Share

ตอนที่ 10 : พังมาพังกลับ

last update Huling Na-update: 2026-01-23 17:39:49

ตอนที่

[10]

พังมาพังกลับ

          หลังจากที่จัดการเรื่องเรือนฟู่เฉิงแหล่งผลิตสินค้าแห่งใหม่และคัดเลือกคนงานที่ไว้ใจได้เรียบร้อยแล้ว ลั่วเฉียวฮุ่ยก็กลับมาทุ่มเทให้กับการผลิตสินค้าชุดใหม่ต่อทันที ด้วยกำลังคนที่เพิ่มขึ้นและสถานที่ที่กว้างขวางกว่าเดิม ก็ทำให้การผลิตเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพียงไม่นาน สินค้าชุดใหม่ก็ถูกส่งไปยังร้านยงซื่อจินผิ่นจนเต็มคลังสินค้า

และเมื่อจัดการเรื่องงานจนเข้าที่เข้าทางแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะต้องสะสาง ‘บัญชีแค้น’ ส่วนตัวกันเสียที

นางรอคอยจังหวะที่เหมาะสมและในที่สุดโอกาสนั้นก็มาถึง

เมื่อได้รับข่าวจากสายที่แอบวางไว้ในจวนว่าวันนี้บิดาของนางติดงานสำคัญต้องค้างคืนอยู่ที่นอกเมืองหลายวัน น้องชายตัวแสบก็ไปเรียนที่สำนักศึกษา ส่วนสองแม่ลูกตัวดีก็มีแผนที่จะออกไปเลือกซื้อผ้าไหมที่ตลาดวันนี้

ทางสะดวก!!

ช่างเป็นวันที่เหมาะสมกับการ ‘ลงมือ’ ครั้งใหญ่เสียจริง

ลั่วเฉียวฮุ่ยยกยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น นางรอจนกระทั่งรถม้าของ

สวีหลิงม่านและลั่วหลิงเม่ยเคลื่อนตัวออกจากจวนไปแล้ว จึงได้เริ่มต้นแผนการของนางทันที!

โดยบอกให้เลี่ยงซูอยู่เฝ้าเรือนไว้ ส่วนตนเองก็ได้ใช้ ทักษะการลอบเร้นที่เคยฝึกฝนมาอย่างหนักในชาติก่อนเคลื่อนไหวออกจากเรือนของตนเองอย่างเงียบเชียบราวกับเงา หลบหลีกสายตาของบ่าวรับใช้ที่ยังคงเดินเพ่นพ่านอยู่ในจวนได้อย่างง่ายดาย ก่อนจะลอบเข้าไปในเรือนใหญ่ที่แสนของจวนตระกูลลั่วโดยไม่มีผู้ใดได้ล่วงรู้ เมื่อเข้ามาข้างในแล้วนางก็ไม่รอช้า...

ปฏิบัติการทำลายล้างได้เริ่มต้นขึ้น!

ลั่วเฉียวฮุ่ยใช้ทักษะที่เหนือกว่าสตรีทั่วไป พลิกคว่ำโต๊ะเครื่องแป้งราคาแพงจนเครื่องประทินโฉมแตกกระจายเกลื่อนพื้น จากนั้นดึงอาภรณ์ผ้าไหมเนื้อดีออกมาจากตู้แล้วใช้กรรไกรที่พกติดตัวมาตัดมันจนขาดวิ่นไม่มีชิ้นดี!

ก่อนจะเคลื่อนกายเข้าไปในห้องนอนของลั่วหลิงเม่ย กวาดเอาเครื่องประดับล้ำค่าทั้งหมดที่วางอยู่บนโต๊ะลงมากองกับพื้น แล้วใช้เท้ากระทืบซ้ำลงไปอย่างไม่ยั้ง ทำให้ปิ่นหยกขาวแตกละเอียด กำไลทองคำบิดเบี้ยว ต่างหูไข่มุกกระจัดกระจายไปคนละทิศคนละทาง

หญิงสาวทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้าราวกับระบายความโกรธแค้นที่อัดอั้นมานานแทนลั่วเฉียวฮุ่ยคนเดิมที่ต้องทนทุกข์ทรมานมาตลอดหลายปี!

