Share

 นางร้ายตัวประกอบคนนี้ไม่ขอแย่งชิงพระเอกอีกแล้ว 80s
นางร้ายตัวประกอบคนนี้ไม่ขอแย่งชิงพระเอกอีกแล้ว 80s
Penulis: sanvittayam

ตัวประกอบที่ถูกกำหนดให้ตาย 

Penulis: sanvittayam
last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-11 18:29:24

ตัวประกอบที่ถูกกำหนดให้ตาย 

หมู่บ้านซงฮวา เมืองหงอู่ ปี 1983

ตอนนี้ที่หน้าบ้านซ่งกำลังเกิดความโกลาหล เนื่องจากชาวบ้านหลายคนกำลังตะโกนด่าใครบางคนที่อยู่ในบ้าน เนื่องจากไม่พอใจการกระทำของหญิงสาวที่ไร้ยางอาย นอกจากนี้เธอยังร้ายกาจจนคนในหมู่บ้านเบนหน้าหนี ไม่มีใครอยากคบหากด้วย

“ออกมาเดี๋ยวนี้นะนังอวี้เหมย เมื่อเช้าหล่อนรังแกลูกฉันอีกแล้วนะ แล้วยังหน้าด้านวิ่งไล่ตามผู้กองหานอีกต่างหาก ออกมาให้ฉันตบแก้แค้นเสียดี ๆ” หญิงคนหนึ่งทั้งทุบประตูและตะโกนเสียงดัง

“ใช่แล้ว เมื่อวานหล่อนขโมยไข่ไก่จากบ้านฉันไป รีบเอามาคืนฉันเดี๋ยวนี้นะ” อีกคนตะโกนเสียงดังไม่ต่างกัน

นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านหลายคนมามองดูเหตุการณ์นี้อย่างชอบใจ 

เสียงเอะอะโวยวายนี้ปลุกซ่งอวี้เหมยให้ตื่นขึ้นมา โดยที่ร่างกายของเธอยังมึนงงอยู่มาก แต่เมื่อลืมตาขึ้นมามองดูชัด ๆ กลับพบว่าเธอไม่ได้อยู่ที่ห้องเช่าของตัวเอง

“ที่นี่คือที่ไหนกัน”

หญิงสาวพึมพำออกมาอย่างมึนงง เพราะไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง ก่อนจะกวาดตารอบกาย เพื่อดูให้แน่ชัดอีกครั้ง เธอมองเห็นหนังสือพิมพ์เก่า ๆ ติดเต็มไปหมด ภายในห้องมีเตียงเก่า และตู้เสื้อผ้าที่ดูเหมือนใกล้จะพังแล้ว

ขณะที่เธอกำลังเค้นความคิดทบทวนว่าเกิดอะไรขึ้น และควรจะตกใจดีไหม กับการได้มาอยู่ที่ไหนไม่รู้ แล้วสถานที่แห่งนี้เธอไม่เคยพบเห็นมาก่อน แต่จู่ ๆ เธอก็ปวดหัวขึ้นมา

“โอ๊ย!!” หญิงสาวร้องพร้อมกับยกมือขึ้นกุมศีรษะอย่างเจ็บปวด ก่อนที่ร่างจะล้มลงไปนั่งกับพื้นอย่างทรงตัวไม่อยู่

แต่แล้วกลับมีภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ฉายชัดเข้ามาในหัวราวกับแม่น้ำที่ไหลเชี่ยว ทำให้เธอรู้ว่านี่คือตัวละครตัวหนึ่ง ที่เคยอ่านในนิยายเรื่องหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ และเพิ่งอ่านได้ไม่กี่บทเอง

“เวรแล้วไง ฉันเข้ามาอยู่ในนิยายแถมยังเป็นนางร้ายตัวประกอบอีกเหรอเนี่ย” หญิงสาวยังคงพูดกับตัวเองอย่างเหลือเชื่อ

“ไม่น่าเชื่อ เคยพบเจอแต่กับนิยาย ไม่คิดว่าจะตัวเองจะเข้ามาอยู่ในนิยายเล่มนี้จริง ๆ แล้วจะต้องทำยังไงต่อดี” เธอถามตัวเองไปมาไม่หยุด ก่อนจะหันไปทางหน้าบ้านแล้วพูดอย่างหงุดหงิด

