Masukตอนที่
[8]
ขายดิบขายดี
สามวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว...
ลั่วเฉียวฮุ่ยก็ได้เดินทางไปยังจวนตระกูลฉินอีกครั้งตามที่ได้นัดหมายไว้ ครั้งนี้เมื่อเซียวหลินวิ่งออกมารอต้อนรับนางด้วยรอยยิ้มที่สดใสเหมือนเช่นเคยหญิงสาวก็ไม่ได้เบี่ยงตัวหลบอีกต่อไป แต่กลับย่อตัวลงแล้วยอมให้เด็กน้อยจับจูงมือนางเข้าไปในจวนอย่างว่าง่าย การกระทำเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้ทำให้เซียวหลินดีใจจนยิ้มไม่หุบ
เมื่อมาถึงห้องรับรองฉินฮูหยินก็ได้นั่งรออยู่ก่อนแล้วด้วยรอยยิ้มที่คาดหวัง
“ดูเหมือนว่าคุณหนูลั่วจะเตรียมตัวมาพร้อมแล้วสินะ”
“เจ้าค่ะ” ลั่วเฉียวฮุ่ยพยักหน้ารับ ก่อนจะส่งสัญญาณให้เลี่ยงซูนำหีบไม้ใบย่อมที่เตรียมมาวางลงบนโต๊ะ
“นี่คือสินค้าที่ข้าคิดจะนำเสนอในเบื้องต้นเจ้าค่ะ” นางกล่าวพลางเปิดฝาหีบออก เผยให้เห็นของสามสิ่งที่ถูกจัดวางอยู่อย่างสวยงาม
สิ่งแรกคือสบู่ก้อนหลากสีสันที่ถูกห่อด้วยกระดาษไขอย่างดี แต่ละก้อนส่งกลิ่นหอมที่แตกต่างกันออกไป ทั้งกลิ่นเหมยกุ้ยที่หอมหวาน กลิ่นโม่ลี่ฮวาที่ชื่นใจและกลิ่นสมุนไพรที่ให้ความรู้สึกสดชื่น
“นี่เรียกว่า ‘สบู่ชำระกาย’ เจ้าค่ะ” ลั่วเฉียวฮุ่ยหยิบก้อนสีชมพูอ่อนขึ้นมาแสดงวิธีการใช้งาน นางขออ่างน้ำเล็ก ๆ มาหนึ่งใบ ก่อนจะนำสบู่ลงไปถูในน้ำเพียงเล็กน้อย และแล้วฟองสบู่ที่นุ่มละเอียดก็ปรากฏขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์! สร้างความตกตะลึงให้กับฉินฮูหยินและเสวียนหงเป็นอย่างมาก!
“นะ นี่มันอะไรกัน!?” ฉินฮูหยินอุทานออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา “มัน...มันมีฟองหรือ”
“ใช่แล้วเจ้าค่ะ” ลั่วเฉียวฮุ่ยยิ้มรับ
“สบู่ของข้าไม่เพียงแต่จะช่วยชำระล้างสิ่งสกปรกได้อย่างหมดจดเท่านั้น แต่ยังมีฟองที่นุ่มนวลและมีกลิ่นหอมติดกายอีกด้วย นอกจากนี้ข้ายังผสมน้ำมันบำรุงผิวลงไป ทำให้หลังใช้แล้วผิวพรรณจะไม่แห้งกร้าน แต่จะนุ่มชุ่มชื้นขึ้นอีกด้วยเจ้าค่ะ”
ฉินฮูหยินลองนำฟองสบู่นั้นมาสัมผัสที่หลังมือของตนเอง ความรู้สึกนุ่มลื่นและกลิ่นหอมที่ชื่นใจทำให้นางพยักหน้าอย่างพึงพอใจ คหบดีผู้มากฝีมือยามนี้ราวกับมองเห็นทองคำล้ำค่าอยู่ในสบู่ก้อนนี้ก็ไม่ปาน
