Share

 นางร้ายตัวประกอบคนนี้ไม่ขอแย่งชิงพระเอกอีกแล้ว 80s
นางร้ายตัวประกอบคนนี้ไม่ขอแย่งชิงพระเอกอีกแล้ว 80s
Penulis: sanvittayam

ตัวประกอบที่ถูกกำหนดให้ตาย 

Penulis: sanvittayam
last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-11 18:29:24

ตัวประกอบที่ถูกกำหนดให้ตาย 

หมู่บ้านซงฮวา เมืองหงอู่ ปี 1983

ตอนนี้ที่หน้าบ้านซ่งกำลังเกิดความโกลาหล เนื่องจากชาวบ้านหลายคนกำลังตะโกนด่าใครบางคนที่อยู่ในบ้าน เนื่องจากไม่พอใจการกระทำของหญิงสาวที่ไร้ยางอาย นอกจากนี้เธอยังร้ายกาจจนคนในหมู่บ้านเบนหน้าหนี ไม่มีใครอยากคบหากด้วย

“ออกมาเดี๋ยวนี้นะนังอวี้เหมย เมื่อเช้าหล่อนรังแกลูกฉันอีกแล้วนะ แล้วยังหน้าด้านวิ่งไล่ตามผู้กองหานอีกต่างหาก ออกมาให้ฉันตบแก้แค้นเสียดี ๆ” หญิงคนหนึ่งทั้งทุบประตูและตะโกนเสียงดัง

“ใช่แล้ว เมื่อวานหล่อนขโมยไข่ไก่จากบ้านฉันไป รีบเอามาคืนฉันเดี๋ยวนี้นะ” อีกคนตะโกนเสียงดังไม่ต่างกัน

นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านหลายคนมามองดูเหตุการณ์นี้อย่างชอบใจ 

เสียงเอะอะโวยวายนี้ปลุกซ่งอวี้เหมยให้ตื่นขึ้นมา โดยที่ร่างกายของเธอยังมึนงงอยู่มาก แต่เมื่อลืมตาขึ้นมามองดูชัด ๆ กลับพบว่าเธอไม่ได้อยู่ที่ห้องเช่าของตัวเอง

“ที่นี่คือที่ไหนกัน”

หญิงสาวพึมพำออกมาอย่างมึนงง เพราะไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง ก่อนจะกวาดตารอบกาย เพื่อดูให้แน่ชัดอีกครั้ง เธอมองเห็นหนังสือพิมพ์เก่า ๆ ติดเต็มไปหมด ภายในห้องมีเตียงเก่า และตู้เสื้อผ้าที่ดูเหมือนใกล้จะพังแล้ว

ขณะที่เธอกำลังเค้นความคิดทบทวนว่าเกิดอะไรขึ้น และควรจะตกใจดีไหม กับการได้มาอยู่ที่ไหนไม่รู้ แล้วสถานที่แห่งนี้เธอไม่เคยพบเห็นมาก่อน แต่จู่ ๆ เธอก็ปวดหัวขึ้นมา

“โอ๊ย!!” หญิงสาวร้องพร้อมกับยกมือขึ้นกุมศีรษะอย่างเจ็บปวด ก่อนที่ร่างจะล้มลงไปนั่งกับพื้นอย่างทรงตัวไม่อยู่

แต่แล้วกลับมีภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ฉายชัดเข้ามาในหัวราวกับแม่น้ำที่ไหลเชี่ยว ทำให้เธอรู้ว่านี่คือตัวละครตัวหนึ่ง ที่เคยอ่านในนิยายเรื่องหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ และเพิ่งอ่านได้ไม่กี่บทเอง

“เวรแล้วไง ฉันเข้ามาอยู่ในนิยายแถมยังเป็นนางร้ายตัวประกอบอีกเหรอเนี่ย” หญิงสาวยังคงพูดกับตัวเองอย่างเหลือเชื่อ

“ไม่น่าเชื่อ เคยพบเจอแต่กับนิยาย ไม่คิดว่าจะตัวเองจะเข้ามาอยู่ในนิยายเล่มนี้จริง ๆ แล้วจะต้องทำยังไงต่อดี” เธอถามตัวเองไปมาไม่หยุด ก่อนจะหันไปทางหน้าบ้านแล้วพูดอย่างหงุดหงิด