หลังจากที่ ‘จัดระเบียบ’ จนพอใจแล้วก็ยืนมองผลงานของตัวเองอยู่กลางห้องที่เละเทะราวกับถูกพายุถล่มก่อนจะค่อย ๆ หมุนคอไปมาเล็กน้อยเพื่อบิดขี้เกียจ รอยยิ้มที่สะใจปรากฏขึ้นที่มุมปากของหญิงสาว ก่อนที่นางจะลอบออกจากเรือนที่พังพินาศนั้นไปอย่างเงียบเชียบราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น และเรื่องนี้ใช้เวลาเพียงไม่นานเท่านั้น

แม้แต่บ่าวรับใช้ก็วิ่งมาดูไม่ทัน

.

.

.

ในช่วงบ่ายของวันนั้นเอง...

สวีหลิงม่านและลั่วหลิงเม่ยเดินทางกลับมาถึงจวนด้วยอารมณ์ที่เบิกบาน แต่แล้วรอยยิ้มของพวกนางก็ต้องพลันแข็งค้างไป เมื่อได้ก้าวเข้ามาในเรือนของตนเอง...

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดด!!”

เสียงกรีดร้องของสองสตรีดังลั่นไปทั่วทั้งจวน

“นี่มันอะไรกัน!!” สวีหลิงม่านร้องออกมาอย่างบ้าคลั่งเมื่อเห็นสภาพห้องนอนของตนเองที่เละเทะราวกับถูกพายุถล่ม

“ใคร! ใครมันบังอาจทำเช่นนี้!!”

ลั่วหลิงเม่ยเองก็แทบจะสิ้นสติ เมื่อนางเห็นเครื่องประดับชิ้นโปรดของนางแตกหักเสียหายเกลื่อนอยู่บนพื้น!

ก่อนที่พวกนางซักถามบ่าวรับใช้ทุกคนในเรือน แต่ทว่าก็ไม่มีใครรู้เห็นเหตุการณ์เลยแม้แต่คนเดียว!

แต่แล้วความคิดหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัวของพวกนางทำให้ทั้งสองหันมองหน้ากันโดยทันที

‘ลั่วเฉียวฮุ่ย!!’

พวกนางนึกถึงเหตุการณ์ที่เคยไปรื้อค้นเรือนของนังสารเลวนั่นเมื่อหลายวันก่อน นี่มัน...นี่มันคือการเอาคืนอย่างแน่นอน

“นังสารเลวเฉียวฮุ่ย!! ข้าจะฆ่าเจ้า!!!” ลั่วหลิงเม่ยกรีดร้องออกมาด้วยความโกรธแค้นสุดขีด นางไม่สนใจอะไรอีกต่อไปแล้ว คิดแล้วก็บุกตรงไปยังเรือนพักของน้องสาวต่างสายเลือดทันที ไหน ๆ บิดาก็ไม่อยู่แล้วไม่ต้องสร้างภาพอันใดอีก

แต่แล้วลั่วหลิงเม่ยก็ต้องชะงักฝีเท้าลง เมื่อภาพที่นางเห็นคือภาพของลั่วเฉียวฮุ่ยที่กำลังยืนสนทนาอยู่กับจ้าวซงหยวนที่หน้าเรือนของนางด้วยท่าทีที่เป็นกันเองและดูสนิทสนม!

เปลวไฟแห่งความหึงหวงพลันปะทุขึ้นมาในใจของลั่วหลิงเม่ยอย่างรุนแรง มันรุนแรงยิ่งกว่าความโกรธแค้นเรื่องข้าวของที่เสียหายเสียอีก!

‘ทำไมคุณชายจ้าวถึงได้อยู่กับนังเฉียวฮุ่ยเช่นนั้น ไหนจะรอยยิ้มอย่างอ่อนโยนนั่น…’

บิดาไม่อยู่แต่เขากลับมาที่นี่

ลั่วหลิงเม่ยได้แต่ยืนกำหมัดแน่น ความร้อนใจที่อยากจะเข้าไปอาละวาด และความกลัวที่จะเสียภาพลักษณ์ต่อหน้าบุรุษอันเป็นที่รักมันกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดอยู่ในใจ

ทางด้านจ้าวซงหยวนนั้นเขากำลังมองลั่วเฉียวฮุ่ยด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป...