ในยุคนี้มีสิ่งที่คล้าย ๆ กับสบู่ แต่กลิ่นก็ไม่ได้หอมและไม่ได้มีฟอง เอาไว้ชำระกายให้สะอาดขึ้นก็เท่านั้น
สิ่งต่อมาที่ลั่วเฉียวฮุ่ยนำเสนอคือ...ขวดกระเบื้องเคลือบใบเล็ก ๆ หลายใบที่บรรจุของเหลวใสสีสันแตกต่างกันไป
“และนี่คือ ‘เครื่องหอมแบบน้ำ’ เจ้าค่ะ” นางเปิดขวดหนึ่งออกกลิ่นหอมที่ไม่ฉุนแรงแต่กลับสดชื่นและติดทนนานก็ลอยฟุ้งไปทั่วห้อง “เพียงแค่หยดเล็กน้อยลงบนเสื้อผ้าหรือผิวกาย กลิ่นหอมก็จะติดทนนานไปตลอดทั้งวันเจ้าค่ะ ข้าใช้กรรมวิธีการสกัดกลิ่นแบบใหม่ ทำให้ได้กลิ่นที่บริสุทธิ์และเป็นธรรมชาติมากกว่าเครื่องหอมทั่วไป”
ฉินฮูหยินผู้ซึ่งคร่ำหวอดอยู่ในวงการค้าของสตรีมานาน ย่อมรู้ดีว่าของสองสิ่งนี้ มันจะสามารถสร้างความสั่นสะเทือนให้กับตลาดเครื่องประทินโฉมในเมืองหลวงได้มากเพียงใด!
แต่สิ่งที่ทำให้นางต้องประหลาดใจที่สุดกลับเป็นสินค้าชิ้นสุดท้าย...
มันคือ ‘กระเป๋า’ ที่ทำจากผ้าปักลวดลายงดงาม แต่กลับมีรูปทรงที่แปลกตา มีสายสะพายยาวสำหรับคล้องแขน และมีช่องใส่ของเล็ก ๆ น้อย ๆ อยู่ข้างในอย่างเป็นสัดส่วน
“และนี่คือ ‘กระเป๋าสารพัดประโยชน์’ เจ้าค่ะ” ลั่วเฉียวฮุ่ยอธิบายต่อเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายดูสนใจมาก
“ที่จริงแล้วสตรีเราเวลาออกไปข้างนอกก็มักอยากจะต้องพกพาของใช้ส่วนตัวจุกจิกออกไปด้วยมากมาย ทั้งถุงเงิน พัด เครื่องประดับหรือตลับแป้ง แต่ถุงผ้าแบบเดิม ๆ นั้นทั้งไม่สะดวกและไม่สวยงาม กระเป๋าใบนี้จะช่วยแก้ปัญหานั้นได้เจ้าค่ะ มันสามารถจุของได้หลายอย่างและรูปทรงของมันก็ยังถูกออกแบบมาให้เข้ากับอาภรณ์ของสตรีได้อย่างลงตัว จะถือเองหรือให้สาวรับใช้ถือก็ย่อมได้” สิ่งนี้เลี่ยงซูชอบมากกล่าวว่าจะได้ช่วยแบ่งเบานางยามออกไปข้างนอกได้
สิ้นเสียงการนำเสนอของนาง ฉินฮูหยินก็ถึงกับนิ่งอึ้งไปพร้อมมองสินค้าทั้งสามสิ่งสลับกับมองใบหน้าที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจของเด็กสาวตรงหน้า...
‘สวรรค์...ข้าไปเจออัจฉริยะมาจากที่ใดกันนี่’
“ข้าตกลง!” ฉินฮูหยินกล่าวออกมาโดยไม่ลังเลแม้แต่นิดเดียว
“เราจะร่วมมือกัน เจ้าต้องการส่วนแบ่งเท่าไรว่ามาได้เลย!”