“อยากจะบ้าตาย แล้วเสียงที่โวยวายนั้นคงมาด่าร่างนี้อีกแล้วสินะ คนเขียนนิยายเรื่องนี้ก็ใจร้ายเกินไป ต่อให้เป็นนางร้ายตัวประกอบก็ไม่ควรจะให้เลวร้ายขนาดนี้ แค่ตามตอแยพระเอกของเรื่องก็น่ารังเกียจแล้ว นี่ยังขโมยอาหารคนอื่นกับรังแกเด็กอีกเหรอ ชีวิตจะบัดซบไปอีกแค่ไหนเนี่ย” เธอบ่นคนเขียนนิยายอย่างอดไม่ได้

จากนั้นก็ต้องยกมือขึ้นกุมศีรษะอีก เพราะความทรงจำยังคงหลั่งไหลเข้ามา และเมื่อภาพความทรงจำเติมเต็มจบครบ เธอก็แทบอยากจะตายอีกครั้ง เพื่อให้ออกไปจากนิยายเรื่องนี้

“เห้อ...มาแล้วก็ต้องเดินหน้าต่อใช่ไหม” หญิงสาวยังคงถามตัวเองเหมือนคนบ้า “เอาวะ ในเมื่อเข้ามาอยู่ในบทนางร้ายตัวประกอบแล้ว ฉันจะต้องเดินหน้าต่อโดยจะไม่ทำตัวเหมือนนางร้ายตัวประกอบคนนี้แน่ ฉันจะดีกับคนที่ดีกับฉัน แต่ใครร้ายมาฉันก็จะเอาคืนให้สาสม ฉันคือนางร้ายคนใหม่แล้ว”

เมื่อตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว เธอจึงได้พยุงร่างตัวเองให้ลุกขึ้น แม้จะซวนเซเล็กน้อยแต่ก็ยืนได้อย่างมั่นคง ก่อนจะเดินออกมาหน้าบ้าน เพื่อพบเจอกับชาวบ้านกลุ่มนี้

“หล่อนออกมาแล้วเหรอ” หญิงสูงวัยที่โวยวายคนแรกพูดขึ้น เมื่อเห็นซ่งอวี้เหมยเดินออกมา สายตาของนางดูแล้วโกรธผู้หญิงตรงหน้าเหลือเกิน โดยมีชาวบ้านคนอื่นมองเธออย่างไม่พอใจเหมือนกัน

“นั่นสิ กล้ามากเลยนะที่ยังอยู่ในหมู่บ้านนี้” อีกคนพูดเสริมทันที

“อ้าวป้า ไม่ให้ฉันอยู่หมู่บ้านนี้แล้วจะให้ฉันไปอยู่ไหนล่ะ ที่แล้วมาฉันอาจจะทำผิดและนิสัยไม่ดี แต่ทุกครั้งที่ฉันก่อเรื่อง ครอบครัวฉันก็ชดใช้ให้ไม่ใช่เหรอ แล้วจะมาโวยวายทำไมกัน” ซ่งอวี้เหมยพูดออกมาตามความทรงจำที่มีของร่างเดิม ถึงแม้จะอ่านนิยายเรื่องนี้ไม่จบ แต่จากนี้ไปเธอพร้อมที่จะเดินเรื่องเอง

ชาวบ้านที่พูดสวนกลับก็อ้าปากจะเถียง แต่เธอก็พูดแทรกขึ้นมาเสียก่อน โดยเจาะจงไปที่ป้าคนแรก

“ส่วนเรื่องหลานสาวของป้า กลับไปถามเธอก่อนว่าใครหาเรื่องใครก่อน หากไม่โดนเล่นงานก่อน จะมีคนบ้าที่ไหนรังแกคนอายุน้อยกว่า” หญิงสาวสวนกลับอย่างหงุดหงิด เมื่อจำได้ว่าสาเหตุที่ร่างเดิมรังแกหลานสาวของหญิงสูงวัยตรงหน้า เพราะถูกเล่นงานก่อนอย่างไรล่ะ

เมื่อคำนี้หลุดออกมาจากหญิงร้ายกาจประจำหมู่บ้าน ทำให้ทุกคนในที่นี้มองหน้ากันเลิ่กลั่ก เพราะไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีคนในหมู่บ้านรังแกลูกสาวบ้านซ่งคนนี้

“ส่วนเรื่องไข่ไก่ฉันยอมรับว่าเอาไปจริง เดี๋ยวจะใช้คืนให้ก็แล้วกัน” เธอหันไปตอบกลับป้าอีกคนอย่างเสียไม่ได้ ‘ในเมื่อเอาของเขามาก็ต้องใช้คืน เรื่องนี้ไม่อาจหลีกเลี่ยง’ เธอคิดในใจ

