Share

ตอนที่ 11 : ไม่เคยสำคัญ

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-23 17:40:44

ตอนที่

[11]

ไม่เคยสำคัญ

          หนึ่งเดือนผ่านไป...

กิจการค้าระหว่างลั่วเฉียวฮุ่ยและฉินฮูหยินรุ่งเรืองเฟื่องฟูขึ้นอย่างไม่มีหยุดยั้ง สินค้าทุกชิ้นที่นางคิดค้นขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสบู่หอม เครื่องหอมแบบน้ำหรือกระเป๋าสารพัดประโยชน์ล้วนต่างก็กลายเป็นของยอดนิยมที่เหล่าสตรีชั้นสูงในเมืองหลวงต้องมีไว้ในครอบครอง

คำสั่งซื้อหลั่งไหลเข้ามามากมายจนหญิงสาวและคนงานที่เรือนฟู่เฉิงแทบจะผลิตกันไม่ทัน ทำให้ลั่วเฉียวฮุ่ยต้องใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ที่นั่น นางจะต้องดูแลทั้งควบคุมคุณภาพการผลิต การคิดค้นสินค้าใหม่ ๆ และวางแผนรูปแบบการขายร่วมกับฉินฮูหยิน ทุกวันทำงานหนักเหนื่อยสายตัวแทบขาด แต่กระนั้นกลับเป็นความเหนื่อยที่เต็มไปด้วยความสุขและความภาคภูมิใจ

นั่นเพราะนางไม่ได้ร่ำรวยขึ้นเพียงคนเดียว แต่เหล่าคนงานที่นางว่าจ้างมา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนยากจนที่เคยไม่มีแม้แต่งานจะทำ บัดนี้พวกเขากลับมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ด้วยนางให้ผลตอบแทนแก่พวกเขาอย่างสมน้ำสมเนื้อ มอบทั้งค่าจ้างที่สูงกว่าปกติ ไหนจะอาหารครบทุกมื้อและที่พักที่ปลอดภัย สิ่งเหล่านี้ทำให้เหล่าลูกจ้างต่างก็พากันซาบซึ้งใจและทำงานให้นางอย่างถวายหัว

ในขณะที่ชีวิตของนางกำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ทว่าก็ยังไม่ลืมที่จะส่งคนไปคอยสอดส่องความเคลื่อนไหวของ ‘ครอบครัว’ ที่น่ารังเกียจของนางอยู่เสมอ

และข่าวที่ได้กลับมาก็ช่างน่าสมเพชสิ้นดี

ลั่วหลิงเม่ย...พี่สาวต่างสายเลือดผู้มักวางตัวสูงส่ง บัดนี้ดูเหมือนจะกลับกลายเป็นสตรีที่หลงใหลในตัวจ้าวซงหยวนจนโงหัวไม่ขึ้นแล้ว!

‘หึ ถึงขั้นยอมเปลืองตัวให้กับบุรุษมักมากเช่นนั้นโดยง่าย ช่างเป็นแผนการที่สิ้นคิดและหมดทางเยียวยาเสียจริง’ ลั่วเฉียวฮุ่ยแค่นหัวเราะในลำคอเมื่อได้ฟังรายงาน

แผนการแสนสิ้นคิดของสองแม่ลูกนั้นไม่ได้เหนือชั้นอันใดเลยแม้แต่น้อย ยามนี้พวกนางคงมีแต่ความร้อนใจกลัวว่าจ้าวซงหยวนจะหลุดมือไป ยิ่งแผนของนางที่กระทำเพื่อกระตุ้นลั่วหลิงเม่ยก็ทำให้เหล่าคนสิ้นคิดเลือกที่จะแผนที่ดูจะเข้าหาจ้าวซงหยวนได้ไวและรวดเร็วที่สุด นั่นก็คือ…การใช้ร่างกายของลั่วหลิงเม่ยผูกมัดจ้าวซงหยวนเอาไว้!