ลั่วเฉียวฮุ่ยได้ยินดังนั้นก็เผยรอยยิ้มออกมา
ไม่เสียแรงที่ชาติก่อนหาเวลาไปเรียนรู้งานอดิเรกพวกนี้เพราะยามนี้มันกำลังจะทำเงินให้นางอย่างมหาศาล
จากนั้นการเจรจาก็เป็นไปอย่างราบรื่น ลั่วเฉียวฮุ่ยขอส่วนแบ่งกำไรเพียงสี่ส่วน โดยที่ฉินฮูหยินจะเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องหน้าร้านและการจัดจำหน่ายทั้งหมด ส่วนนางจะเป็นผู้รับผิดชอบในส่วนของการผลิตแต่เพียงผู้เดียว ซึ่งเป็นข้อตกลงที่ยุติธรรมสำหรับทั้งสองฝ่าย
ไม่นานนักสัญญาการค้าระหว่างคนทั้งสองก็ได้ถูกลงนามขึ้นอย่างเป็นทางการ
ทั้งสองมองหน้ากันต่างยินดีที่ข้อตกลงเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
หลังจากนั้นโรงงานนรกของลั่วเฉียวฮุ่ยก็ได้เริ่มต้นขึ้น!
ลั่วเฉียวฮุ่ยใช้เวลาอีกสามวันสามคืนหมกตัวอยู่แต่ในเรือนของตนเองเพื่อเร่งผลิตสินค้าให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ นางแทบจะไม่ได้หลับไม่ได้นอนมีเพียงเลี่ยงซูที่คอยช่วยเหลืออยู่ไม่ห่างกาย
“คุณหนูท่านไม่พักผ่อนเลยนะเจ้าคะ” เด็กสาวกล่าวด้วยความเป็นห่วง
“ข้ายังไหว” ลั่วเฉียวฮุ่ยตอบกลับขณะที่กำลังคนส่วนผสมของสบู่
“นี่คือโอกาสครั้งสำคัญของพวกเรานะเลี่ยงซู เราจะพลาดไม่ได้”
เลี่ยงซูได้แต่ทึ่งในความสามารถและความอดทนของผู้เป็นนายพลางสงสัย
คุณหนูไปแอบเรียนวิชาประหลาดเหล่านี้มาจากที่ใดกันนะ?
ในที่สุดสินค้าชุดแรกก็ถูกผลิตออกมาจนครบตามจำนวน และถูกส่งไปยังร้านยงซื่อจินผิ่นเพื่อรอวางจำหน่ายในวันรุ่งขึ้น
จากนั้นผลลัพธ์ที่ได้กลับมามันก็เกินกว่าที่ใครจะคาดคิด!
เพราะเพียงแค่วันแรกที่สินค้าใหม่ถูกวางขาย มันก็สร้างความฮือฮาและกลายเป็นที่กล่าวขานไปทั่วทั้งเมืองหลวง เหล่าฮูหยินและคุณหนูจากตระกูลต่าง ๆ ที่ได้มาทดลองใช้สินค้าตัวอย่างต่างก็พากันแห่ซื้อกลับไปราวกับกลัวว่าของจะหมด
สบู่หอมที่ให้ฟองนุ่ม เครื่องหอมแบบน้ำที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน และกระเป๋าสารพัดประโยชน์ที่ทั้งสวยงามและใช้งานได้จริง
ทุกอย่างขายดีเป็นเทน้ำเทท่า!
