว่างเทียนจินและเหล่าชนเผ่าค่อยๆ ตึงเครียดขึ้นทุกขณะ ในแต่ละวันมีม้าเร็วมีสายลับส่งสารมารายงานไม่หยุด อาจูเห็นใบหน้าอ่อนล้ายามท่านอ๋องบางคนกลับมาที่กระโจมแล้วก็อดเป็นห่วงไม่ได้ขณะกำลังนวดคลึงขมับให้ท่านสามีที่นั่งแช่ตัวอยู่ในถังอาบน้ำใบใหญ่ จู่ๆ หลี่หยางที่ดูสีหน้าผ่อนคลายลงมากก็ดึงมือเธอขึ้นมาจุมพิตแล้วจับมือน้อยๆ ไปแนบแก้มตัวเองเอาไว้“มือเจ้า...สัมผัสจากเจ้า...ทำให้ข้าสงบใจลงได้มากจริงๆ”อาจูก้มลงจูบหน้าผากสามีอ๋อง สวมกอดรอบลำคอเขาไว้ เอาแก้มแนบแก้ม ถามเสียงเบา “กังวลหรือ”หลี่หยางส่ายหน้าน้อยๆ เปิดปากระบายความอึดอัดในใจออกมาเขาพบว่าต่อหน้าสตรีผู้นี้ เขาไม่จำเป็นต้องเสแสร้งแกล้งทำตัวเข็มแข็งสมบูรณ์แบบใดใดทั้งนั้น อยู่กับนาง ผิงอ๋องอย่างเขาสามารถเป็นตัวของตัวเอง ทั้งยังสามารถบ่นระบายออกมาได้ทุกเรื่อง“ข้าเพียงแต่รู้สึกว่าสองมือข้าเปื้อนเลือดมากมายเกินไปแล้ว”อาจูนึกตามแล้วก็เข้าใจ เลื่อนมือกลับขึ้นนวดคลึงขมับให้เขาทั้งที่ยังคงอิงแอบแนบชิด ขยับริมฝีปากปลอบประโลม “ทำศึกสงคราม ที่ไหนเลยจะไร้การรบราฆ่าฟัน...ไม่ว่าท่านหรือเหล่าทหารก็ล้วนกระทำลงไปเพราะภาระหน้าที่ ทุกอย่างล้วน

  • นางมารน้อยข้ามภพ   บทที่ 73

    ก่อนหน้านี้เมื่อหลายปีก่อนตอนที่เขายังเป็นเพียงลูกศิษย์ระดับกลางผู้หนึ่ง หุบเขาเดียวดายก็เคยมีศิษย์สตรี ประมุขตำหนักพันพิษเองก็คือหนึ่งในนั้น ทว่าศิษย์พี่ศิษย์น้องและอาจารย์อาทั้งหลายเหล่านั้น คล้ายจะไม่อ่อนแอเปราะบางถึงเพียงนี้ลูกศิษย์ของเขายังคงขมวดคิ้วอยู่ โดยที่ไม่รู้ตัว ท่านจ้าวหุบเขาเลื่อนม

    last updateLast Updated : 2026-03-20
  • นางมารน้อยข้ามภพ   บทที่ 72

    “ครั้งนี้จ่ายเป็นข่าวสารเรื่องหนึ่งก็พอ” ท่านจ้าวหุบเขาล้วงหยิบกระดาษพับหนึ่งออกมา เลื่อนให้สหายคู่ค้า “แลกกับเรื่องครั้งนี้ ข้าต้องการรู้ว่าป้ายหยกในภาพนี้เป็นของติดตัวของผู้ใด มีที่มาที่ไปอย่างไร สำนักค้าข่าวเหยี่ยวราตรีจะรับงานนี้หรือไม่”ป้ายหยกที่สือต้าหนิวผู้นั้น...วัดจากท่าทีผิดสังเกต ณ ชั่

    last updateLast Updated : 2026-03-20
  • นางมารน้อยข้ามภพ   บทที่ 53

    เพราะท่าทีนั้นของประมุขตำหนักพันพิษ อาจูตัดสินใจเกาะติดสามีปลอมๆ ยิ่งกว่าเก่า ถ้าไม่นับตอนทำธุระก็แทบไม่ยอมห่างจากซือฝุเลยสักก้าว ท่านจ้าวหุบเขาเองก็ดูพึงพอใจที่ลูกศิษย์กระทำตัวเชื่อฟังว่าง่าย สุดท้ายจึงยอมผ่อนปรน ย่นระยะเวลาการฝึกฝนลมปราณขั้นต้นในแต่ละวันเหลือเพียงช่วงก่อนเข้านอนวันละหนึ่งชั่วยา

    last updateLast Updated : 2026-03-19
  • นางมารน้อยข้ามภพ   บทที่ 45

    ขณะกำลังคิดว่าควรจะพูดอะไรสักคำสองคำให้คนอื่นๆ ไม่คิดว่าเสี่ยวจวี๋ฮวาและท่านจ้าวหุบเขากำลังกระทำกิริยาสตรีร้องบุรุษรับดีหรือไม่ ก็มีรถม้าอีกคันพุ่งตรงมาจากที่ไกล ฝีเท้าม้าทำเอาฝุ่นดินฟุ้งตลบรุนแรงจนมองเห็นรถม้าทั้งคันเพียงลางๆ“ประมุขเยว่ยังเชิญใครมาอีกหรือ” ไม่ทันที่อ

    last updateLast Updated : 2026-03-19
More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status