Share

บทที่ 7

last update Last Updated: 2025-12-31 16:31:26

สตรีที่โกรธง่ายหายเร็วคนนี้

เสี่ยวเป่าเร่งเดินตามเกาหนี่ว์เฉินที่สับเท้าเดินฉับ ๆ มาจากเรือนรับรอง จบการสนทนากับเกาหนี่ว์อิงที่พยายามมาปลอบใจนางด้วยท่าทางเห็นอกเห็นใจ

“ข้ากำลังไม่คิดอะไรแล้วแท้ ๆ ก็ยังเข้ามาพูดสะกิดแผลใจกันอยู่ได้ น่าโมโหทั้งเขาทั้งนาง ถอนหมั้นให้ไปอยู่ด้วยกันจบ ๆ ไปเลยดีหรือไม่เสี่ยวเป่า”

สาวใช้ตัวน้อยรีบส่ายหน้า นางจะกล้าออกความเห็นในเรื่องนี้ได้อย่างไร

“คุณหนู~ไม่เอา! ไม่พูดเช่นนี้เจ้าค่ะ”

“เจ้าก็เป็นคนน่ารำคาญเหมือนกันนะเสี่ยวเป่า”

เกาหนี่ว์เฉินหายใจฮึดฮัด เดินไปเรื่อย ๆ โดยไม่สนทิศทาง ยามนี้จะให้นางไปไหนก็ได้ที่ไม่ใช่บริเวณพื้นที่จัดงานชมบุปผา ที่ไหนก็ได้ที่ไม่ต้องเห็นหน้าเกาหนี่ว์อิงและเหรินเฮ่าเทียน ยิ่งเห็นหน้าพวกเขานางยิ่งโมโห

“คุณหนู เรากำลังเดินไปไหนกันเจ้าคะ”

“กลับจวน!”

“ขึ้นรถม้ากลับไปก่อนหรือเจ้าคะ”

“ไม่! นั่งรถม้าข้ายิ่งโมโห เดินกระทืบเท้าระบายอารมณ์ไปแบบนี้แหละ”

เสี่ยวเป่าอ้าปากค้างเมื่อรู้ว่าเท้าน้อย ๆ ของตนต้องเดินกลับจวนที่ระยะห่างกันไม่น้อยเลย นางบ่นอุบอิบแต่เสียงเข้าหูเจ้านายทุกคำ

“เดินระบายความโมโหที่ไหนกัน กลัวคุณหนูใหญ่ไม่มีรถม้ากลับต่างหาก”

ไม่ ข้าไม่ได้กลัวนางไม่มีรถม้ากลับ…ข้าแค่ไม่อยากโดนท่านพ่อบ่นว่าทิ้งพี่สาวต่างหาก

ในใจเกาหนี่ว์เฉินเถียงกลับไปแล้ว นางอยากโก่งคอโต้ตอบกลับไป แต่…

ช่างเถอะ เถียงไปก็เจ็บคอ

“เจ้าไปบอกเขาว่าเราจะเดินกลับเอง”

เมื่อเดินมาถึงหน้าจวนแล้ว เกาหนี่ว์เฉินก็สั่งเสี่ยวเป่าให้ไปบอกคนบังคับรถม้า ตอนแรกคิดจะโน้มน้าวให้คุณหนูใจเย็นแล้วรอนั่งรถม้ากลับพร้อมเกาหนี่ว์อิง แต่เมื่อคิดได้ว่าคุณหนูอาจอึดอัดจึงพยักหน้ารับคำสั่งแล้วเดินไปบอกคนบังคับรถม้า ไม่นานก็เดินกลับมาหาเกาหนี่ว์เฉิน

“เรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะคุณหนู ฝากเขาให้บอกคุณหนูใหญ่แล้วว่าเรากลับก่อน”

เกาหนี่ว์เฉินไม่พูดอะไร เดินนำเสี่ยวเป่าไปตามถนนเรื่อย ๆ ตอนแรกคิดทำโดยไม่ได้หวังผลออะไร ไม่นึกว่าหลังจากที่เดินไปเรื่อย ๆ แล้วจะรู้สึกดีขึ้นที่ได้ออกแรง

