๘
ข้าต้องเลี้ยงอาหารอีกกี่มื้อ
เกาหนี่ว์เฉินหันไปมองด้านหลังก็เห็นเป็นร่างผอมบางของสุ่ยหยินเหอยืนเอามือไพล่หลังส่งยิ้มให้นางอย่างเป็นมิตร
“คุณชายรองสุ่ย”
ได้เห็นหน้าคนที่นับว่ารู้จักกันแล้วเกาหนี่ว์เฉินย่อมเบาใจว่าเถ้าแก่จะปล่อยนางไปได้ง่าย ๆ แต่อีกใจนางก็อยากแทรกหน้าลงแผ่นดิน อายเขาที่ไม่มีเงินจ่ายค่าขนมน้ำชา
“รบกวนคุณชายสุ่ยแล้วเจ้าค่ะ”
ใบหน้าเรียวยาวเผยรอยยิ้มกว้างขึ้น ดีใจที่หญิงสาวตอบรับการช่วยเหลือของเขา
ชนชั้นสูงถือคติบุญคุณต้องทดแทน นางได้รับการช่วยเหลือจากเขาในครั้งนี้แล้วจะไม่คิดตอบแทนได้อย่างไร
“ทั้งเรื่องช่วยขึ้นจากน้ำทั้งเรื่องจ่ายค่าอาหารให้ ไม่รู้ข้าต้องเลี้ยงอาหารคุณชายอีกกี่มื้อ”
สุ่ยหยินเหอยังไม่กล่าวอันใด เขาผายมือเชิญหญิงสาวออกจากร้าน ไม่เดินเคียงข้างป้องกันใครเข้าใจผิด
“รวมเป็นมื้อเดียวกันเลยข้าก็ไม่ติด ว่าแต่เหตุใดคุณหนูถึงมาอยู่ที่นี่ ไม่อยู่ที่งานชมบุปผา”
“ไม่อยากเห็นหน้าใครบางคน…ข้าหมายถึง ไม่รู้ว่าจะรับหน้าคนอื่นอย่างไรดีก็เลยเดินออกมาเจ้าค่ะ”
“เดิน” ปลายเสียงสูงแล้วมองหารถม้า
เกาหนี่ว์เฉินที่เดาได้ว่าเขามองหารถม้าอยู่ก็บอกเขาให้ไม่ต้องหาแล้ว
“ข้าเดินมาจริง ๆ เจ้าค่ะ จวนตระกูลเกาอยู่ไม่ไกลมาก ข้าเดินกลับได้สบายอยู่แล้ว”
เสี่ยวเป่าที่ได้ยินคุณหนูโกหกคำโตห้ามใจตัวเองเป็นอย่างมากไม่ให้หลุดคำพูดในหัวออกมา
เดินกลับนะได้อยู่แล้ว แต่ได้อย่างสบายนี่…อาจจะยังไม่ใช่
“ระวังเท้าจะพองเอาได้ เช่ารถม้าที่ตลาดกลับไปดีหรือไม่ คุณหนูรองรออยู่ที่นี่ได้ ข้าจะไปติดต่อให้”
“แต่ว่าข้าไม่มีเงินเจ้าค่ะ”
ชายหนุ่มยิ้มอ่อนโยนให้นาง
“คุณหนูวางใจ เอาไปรวมกับอาหารมื้อใหญ่ได้”
รอยยิ้มของสุ่ยหยินเหอดูบริสุทธิ์เป็นมิตร เกาหนี่ว์เฉินที่นอกจากพี่สาวและสาวใช้แล้วก็ไม่มีสหายเลยรู้สึกดีกับรอยยิ้มของเขาจนอยากรับมิตรภาพนี้เอาไว้
“ได้เจ้าค่ะ เช่นนั้นเอาไปรวมกับมื้อใหญ่ เป็นพรุ่งนี้ดีหรือไม่ ข้าไม่อยากติดหนี้บุญคุณใครนาน”
สุ่ยหยินเหอยกนิ้วชี้ส่ายไปมา ไม่ถูกใจในคำพูดนี้
“ระหว่างเราอย่าเรียกว่าบุญคุณเลย เป็นการแลกเปลี่ยนน้ำใจกัน ข้ามอบน้ำใจให้คุณหนู ส่วนคุณหนูก็แค่มอบน้ำใจกลับมาให้”
ฟังแล้วรื่นหูเยอะขึ้นเลย
“ดีเจ้าค่ะ เช่นนั้นพรุ่งนี้เจอกันที่หอเฟิ่งหวงนะเจ้าคะ ข้าจะให้คนไปจองห้องให้”
ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงตั้งคำถาม
“จองวันนี้พรุ่งนี้ได้เลยหรือ”
ยากหรือ
“ที่ผ่านมาข้าก็ทำเช่นนั้น ปรกติเป็นเรื่องยากหรือเจ้าคะ” เกาหนี่ว์เฉินเอียงคอมองอย่างตั้งคำถาม ท่าทางน่าเอ็นดูจนชายหนุ่มดวงตาพร่างพราว
นี่นะหรือสตรีร้ายกาจที่ใครพูดถึง ที่ข้าเห็นก็แค่สาวน้อยที่มีนิสัยซื่อตรงซุกซนเท่านั้น
“อาจเป็นเพราะคุณหนูกับหอเฟิ่งหวงดึงดูดกัน เพราะเช่นนี้ถึงสามารถจองที่นั่นได้เสมอ”
ดูท่าคนรู้จักของนางจะเป็นเจ้าของที่นั่น
สื่อสารอีกแบบหนึ่งแต่ใจคิดอีกแบบหนึ่ง ร่างสูงเพรียวเดินไปตรอกเช่ารถม้า ใช้เวลาไม่นานก็นั่งข้างเจ้าของรถม้าบังคับมาหาหญิงสาวที่ยืนรออยู่ข้างทางกับสาวใช้
ตุบ!