ไม่น่าเชื่อว่ายิ่งนานวันลั่วเฉียวฮุ่ยจะยิ่งงดงามและน่าสนใจขึ้นทุกทีรอยยิ้มของนางในตอนนี้ช่างดูแตกต่างจากในอดีตโดยสิ้นเชิง มันดูจริงใจและมีเสน่ห์อย่างน่าประหลาด

ความคิดชั่ววูบหนึ่งพลันแล่นเข้ามาในหัวของเขา

‘หากได้นางมาครอบครองเพิ่มอีกสักคน...ก็คงจะดีไม่น้อย’

ส่วนลั่วเฉียวฮุ่ยนั้นนางเพียงแค่เหลือบมองใบหน้าของเขาแวบเดียวก็สามารถล่วงรู้ได้ถึงความคิดอันสกปรกที่อยู่ข้างในนั้นได้อย่างทะลุปรุโปร่ง

‘ฝันไปเถอะไอ้บุรุษมักมาก!’ คิดในใจอย่างเหยียดหยาม

หญิงสาวแสร้งทำเป็นพูดคุยกับเขาต่อไปอีกครู่หนึ่ง ก่อนจะขอตัวกลับเรือนไป ทิ้งให้จ้าวซงหยวนยืนอยู่ตรงนั้นด้วยความรู้สึกที่ยังค้างคา และทิ้งให้ลั่วหลิงเม่ยที่แอบมองอยู่ไกล ๆ ต้องจมอยู่กับกองไฟแห่งความหึงหวงและความร้อนรนต่อไป

ลั่วเฉียวฮุ่ยเดินกลับเข้าเรือนของตนเองด้วยรอยยิ้มที่สะใจ นางรู้ดีว่าหลังจากเหตุการณ์ในวันนี้ สองแม่ลูกนั่นคงจะไม่มีเวลามาหาเรื่องนางไปอีกพักใหญ่...

เพราะอะไรน่ะหรือ?

เพราะพวกนางคงจะต้องเอาเวลาทั้งหมดไปคิดหาแผนการที่จะจับบุรุษหลายใจผู้นั้นให้อยู่หมัดน่ะสิ

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • นางร้ายกลับใจฝันไปเถอะข้าไม่อยากเป็น   ตอนพิเศษที่ 3 : การเริ่มต้นบทใหม่

    ตอนพิเศษที่ [3]การเริ่มต้นบทใหม่ ครึ่งปีที่ชายแดนผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว ลั่วเฉียวฮุ่ย หรือ ชินหวางเฟย ได้พิสูจน์ตนเองจนเป็นที่รักของทุกคน ไม่เพียงแค่ทหารในค่าย แต่ยังรวมถึงชาวบ้านที่ได้รับอานิสงส์จากการค้าขายที่นางริเริ่มด้วยเมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง มู่เซียวจวิ้นตัดสินใจพาพระชายากลับเมืองหลวงชั่วคราว เพื่อให้นางได้ตรวจสอบคุณภาพการผลิตรองเท้ารุ่นใหม่ที่โรงงาน และถือโอกาสเยี่ยมเยียนครอบครัวด้วยการกลับมาครั้งนี้ แตกต่างจากอดีตอย่างสิ้นเชิง รถม้าของชินอ๋องเคลื่อนผ่านประตูเมือง ท่ามกลางเสียงโห่ร้องต้อนรับของประชาชน ไม่ใช่ในฐานะแม่ทัพผู้เกรียงไกรเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงหวางเฟยผู้ปราดเปรื่องที่ช่วยให้เศรษฐกิจเมืองหลวงคึกคัก สตรีหลายคนมองนางเป็นแบบอย่าง ลุกขึ้นมาทำมาหากิน สร้างคุณค่าให้ตนเอง‘พี่สะใภ้! ท่านกลับมาแล้ว!”ทันทีที่เท้าแตะพื้นตำหนักไทเฮา ร่างเล็กขององค์ชายเก้า มู่เซียวหลิน ก็พุ่งเข้ามากอดเอวนางแน่น ใบหน้าจิ้มลิ้มเงยขึ้นมองด้วยแววตาออดอ้อน“มาครั้งนี้จะอยู่นานไหมพ่ะย่ะค่ะ อยู่กับข้านาน ๆ ได้หรือไม่ ข้าคิดถึงหม้อไฟฝีมือท่าน แล้วก็คิดถึงเรื่องเล่าของท่านที่สุด"ลั่วเฉียวฮุ่ยห