“คุณหนูเจ้าคะ…แฮ่ก เราหาที่นั่งพักเหนื่อยกันหน่อยดีหรือไม่ บ่าว…เริ่มปวดข้อเท้าแล้วเจ้าค่ะ”

เป็นสาวใช้ข้างกายคุณหนูมาตั้งแต่เล็ก แม้แต่รถม้าก็นั่งกับคุณหนูมาตลอด เกาหนี่ว์เฉินไม่เคยให้สาวใช้ลงเดินข้างรถม้า ไม่แปลกหากเสี่ยวเป่าจะเหนื่อยจนหายใจทางปาก เกาหนี่ว์เฉินเองก็เหนื่อยไม่แพ้สาวใช้ แต่เก็บอาการเอาไว้ไม่แสดงออก

“เห็นแก่ที่เจ้าเหนื่อย เราไปนั่งพักตรงนั้นกันก่อนแล้วกัน” มือเรียวชี้นิ้วไปที่ร้านน้ำชาข้างทาง สั่งน้ำชามาหนึ่งกาขนมสองชุด

เกาหนี่ว์เฉินนั่งลงบนเก้าอี้ ฉุดเสี่ยวเป่าลงนั่งเลยโดยที่ไม่ต้องสั่ง นางคร้านจะโต้เถียงกับสาวใช้เรื่องความเหมาะสม แสดงออกไปเลยว่าโดนคุณหนูบังคับ ใครจะได้ไม่ถามหาความผิดทีหลัง

“คุณหนู สองชุดเลยจะทานหมดหรือเจ้าคะ”

“ไม่เหนือกระเพาะเจ้าหรอก! กิน ๆ ไป”

เสี่ยวเป่ายกมือลูบขอบปากตัวเอง เกาหนี่ว์เฉินเห็นเช่นนั้นก็หลุดยิ้มแล้วยื่นมือไปบีบแก้มนิ่มมีเนื้อเยอะ ทั้งมันเขี้ยวทั้งชิงชังนาง

“โอ๊ย~เจ็บเจ้าค่ะคุณหนู”

เกาหนี่ว์เฉินไม่ปล่อยมือแต่ผ่อนแรง แก้มนิ่มเป็นอิสระก็ตอนที่เถ้าแก่ร้านน้ำชายกขนมกับน้ำชามาให้ที่โต๊ะ

“คุณหนู ขนมมาแล้วขอรับ”

เสี่ยวเป่าลูบแก้มตัวเองเบา ๆ แต่เมื่อเกาหนี่ว์เฉินยื่นขนมมาล่อด้านหน้าก็อ้าปากรับรอให้คุณหนูป้อน เคี้ยวตุ้ย ๆ

“อร่อยหรือไม่”

เสี่ยวเป่ารีบพยักหน้ารับ เกาหนี่ว์เฉินจึงหยิบในจานของตัวเองอีกสองชิ้นให้สาวใช้ เหลือกุ้ยฮวาเกาสีเขียวใบชาเพียงแค่สองชิ้นเท่านั้น

“สั่งอีกหรือไม่ แป้งวุ้นก็น่าอร่อย”

เกาหนี่ว์เฉินเหลือบไปเห็นโต๊ะอื่นสั่งกุ้ยฮวาเกาแบบใสมา แบบนั้นนางไม่ชอบทานผิดกับสาวใช้ที่ชอบทุกอย่าง

ดังนั้นเมื่อนางเสนอ…

“ทานเจ้าค่ะ”

อีกฝ่ายก็ตอบรับในทันที!

