เข้าสู่ระบบหนานรั่วซีและหนานอันรั่วมีหน้าตาเหมือนกัน แต่วาสนาและชะตากรรมของคนทั้งคู่แตกต่างกันเหลือเกิน หนึ่งคนร่างกายแข็งแรงหนึ่งคนอ่อนแอ แค่เพียงลมพัดเบา ๆ ก็สามารถพรากเอาชีวิตนางไปได้ แต่เหมือนกันแล้วอย่างไรในเมื่อคนที่เขารักไม่ใช่ข้าหนานรั่วซี ความผิดบาปอย่างเดียวที่ข้าทำก็คือการโกหกท่าน "ได้โปรด...ฝ่าบาทโปรดรักข้าเท่าที่ท่านจะรักได้ แม้เพียงเศษเสี้ยวของความรักข้าก็จะน้อมรับมันเอาไว้"
ดูเพิ่มเติม지독하게 가라앉은 열기 속에서도 권재하는 여유로웠다. 움직임은 나른했고, 그래서 더 잔인했다.
“…….”
서인은 엉망으로 흐트러진 숨을 삼키며 눈을 감았다. 제멋대로 떨리는 입술을 진정시키려 깨물자, 재하의 낮게 가라앉은 시선이 곧장 그곳으로 떨어졌다.
“깨물지 말라고 했죠.”
나긋한 경고와 함께 재하의 손가락이 입술을 짓누르듯 벌리고 그 사이로 파고들었다.
젖은 점막을 헤집고 들어오는 감각에 서인은 눈썹을 찌푸렸다. 그래도 밀어내지는 않은 채 거칠게 숨을 몰아쉬며 재하의 손가락을 입안으로 받아들였다.
혀끝으로 감싸 천천히 빨아내자, 이번에는 재하의 숨소리가 미세하게 거칠어졌다.
귓가에 질척한 물소리가 울렸다.
배덕하고 음란한 감각이었다.
“……버릇이야, 정말.”
낮게 읊조린 재하가 손가락을 빼내려는 찰나, 서인은 심술궂게 이를 세웠다.
“하…….”
재하가 짧은 탄식과 함께 고개를 뒤로 젖혔다.
그러나 피하기는커녕, 고개를 바로 한 그의 시선이 다시 서인에게 꽂혔다.
“깨물지 말라고 했을 텐데.”
재하가 서인의 골반을 단단히 붙잡아 제 앞으로 끌어당겼다.
끈적한 열기로 젖은 살이 맞부딪혔다.
재하는 제 아래를 묵직하게 채우고 있던 성기를 천천히 빼냈다. 그리고 대답할 틈도 주지 않은 채 다시 깊숙이 꽂아 넣었다.
“아아, 흣……!”
서인의 전신이 크게 들썩였다. 한 번에 밀려든 쾌락이 척추를 타고 치솟아 머릿속이 하얗게 부서졌다. 붙잡을 곳을 찾던 손이 다급하게 재하의 팔을 움켜쥐었다.
재하는 조금 전까지의 나른한 여유가 무색할 만큼 거칠게 허리를 움직였다.
살과 살이 부딪히는 눅눅한 소리가 끊임없이 이어졌다. 젖은 곳을 거듭 파고드는 움직임에는 점점 힘이 실렸고, 안쪽을 짓이기듯 몰아치는 템포에 서인은 숨조차 제대로 쉬지 못했다.
“아아…….”
서인은 더 이상 버티지 못했다.
왈칵 쏟아진 뜨겁고 묽은 애액과 함께 온몸이 바르르 떨렸다. 힘이 풀린 허벅지가 재하의 허리를 감싼 채 제멋대로 경련했다.
재하는 멈추지 않고 허리를 깊숙이 묻은 채 상체를 숙였다. 그의 시선이 서인의 하얗고 가늘게 떨리는 허벅지 사이로 떨어졌다.
시선이 머문 것도 잠시, 재하는 조금의 망설임도 없이 그 아래로 몸을 낮췄다.
“……재하 씨, 잠깐…….”
서인이 뒤늦게 그를 밀어내려 팔을 뻗었지만, 재하는 아랑곳하지 않았다.
제 입술로 그 흔적을 고스란히 쓸어내렸다.
끈적하게 젖은 살을 진득하게 훑는 감각에 서인은 숨이 멎는 줄 알았다.
한참 뒤에야 입술을 떼어낸 재하가 번들거리는 입가를 손등으로 쓸더니 피식 웃었다.
“……맛있네요.”