พอเจอคำพูดสวนกลับที่มีเหตุผลของซ่งอวี้เหมย หญิงสูงวัยจึงได้หน้าเสีย ก่อนจะมองกันไปมา แต่เพราะไม่อยากเสียหน้า จึงได้หาเรื่องอื่นมาพูดอีก เพื่อที่จะสร้างความอับอายให้กับหญิงสาวตรงหน้า

“ฉันไม่เชื่อหรอกนะว่าหลานฉันจะเป็นคนหาเรื่องหล่อนก่อน หล่อนน่ะชอบก่อเรื่องและสร้างความอับอายไปทั่ว ขนาดผู้กองหาน หล่อนยังวิ่งไล่ตามจนน่าเกลียด จนเขาเบือนหน้าหนีเพราะความรังเกียจ ยังไม่รู้ตัวบ้างหรือไง”

เมื่อหาเรื่องหนึ่งไม่ได้ นางก็เลยหยิบยกเรื่องนี้ออกมาพูด เพื่อที่จะให้หญิงสาวตรงหน้ารู้สึกอับอายมากขึ้น

แต่เหมือนนางจะคิดผิด เพราะซ่งอวี้เหมยกลับยืนกอดอกมองด้วยสายตาว่างเปล่า ก่อนจะพูดขึ้นมาเสียงดังฟังชัด คล้ายกับจะประกาศให้คนในหมู่บ้านนี้รู้ว่า

“เอาล่ะ ฉันขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่า ต่อให้โลกนี้จะมีผู้ชายคนนี้เพียงคนเดียว ฉันก็จะไม่เหลียวแลเขาอีก ต่อไปฉันจะเอาเวลาที่วิ่งไล่ตามตอแยเขา ไปทำมาหากินดีกว่า ส่วนพวกป้า ๆ ทั้งหลายจะเชื่อหรือไม่ก็ตามใจ”

หญิงสาวพูดจบก็ยักไหล่คล้ายกับไม่สนใจ

‘ไม่ว่าสิ่งใดที่เป็นเรื่องแย่ ๆ ที่เจ้าของร่างเดิมกระทำมาก่อนหน้านี้ ซ่งอวี้เหมยคนนี้ไม่คิดที่จะทำตามอีก เพราะฉันไม่ต้องการตายเหมือนในนิยายอย่างไรล่ะ ต่อไปนี้ ฉันจะไม่ทำให้ครอบครัวอับอายและเสื่อมเสียชื่อเสียงอีกแล้ว พอกันทีกับการวิ่งไล่ตามพระเอกของเรื่อง’

หญิงสาวพูดในใจคล้ายกับปฏิญาณและให้คำมั่นสัญญากับตนเอง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • นางร้ายตัวประกอบคนนี้ไม่ขอแย่งชิงพระเอกอีกแล้ว 80s   ข่าวลือเรื่องโจรปล้นหมู่บ้าน

    ข่าวลือเรื่องโจรปล้นหมู่บ้านซ่งอวี้เหมยนั้นเดินกลับไปที่ร้าน โดยไม่สนใจเลยว่า อีกฝ่ายจะเป็นอย่างไร เพราะเธอไม่ได้ต้องการพระเอกคนนี้อีกแล้วสามคนแม่ลูกช่วยกันเข็นรถกลับบ้านด้วยรอยยิ้ม ซ่งอวี้เหมยซื้อของติดมือมาเล็กน้อย เพื่อให้ชาวบ้านคนอื่นรู้ว่าเธอมีอาหารกินเพราะซื้อมาจากตลาดเหมือนกันซ่งเจ๋อหมิงยังอยากกินขนมในมิติอีก จึงได้กระซิบบอกพี่สาว “พี่ใหญ่ วันนี้ผมขอกินขนมอีกได้ไหม วันก่อนผมแบ่งให้หลานชายบ้านเสิ่นกินด้วย เขาบอกว่าอร่อยมาก”“ได้สิ ทำไมจะไม่ได้ล่ะ” หญิงสาวตอบกลับและลูบหัวน้องชายอย่างอ่อนโยน เรื่องอาหารการกินเธอไม่หวงอยู่แล้ว ในเมื่อมิติมีทุกอย่าง“แม่คะ ฉันอยากขายอาหารเช้าจังเลยค่ะ พวกข้าวเหนียวกับเนื้อทอดหรือไก่ทอดอะไรพวกนั้น แต่ถ้าจะขายในหมู่บ้านคงจะโดนจ้องจับผิดหรือมีคนมาก่อกวนอีก”หญิงสาวพูดปรึกษาแม่เกี่ยวกับการค้าใหม่ และพอพูดถึงเรื่องนี้ หญิงสาวก็ถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย เธอไม่เข้าใจว่าชาวบ้านจะมีปัญหาอะไรกับบ้านเธอนักหนา หรือว่าอิจฉาที่เห็นว่าได้ดีกว่า“ถ้าอย่างนั้นเราไปขายที่หน้าหมู่บ้านดีไหมพี่ พี่กับแม่ก็ขายแค่ช่วงเช้า หลังจากนั้นผมจะเฝ้าร้านให้เอง ช่วงบ่ายพี่กับ