“เถ้าแก่ แบบนั้นอีกหนึ่งชุดเจ้าค่ะ”

“ได้เลยคุณหนู”

เถ้าแก่จัดเตรียมไม่นานก็ยกจานขนมกุ้ยฮวาเกาแบบใสที่เห็นดอกกุ้ยฮวาเต็มก้อนแป้งเด้งดึ๋ง

“บ่าวทานเลยนะเจ้าคะคุณหนู”

เกาหนี่ว์เฉินพยักหน้ารับเบา ๆ ไม่ยื่นมือไปแย่งขนมในจานของนาง หยิบขนมก้อนเขียวกัดเบา ๆ ละเลียดทานทีละน้อยดูเรียบร้อยสง่างาม ดวงตาจับจ้องไปที่เสี่ยวเป่าที่ทานไปยิ้มไป

“อร่อยไหม”

“อร่อยเจ้าค่ะ คุณหนูทานหรือไม่”

เสี่ยวเป่าเลื่อนจานมาด้านหน้า เกาหนี่ว์เฉินเลื่อนจานกลับไป ในเมื่อสั่งให้คนสนิทแล้วก็ไม่คิดทานของนาง

“ข้าทานจนเบื่อแล้ว”

“เช่นนั้นบ่าวไม่เกรงใจแล้วนะเจ้าคะ”

“พูดแบบนี้ทีไรหมดทุกที ขุนมันเข้าไป”

เสี่ยวเป่าไม่สะทกสะท้านกับคำพูดนี้ ยังคงทานอร่อย กลืนได้ไม่ฝืดคอ

“พรุ่งนี้ค่อยลดเจ้าค่ะ วันนี้ทานไปก่อน”

“อ้อ พรุ่งนี้ไม่มีอยู่จริง”

เกาหนี่ว์เฉินอารมณ์ดีขึ้นแล้ว หลังจากที่ดูสาวใช้ทานจนอิ่มและนางเองก็จิบชาจนกระเพาะเต็มแล้ว ยื่นขนมชิ้นสุดท้ายในจานของตัวเองให้นาง

“ทานให้หมดเลย จ่ายเงินด้วย”

ร่างบางลุกขึ้นยืนเต็มความสูงขยับหมุนข้อเท้าเตรียมเดินต่อ เสี่ยวเป่าหยิบกุ้ยฮวาเกาสีเขียวมาคาบเอาไว้ ล้วงมือเข้าหาถุงเงินที่เหน็บเอาไว้กับสายคาดเอว ดวงตาเบิกโพลงทันทีเมื่อลูบหาทั้งตัวแล้วไม่เจอถุงเงิน

“คุณหนูเจ้าคะ…”

เกาหนี่ว์เฉินหันไปมองต้นเสียง สีหน้าจืดเจื่อนของสาวใช้ทำนางใจแกว่ง

“ทำไม”

เสี่ยวเป่ายกมือป้องปาก “ถุงเงินหายเจ้าค่ะ”

เกาหนี่ว์เฉินถลึงตาใส่สาวใช้ เมื่อหันไปมองเถ้าแก่ร้านก็เห็นว่าเขาเหลือบตามามอง ท่าทีระแวดระวังราวกับได้ยินคำพูดเสี่ยวเป่า

“เถ้าแก่ได้ยินแล้ว”

“เช่นนั้นก็ต้องจ่ายแล้วเจ้าค่ะ ในเมื่อเงินไม่มีก็เอาเครื่องประดับจ่าย”

เสี่ยวเป่ามองไปที่กำไลข้อมือเกาหนี่ว์เฉินที่รีบส่ายหน้าทันทีไม่ยินยอม

“อันนี้ไม่ได้”

มือเรียวลูบศีรษะเตรียมจะถอดปิ่นปักผมจ่ายค่าขนม ใจกระตุกเมื่อลืมไปว่าปิ่นอีกสามเล่มวางทิ้งไว้ที่จวนตระกูลเจียง เหลือหนึ่งเล่มไว้ปักผมซึ่งหากถอดเล่มนี้ออกไปแล้วนางจะสยายผมต่อหน้าผู้คนจนผิดธรรมเนียม ซึ่งวิธีนี้เสี่ยวเป่าก็ไม่ยอมให้คุณหนูของตนใช้เช่นกัน!

