تسجيل الدخولในเมื่อสวรรค์ให้ข้าเลือกได้...ถ้าเช่นนั้นข้าก็ขอเลือกเป็นนางร้ายสายแซ่บ ตามคติอร่อยไม่ซ้ำ จำท่าไม่ได้ก็แล้วกัน!!
عرض المزيدสวัสดีนักอ่านที่รักทุกท่าน วันนี้ "ไรต์หลินหลิน" แวะมาเปิดเรื่องใหม่พร้อมหน้าพร้อมตา! ก่อนจะไปลุยกัน ไรต์ขอชี้แจงแถลงไขให้ฟังกันนิดนึงน้า เนื่องจากไรต์ยังเป็นนักเขียนมือใหม่ และเรื่องนี้ก็เป็นนิยายลำดับที่ 4 ของไรต์ค่ะ
นิยายเรื่อง "หวังเมิ่งเหยา ตัวร้ายสายแซ่บ" บอกเลยว่าเป็นเรื่องที่เขียนยากมากสำหรับไรต์ เพราะตั้งใจปั้นเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อ "พัฒนาฉาก NC" โดยเฉพาะ!
ดังนั้น ⚠️ สำคัญมากกกก ⚠️ คือ...
1.สายหื่นเชิญทางนี้ สายดาร์กหลบไป: นิยายเรื่องนี้จะมีฉาก NC อยู่หลายตอนเลย ใครที่ไม่ใช่แนวนี้ หรือไม่สะดวกใจจะอ่านความวาบหวิว18+ รบกวนกดผ่านได้เลยน้า เพราะเรื่องนี้NCเยอะอยู่คร้า
2.เน้นขายขำ ไม่เน้นสมเหตุสมผล: นางเอกเรื่องนี้เป็นสายฮา แอบตั้งตัวเป็นนักล่า... แต่ดูทรงแล้วน่าจะโดนล่าแทนซะมากกว่า (555+)
ไรท์ตั้งใจให้เป็นนิยายเบาสมอง อ่านเอาขำ ถ้าใครมองหาความสมเหตุสมผล บอกเลยว่าเรื่องนี้ไม่มีให้นะคร้าาา มีแต่ความบรรเทิงเท่านั้นเลยคร้า
3.ตัวจริงของไรท์เป็นคนเรียบร้อยมากกกก (เสียงสูง!) นิยายเรื่องนี้เลยค่อนข้างขัดกับบุคลิกจริง ๆ ของไรต์ที่เหมือนผ้ายับพับไว้ (หรือจริง ๆ มันคือตัวตนที่ซ่อนอยู่ในมุมมืดของไรต์กันแน่นะ? 555+) มันเลยแต่งยากนิดนึง แต่ถ้าทำให้รีดบันเทิงและมีความสุขได้ ไรต์ก็ดีใจมาก ๆ เลยค่ะ ยังไงก็คอมเม้นต์บอกกันได้นะคะ
4.ภาษาและคำผิด: ในเรื่องอาจจะมีคำผิด หรือมีการใช้คำทับศัพท์ภาษาอังกฤษอยู่บ้าง ต้องขออภัยไว้ล่วงหน้าด้วยนะคะ ไรต์กำลังพยายามปรับปรุงและพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดค่ะ แต่ให้เวลาไรต์หน่อยนะ
5.ภาษายุคปัจจุบัน: เรื่องนี้มีการใช้ภาษาปัจจุบันค่อนข้างเยอะ ซึ่งเป็นความตั้งใจของไรท์ที่อยากใช้สื่ออารมณ์ของตัวละครให้ได้ฟีลที่สุด เพราะตัวละครทะลุมิติไป ใช้ชีวิตที่นั่น ดังนั้นขอทุกคนปล่อยจอยไปกับนิยายเบาสมองเรื่องนี้ได้เลยคร้า