  • นางร้ายกลับใจฝันไปเถอะข้าไม่อยากเป็น   ตอนพิเศษที่ 2 : ความว้าวุ่นของชินอ๋อง

    ตอนพิเศษที่ [2]ความว้าวุ่นของชินอ๋อง บรรยากาศภายในค่ายทหารชายแดนที่เคยเคร่งขรึมและเต็มไปด้วยระเบียบวินัย บัดนี้กลับปกคลุมไปด้วยเมฆหมอกแห่งความกดดันอันน่าประหลาด ไม่ใช่เป็นเพราะว่าข้าศึกบุกประชิดชายแดน หรือเสบียงกำลังจะขาดแคลน แต่เป็นเพราะ ‘แม่ทัพใหญ่’ ของพวกเขาต่างหาก มู่เซียวจวิ้น หรือ ชินอ๋อง แม่ทัพใหญ่แห่งแดนเหนือ ผู้ที่ปกติจะมีใบหน้าเรียบเฉยดุจรูปสลักน้ำแข็ง และมีดวงตาคมกริบที่อ่านความคิดข้าศึกได้ทะลุปรุโปร่ง ทว่าหลายวันมานี้ เขากลับเดินวนไปวนมาในกระโจมบัญชาการราวกับหนูติดจั่น เดี๋ยวถอนหายใจ เดี๋ยวเหม่อมองออกไปทางนั้นทีทางนี้ทีเดี๋ยวก็ขมวดคิ้วมุ่นจนหว่างคิ้วแทบจะผูกเป็นปม “เจ้าว่าท่านแม่ทัพเป็นอะไรไป?” นายทหารหน้ากระโจมกระซิบถามเพื่อนยามผลัดเปลี่ยนเวร “ข้าจะไปรู้รึ! แต่เมื่อเช้าตอนฝึกดาบ ท่านแม่ทัพฟันหุ่นฟางขาดไปสิบตัวรวด ด้วยสายตาที่เหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ ข้านึกว่าข้าศึกแอบขุดอุโมงค์เข้ามาเสียอีก!” เหล่าทหารต่างแลกเปลี่ยนความคิดกัน ก่อนที่สุดท้ายจะจบที่คำว่า ไม่รู้ความจริงแล้วสาเหตุของเรื่องนี้มีเพียงหนึ่งเดียว... นั่นคือสตรีผู้มีนามว่า ‘ลั่วเฉียวฮุ่ย’ ในกระโจมใหญ่ ชิง

  • นางร้ายกลับใจฝันไปเถอะข้าไม่อยากเป็น   ตอนพิเศษที่ 1 : พระชายาชินอ๋องไม่ถูกยอมรับ 1/2