“บ่าวขออภัยที่ลืมเก็บปิ่นคุณหนูมาเจ้าค่ะ หากรอดไปจากสถานการณ์ตรงนี้แล้วบ่าวจะยอมให้คุณหนูลงโทษ แต่ว่าตอนนี้…เราต้องเอากำไลไปค้ำประกันไว้ก่อน บอกเถ้าแก่ว่าเราเป็นใครมาจากไหนแล้วค่อยเอาเงินมาจ่ายทวงกำไลหยกคืนเจ้าค่ะ”

“หากเถ้าแก่บิดพลิ้วจะทำอย่างไร หยกสีล้ำค่าแบบนี้ ไม่แน่ว่าขายทอดตลาดแล้วไม่ต้องขายชาอีกหลายปี…ไม่เอา! ข้าไม่ยอมรับความเสี่ยงนี้เป็นอันขาด”

เสี่ยวเป่าเข้าใจความกลัวของคุณหนูแล้ว ในขณะที่กำลังหาทางออกนั้น เสียงวางเหรียญกระทบพื้นไม้ก็ดังขึ้นทำหญิงสาวทั้งสองสะดุ้งเฮือก

“มีจ่ายหรือไม่!”

คำพูดนี้ดึงความสนใจของผู้คนให้หันมาที่สองสาว เกาหนี่ว์เฉินเริ่มอับอายผู้คนจนต้องยกแขนเสื้อขึ้นปิดหน้า

“ไม่น่าโมโหเลย หมวกกับพัดก็ไม่ได้เอามา”

แน่นอนว่าทั้งสองอย่างนี้มีเพื่อซ่อนความอาย!

“...ข้า เดี๋ยวข้าจะอยู่ที่นี่ให้สาวใช้กลับไปเอาเงินที่จวน เถ้าแก่ร้านคงไม่ว่าอันใดใช่หรือไม่”

“หากสาวใช้เจ้าหนีขึ้นมาจะว่าอย่างไร”

“แค่ค่าชาไม่กี่อีแปะเท่านั้น เงินเดือนสาวใช้ของข้ายังมากกว่าเสียอีก ข้าไม่ทุบหม้อข้าวตัวเองหรอก”

เสี่ยวเป่าโกรธที่เถ้าแก่ไม่ไว้ใจนาง เหนืออื่นใดคือโกรธที่คุณหนูของนางยอมเป็นตัวประกันอยู่ที่ร้านแล้วก็ยังไม่เชื่อใจกัน ท่าทางพร้อมสู้ของนางนั้นเหมือนกับตนเป็นเจ้าหนี้ เถ้าแก่ร้านเป็นลูกหนี้

“กะ ก็ได้! รีบไปรีบมาเล่า มิเช่นนั้นข้าประจานว่าคุณหนูของเจ้าชักดาบ”

ก็กำลังทำอยู่มิใช่หรือ

เกาหนี่ว์เฉินคิดในใจ ในตอนนั้นเองที่เสียงหนึ่งดังขึ้นด้านหลังนาง

“ให้ข้าจ่ายให้เถิด”
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • นางร้ายคือคนที่เข้าหาพระเอกบิลสองพระรองเข้าหานางเอกบิลหนึ่ง   บทที่ 65

    “ใช่! หากไม่คว้าเอาไว้ตอนนี้ ข้าจะแน่ใจได้อย่างไรว่าตรงหน้ามีอยู่จริงหรือไม่”หมับ!ว่าแล้วสุ่ยหยินเหอก็ยื่นมือไปจับใบหน้านิ่ม มือข้างซ้ายเพียงจับเบา ๆ แต่เมื่อนางทำตาโตใส่เขาเพราะความไม่ตั้งตัว เขาก็ใช้มืออีกข้างกุมแก้มนางเอาไว้“มีอยู่จริง เจ้าไม่ได้เป็นภาพลวงตา”ดวงตาที่สั่นไหวเต็มไปด้วยเคลื่อนอา