โดยหารู้ไม่ว่าบุรุษเช่นนั้นไม่มีวันที่จะยอมให้ใครมาผูกมัดได้ง่าย ๆ เด็ดขาด หากว่าคนผู้นั้นไม่ใช่เป้าหมายที่ทำให้เขาปีนขึ้นไปยังจุดที่ต้องการได้

ส่วนบิดาของนาง… เขาก็ยังคงเป็นเหมือนเดิม ยังคงตาบอดหูหนวก มองไม่เห็นความเลวร้ายของภรรยาและลูกเลี้ยง และไม่เคยที่จะใส่ใจในตัวบุตรสาวคนรองของตนเองเช่นนางเลยแม้แต่น้อย

เขาคงจะลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าเคยสั่งงดเบี้ยหวัดและห้ามไม่ให้นางร่วมโต๊ะอาหารมานานแค่ไหนแล้ว นางจะกินอยู่อย่างไร จะมีชีวิตรอดหรือไม่ เขาก็คงจะไม่เคยสนใจสักนิด

แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น ในวันนี้นางก็ยังอยากจะลองทดสอบอะไรบางอย่างดูสักครั้ง

เพราะวันนี้คือวันคล้ายวันเกิดครบรอบสิบหกปีของลั่วเฉียวฮุ่ยคนเดิม

นางจึงตั้งใจกลับมาที่จวนตระกูลลั่วเร็วกว่าปกติ หวังเพียงแค่จะได้เห็นว่าจะมีใครสักคนในบ้านหลังนี้จะยังคงจดจำวันสำคัญของนางได้บ้างหรือไม่

และคำตอบที่ได้ก็ไม่ได้ผิดไปจากที่นางคาดไว้เลยแม้แต่น้อย…

เพราะทันทีที่นางเดินสวนกับบิดาที่โถงทางเดิน สิ่งที่นางได้รับกลับไม่ใช่คำอวยพร แต่เป็นสายตาที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจและการตำหนิ

“ได้ข่าวว่าช่วงนี้เจ้าแทบจะไม่อยู่ติดจวนเลยสักวัน เป็นสตรีอยู่ในห้องในหอ แต่กลับเอาแต่เที่ยวเล่นเตร็ดเตร่อยู่ข้างนอกทั้งวัน มันใช้ได้ที่ไหนกัน!” ผู้เป็นบิดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่หงุดหงิด

นั่นทำให้ลั่วเฉียวฮุ่ยยกยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่เยือกเย็นและว่างเปล่า นางไม่เถียง ไม่ตอบโต้แต่กลับถามขึ้นมากลางปล้อง

“ท่านพ่อรู้หรือไม่ว่าวันนี้คือวันอะไร?”

ลั่วฉู่หวังขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจที่บุตรสาวไม่ยอมฟังในสิ่งที่เขาพูด “ทำไม? วันนี้มันวันอะไร”

“ก็วันนี้ก็เป็นวัน...”

“ท่านพี่ ท่านอยู่นี่เองหรือเจ้าคะ”

ลั่วเฉียวฮุ่ยยังพูดไม่ทันจบประโยคก็ถูกเสียงหวานจอมปลอมของสวี

หลิงม่านก็ดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน

สวีหลิงม่านเดินเข้ามาคล้องแขนสามีไว้อย่างสนิทสนม “วันนี้มิใช่ว่าท่านได้รับปากว่าจะไปชิมชาสูตรใหม่ที่ข้าตั้งใจจะชงให้ท่านลองหรอกหรือเจ้าคะ เหตุใดจึงได้ชักช้านักเล่า อีกอย่างเราต้องไปที่นั่นลืมแล้วหรือ”

ก่อนที่สตรีวัยกลางคนจะแสร้งทำเป็นเพิ่งจะมองเห็นลั่วเฉียวฮุ่ย

“อ้าว ฮุ่ยเออร์ก็อยู่ด้วยหรอกหรือ ไปชิมชากับพวกเราด้วยกันหรือไม่?”

ลั่วเฉียวฮุ่ยเพียงแค่ปรายตามองนางงูพิษนั่นแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปมองบิดาของตนเองอีกครั้ง

เขา...ยังคงจำไม่ได้จริง ๆ สินะ นั่นสิ นางจะไปคาดหวังอะไรได้อีก ในเมื่อตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาก็ไม่เคยจดจำวันเกิดของนางได้เลยสักครั้ง

หญิงสาวถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง ก่อนจะหมุนกายเดินออกจากเรือนไปโดยไม่กล่าวคำใดอีก

“ลั่วเฉียวฮุ่ย!!” ทว่ากลับได้ยินเสียงตวาดของผู้เป็นบิดาดังไล่หลังมา

“เหตุใดถึงได้เป็นคนไร้มารยาทเช่นนี้! นึกจะมาก็มา นึกจะไปก็ไป!แล้วนั่นเจ้าจะไปไหนอีก นี่มันใกล้จะมืดค่ำแล้วนะ!”