ภายในเวลาเพียงแค่สามวันสินค้าทั้งหมดที่ลั่วเฉียวฮุ่ยใช้เวลาทำแทบเป็นแทบตายก็ถูกขายออกไปจนหมดเกลี้ยง
เย็นวันนั้นฉินฮูหยินได้ส่งมอบเงินส่วนแบ่งก้อนแรกให้นางที่จวนของอีกฝ่ายยามที่พบกัน มันเป็นเงินจำนวนมหาศาลน่าจะมากกว่าเบี้ยหวัดที่คุณหนูรองแห่งจวนขุนนางขั้นสามจะได้รับตลอดทั้งชีวิตเสียอีกกระมัง
ลั่วเฉียวฮุ่ยถือถุงเงินที่หนักอึ้งนั้นไว้ในมือ นางรู้สึกเหมือนว่าประตูแห่งความร่ำรวยมันกำลังเปิดอ้ารอคอยนางอยู่เบื้องหน้าและการเอาคืนของนางที่มีโอกาสสำเร็จก็ใกล้เข้ามาเช่นกัน
ทว่านางก็ไม่มีเวลาได้ดีใจนานนัก เพราะนางรู้ดีว่าหากนางยิ่งช้าลูกค้าก็จะยิ่งรอนานและอาจจะเปลี่ยนใจไปได้
“เลี่ยงซูเราต้องไปตลาดเพื่อซื้อวัตถุดิบเพิ่มกันเดี๋ยวนี้เลย” หลังออกมาจากจวนฉินฮูหยินก็รีบหันไปพูดกับเลี่ยงซูทันที
หญิงสาวรีบเดินทางไปยังตลาดเพื่อซื้อสิ่งที่ยังขาดและระหว่างทางนั้นเอง ลั่วเฉียวฮุ่ยก็ได้เห็นภาพที่ทำให้นางต้องยกยิ้มมุมปากออกมา
จ้าวซงหยวนกำลังเดินเคียงคู่ไปกับหวังหงหรูทั้งสองดูเหมือนกำลังจะเข้าไปในโรงเตี๊ยมที่หรูหราแห่งหนึ่ง ท่าทีของจ้าวซงหยวนดูจะพยายามเอาอกเอาใจหวังหงหรูเป็นอย่างมาก เพราะเหตุนี้กระมังช่วงนี้จึงไม่มีเวลาจะแวะเวียนไปหา ‘ของเล่น’ ที่จวนตระกูลลั่วของนาง
ซึ่งนั่นก็ดีแล้ว ช่วงนี้นางไม่อยากเล่นละครนัก แต่กับลั่วหลิงเม่ยคงร้อนใจไม่น้อยที่ไม่เห็นหน้าบุรุษในดวงใจหลายวัน
เมื่อปัดเรื่องไม่จำเป็นออกจากหัวไป นางก็หันไปสนใจกับการเลือกซื้อของสำหรับทำสินค้าชุดต่อไปอย่างใส่ใจ โดยที่ลั่วเฉียวฮุ่ยไม่รู้เลยว่าเมื่อกลับไปถึงเรือนของตนเอง นางจะได้พบกับเรื่องราวที่ชวนให้คิ้วกระตุกรออยู่
ตอนที่ [14]เซียวจวิ้น ช่วงเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา ลั่วเฉียวฮุ่ยใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ที่เรือนฟู่เฉิงเพื่อดูแลกิจการที่กำลังเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือไม่ก็ไปมาหาสู่ที่จวนตระกูลฉินเพื่อปรึกษาหารือเรื่องการค้ากับฉินฮูหยินอยู่เสมอ นางแทบจะไม่ได้ย่างกรายเข้าไปใกล้เรือนใหญ่ของจวนตระกูลลั่วเลยหากไม่จำเป็น เมื่อกลับมาถึงจวนในตอนค่ำ นางก็จะตรงกลับไปยังเรือนของตนเองทันทีการที่นางเข้า ๆ ออก ๆ จวนอยู่ทุกวันแน่นอนว่าย่อมอยู่ในสายตาของผู้เป็นบิดาอย่างลั่วฉู่หวังแต่เขาก็ทำได้เพียงแค่สงสัยแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจที่จะซักถามอะไรให้มากความ ในความคิดของเขา บุตรสาวคนรองก็คงจะยังทำตัวเหลวไหลออกไปเที่ยวเล่นเตร็ดเตร่ไร้สาระเหมือนเช่นเคย‘เมื่อไรจะรู้จักโตเป็นผู้ใหญ่เสียทีนะ...’ เขาได้แต่ถอนหายใจอย่างระอา พลางหันไปมองภาพของภรรยาและบุตรสาวคนโตที่กำลังนั่งเย็บปักถักร้อยกันอยู่ที่ศาลากลางสวนด้วยรอยยิ้มอย่างพึงพอใจ ‘ดูสิ เม่ยเออร์ช่างเพียบพร้อมและเป็นกุลสตรีที่งดงาม ลั่วเฉียวฮุ่ยช่างเทียบไม่ติดจริง ๆ’โดยเขาไม่รู้เลยว่าบุตรสาวที่เขาตราหน้าว่าไร้สาระนั้น บัดนี้ได้กลายเป็น คหบดีหญิงผู้มั่งคั่งและทรงอิทธิพลคน
ตอนที่ [13]สินค้าใหม่ ความคิดที่แวบเข้ามาในหัวของลั่วเฉียวฮุ่ยคืนนั้น มันได้จุดประกายไฟแห่งการสร้างสรรค์ครั้งใหม่ของนางให้ลุกโชนขึ้นมาอย่างรุนแรง ‘รองเท้ากันน้ำ กันหิมะ ทนทาน สำหรับทหาร...’ใช่แล้ว! รองเท้าสำหรับทหาร!!มันอาจจะดูเป็นเรื่องไม่สำคัญในสายตาของคนทั่วไป แต่สำหรับนางที่ในอดีตคือ เฮเลน เฉียน อดีตครูฝึกสอนการต่อสู้และการเอาตัวรอด นางรู้ดีว่าอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม คือหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะชี้เป็นชี้ตายในสนามฝึกได้เลยทีเดียวในโลกก่อนตอนที่นางยังเป็นเพียงนักเรียนการต่อสู้ นางต้องเข้ารับการฝึกฝนในสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายและทารุณมานับครั้งไม่ถ้วน ทั้งการเดินเท้าในป่ารกชัฏที่เต็มไปด้วยโคลน การปีนป่ายหน้าผาที่สูงชัน ไปจนถึงการฝึกซ้อมท่ามกลางหิมะที่หนาวเหน็บ ประสบการณ์เหล่านั้นได้สอนให้นางต้องรู้จักดัดแปลงและปรับปรุงอุปกรณ์ของตนเองให้เหมาะสมกับสถานการณ์โดยเฉพาะอย่างยิ่ง...รองเท้าคืนนั้นลั่วเฉียวฮุ่ยใช้เวลาตลอดทั้งคืนในการขลุกอยู่กับกองกระดาษและพู่กัน เพื่อร่างภาพแบบรองเท้าหุ้มข้อที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่นางต้องการ มันจะต้องทำจากหนังที่เหนียวและทนทาน