ดินแดนเหนือซึ่งเคยถูกปกคลุมด้วยหิมะหนาทึบและความแร้นแค้น บัดนี้กลับกลายเป็นดินแดนทองคำที่ผู้คนต่างแย่งชิงอยากเข้ามาใช้ชีวิตอาคารโรงเรือนเพาะปลูกขยายตัวไปอีกนับสิบเรือน ท้องทุ่งที่เคยถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็งยามฤดูหนาว บัดนี้กลับอุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพรรณธัญญาหารเมล็ดพันธุ์ที่พระชายานำมาในตอนแรกถูกชาวบ้านมองว่าเป็นเพียงความฝัน แต่ในวันนี้พวกเขากำลังเก็บเกี่ยวพืชผลด้วยรอยยิ้มเสียงหัวเราะดังทั่วท้องตลาด แม่ค้าต่างส่งเสียงเรียกขานลูกค้ากันอย่างคึกคัก ขณะที่แรงงานของทางการนั่งล้อมวงกอดเงินก้อนแรกของตนเองไว้แน่น รอยยิ้มเปื้อนน้ำตาแสดงถึงความปลื้มปิติ"ฮือ...ข้ามีเงินแล้ว!" ชายวัยกลางคนคนหนึ่งสะอื้นออกมา สายตาของเขาเปล่งประกาย"โชคดีเหลือเกิน ที่วันนั้นพวกเขาทิ้งเรามาให้นายหญิง!"หญิงชราคนหนึ่งพึมพำ พร้อมยกแขนเสื้อซับน้ำตา"สวรรค์ ขอบคุณท่านที่ส่งพระชายามาให้พวกเรา!"เสียงพูดคุยดังเซ็งแซ่ไปทั่วลานกว้าง ทุกคนรู้ดีว่าครั้งหนึ่งพวกเขาเคยถูกทอดทิ้ง ให้มองเป็นเพียงแรงงานที่ไร้ค่าของครอบครัว แต่ตอนนี้พวกเขากลับกลายเป็นผู้มีชีวิตที่มั่นคง ได้รับค่าแรงอย่างเป็นธรรม ไม่มีผู้ใดกล้าหยามหมิ่นพวกเขาอีกต่อไปแ
ข่าวการตั้งครรภ์ของพระชายาดังกระฉ่อนไปทั่วแดนเหนือเร็วยิ่งกว่าลมหนาว ชาวบ้านพากันออกมาโค้งคำนับขอบคุณสวรรค์กันที่หน้าประตูเรือนเสียงสวดอวยพรดังกระหึ่ม บ้างก็ตื่นเต้นเสียจนเผลอจุดประทัดน้อย ๆ ฉลองกันเองโดยไม่ต้องรอประกาศจากวังเมิ่งเหยาถูกดูแลประคบประหงมราวกับไข่ทองคำที่พร้อมจะแตกได้ทุกเมื่อ หัวจะโขกโต๊ะหน่อยก็มีมือมารับ ผ้าห่มหล่นจากไหล่ก็มีคนพร้อมจะเข้ามาคลุมให้เหนื่อยหน่อยก็มีหมอนนุ่มวางให้พิงอย่างกับราชินี แม้แต่น้ำชาในถ้วยก็ยังมีคนทดสอบอุณหภูมิให้ก่อนดื่ม! และที่สำคัญที่สุด ท่านอ๋องไท่เฟิงก็ประกบติดนางราวเงา มีดวงตาคมกริบจับจ้องไม่ให้คลาดสายตา เหมือนกับว่าตัวเองเป็นนักโทษชั้นสูง ในเรือนจำแดนเหนือเสียจริง ๆนางเข้าใจอยู่หรอกว่าสามีรักมาก แต่จะเฝ้าไม่ให้ห่างถึงขนาดนี้มันมากไปไหม!? แค่เดินไปล้างหน้าล้างตา นางก็ต้องถูกพยุงขึ้นลงราวกับเป็นเจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์ของโลกนี้! ดีที่นางมีมิติเป็นที่หลบภัยเวลาจะถ่ายหนัก! คิดแล้วก็สะท้านใจ ถ้านางไม่มีมิติต้องแย่แน่ ๆ ! แค่คิดว่าจะต้องนั่งปลดทุกข์โดยมีคนหล่อเฝ้ามองอยู่ข้าง ๆ นางก็อยากกลั้นไปจนชาติหน้าแล้ว!หากเป็นเช่นนั้น สักวันนางคงได้เป็นโรคริ