แต่นางไม่สนใจแล้ว สองเท้ายังคงก้าวเดินต่อไปข้างหน้า ไม่หันกลับไปมองคนไร้หัวใจอีก

“คุณหนู...ไม่เป็นไรนะเจ้าคะ”

เลี่ยงซูเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบาหลังจากที่รถม้าได้เคลื่อนตัวออกมาจากจวนตระกูลลั่วได้สักพักแล้ว นางมองเจ้านายของตนเองที่นั่งนิ่งเงียบมาตลอดทางด้วยความเป็นห่วง

“ท่านยังมีข้าอยู่นะเจ้าคะ เช่นนั้นเราไปหาของอร่อย ๆ กินกันสองคนดีกว่าเจ้าค่ะ ไม่ต้องไปสนใจคนพวกนั้นหรอก”

ลั่วเฉียวฮุ่ยหันมายิ้มให้สาวใช้คนสนิทของตนเอง เป็นรอยยิ้มที่ดูเหนื่อยล้า แต่มันก็ยังคงเป็นรอยยิ้มที่ดูงดงามไม่น้อย

“ขอบใจเจ้ามากนะ เลี่ยงซู”

ตัวนางนั้นไม่ได้รู้สึกเศร้าเสียใจอะไรมากมายนัก เพียงแค่รู้สึกเศร้าแทนลั่วเฉียวฮุ่ยคนเดิมเท่านั้นเอง

ไม่แปลกใจเลยที่นางจะพยายามเรียกร้องความสนใจจากบิดาด้วยวิธีการที่ผิด ๆ อย่างเอาเป็นเอาตายถึงเพียงนั้น นั่นก็เพราะว่านางถูกเมินเฉยและถูกละเลยมาตลอด แล้วใครมันจะไปทนไหวกัน

ทว่าในขณะที่สองนายบ่าวกำลังจะมุ่งหน้าไปยังโรงเตี๊ยมชื่อดังเพื่อหาของอร่อยปลอบใจกันนั้นเอง เสียงหนึ่งที่คุ้นเคยก็ได้เรียกนางไว้เสียก่อน

“คุณหนูลั่ว!”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • นางร้ายกลับใจฝันไปเถอะข้าไม่อยากเป็น   ตอนพิเศษที่ 3 : การเริ่มต้นบทใหม่

    ตอนพิเศษที่ [3]การเริ่มต้นบทใหม่ ครึ่งปีที่ชายแดนผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว ลั่วเฉียวฮุ่ย หรือ ชินหวางเฟย ได้พิสูจน์ตนเองจนเป็นที่รักของทุกคน ไม่เพียงแค่ทหารในค่าย แต่ยังรวมถึงชาวบ้านที่ได้รับอานิสงส์จากการค้าขายที่นางริเริ่มด้วยเมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง มู่เซียวจวิ้นตัดสินใจพาพระชายากลับเมืองหลวงชั่วคราว เพื่อให้นางได้ตรวจสอบคุณภาพการผลิตรองเท้ารุ่นใหม่ที่โรงงาน และถือโอกาสเยี่ยมเยียนครอบครัวด้วยการกลับมาครั้งนี้ แตกต่างจากอดีตอย่างสิ้นเชิง รถม้าของชินอ๋องเคลื่อนผ่านประตูเมือง ท่ามกลางเสียงโห่ร้องต้อนรับของประชาชน ไม่ใช่ในฐานะแม่ทัพผู้เกรียงไกรเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงหวางเฟยผู้ปราดเปรื่องที่ช่วยให้เศรษฐกิจเมืองหลวงคึกคัก สตรีหลายคนมองนางเป็นแบบอย่าง ลุกขึ้นมาทำมาหากิน สร้างคุณค่าให้ตนเอง‘พี่สะใภ้! ท่านกลับมาแล้ว!”ทันทีที่เท้าแตะพื้นตำหนักไทเฮา ร่างเล็กขององค์ชายเก้า มู่เซียวหลิน ก็พุ่งเข้ามากอดเอวนางแน่น ใบหน้าจิ้มลิ้มเงยขึ้นมองด้วยแววตาออดอ้อน“มาครั้งนี้จะอยู่นานไหมพ่ะย่ะค่ะ อยู่กับข้านาน ๆ ได้หรือไม่ ข้าคิดถึงหม้อไฟฝีมือท่าน แล้วก็คิดถึงเรื่องเล่าของท่านที่สุด"ลั่วเฉียวฮุ่ยห