  • นางร้ายตัวประกอบคนนี้ไม่ขอแย่งชิงพระเอกอีกแล้ว 80s   เธอเปลี่ยนไปแล้วจริง ๆ เหรอ

    เธอเปลี่ยนไปแล้วจริง ๆ เหรออีกด้านหนึ่งของตลาด หานเจี้ยนกั๋วที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ตลอด ก็ไม่คิดเหมือนกันว่าซ่งอวี้เหมยจะไม่โวยวาย และไม่หาเรื่องตบตีผู้หญิงคนนั้นเหมือนที่ผ่านมา แต่กลับกัน เธอสามารถยกเหตุผลออกมาจัดการ จนทำให้อีกฝ่ายล่าถอยไปอย่างไม่เป็นท่า แถมยังได้ใจชาวบ้านอีกมากมาย“เธอเปลี่ยนไปแล้วจริง ๆ สินะ” เขาพูดออกมาเบา ๆส่วนซ่งอวี้เหมยไม่ได้สนใจเลยว่าใครจะคิดอย่างไร ขอแค่เธอปกป้องตัวเองและครอบครัวได้ก็พอตอนนี้มีกลุ่มชาวบ้านเริ่มซุบซิบนินทาอีกแล้ว หลายคนต่างก็มองว่าบ้านซ่งเหมือนจะมีเงินจากการค้าเยอะขึ้น แต่แปลกใจว่าทำไมถึงยังมีเนื้อหมูมาทำไส้ซาลาเปาขายอีก “ฉันสงสัยว่าบ้านซ่งซื้อเนื้อหมูมาจากที่ไหน เพราะถ้าเอาแค่ที่หัวหน้าหลิวมอบให้ในวันนั้นมาทำซาลาเปาขาย มันก็น่าจะหมดนานแล้ว อย่าลืมว่าสหกรณ์ก็แทบจะไม่มีเนื้อขาย เพราะคนมีเงินล้วนสั่งไว้ทั้งนั้น หรือว่าคนบ้านซ่งไปขโมยมาจากคลังอีก” หญิงชรากลุ่มหนึ่งนั่งจับกลุ่มคุยกันถึงเรื่องนี้ไม่หยุด“ฉันว่าคงไปหาซื้อที่ตลาดมืดละมั้ง หรือไม่คงไปสั่งไว้ที่สหกรณ์หรือเปล่า อย่าลืมว่าตลาดที่นี่มีทุกห้าวัน คนบ้านนั้นน่าจะเตรียมไว้ก่อนแน่” อีกคนก็พู