수치심을 느끼기도 전에 흥분이 먼저 치솟았다. 겨우 가라앉던 몸이 다시 달아올랐다.
“흐…… 더, 더 해줘요. 재하 씨.”
서인은 제멋대로 떨리는 두 팔을 뻗어 재하의 목덜미를 끌어안고, 몸을 비틀어 더 바짝 매달렸다.
“못 참겠네, 정말.”
재하의 입꼬리가 비틀리듯 올라갔다.
그는 다시 서인의 위로 묵직하게 올라탔다.
희고 가느다란 서인의 몸 위로 핏줄이 선명하게 돋은 재하의 단단한 몸이 겹쳐졌다. 조각한 듯 서늘한 얼굴을 타고 땀방울이 흘렀고, 늘 오만하리만큼 흐트러짐 없던 얼굴에서 마침내 여유가 사라졌다.
“후…… 씹.”
낮게 가라앉은 욕설이 귓가를 때렸다.
서인은 눈앞이 새하얘지는 절정과 함께 온몸을 팽팽하게 조였다.
재하 역시 억눌린 신음을 삼키며 깊숙이 허리를 묻은 채 한동안 움직이지 않았다.
두 사람의 거친 숨만 침실 안을 가득 채웠다.
***
끝나고 나면 늘 그랬다.
침대는 엉망이었고 바닥에는 벗어 던진 옷가지가 아무렇게나 흩어져 있었다. 정작 조금 전까지 그 난장판을 만든 두 사람은 놀라울 만큼 빨리 얌전해졌다.
몇 번 숨을 고른 재하가 천천히 몸을 일으켰다. 아직 열이 가시지 않은 서인은 그대로 누워 눈을 감고 있었다.
재하는 침대 협탁에서 수건을 집어 서인의 뺨에 흐른 땀과 몸에 남은 흔적을 닦아냈다.
조금 전까지 그렇게 탐욕스럽게 굴던 남자라고는 믿기 어려울 만큼 사무적인 손길이었다.
재하는 수건을 내려놓고 아무 말 없이 옆으로 누워 눈을 감았다. 서인은 그제야 천천히 눈을 떴다.
몸은 아직 나른했지만 머릿속은 이미 멀쩡했다.
가장 먼저 떠오른 것은 내일 오전의 약속이었다.
법무법인 세경.
오전 열 시.
예약은 이미 끝나 있었다.
서인이 고개를 옆으로 돌리자 재하는 팔 하나를 눈 위에 걸친 채 반듯하게 누워 있었다. 조금 전까지의 흐트러진 모습은 온데간데없고, 느릿하게 오르내리는 단단한 가슴과 아직 마르지 않은 땀방울 정도만이 남아 있었다.
참 빠르게도 멀쩡해지는 인간이었다.
서인은 그 얼굴을 잠시 바라봤다. 삼 년을 살면서 수도 없이 본 얼굴이었다.
“재하 씨.”
“네.”
잠든 줄 알았는데 대답은 바로 돌아왔다.
“우리 이혼해요.”
ความซุกซนขององค์ชายเฉินจื้อและองค์ชายเฉินจง เล่นเอาฝูกงกงแทบอยากจะบ้านตาย เด็กชายสองคนไม่รู้ไปเอาเรี่ยวแรงจากไหนมาวิ่งเล่นได้ทั้งวันเมื่อวันก่อนก็เกือบจะเผาวังหลวงของเป่ยฮั่น ดีฝ่าบาททรงมาเห็นเสียก่อน ไม่เช่นนั้นได้ย้ายวังหลวงแน่ ๆตั้งแต่รู้ว่าฝ่าบาทมีองค์ชายถึงสองพระองค์ในใจตอนแรกก็ปีติยินดีนัก เขารู้สึกเหมือนได้ผ่อนคลายความกังวลเท่าที่ทราบในวัยเยาว์ของฝ่าบาทและฮองเฮาก็ไม่ใช่ผู้ซุกซน ไม่รู้ว่าองค์ชายทั้งสองพระองค์ไปลอกเลียนนิสัยเช่นนี้มาจากไหน“องค์ชายเฉินจื้อกลับลงมาเถอะ อย่าปีนขึ้นไปมัน” ฝูกงกงหันไปอีกทีหยวนเฉินจื้อก็ปีนขึ้นไปเก็บผลไม้เสียแล้ว พอหันกลับมาทางขวา องค์ชายเฉินจงก็กำลังจับปลาในสระบัว “องค์ชายเฉินจง อย่าลงไปมันอันตราย”ฝูกงกงหันซ้ายทีขวาที ในที่สุดเขาก็เป็นลมจริง ๆเด็กชายเห็นสหายเป็นลมก็ปรี่เข้ามาช่วยเหลือ ร้องเรียกตะโกนให้คนในบริเวณนั้นช่วย ฝูกงกงถูกพาไปโรงหมอหลวง นอนซมอยู่หลายวันกว่าจะลุกขึ้นมากระฉับกระเฉงดังเก่าตอนนี้รั่วซีก็ไม่ได้มีแ