  • นางร้ายกลับใจฝันไปเถอะข้าไม่อยากเป็น   ตอนพิเศษที่ 2 : ความว้าวุ่นของชินอ๋อง

    ตอนพิเศษที่ [2]ความว้าวุ่นของชินอ๋อง บรรยากาศภายในค่ายทหารชายแดนที่เคยเคร่งขรึมและเต็มไปด้วยระเบียบวินัย บัดนี้กลับปกคลุมไปด้วยเมฆหมอกแห่งความกดดันอันน่าประหลาด ไม่ใช่เป็นเพราะว่าข้าศึกบุกประชิดชายแดน หรือเสบียงกำลังจะขาดแคลน แต่เป็นเพราะ ‘แม่ทัพใหญ่’ ของพวกเขาต่างหาก มู่เซียวจวิ้น หรือ ชินอ๋อง แม่ทัพใหญ่แห่งแดนเหนือ ผู้ที่ปกติจะมีใบหน้าเรียบเฉยดุจรูปสลักน้ำแข็ง และมีดวงตาคมกริบที่อ่านความคิดข้าศึกได้ทะลุปรุโปร่ง ทว่าหลายวันมานี้ เขากลับเดินวนไปวนมาในกระโจมบัญชาการราวกับหนูติดจั่น เดี๋ยวถอนหายใจ เดี๋ยวเหม่อมองออกไปทางนั้นทีทางนี้ทีเดี๋ยวก็ขมวดคิ้วมุ่นจนหว่างคิ้วแทบจะผูกเป็นปม “เจ้าว่าท่านแม่ทัพเป็นอะไรไป?” นายทหารหน้ากระโจมกระซิบถามเพื่อนยามผลัดเปลี่ยนเวร “ข้าจะไปรู้รึ! แต่เมื่อเช้าตอนฝึกดาบ ท่านแม่ทัพฟันหุ่นฟางขาดไปสิบตัวรวด ด้วยสายตาที่เหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ ข้านึกว่าข้าศึกแอบขุดอุโมงค์เข้ามาเสียอีก!” เหล่าทหารต่างแลกเปลี่ยนความคิดกัน ก่อนที่สุดท้ายจะจบที่คำว่า ไม่รู้ความจริงแล้วสาเหตุของเรื่องนี้มีเพียงหนึ่งเดียว... นั่นคือสตรีผู้มีนามว่า ‘ลั่วเฉียวฮุ่ย’ ในกระโจมใหญ่ ชิง

  • นางร้ายกลับใจฝันไปเถอะข้าไม่อยากเป็น   ตอนพิเศษที่ 1 : พระชายาชินอ๋องไม่ถูกยอมรับ 1/2