    ตอนพิเศษที่ [1]พระชายาชินอ๋องไม่ถูกยอมรับ 1/2 เช้าวันต่อมา ณ กระโจมบัญชาการหลัก บรรยากาศตึงเครียดจนแทบจะจุดไฟติด เมื่อเหล่าแม่ทัพนายกองอาวุโส นำโดย แม่ทัพอาวุโสหลิน บิดาของหลินอี และเป็นคนเก่าแก่ที่รับใช้ราชวงศ์มาตั้งแต่สมัยฮ่องเต้องค์ก่อน นั่งหน้าถมึงทึงอยู่ฝั่งขวา ส่วนฝั่งซ้ายคือชินอ๋องมู่เซียวจวิ้นที่มีลั่วเฉียวฮุ่ยนั่งเคียงข้าง“ท่านอ๋อง กระหม่อมได้ยินว่าเมื่อวานบุตรสาวกระหม่อมพ่ายแพ้ให้แก่หวางเฟย แม้กระหม่อมจะยอมรับในฝีมือการต่อสู้ของพระชายา แต่การศึกสงครามมิใช่การประลองยุทธ์ของเด็กเล่นขายของ การที่ท่านอ๋องอนุญาตให้สตรีเข้ามาวุ่นวายในกองทัพ ทั้งเรื่องอาหารการกิน เรื่องยา หรือแม้แต่แจกเสื้อผ้าประหลาดๆ นั่น มันจะทำให้ทหารเสียนิสัยและอ่อนแอลง!” แม่ทัพอาวุโสหลินตบโต๊ะเสียงดัง“แม่ทัพหลิน” มู่เซียวจวิ้นเอ่ยเสียงเย็น “สิ่งที่หวางเฟยทำ ล้วนเป็นประโยชน์...”“เป็นประโยชน์ประเดี๋ยวประด๋าว!” ชายชราแย้งเสียงแข็ง สายตามองเหยียดมาทางลั่วเฉียวฮุ่ย “พระชายาเป็นเพียงเป็นเพียงดรุณีในห้องหอ จะไปรู้อะไรเรื่องความโหดร้ายของชายแดนและการฆ่าฟัน นางอยู่ที่นี่มีแต่จะเป็นตัวถ่วง หากข้าศึกบุกมา ท่านอ๋องจ

  • นางร้ายกลับใจฝันไปเถอะข้าไม่อยากเป็น   ตอนพิเศษที่ 1 : พระชายาชินอ๋องไม่ถูกยอมรับ 1/1

    ตอนพิเศษที่ [1]พระชายาชินอ๋องไม่ถูกยอมรับ 1/1อันว่าหากถึงชายแดนเหนือ สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ก็คงไม่พ้นสายลมกระโชกแรงที่มักจะพัดพาเอาฝุ่นสีเหลืองขุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ค่ายทหารแดนเหนือนั้นขึ้นชื่อเรื่องความทุรกันดารและสภาพอากาศที่แปรปรวน เดี๋ยวร้อนดั่งไฟ เดี๋ยวหนาวเหน็บจนกระดูกสั่นสะท้าน ช่างแตกต่างจากความเจริญและความสะดวกสบายในเมืองหลวงอย่างสิ้นเชิงขบวนรถม้าของชินอ๋องมู่เซียวจวิ้นเคลื่อนตัวผ่านประตูค่ายไม้อย่างยิ่งใหญ่ เสียงฝีเท้าม้าและเสียงเกราะกระทบกันดังกึกก้อง ด้วยทหารหลายพันนายที่ประจำการกำลังรอรับผู้สูงศักดิ์ทั้งยังเป็นแม่ทัพใหญ่ต่างยืนตั้งแถวอย่างเป็นระเบียบ สายตาของพวกเขาจับจ้องไปยังบุรุษผู้เป็นแม่ทัพใหญ่ด้วยความเคารพศรัทธา ทว่าเมื่อสายตาเหล่านั้นเลื่อนไปยังรถม้าคันหรูที่แล่นตามหลังมา แววตาของพวกเขากลับแปรเปลี่ยนไป“ได้ยินว่าหวางเฟยผู้นี้เป็นคุณหนูในห้องหอที่เอาแต่ใจยิ่งนัก” ทหารนายหนึ่งกระซิบกับสหาย“ข้าก็ได้ยินมาเช่นนั้น ว่ากันว่าชื่อเสียงในเมืองหลวงของนางฉาวโฉ่นัก ร้ายกาจกับครอบครัว ทุบตีพี่น้อง แถมยังทำตัวเป็นแม่ค้าหน้าเลือด” อีกคนตอบกลับพลางส่ายหน้า “สตรีเช่นนี้จะมาทนอ

  • นางร้ายกลับใจฝันไปเถอะข้าไม่อยากเป็น   ตอนที่ 36 : สตรีร้ายกาจที่ได้ดี (ตอนจบ)