สุ่ยหยินเหอกระโดดลงจากรถม้า ท่าทางที่ดูเท่ห์ไม่เบานี้เรียกสีหน้าตื่นตะลึงจากหญิงสาวได้ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะหายไปอย่างรวดเร็ว
ทว่าไม่รอดพ้นสายตาสุ่ยหยินเหอ ใบหน้าหล่อค่อนไปทางหวานผุดรอยยิ้มเหนือมุมปาก
“เชิญคุณหนูรองขึ้น”
มือเรียวยาวยื่นให้หญิงสาวจับเพื่อช่วยประคองนางขึ้นรถม้า เสี่ยวเป่าส่ายหน้า ไม่เห็นด้วยหากคุณหนูจะวางมือลงบนแขนเขา
แต่เกาหนี่ว์เฉินไม่ถือสาเรื่องนี้ ตอนเขาช่วยนางขึ้นมาจากสระบัวแตะเนื้อต้องตัวนางยิ่งกว่านี้เสียอีก
นับประสาอะไรกับการแค่วางมือผ่านเนื้อผ้า!
“ขอบคุณเจ้าค่ะ”
ชายหนุ่มส่งยิ้มบางให้ทั้งยังยื่นมือช่วยเสี่ยวเป่า
“บ่าวไม่อาจเอื้อมเจ้าค่ะ”
สาวใช้ตัวกลมรีบขึ้นรถม้าตามคุณหนู เกาหนี่ว์เฉินเปิดหน้าต่างรถม้าออกเพื่อขอบคุณเขาอีกครั้ง
“พรุ่งนี้นะเจ้าคะ อย่าลืมนัดของเรา”
“ไม่ลืม”
เกาหนี่ว์เฉินส่งยิ้มบางให้เขาแล้วปิดหน้าต่างรถม้า สุ่ยหยินเหอยื่นเงินให้คนบังคับรถม้าแล้วบอกที่อยู่พร้อม เพิ่มเงินให้อีกหนึ่งเท่าเพื่อให้เขาควบคุมความเร็วไม่ต้องแข่งกับเวลา
เสี่ยวเป่าแอบเปิดหน้าต่างรถม้าออก ลอบมองชายหนุ่มที่ตอนนี้ดวงตายังมองตามรถม้า จนกระทั่งรถม้าเคลื่อนห่างออกไปลับตาแล้ว นางถึงได้ปิดหน้าต่าง มองหน้าคุณหนู
“พรุ่งนี้จะนัดเลี้ยงอาหารมื้อใหญ่คุณชายรองสุ่ยจริงหรือเจ้าคะคุณหนู”
“เอาอะไรมาไม่จริง เจ้าเห็นข้าเป็นสตรีปลิ้นปล้อนสับปลับเช่นนั้นหรือ พูดคำไหนต้องเป็นคำนั้นอยู่แล้ว”
เสี่ยวเป่ามีท่าทางไม่เห็นด้วย
“แต่คุณหนูเป็นสตรีนัดเลี้ยงอาหารบุรุษที่เพิ่งเจอกันไม่กี่ครั้งได้ด้วยหรือเจ้าคะ กับคุณชายเหรินยังไม่เคยเห็นคุณหนูจะทำเช่นนี้สักครั้ง”
เกาหนี่ว์เฉินคิ้วกระตุกเมื่อสาวใช้คนสนิทพูดถึงคู่หมั้นหนุ่ม เสี่ยวเป่าเห็นท่าทางที่พร้อมจะกินหัวนางแล้วรีบหดคอโดยสัญชาตญาณ
หมับ!