    ตอนพิเศษที่ [1]พระชายาชินอ๋องไม่ถูกยอมรับ 1/2 เช้าวันต่อมา ณ กระโจมบัญชาการหลัก บรรยากาศตึงเครียดจนแทบจะจุดไฟติด เมื่อเหล่าแม่ทัพนายกองอาวุโส นำโดย แม่ทัพอาวุโสหลิน บิดาของหลินอี และเป็นคนเก่าแก่ที่รับใช้ราชวงศ์มาตั้งแต่สมัยฮ่องเต้องค์ก่อน นั่งหน้าถมึงทึงอยู่ฝั่งขวา ส่วนฝั่งซ้ายคือชินอ๋องมู่เซียวจวิ้นที่มีลั่วเฉียวฮุ่ยนั่งเคียงข้าง“ท่านอ๋อง กระหม่อมได้ยินว่าเมื่อวานบุตรสาวกระหม่อมพ่ายแพ้ให้แก่หวางเฟย แม้กระหม่อมจะยอมรับในฝีมือการต่อสู้ของพระชายา แต่การศึกสงครามมิใช่การประลองยุทธ์ของเด็กเล่นขายของ การที่ท่านอ๋องอนุญาตให้สตรีเข้ามาวุ่นวายในกองทัพ ทั้งเรื่องอาหารการกิน เรื่องยา หรือแม้แต่แจกเสื้อผ้าประหลาดๆ นั่น มันจะทำให้ทหารเสียนิสัยและอ่อนแอลง!” แม่ทัพอาวุโสหลินตบโต๊ะเสียงดัง“แม่ทัพหลิน” มู่เซียวจวิ้นเอ่ยเสียงเย็น “สิ่งที่หวางเฟยทำ ล้วนเป็นประโยชน์...”“เป็นประโยชน์ประเดี๋ยวประด๋าว!” ชายชราแย้งเสียงแข็ง สายตามองเหยียดมาทางลั่วเฉียวฮุ่ย “พระชายาเป็นเพียงเป็นเพียงดรุณีในห้องหอ จะไปรู้อะไรเรื่องความโหดร้ายของชายแดนและการฆ่าฟัน นางอยู่ที่นี่มีแต่จะเป็นตัวถ่วง หากข้าศึกบุกมา ท่านอ๋องจ

  • นางร้ายกลับใจฝันไปเถอะข้าไม่อยากเป็น   ตอนพิเศษที่ 1 : พระชายาชินอ๋องไม่ถูกยอมรับ 1/1

    ตอนพิเศษที่ [1]พระชายาชินอ๋องไม่ถูกยอมรับ 1/1อันว่าหากถึงชายแดนเหนือ สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ก็คงไม่พ้นสายลมกระโชกแรงที่มักจะพัดพาเอาฝุ่นสีเหลืองขุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ค่ายทหารแดนเหนือนั้นขึ้นชื่อเรื่องความทุรกันดารและสภาพอากาศที่แปรปรวน เดี๋ยวร้อนดั่งไฟ เดี๋ยวหนาวเหน็บจนกระดูกสั่นสะท้าน ช่างแตกต่างจากความเจริญและความสะดวกสบายในเมืองหลวงอย่างสิ้นเชิงขบวนรถม้าของชินอ๋องมู่เซียวจวิ้นเคลื่อนตัวผ่านประตูค่ายไม้อย่างยิ่งใหญ่ เสียงฝีเท้าม้าและเสียงเกราะกระทบกันดังกึกก้อง ด้วยทหารหลายพันนายที่ประจำการกำลังรอรับผู้สูงศักดิ์ทั้งยังเป็นแม่ทัพใหญ่ต่างยืนตั้งแถวอย่างเป็นระเบียบ สายตาของพวกเขาจับจ้องไปยังบุรุษผู้เป็นแม่ทัพใหญ่ด้วยความเคารพศรัทธา ทว่าเมื่อสายตาเหล่านั้นเลื่อนไปยังรถม้าคันหรูที่แล่นตามหลังมา แววตาของพวกเขากลับแปรเปลี่ยนไป“ได้ยินว่าหวางเฟยผู้นี้เป็นคุณหนูในห้องหอที่เอาแต่ใจยิ่งนัก” ทหารนายหนึ่งกระซิบกับสหาย“ข้าก็ได้ยินมาเช่นนั้น ว่ากันว่าชื่อเสียงในเมืองหลวงของนางฉาวโฉ่นัก ร้ายกาจกับครอบครัว ทุบตีพี่น้อง แถมยังทำตัวเป็นแม่ค้าหน้าเลือด” อีกคนตอบกลับพลางส่ายหน้า “สตรีเช่นนี้จะมาทนอ

  • นางร้ายกลับใจฝันไปเถอะข้าไม่อยากเป็น   ตอนที่ 36 : สตรีร้ายกาจที่ได้ดี (ตอนจบ)