หยวนไป๋เจียนแบกเด็กชายขึ้นหลัง พูดคุยเรื่องราวต่าง ๆ ให้เขาคลายกังวล จนกระทั่งเสียงเจื้อยแจ้วเปลี่ยนเป็นเสียงลมหายใจสม่ำเสมอ นั่นบ่งบอกว่าตอนนี้เด็กชายกำลังเข้าสู่ห้วงนิทรา ตอนนี้ก็ใกล้เข้าสู่ช่วงเวลาสนธยา อาจงคงเหนื่อยมาก หยวนไป๋เจียนนึกเอ็นดูบุรุษตัวสูงกระชับตัวเขาให้แน่นขึ้นจากนั้นเดินไปเรื่อย ๆ จนถึงเรือนไม้ไผ่รั่วซีที่กำลังนั่งร้องไห้เศร้าสร้อย รอคอยข่าวอย่างมีความหวังตลอดทั้งวัน วันนี้ทั้งวันนางแทบไม่เป็นอันทำอะไร จนถึงเวลานี้อาจื้อเองก็ดูเหมือนจะหมดแรงรอคอยหลับไปล่วงหน้าแล้วเด็กชายผู้น้องเป็นห่วงพี่ชายไม่แพ้กันเขาเป็นกังวล หากพี่ชายไม่กลับมาเล่าเขาจะอยู่อย่างไร เล่นกับใคร ถ้าเขาโดนพวกเด็กในตลาดรังแกอีกเขาจะขอร้องให้ใครช่วยเหลือ เด็กชายเสียใจร้องไห้จนเหนื่อยและหลับไปข้าง ๆ ผู้เป็นแม่เสียงฝีเท้าของหยวนไป๋เจียนดังเข้ามาเรื่อย ๆ นางคลำทางไปหาเขาคนตัวเล็กกำลังจะส่งเสียงเพื่อพูดกับเขา แต่หยวนไป๋เจียนกลับร้องชู่ว์เบา ๆ ดักเอาไว้ก่อน“อาจงกำลังหลับ อย่าเพิ่งรบกวนเขา” หยวนไป๋เจียนบอกกับนางนางพยักหน้าหงึก
แม้นางจะไม่ตอบคำถามของเขาว่าอาจื้อเป็นใครแต่หยวนไป๋เจียนก็พอจะเดาได้ว่า เด็กคนนี้เป็นบุตรของเขาอย่างแน่นอนส่วนเด็กชายวัยสิบขวบอีกคนเล่าเป็นใครกัน?เด็กคนนี้มีความหมายเช่นไรกับพวกนาง?เขาจะต้องถามให้รู้เรื่องให้ได้ และถ้าหากไม่ได้มีส่วนสำคัญอะไร เขาก็ไม่จำเป็นจะต้องสนใจเด็กชายผู้นั้น หยวนไป๋เจียนดูออกว่าเด็กชายไม่ชอบหน้าตนส่วนตัวของเด็กชายผู้พี่ก็ไม่ชอบหน้าบุรุษคนนั้นเช่นกัน แตกต่างกับเด็กชายผู้น้องที่ดูเหมือนว่าจะถูกชะตากับคนเขาเป็นพิเศษ อีกทั้งตัวหยวนไป๋เจียนก็เอ็นดูหนานเฉินจื้อออกนอกหน้าแม้หนานเฉินจงจะเป็นเด็ก เขาก็รับรู้ได้ว่ามารดามีความสัมพันธ์ไม่ธรรมดากับเขา หนานเฉินจงรู้ตัวดีว่าเป็นเพียงลูกเลี้ยง แม้จะไม่ชอบเขาขนาดไหนแต่ก็ยังมีความเกรงใจผู้เป็นแม่อยู่มาก เด็กชายรู้จักประมาณตนและรู้ว่าควรอยู่ตรงจุดใด“อาจง” เย่ลู่เห็นเด็กชายออกมานั่งซึมที่มุมหนึ่งของเรือนไม้ไผ่ จึงตามออกมาดู“ขอรับท่านหมอ”เด็กชายดูเซื่องซึมอย่างเห็นได้ชัด“ทำไมสองสามวันมานี้เจ้าถึงดูซึมนั