มือบางวางลงบนไหล่สาวใช้ จ้องตาเขม็ง
“หนึ่งคุณชายสุ่ยคือผู้มีพระคุณของข้า เลี้ยงมื้อใหญ่ในวันพรุ่งนี้ก็เพื่อเป็นการตอบแทนเขา อย่าได้ใช้ความคิดของเจ้าไปในเชิงสายลมจันทรา อีกอย่าง…ข้าเคยเสนอขอเลี้ยงอาหารเฮ่าเทียนเกอแล้ว แต่ผลทุกครั้งเป็นอย่างไรเจ้าจำได้หรือไม่…”
เสี่ยวเป่าพยักหน้าขึ้นลงเบา ๆ แทนการตอบว่าจำได้ ทว่าเกาหนี่ว์เฉินเลือกที่จะย้ำคำพูดให้ชัดเต็มสองหูสาวใช้
“ผลตอบรับที่ข้าชวนเขาคือไม่ว่าง ไม่มีเวลา งานที่สำนักหมอหลวงยุ่ง หรือครั้งใดรับนัดแล้ว ให้ข้าดีใจอยู่วันสองวันก็ยกเลิกหนึ่งวันก่อนเสมอ”
“คุณหนู…”
เสี่ยวเป่าเรียกเจ้านายเสียงอ่อนเพราะนึกถึงความเจ็บปวดตอนนั้นของคุณหนูได้แล้ว
“หากพรุ่งนี้คุณชายสุ่ยไม่ยกเลิกนัดข้า บางทีเรื่องการหมั้นหมายของข้ากับเขาต้องมีการพิจารณากันใหม่”
เกาหนี่ว์เฉินละมือจากไหล่สาวใช้ แต่ความรู้สึกหนักตรงบริเวณหัวไหล่ยังตรึงความรู้สึกเสี่ยวเป่าเอาไว้
วันนี้คุณหนูพูดเรื่องถอนหมั้นมาสามครั้งแล้ว แต่ครั้งนี้จริงจังที่สุด เรื่องการหมั้นหมายจะเป็นอย่างไรคงขึ้นอยู่กับงานเลี้ยงวันพรุ่งนี้แล้วสินะ
ณ จวนตระกูลเกา
“หยุด~”
เสียงคนบังคับรถม้าดังขึ้นตามมาด้วยการหยุดม้า เสี่ยวเป่าลงจากรถม้าก่อนคอยช่วยเหลือคุณหนู
เกาหนี่ว์เฉินชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าใครมายืนรออยู่หน้าจวน
“เฮ่าเทียนเกอ”
เกาหนี่ว์เฉินมองข้ามเกาหนี่ว์อิง นางเห็นรถม้าตระกูลเหรินจอดอยู่บริเวณนี้ก็เบาใจที่ทั้งสองไม่ได้โดยสารรถม้าคันเดียวกัน
คิดว่าจะไม่สนอะไรเสียแล้ว
“ออกจากงานมาก่อนมิใช่หรือ เหตุใดเพิ่งกลับ”
“ก่อนหน้านี้เดินมาเจ้าค่ะ ระหว่างทางไม่เห็นข้าหรือเจ้าคะ นั่งพักเหนื่อยจิบชาอยู่ข้างถนนแท้ ๆ”
เกาหนี่ว์เฉินไม่ได้ถามเพื่อการยียวน นางตั้งคำถามเพราะสงสัยจริง ๆ
ทางกลับมีอยู่ทางเดียวก็ยังไม่เห็นข้าอีก โชคชะตาไม่เข้าข้างข้าของจริง ข้าช่างไม่มีดวงกับเฮ่าเทียนเกอ ไม่ว่าเรื่องใดก็ตาม
“แล้วจะเดินกลับทำไมตั้งแต่แรก เดือดร้อนคนอื่นให้ออกตามหา”
เกาหนี่ว์เฉินมองหน้าเกาหนี่ว์อิง
“ข้าไม่เห็นเจ้าในงานก็เลยออกตามหา เจอเฮ่าเทียนเกอพอดีก็เลย…”
“ไม่ต้องอธิบายแล้ว เป็นอันว่าข้าก่อความวุ่นวายให้จริง ๆ ถ้าอยากได้คำขอโทษจากข้าแล้วล่ะก็ ไม่มีให้”
เหรินเฮ่าเทียนมุ่นคิ้วเมื่อคู่หมั้นสาวเอ่ยเสียงแข็งใส่ทุกคนไม่พอยังเดินกระแทกเท้าเข้าไปด้านในจวน จากลาโดยไม่เอ่ยปากลา ไม่คารวะ
“ไร้มารยาทจริง ๆ”
เกาหนี่ว์เฉินชะงักเท้าเมื่อได้ยินคำต่อว่าจากคู่หมั้นหนุ่ม ดวงตาคู่เฉี่ยวเอ่อคลอไปด้วยน้ำ
แต่สุดท้ายก็แข็งใจก้าวเดินต่อไปโดยไม่หันหลังไปมองอีก ในใจนางคิด…อะไรไม่ดีก็โยนให้ข้า!