    ตอนที่ [36]สตรีร้ายกาจที่ได้ดี (ตอนจบ) หลังจากคืนเข้าหออันแสนหวาน สองสามีภรรยาข้าวใหม่ปลามันก็ได้ใช้เวลาที่เหลืออยู่ในการพัฒนาความสัมพันธ์และทำความรู้จักกันอย่างเต็มที่ก่อนที่ในอีกไม่กี่วันข้างหน้าพวกเขาจะต้องออกเดินทางกลับไปยังชายแดนส่วนทางด้านของจวนตระกูลลั่วนั้น ยามนี้ต่างก็ตกอยู่ในความเงียบเหงาและสิ้นหวัง...ลั่วเฉียวฮุ่ยได้ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดแล้วว่านางจะไม่ขอกลับไปยุ่งเกี่ยวกับบิดาและครอบครัวจอมปลอมนั้นอีกต่อไปบิดาพยายามจะส่งคนมาขอเข้าพบนางเพื่อกล่าวคำขอโทษ แต่ก็สายไปเสียแล้ว สายเกินกว่าที่ทุกอย่างจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้ทุกวันลั่วฉู่หวังได้แต่นั่งจมอยู่กับความรู้สึกผิดและความเสียใจอยู่แต่ในห้องหนังสือเพราะภาพในอดีตไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวของเขาไม่หยุด...ภาพของภรรยาคนแรก มารดาผู้ให้กำเนิดลั่วเฉียวฮุ่ย...สตรีผู้มาจากครอบครัวพ่อค้าที่คอยให้การสนับสนุนเขามาโดยตลอดจนทำให้เขาได้มีวันนี้ แต่เป็นเขาเองที่เป็นคนตามืดบอดหลงลืมบุญคุณ ดังที่ไทเฮาได้ตรัสไว้ไม่มีผิด เขายังมีหน้าไปดูถูกอาชีพค้าขายของบุตรสาว ทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็เคยได้รับการช่วยเหลือมาจากอาชีพนี้มาถึงตอนนี้ต่อให้บุตรสาวจะ

  • นางร้ายกลับใจฝันไปเถอะข้าไม่อยากเป็น   ตอนที่ 35 : ชินหวางเฟย

    ตอนที่ [35]ชินหวางเฟยนางวาดขาเตะเข้าที่ชายคนแรกที่พุ่งเข้ามาอย่างเต็มแรง จนมันกระเด็นไปชนกับพวกเดียวกันล้มลงราวกับใบไม้ร่วง เหลือเพียงคนสุดท้ายที่ได้รับแรงเตะน้อยที่สุด นางก็จัดการถีบเข้าไปที่หน้าอกของอีกฝ่ายจนกระเด็น ก่อนจะใช้สันมือสับเข้าไปที่ท้ายทอยจนสลบไป!ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและเด็ดขาดจนแม้กระทั่งองครักษ์เงาของชินอ๋องที่แอบคุ้มกันอยู่ห่าง ๆ ยังไม่ทันจะได้เข้ามาช่วยเหลือแม้แต่คนเดียว!ส่วนลั่วหลิงเม่ยได้แต่อ้าปากค้าง ‘นะ นี่...นังนี่ มันเก่งกาจถึงเพียงนี้เชียวหรือ’ทว่ายังไม่ทันจะได้ตั้งสติ ร่างของนางก็ถูกลั่วเฉียวฮุ่ยถีบเข้าที่ท้องจนหงายหลังล้มลงไป!“นี่ยังไม่สาสมกับที่เจ้าและมารดาของเจ้าผลักดันผู้หนึ่งให้ไปถึงความตาย สตรีเจ้ามารยาเช่นเจ้าไม่สมควรที่จะได้มีชีวิตมาถึงวันนี้ด้วยซ้ำ” ลั่วเฉียวฮุ่ยพูดขึ้นก่อนจะนึกแค้นเคืองแทนลั่วเฉียวฮุ่ยคนก่อน จึงชกเข้าที่หน้าของลั่วหลิงเม่ยหลายครั้ง จนใบหน้าอีกฝ่ายปูดบวมขยายวงกว้างขึ้น ลั่วหลิงเม่ยพยายามขัดขืนแต่ไม่สำเร็จด้วยสู้เรี่ยวแรงอีกฝ่ายไม่ได้ สาวรับใช้ของลั่วหลิงเม่ยที่กล้า ๆ กลัว ๆ ก็อยากจะเข้ามาช่วยผู้เป็นนายแต่เมื่อเจอสายตาขอ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status