แดนเหนือยามนี้ถูกปกคลุมด้วยม่านหิมะขาวโพลน อุณหภูมิที่หนาวเหน็บทำให้บรรยากาศรอบด้านดูเงียบสงบ ราวกับทั้งเมืองต้องมนตร์ในฤดูหนาวแต่ปีนี้นั้นแตกต่างออกไป ชาวบ้านทุกครัวเรือนได้รับของแจกจากพระชายาแห่งแดนเหนือ ทุกคนต่างซาบซึ้งในพระเมตตาอย่างหาที่สุดมิได้ ผ้าห่มผืนใหญ่หนานุ่มที่แต่เดิมมีเพียงขุนนางหรือคนร่ำรวยเท่านั้นที่สามารถครอบครอง บัดนี้กลับกลายเป็นสิ่งที่ทุกครอบครัวได้รับ ชาวบ้านที่เคยต้องอดทนต่ออากาศหนาวกัดกระดูก ยามนี้สามารถหลับตาลงอย่างอบอุ่นภายในเรือนของตนเองแม้พระชายาจะยังไม่ได้เข้าพิธีสมรสอย่างเป็นทางการ แต่ไม่มีผู้ใดกล้าเรียกนางเป็นอื่นไปได้นอกจากพระชายาหรือนายหญิง ทุกคำเรียกขานเต็มไปด้วยความเคารพและสำนึกในบุญคุณในตำหนักของท่านอ๋องแห่งแดนเหนือ ไฟในเตาผิงลุกโชนให้ความอบอุ่น เมิ่งเหยานั่งเอนกายพิงอกแกร่งของไท่เฟิง ขณะที่ดวงตาคู่งามจับจ้องจดหมายในมือ นางอ่านข้อความของบิดาอย่างตั้งใจ[เหยาเอ๋อร์ลูกรัก ลูกเป็นเช่นไรบ้าง สบายดีหรือไม่ พ่อสบายดี เจ้าไม่ต้องกังวล พ่ออยากขอบคุณลูกนับร้อยนับพันครั้ง วันที่ลูกบอกกับพ่อวันนั้นพ่อยังไม่เข้าใจ แต่วันนี้พ่อได้เข้าใจแล้ว พ่อได้พบนางแล้ว แม
เมิ่งเหยาตั้งตารอคอยการกลับมาของไท่เฟิงมาถึงเจ็ดวันแล้ว แต่เขากลับไร้ซึ่งข่าวคราว นางที่เริ่มกระวนกระวายจึงไม่อาจรอได้อีกต่อไป"ฉีคัง รายงานมาเดี๋ยวนี้" นางเอ่ยเสียงเย็น สายตาจับจ้ององครักษ์หนุ่มที่ยืนตรงหน้าอย่างเคร่งขรึม ฉีคังก้มศีรษะก่อนตอบ"นายหญิง พวกเราไม่ได้รับการติดต่อจากท่านอ๋องเลยขอรับ เมื่อสองวันก่อนข้าส่งคนไปแล้ว วันนี้น่าจะได้ข่าวแน่ขอรับ""ที่ที่เขาไปนั้น ไกลมากหรือไม่?"เมิ่งเหยาถามต่อ"ใช้ม้าเดินทางหนึ่งวันขอรับ"เมิ่งเหยาพยักหน้าแม้ใจจะยังร้อนรุ่ม แต่ความเชื่อมั่นในตัวเขายังไม่เสื่อมคลายบ่ายวันนั้นคนของฉีคังก็กลับมาพร้อมข่าวดี"นายหญิง ท่านอ๋องเสด็จมาถึงแล้วขอรับ"ดวงตาของเมิ่งเหยาฉายแววโล่งใจ นางยกยิ้มบางก่อนจะรีบสาวเท้าออกไปยังลานหน้าตำหนัก ทว่าเมื่อขบวนของไท่เฟิงมาถึง นางกลับต้องชะงัก‘สตรีนางนั้นเป็นใคร?’ดวงตาคมของนางจับจ้องไปยังร่างบอบบางที่ก้าวลงมาจากรถม้า‘นี่สินะ...เหตุผลที่ทำให้เขาต้องกลับมาช้า’ไท่เฟิงลงจากหลังม้าและเดินตรงเข้ามาหานางทันที แขนแกร่งคว้าร่างบางเข้าสู่อ้อมกอดอย่างแน่นหนา ราวกับต้องการปลอบโยนนางให้คลายกังวล“พี่คิดถึงเจ้ายิ่งนัก”เมิ่งเหยาเอง