“อยากจะบ้าตาย แล้วเสียงที่โวยวายนั้นคงมาด่าร่างนี้อีกแล้วสินะ คนเขียนนิยายเรื่องนี้ก็ใจร้ายเกินไป ต่อให้เป็นนางร้ายตัวประกอบก็ไม่ควรจะให้เลวร้ายขนาดนี้ แค่ตามตอแยพระเอกของเรื่องก็น่ารังเกียจแล้ว นี่ยังขโมยอาหารคนอื่นกับรังแกเด็กอีกเหรอ ชีวิตจะบัดซบไปอีกแค่ไหนเนี่ย” เธอบ่นคนเขียนนิยายอย่างอดไม่ได้

จากนั้นก็ต้องยกมือขึ้นกุมศีรษะอีก เพราะความทรงจำยังคงหลั่งไหลเข้ามา และเมื่อภาพความทรงจำเติมเต็มจบครบ เธอก็แทบอยากจะตายอีกครั้ง เพื่อให้ออกไปจากนิยายเรื่องนี้

“เห้อ...มาแล้วก็ต้องเดินหน้าต่อใช่ไหม” หญิงสาวยังคงถามตัวเองเหมือนคนบ้า “เอาวะ ในเมื่อเข้ามาอยู่ในบทนางร้ายตัวประกอบแล้ว ฉันจะต้องเดินหน้าต่อโดยจะไม่ทำตัวเหมือนนางร้ายตัวประกอบคนนี้แน่ ฉันจะดีกับคนที่ดีกับฉัน แต่ใครร้ายมาฉันก็จะเอาคืนให้สาสม ฉันคือนางร้ายคนใหม่แล้ว”

เมื่อตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว เธอจึงได้พยุงร่างตัวเองให้ลุกขึ้น แม้จะซวนเซเล็กน้อยแต่ก็ยืนได้อย่างมั่นคง ก่อนจะเดินออกมาหน้าบ้าน เพื่อพบเจอกับชาวบ้านกลุ่มนี้

“หล่อนออกมาแล้วเหรอ” หญิงสูงวัยที่โวยวายคนแรกพูดขึ้น เมื่อเห็นซ่งอวี้เหมยเดินออกมา สายตาของนางดูแล้วโกรธผู้หญิงตรงหน้าเหลือเกิน โดยมีชาวบ้านคนอื่นมองเธออย่างไม่พอใจเหมือนกัน

“นั่นสิ กล้ามากเลยนะที่ยังอยู่ในหมู่บ้านนี้” อีกคนพูดเสริมทันที

“อ้าวป้า ไม่ให้ฉันอยู่หมู่บ้านนี้แล้วจะให้ฉันไปอยู่ไหนล่ะ ที่แล้วมาฉันอาจจะทำผิดและนิสัยไม่ดี แต่ทุกครั้งที่ฉันก่อเรื่อง ครอบครัวฉันก็ชดใช้ให้ไม่ใช่เหรอ แล้วจะมาโวยวายทำไมกัน” ซ่งอวี้เหมยพูดออกมาตามความทรงจำที่มีของร่างเดิม ถึงแม้จะอ่านนิยายเรื่องนี้ไม่จบ แต่จากนี้ไปเธอพร้อมที่จะเดินเรื่องเอง

ชาวบ้านที่พูดสวนกลับก็อ้าปากจะเถียง แต่เธอก็พูดแทรกขึ้นมาเสียก่อน โดยเจาะจงไปที่ป้าคนแรก

“ส่วนเรื่องหลานสาวของป้า กลับไปถามเธอก่อนว่าใครหาเรื่องใครก่อน หากไม่โดนเล่นงานก่อน จะมีคนบ้าที่ไหนรังแกคนอายุน้อยกว่า” หญิงสาวสวนกลับอย่างหงุดหงิด เมื่อจำได้ว่าสาเหตุที่ร่างเดิมรังแกหลานสาวของหญิงสูงวัยตรงหน้า เพราะถูกเล่นงานก่อนอย่างไรล่ะ

เมื่อคำนี้หลุดออกมาจากหญิงร้ายกาจประจำหมู่บ้าน ทำให้ทุกคนในที่นี้มองหน้ากันเลิ่กลั่ก เพราะไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีคนในหมู่บ้านรังแกลูกสาวบ้านซ่งคนนี้

“ส่วนเรื่องไข่ไก่ฉันยอมรับว่าเอาไปจริง เดี๋ยวจะใช้คืนให้ก็แล้วกัน” เธอหันไปตอบกลับป้าอีกคนอย่างเสียไม่ได้ ‘ในเมื่อเอาของเขามาก็ต้องใช้คืน เรื่องนี้ไม่อาจหลีกเลี่ยง’ เธอคิดในใจ