ตอนที่ [12]ยิ่งกว่าครอบครัว เสียงเรียกที่ดังขึ้นจากด้านข้างรถม้า ทำให้ลั่วเฉียวฮุ่ยต้องเปิดม่านไปดู แล้วก็พบกับร่างของสตรีวัยกลางคนที่คุ้นเคย ท่านป้าเสวียน บ่าวรับใช้คนสนิทของฉินฮูหยินนั่นเอง“ท่านป้าเสวียน มีธุระอันใดกับข้าหรือเจ้าคะ” ลั่วเฉียวฮุ่ยเอ่ยทักทายด้วยความประหลาดใจเสวียนหงยิ้มให้อีกฝ่ายด้วยความอ่อนโยน เป็นรอยยิ้มที่ดูจริงใจและไม่เสแสร้ง แตกต่างจากรอยยิ้มของคนในจวนที่ลั่วเฉียวฮุ่ยเพิ่งจะจากมาโดยสิ้นเชิง“พอดีว่านายหญิงให้ข้าน้อยไปหาคุณหนูที่เรือนฟู่เฉิงน่ะเจ้าค่ะ แต่เมื่อไปถึงคนงานที่นั่นกลับบอกว่าคุณหนูได้เดินทางกลับไปก่อนแล้ว ข้าน้อยจึงลองออกมาตามหาดู โชคดีจริง ๆ ที่ได้พบท่านที่นี่”“ฉินฮูหยินมีเรื่องด่วนอะไรกับข้าหรือเจ้าคะ?” ลั่วเฉียวฮุ่ยค่อนข้างจะนอบน้อมต่อสตรีผู้นี้เป็นพิเศษ เพราะนางรู้ดีว่าเสวียนหงไม่ได้เป็นเพียงบ่าวรับใช้ธรรมดา แต่คือคนที่ฉินฮูหยินให้ความไว้วางใจมากผู้หนึ่ง“เรื่องนั้น...ข้าน้อยเองก็ไม่แน่ใจเจ้าค่ะ” เสวียนหงส่ายหน้าเบา ๆ“นายหญิงเพียงแค่สั่งให้ข้ามาเชิญคุณหนูไปที่จวนให้ได้ ท่านบอกว่ามี ‘เรื่องสำคัญ’ จะพูดคุยด้วย เช่นนั้นตามข้าไปที่จวนจะด
ตอนที่ [11]ไม่เคยสำคัญ หนึ่งเดือนผ่านไป...กิจการค้าระหว่างลั่วเฉียวฮุ่ยและฉินฮูหยินรุ่งเรืองเฟื่องฟูขึ้นอย่างไม่มีหยุดยั้ง สินค้าทุกชิ้นที่นางคิดค้นขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสบู่หอม เครื่องหอมแบบน้ำหรือกระเป๋าสารพัดประโยชน์ล้วนต่างก็กลายเป็นของยอดนิยมที่เหล่าสตรีชั้นสูงในเมืองหลวงต้องมีไว้ในครอบครองคำสั่งซื้อหลั่งไหลเข้ามามากมายจนหญิงสาวและคนงานที่เรือนฟู่เฉิงแทบจะผลิตกันไม่ทัน ทำให้ลั่วเฉียวฮุ่ยต้องใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ที่นั่น นางจะต้องดูแลทั้งควบคุมคุณภาพการผลิต การคิดค้นสินค้าใหม่ ๆ และวางแผนรูปแบบการขายร่วมกับฉินฮูหยิน ทุกวันทำงานหนักเหนื่อยสายตัวแทบขาด แต่กระนั้นกลับเป็นความเหนื่อยที่เต็มไปด้วยความสุขและความภาคภูมิใจนั่นเพราะนางไม่ได้ร่ำรวยขึ้นเพียงคนเดียว แต่เหล่าคนงานที่นางว่าจ้างมา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนยากจนที่เคยไม่มีแม้แต่งานจะทำ บัดนี้พวกเขากลับมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ด้วยนางให้ผลตอบแทนแก่พวกเขาอย่างสมน้ำสมเนื้อ มอบทั้งค่าจ้างที่สูงกว่าปกติ ไหนจะอาหารครบทุกมื้อและที่พักที่ปลอดภัย สิ่งเหล่านี้ทำให้เหล่าลูกจ้างต่างก็พากันซาบซึ้งใจและทำงานให้นางอย่างถวายห