  • นางร้ายตัวประกอบคนนี้ไม่ขอแย่งชิงพระเอกอีกแล้ว 80s   ทำอะไรต้องมีหลักฐาน

    ทำอะไรต้องมีหลักฐาน“นั่นสิ ในเมื่ออวี้เหมยเลือกที่จะเปลี่ยนตัวเอง ด้วยการลุกขึ้นมาทำมาหากิน เธอจะมายุ่งอะไรด้วย แล้วเรื่องเมื่อวานลูกสาวของฉันก็ไม่ผิด อยู่ดี ๆ ก็มีคนไปรังแกถึงบ้าน สมควรแล้วที่จะต้องชดเชยให้เธอ ทำไมเราจะเอาของที่ได้มา มาทำซาลาเปาขายเพื่อต่อยอดไม่ได้ล่ะ อีกอย่างเนื้อที่ได้มา หากเก็บไว้นานมันก็จะเน่าเสียได้”หวังซิ่วจินแม้จะไม่ค่อยอยากมีปากเสียงกับชาวบ้าน แต่หากเพื่อลูกและครอบครัวแล้วล่ะก็ เธอพร้อมจะสู้ตายเหมือนกัน จึงตอบโต้กลับไปอย่างไม่ไว้หน้าพอถูกสวนกลับด้วยเหตุผล หญิงคนนี้ก็เริ่มมีสีหน้าไม่พอใจ ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับออกไปอย่างฉุนเฉียว ส่วนคนอื่นบางคนก็เห็นด้วยกับสองแม่ลูกบ้านซ่ง แต่บางคนก็ไม่เห็นด้วย และมองว่าซ่งอวี้เหมยทำเกินไป ที่เรียกร้องเงินและอาหารมากขนาดนั้น“แม่คะ เหลือแค่ไม่กี่ลูกเอง เรากลับบ้านกันดีกว่า เดี๋ยวฉันจะเอาซาลาเปาไปฝากเสิ่นหมิงด้วย แล้วอีกห้าวันเราค่อยมาขายที่นี่กันใหม่” ซ่งอวี้เหมยไม่อยากเสียอารมณ์ไปมากกว่านี้ เลยชวนแม่เก็บของกลับบ้าน และเธอตั้งใจจะเอาซาลาเปาไปฝากเด็กที่ร่างเดิมเคยรังแกด้วย อย่างน้อยก็เป็นการไถ่โทษทางหนึ่ง“เอาอย่างนั้นก็ได้”

  • นางร้ายตัวประกอบคนนี้ไม่ขอแย่งชิงพระเอกอีกแล้ว 80s   ขายวันแรกก็มีคนมาหาเรื่องเสียแล้ว

    ขายวันแรกก็มีคนมาหาเรื่องเสียแล้วเช้าวันต่อมา...คนบ้านซ่งตื่นมาตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างดี เนื่องจากมาเตรียมของที่จะเอาขาย ซาลาเปาที่ทำไว้ตั้งแต่เมื่อวานถูกเอาออกมาจากมิติ แล้วจะนำไปนึ่งอีกครั้งแม้ว่าบ้านซ่งจะยากจน แต่ดีที่ยังมีรถเข็นคันหนึ่งแถมยังมีซึ้งนึ่งอันใหญ่อยู่แล้ว เลยไม่มีปัญหาในการขายซาลาเปาครั้งนี้ซ่งอวี้เหมยเตรียมทุกอย่างกับแม่ของเธอ จากนั้นจึงทำกับข้าวไว้ให้พ่อกับน้องชาย เนื่องจากว่าตลาดเริ่มมีตั้งแต่เช้านั่นเองเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เธอและแม่จึงช่วยกันเข็นรถมาที่ตลาด ก่อนจะเปิดร้านเหมือนคนอื่นแต่กลายเป็นว่าร้านของเธอแทบไม่มีใครเข้ามาซื้อเลย ทั้งที่ซาลาเปาไส้หมูส่งกลิ่นหอมไปทั่วตลาด“กล้ามาขายเนอะ ใครจะซื้อของพวกเธอกัน”หญิงชาวบ้านคนหนึ่งเดินเข้ามาพูดอย่างไม่พอใจ แม้จะกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เมื่อได้กลิ่นซาลาเปาไส้หมูจากร้านของซ่งอวี้เหมย“ถ้าไม่ซื้อก็อย่ามาก่อกวน ฉันขายได้หรือขายไม่ได้ ก็ไม่ใช่เรื่องของเธอ อวี้เหมยค้าขายอย่างสุจริตแล้ว คนปรับปรุงตัวแทนที่จะสนับสนุน แต่นี่อะไร กลับมาหาเรื่องหน้าตาเฉย”หวังซิ่วจินพูดสวนกลับไปทันที เธอจะไม่ยอมให้ใครมารังแกลูกสาวขอ