พอเจอคำพูดสวนกลับที่มีเหตุผลของซ่งอวี้เหมย หญิงสูงวัยจึงได้หน้าเสีย ก่อนจะมองกันไปมา แต่เพราะไม่อยากเสียหน้า จึงได้หาเรื่องอื่นมาพูดอีก เพื่อที่จะสร้างความอับอายให้กับหญิงสาวตรงหน้า

“ฉันไม่เชื่อหรอกนะว่าหลานฉันจะเป็นคนหาเรื่องหล่อนก่อน หล่อนน่ะชอบก่อเรื่องและสร้างความอับอายไปทั่ว ขนาดผู้กองหาน หล่อนยังวิ่งไล่ตามจนน่าเกลียด จนเขาเบือนหน้าหนีเพราะความรังเกียจ ยังไม่รู้ตัวบ้างหรือไง”

เมื่อหาเรื่องหนึ่งไม่ได้ นางก็เลยหยิบยกเรื่องนี้ออกมาพูด เพื่อที่จะให้หญิงสาวตรงหน้ารู้สึกอับอายมากขึ้น

แต่เหมือนนางจะคิดผิด เพราะซ่งอวี้เหมยกลับยืนกอดอกมองด้วยสายตาว่างเปล่า ก่อนจะพูดขึ้นมาเสียงดังฟังชัด คล้ายกับจะประกาศให้คนในหมู่บ้านนี้รู้ว่า

“เอาล่ะ ฉันขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่า ต่อให้โลกนี้จะมีผู้ชายคนนี้เพียงคนเดียว ฉันก็จะไม่เหลียวแลเขาอีก ต่อไปฉันจะเอาเวลาที่วิ่งไล่ตามตอแยเขา ไปทำมาหากินดีกว่า ส่วนพวกป้า ๆ ทั้งหลายจะเชื่อหรือไม่ก็ตามใจ”

หญิงสาวพูดจบก็ยักไหล่คล้ายกับไม่สนใจ

‘ไม่ว่าสิ่งใดที่เป็นเรื่องแย่ ๆ ที่เจ้าของร่างเดิมกระทำมาก่อนหน้านี้ ซ่งอวี้เหมยคนนี้ไม่คิดที่จะทำตามอีก เพราะฉันไม่ต้องการตายเหมือนในนิยายอย่างไรล่ะ ต่อไปนี้ ฉันจะไม่ทำให้ครอบครัวอับอายและเสื่อมเสียชื่อเสียงอีกแล้ว พอกันทีกับการวิ่งไล่ตามพระเอกของเรื่อง’

หญิงสาวพูดในใจคล้ายกับปฏิญาณและให้คำมั่นสัญญากับตนเอง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • นางร้ายตัวประกอบคนนี้ไม่ขอแย่งชิงพระเอกอีกแล้ว 80s   บทส่งท้าย ใครว่าฉันเป็นนางร้ายตัวประกอบ

    บทส่งท้าย ใครว่าฉันเป็นนางร้ายตัวประกอบหานเจี้ยนกั๋วไม่รอให้อีกฝ่ายเข้าที่หลบกำบังตัวได้ทัน เขายิงไปที่ขาของหัวหน้าหลิวอย่างแม่นยำ รวมถึงลูกน้องคนอื่น ต่างก็ยิงลูกน้องของหลิวฉางเหอ จนทำให้พวกมันล้มลงไปกองกับพื้นและนอนร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด“แกกล้าทำอย่างนี้ได้ยังไง รู้มั้ยว่าใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ หากไม่อยากเดือดร้อน ก็ถอนตัวออกไปซะ” หัวหน้าหลิวพูดออกมาอย่างเดือดดาล เขาพยายามบีบบังคับให้อีกฝ่ายปล่อยตนเองไป โดยอ้างคนที่อยู่ในเงามืด“รู้สิ รู้ด้วยว่าหัวหน้าของพวกแกใหญ่แค่ไหน แต่ก็ไม่ใหญ่ไปกว่ากฎหมายหรอกนะ พวกแกกล้าดีอย่างไร ถึงมาขายสิ่งเสพติดพวกนี้ มอมเมาชาวบ้านจนทำให้ทุกคนเดือดร้อน บางคนถึงขั้นฆ่าคนอื่นตายก็ยังมี พวกแกเห็นแค่เงินเพียงน้อยนิด แล้วยอมทำสิ่งชั่วร้ายอย่างนี้เนี่ยนะ เลวจริง ๆ” หานเจี้ยนกั๋วด่ากลับอย่างเดือดดาล ที่ดูเหมือนว่าหลิวฉางเหอยังไม่สำนึกกับสิ่งที่กระทำ“ฮ่า ๆ ช่วยไม่ได้ ในเมื่อพวกมันโง่เอง ของพวกนี้ก็มีราคาแพง แต่อยากซื้อไปเสพอีก จะมาโทษฉันก็ไม่ได้หรอกนะ แต่แกคอยดูเถอะ นายใหญ่ต้องจัดการพวกแกให้สิ้นซากแน่ ไม่รู้หรือไงว่า สินค้าในครั้งนี้มีมูลค่ามากขนาดไหน” หล