ตอนที่ [10]พังมาพังกลับ หลังจากที่จัดการเรื่องเรือนฟู่เฉิงแหล่งผลิตสินค้าแห่งใหม่และคัดเลือกคนงานที่ไว้ใจได้เรียบร้อยแล้ว ลั่วเฉียวฮุ่ยก็กลับมาทุ่มเทให้กับการผลิตสินค้าชุดใหม่ต่อทันที ด้วยกำลังคนที่เพิ่มขึ้นและสถานที่ที่กว้างขวางกว่าเดิม ก็ทำให้การผลิตเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพียงไม่นาน สินค้าชุดใหม่ก็ถูกส่งไปยังร้านยงซื่อจินผิ่นจนเต็มคลังสินค้าและเมื่อจัดการเรื่องงานจนเข้าที่เข้าทางแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะต้องสะสาง ‘บัญชีแค้น’ ส่วนตัวกันเสียทีนางรอคอยจังหวะที่เหมาะสมและในที่สุดโอกาสนั้นก็มาถึงเมื่อได้รับข่าวจากสายที่แอบวางไว้ในจวนว่าวันนี้บิดาของนางติดงานสำคัญต้องค้างคืนอยู่ที่นอกเมืองหลายวัน น้องชายตัวแสบก็ไปเรียนที่สำนักศึกษา ส่วนสองแม่ลูกตัวดีก็มีแผนที่จะออกไปเลือกซื้อผ้าไหมที่ตลาดวันนี้ทางสะดวก!!ช่างเป็นวันที่เหมาะสมกับการ ‘ลงมือ’ ครั้งใหญ่เสียจริงลั่วเฉียวฮุ่ยยกยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น นางรอจนกระทั่งรถม้าของสวีหลิงม่านและลั่วหลิงเม่ยเคลื่อนตัวออกจากจวนไปแล้ว จึงได้เริ่มต้นแผนการของนางทันที!โดยบอกให้เลี่ยงซูอยู่เฝ้าเรือนไว้ ส่วนตนเองก็ได้ใช้ ทัก
ตอนที่ [9]แหล่งผลิตสินค้าแห่งใหม่ หลังจากที่จับจ่ายซื้อวัตถุดิบจนเต็มรถม้าแล้ว ลั่วเฉียวฮุ่ยก็เดินทางกลับมายังจวนตระกูลลั่วด้วยความรู้สึกที่กระตือรือร้นและเต็มไปด้วยพลัง นางแทบจะอดใจรอไม่ไหวที่จะได้กลับไปเริ่มต้นผลิตสินค้าชุดใหม่ สินค้าที่จะนำพาความร่ำรวยและอิสรภาพมาสู่ชีวิตของนางแต่แล้วหลังจากที่นางแอบนำของเหล่านั้นเข้าประตูด้านข้างก่อนจะนำไปที่เรือนของตนเอง ทันทีที่นางก้าวผ่านประตูเรือนของตนเองเข้ามารอยยิ้มที่เคยสดใสก็พลันแข็งค้างไป...ภาพที่ปรากฏแก่สายตาของนาง เรียกได้ว่าคือความพินาศย่อยยับ!เพราะข้าวของเครื่องใช้ทุกชิ้นในเรือนถูกรื้อค้นออกมาจนกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น โต๊ะเครื่องแป้งถูกผลักจนล้มคว่ำ เสื้อผ้าที่พับไว้อย่างดีถูกดึงออกมาขยี้จนยับยู่ยี่และที่เลวร้ายที่สุด คือโอ่งดินเผาใบเล็กที่นางใช้เก็บสมุนไพรหายากบางชนิด บัดนี้มันได้แตกละเอียดกลายเป็นเศษดินเผาไปเสียแล้ว!“คุณหนู!!” เลี่ยงซูที่เดินตามเข้ามาทีหลังถึงกับอุทานออกมาด้วยความตกใจสุดขีด “นะ...นี่มันเกิดอะไรขึ้นเจ้าคะ ผู้ใดกล้าทำเช่นนี้กัน!”เลี่ยงซูกำลังจะวิ่งออกไปเพื่อตามหาคนมาสอบสวน แต่กลับถูกลั่วเฉียวฮุ่ยยกมือ