  • นางร้ายคือคนที่เข้าหาพระเอกบิลสองพระรองเข้าหานางเอกบิลหนึ่ง   บทที่ 64

    ๖๑กำไลสีที่ข้าจะเลือกใส่ตลอดไปสุ่ยหยินเหอกำลังอยู่ในช่วงเหี่ยวเฉาที่สุดในชีวิต เขาพยายามเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในสายตาเกาหนี่ว์เฉินที่งานเลี้ยงน้ำชา แต่สุดท้ายเกิดเรื่องทะเลาะวิวาทกันจนเขาคลาดกับนางไม่ได้พบกันอีกและตั้งแต่งานเลี้ยงน้ำชาวันนั้นเขาก็ไม่เจอนางอีกเลย จนกระทั่งถึงวันที่เหรินเฮ่าเทียนกลับเ

  • นางร้ายคือคนที่เข้าหาพระเอกบิลสองพระรองเข้าหานางเอกบิลหนึ่ง   บทที่ 63

    เสี่ยวหลีเมื่อตั้งหลักได้แล้วก็ตบหน้าเสี่ยวหรานเกาหนี่ว์อิงห้ามด้วยเสียงไม่ได้ เดินเข้าไปแยกตัวทั้งสองออกจากกัน“หยุด! เสี่ยวหราน…พอแล้ว!”“นางตบบ่าวเจ้าค่ะคุณหนู หากบ่าวไม่ได้ตบนางคืน ไฟแค้นไม่มีทางทุเลาลงได้แน่เจ้าค่ะ”เสี่ยวหรานสะบัดตัวออกจากการดึงรั้งของเจ้านาย พุ่งตัวเข้าไปตบเสี่ยวหลีจนอีกฝ่าย

  • นางร้ายคือคนที่เข้าหาพระเอกบิลสองพระรองเข้าหานางเอกบิลหนึ่ง   บทที่ 62

    ๖๐ไม่ทุบไม่ตีไม่ดีขึ้นเลยเกาหนี่ว์เฉินเพิ่งกลับมาจากเมืองหลวงก็ตอบรับงานเลี้ยงจวนเสนาบดีเจียงอีกครั้ง คราวนี้เป็นงานเลี้ยงน้ำชา จัดในเรือน ไม่เข้าใกล้สระน้ำเพื่อเลี่ยงการเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นเช่นครั้งที่ตกสระบัว“ไม่มีแม้แต่อ่างบัว คุณหนูเจียงรอบคอบยิ่งแล้ว คงกลัวเราลงไปเล่นในสระน้ำอีกกระมัง”เก

  • นางร้ายคือคนที่เข้าหาพระเอกบิลสองพระรองเข้าหานางเอกบิลหนึ่ง   บทที่ 61

    ๕๙นางไม่ปฏิเสธข้ายังมีโอกาสใช่หรือไม่ เกาหนี่ว์เฉินไม่ออกไปไหน อยู่ใช้เวลากับท่านตาและหลานน้อยอยู่อาทิตย์หนึ่งถึงเริ่มให้สาวใช้ช่วยเก็บของเตรียมเดินทางกลับเมืองหลวงต้าเหอป๋ายฟู่หลู่เข้าออกจวนตระกูลเถี่ยแทบทุกวัน แต่ไม่เจอตัวเกาหนี่ว์เฉินเลยสักหนสุ่ยหยินเหอมาเดินเล่นที่ทุ่งนาบ่อยครั้ง แต่มาครั้งใ

  • นางร้ายคือคนที่เข้าหาพระเอกบิลสองพระรองเข้าหานางเอกบิลหนึ่ง   บทที่ 60

    ๕๘เลือกใครก็สวมกำไลสีนั้นเกาหนี่ว์เฉินนั่งอยู่หน้าโต๊ะประทินโฉมให้เสี่ยวเป่าช่วยหวีผมให้ก่อนนอน ส่วนนางนั่งมองกล่องเครื่องประดับสามกล่อง มีกำไลหยกสามวงวางอยู่ในนั้นสามวงสามสี…ขาว แดง เขียว!“คุณหนูจะทำอย่างที่คุณชายป๋ายกล่าวหรือไม่เจ้าคะ สวมกำไลวงใดเลือกคุณชายคนนั้น”“สวมกำไลก็แค่กุศโลบายที่อยากไ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status