    ตอนที่ [36]สตรีร้ายกาจที่ได้ดี (ตอนจบ) หลังจากคืนเข้าหออันแสนหวาน สองสามีภรรยาข้าวใหม่ปลามันก็ได้ใช้เวลาที่เหลืออยู่ในการพัฒนาความสัมพันธ์และทำความรู้จักกันอย่างเต็มที่ก่อนที่ในอีกไม่กี่วันข้างหน้าพวกเขาจะต้องออกเดินทางกลับไปยังชายแดนส่วนทางด้านของจวนตระกูลลั่วนั้น ยามนี้ต่างก็ตกอยู่ในความเงียบเหงาและสิ้นหวัง...ลั่วเฉียวฮุ่ยได้ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดแล้วว่านางจะไม่ขอกลับไปยุ่งเกี่ยวกับบิดาและครอบครัวจอมปลอมนั้นอีกต่อไปบิดาพยายามจะส่งคนมาขอเข้าพบนางเพื่อกล่าวคำขอโทษ แต่ก็สายไปเสียแล้ว สายเกินกว่าที่ทุกอย่างจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้ทุกวันลั่วฉู่หวังได้แต่นั่งจมอยู่กับความรู้สึกผิดและความเสียใจอยู่แต่ในห้องหนังสือเพราะภาพในอดีตไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวของเขาไม่หยุด...ภาพของภรรยาคนแรก มารดาผู้ให้กำเนิดลั่วเฉียวฮุ่ย...สตรีผู้มาจากครอบครัวพ่อค้าที่คอยให้การสนับสนุนเขามาโดยตลอดจนทำให้เขาได้มีวันนี้ แต่เป็นเขาเองที่เป็นคนตามืดบอดหลงลืมบุญคุณ ดังที่ไทเฮาได้ตรัสไว้ไม่มีผิด เขายังมีหน้าไปดูถูกอาชีพค้าขายของบุตรสาว ทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็เคยได้รับการช่วยเหลือมาจากอาชีพนี้มาถึงตอนนี้ต่อให้บุตรสาวจะ

  • นางร้ายกลับใจฝันไปเถอะข้าไม่อยากเป็น   ตอนที่ 35 : ชินหวางเฟย

    ตอนที่ [35]ชินหวางเฟยนางวาดขาเตะเข้าที่ชายคนแรกที่พุ่งเข้ามาอย่างเต็มแรง จนมันกระเด็นไปชนกับพวกเดียวกันล้มลงราวกับใบไม้ร่วง เหลือเพียงคนสุดท้ายที่ได้รับแรงเตะน้อยที่สุด นางก็จัดการถีบเข้าไปที่หน้าอกของอีกฝ่ายจนกระเด็น ก่อนจะใช้สันมือสับเข้าไปที่ท้ายทอยจนสลบไป!ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและเด็ดขาดจนแม้กระทั่งองครักษ์เงาของชินอ๋องที่แอบคุ้มกันอยู่ห่าง ๆ ยังไม่ทันจะได้เข้ามาช่วยเหลือแม้แต่คนเดียว!ส่วนลั่วหลิงเม่ยได้แต่อ้าปากค้าง ‘นะ นี่...นังนี่ มันเก่งกาจถึงเพียงนี้เชียวหรือ’ทว่ายังไม่ทันจะได้ตั้งสติ ร่างของนางก็ถูกลั่วเฉียวฮุ่ยถีบเข้าที่ท้องจนหงายหลังล้มลงไป!“นี่ยังไม่สาสมกับที่เจ้าและมารดาของเจ้าผลักดันผู้หนึ่งให้ไปถึงความตาย สตรีเจ้ามารยาเช่นเจ้าไม่สมควรที่จะได้มีชีวิตมาถึงวันนี้ด้วยซ้ำ” ลั่วเฉียวฮุ่ยพูดขึ้นก่อนจะนึกแค้นเคืองแทนลั่วเฉียวฮุ่ยคนก่อน จึงชกเข้าที่หน้าของลั่วหลิงเม่ยหลายครั้ง จนใบหน้าอีกฝ่ายปูดบวมขยายวงกว้างขึ้น ลั่วหลิงเม่ยพยายามขัดขืนแต่ไม่สำเร็จด้วยสู้เรี่ยวแรงอีกฝ่ายไม่ได้ สาวรับใช้ของลั่วหลิงเม่ยที่กล้า ๆ กลัว ๆ ก็อยากจะเข้ามาช่วยผู้เป็นนายแต่เมื่อเจอสายตาขอ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status