  • นางร้ายตัวประกอบคนนี้ไม่ขอแย่งชิงพระเอกอีกแล้ว 80s   นี่แค่เริ่มต้นเท่านั้น

    นี่แค่เริ่มต้นเท่านั้นย้อนกลับมาทางด้านบ้านหลิว เมื่อหลิวฉางเหอกลับมาถึงบ้านก็แสดงสีหน้ามาพอใจออกมา ที่เขาต้องเสียเงินสิบหยวนและเนื้อหมูรวมถึงข้าวสารให้กับซ่งอวี้เหมย“ฉันพลาดท่านังผู้หญิงร้ายกาจคนนั้นได้ยังไงนะ ไม่คิดเลยว่ามันจะไม่ได้โง่อย่างที่ใครหลายคนเห็น” หลิวฉางเหอพูดออกมาอย่างไม่พอใจ“ถึงแม้ว่านังนั่นจะร้ายกาจและทำเรื่องน่าอับอายไปทั่ว ถึงอย่างไรฉันมองว่ามันโง่เง่าไม่มีสมอง แต่ไม่คิดว่าวันนี้มันจะทำให้พี่ต้องเสียเงินสิบหยวน ถึงแม้ว่าอาหารและข้าวสารพวกนั้นจะเบิกจากคลังได้ก็เถอะ แต่เงินตั้งสิบหยวนเชียวนะ ทำไมพี่ไม่ไปเรียกเงินจากชาวบ้านที่มารายงานล่ะ”เจียงฮุ่ยอวิ๋นเองก็มีท่าทีไม่ต่างจากสามี ถึงแม้ว่าในหมู่บ้านแห่งนี้ บ้านหลิวจะร่ำรวยที่สุด แต่เงินสิบหยวนก็ไม่ควรจะเสียโดยเปล่าประโยชน์แบบนี้ จึงบอกให้สามีไปเรียกเงินจากชาวบ้านที่มารายงาน“เรื่องนั้นฉันต้องทำอยู่แล้ว แต่ไม่ใช่ตอนนี้ เธอรู้ดีนี่ว่าฉันอยู่ในสายตาชาวบ้านแบบนี้ ต้องทำตัวให้คนเชื่อถือ เงินแค่สิบหยวนก็อย่าพูดมากเลย รอดูว่านังเด็กบ้านซ่งมันจะพลาดท่าอีกครั้งเมื่อไร ฉันจะเอาคืนแน่ ฉันไม่เชื่อหรอกคนเราจะเปลี่ยนไปได้ในเวลาแค่

  • นางร้ายตัวประกอบคนนี้ไม่ขอแย่งชิงพระเอกอีกแล้ว 80s   การค้าครั้งแรกของบ้านซ่ง

    การค้าครั้งแรกของบ้านซ่งเมื่อจัดร้านเสร็จทั้งสี่คนก็ช่วยกันเรียกลูกค้า เนื่องจากว่าพวกเขาไม่เห็นมีร้านขายเนื้อแล้ว ตอนแรกคิดว่าจะไม่มีคนซื้อ แต่กลับตรงกันข้าม ชาวบ้านจำนวนไม่น้อยเลยมาต่อแถวเพื่อซื้อเนื้อ และไม่ว่าจะเอาออกมาเท่าไร ก็ขายหมดเกลี้ยง“พ่อคะ นอกจากเนื้อหมูแล้ว เรายังเอาอะไรออกมาขายได้อีก พวกขนมปังขายได้ไหม” ซ่งอวี้เหมยถามอย่างไม่แน่ใจ“ได้สิ ดีเหมือนกัน เนื้อหมูพอแค่นี้ก่อน เอาอย่างอื่นออกมาขายดีกว่า ไม่อย่างนั้นเกิดใครสงสัยว่าเอาเนื้อหมูอย่างดีมาจากไหน เราจะเดือดร้อนเอา” ซ่งไห่ถังเห็นด้วยกับความคิดลูกสาว เขาไม่อยากให้เป็นที่จับตามองของกลุ่มคนในตลาดมืดสักเท่าไร จึงคิดว่าควรจะเอาอย่างอื่นมาขายด้วยดังนั้นซ่งอวี้เหมยจึงเอาขนมปังไส้ต่าง ๆ ออกมาขาย ตอนแรกแทบไม่มีใครซื้อ เพราะถือว่าเป็นของกินแปลกใหม่ ที่ไม่ค่อยมีใครขายแต่พอหญิงสาวเอาออกมาตัดเป็นชิ้น ๆ วางในถาด แล้วให้ทุกคนลองชิมทุกรสชาติ คราวนี้ล่ะแทบจะขายไม่ทัน เพราะทั้งอร่อยและราคาไม่แพง เวลาผ่านไปไม่นานทุกอย่างที่เอาออกมาหมดเกลี้ยง“ขนมปังหมดแล้วเหรอ” ลูกค้าที่เพิ่งเดินเข้ามาเอ่ยถาม เธอได้ยินคนอื่นพูดกันว่าร้านนี้ขายขนมปังอ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status