เขาฝัน!! เขาฝันว่าซีเอ๋อหนีเขาไปอีกครั้ง หยวนไป๋เจียนสะดุ้งตื่นในอีกวัน เขาพบว่าตอนนี้มีเด็กชายตัวเล็กกำลังนั่งจ้องมองเขาอยู่ข้างเตียง“ท่านลุงเคราเฟิ้ม ท่านมานอนอยู่ที่นี่ได้อย่างไร” หนานเฉินจื้อทักทายชายที่นอนอยู่บนเตียงเด็กชายเห็นมารดาเดินเข้าออกจากห้องนี้ แถมยังสั่งห้ามไม่ให้เขาเข้ามาในห้องนี้เด็ดขาด แต่ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ อาจื้อแอบเข้ามาตอนที่มารดาของตนเผลอ“เจ้าหนู เจ้าเป็นใคร” หยวนไป๋เจียนพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่า“ท่านลุงดื่มน้ำก่อน” เด็กชายส่งถ้วยน้ำให้เขาดื่มเมื่อเห็นว่าท่านลุงเคราเฟิ้ม เสียงแหบแทบไม่มีเสียงพูดพอได้ดื่มน้ำ หยวนไป๋เจียนจึงได้รู้สึกว่ามีแรงขึ้นบ้าง เขามองหน้าเด็กชายตรงหน้า ใบหน้าผุดผ่องสะอาดสะอ้าน จักรพรรดิหนุ่มรู้สึกถูกชะตากับเขาอย่างบอกไม่ถูก“เจ้ายังไม่ได้บอกข้าเลยว่าเป็นใคร”“ข้ามีชื่อว่า หนานเฉินจื้อ อายุห้าขวบเป็นบุตรชายคนเล็กของท่านแม่” อาจื้อแนะนำตัวเสียงดังฟังชัด เด็กชายรู้สึกถูกใจชายคนนี้“เจ้าบอกว่าอ
คณะราชทูตจากเป่ยฮั่นจากไปได้ไม่กี่วัน หนานรั่วซีก็ฟื้นขึ้น แพขนตาของนางสั่นไหว พระพี่เลี้ยงเห็นการเคลื่อนไหวของนางเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน ไม่นานคนตัวเล็กที่นอนไม่ได้สติก็ลืมตาฟื้นขึ้น อย่างช้า ๆ“หิวน้ำ” นางร้องเรียกหาน้ำอันอันที่คอยดูแลนา
ร่างกายที่เต็มไปด้วยเลือดของหนานรั่วซีถูกเขาพาไปส่งที่ตำหนักของนาง รอยแผลจากการถูกสุนัขป่ากัดที่แขนซ้ายของนาง สร้างความหวาดหวั่นแก่พระพี่เลี้ยง ทุกคนเกรงว่านางจะกลายผู้หญิงที่เสียโฉม เรียวแขนบอบบางขององค์หญิงมีรอยแผลฉกรรจ์ ร่างกายสตรีจะมีรอยแผลเป็นได้อย่างไรคนที่เกี่ยวข้องรีบตามฮ่องเต้และพระชายามา
ความรู้สึกที่ถูกจ้องมอง หนานอันรั่วรู้สึกได้ เมื่อมองไปยังฝั่งตรงข้ามสายตาของนางก็ปะทะเข้ากับสายตาคมกริบที่แฝงไปด้วยความเจ้าชู้ของเขา นางรู้สึกประหม่า คนผู้นั้นไร้มารยาทนัก จ้องมองนางอยู่ได้หนานเจินหยางเห็นท่าทีประหม่าของน้องสาวจึงขยับเข้าไปใกล้นาง และสั่งให้นางไปนั่งด้านหลัง เขาเห็นสายตาเช่นนั้นข
กลุ่มอาชาของราชทูตจากเป่ยฮั่นใกล้เข้ามา กองทหารแคว้นซีตันออกมารอต้อนรับ รวมถึงองค์ชายหนานเจินหยางและองค์หญิงหนานอันรั่วพอเงาของกลุ่มคนชัดเจนยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ คิ้วคมเข้มของหนานเจินหยางก็ขมวดเข้าหากันอย่างไม่รู้ตัวสตรีที่นั่งอยู่บนม้าตัวเดียวกันกับเขาไม่ใช่ว่าเป็นน้องสาวเขาหรอกหรือหนานอันรั่วเองก็เ

