  • นางร้ายตัวประกอบคนนี้ไม่ขอแย่งชิงพระเอกอีกแล้ว 80s   กวาดล้างพวกค้ายาเสพติด 1.2

    ดวงตาของชายหนุ่มเฉียบคมไม่ว่อกแว่ก เหมือนนักล่าที่รู้แน่แล้วว่าปลายทางจะเจออะไร และต่อให้จะบาดเจ็บอย่างไร เขาปฏิญาณกับตัวเองว่า จะต้องมีชีวิตรอดกลับไปพบเจอเธอให้ได้ และหวังว่าลูกน้องทุกคน จะปลอดภัยเหมือนกัน ถึงแม้ว่านี่จะเป็นช่วงกลางวัน แต่ทว่าหานเจี้ยนกั๋วก็ไม่รู้สึกเกรงกลัวสิ่งใด เพราะนี่คือภารกิจสำคัญที่เขาต้องทำ และต่อให้เป็นภูเขาท้ายหมู่บ้านที่ไม่ค่อยมีใครสัญจร หรือขึ้นมาแถวนี้มากนัก แต่ก็ยังคงมีคนมาหาของป่าอยู่นั่นทำให้มีนายทหารต้องไปตักเตือน และบอกให้รีบลงมาโดยที่สั่งห้ามไม่ให้บอกเรื่องนี้กับใคร“หมายความว่าอย่างไรผู้กอง ตอนนี้หมู่บ้านเราเกิดอะไรขึ้น ทำไมจึงพาเจ้าหน้าที่มากันเยอะขนาดนี้” หัวหน้าหมู่บ้านที่รู้ข่าวก็รีบวิ่งมาอย่างหน้าตาตื่น และถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน “ผมกำลังปฏิบัติการกวาดล้างคนทำผิดกฎหมายครับ หากหัวหน้าหมู่บ้านไม่อยากติดรางแห่ไปด้วย ก็พาชาวบ้านลงไปให้หมด แล้วปิดเรื่องนี้ให้เงียบที่สุด อย่าคิดว่าผมไม่รู้เรื่องที่หัวหน้าหมู่บ้านรู้ว่า คนบ้านหลิวทำอะไรไว้ เพียงแค่เพราะกลัวอำนาจของหัวหน้าหลิว คุณเลยไม่กล้าเปิดเผยเรื่องนี้” ชายหนุ่มปรายตามองอย่างเย็นชา แต่ก็เข้าใจไ

  • นางร้ายตัวประกอบคนนี้ไม่ขอแย่งชิงพระเอกอีกแล้ว 80s   กวาดล้างพวกค้ายาเสพติด 1.1

    กวาดล้างพวกค้ายาเสพติดวันต่อมา...หลิวฉางเหอมั่นใจว่าจะไม่มีใครรู้เรื่องที่เขาทำ แต่เพราะกลัวปัญหาจะตามมาเลย ตัดสินใจขนย้ายสินค้าผิดกฎหมายพวกนี้ ก่อนวันนัดหมายหนึ่งวัน“ฉันคิดว่าควรขนของกันวันนี้เลย ขนไปก่อนหน้าหนึ่งวันดีกว่าขนไปพรุ่งนี้แล้วเกิดปัญหาขึ้นมา” เขาพูดขึ้นกับลูกน้องที่รออยู่ตรงนี้เมื่อลูกน้องได้ยินต่างก็มองหน้ากันเลิ่กลั่ก เพราะไม่เข้าใจว่าทำไมถึงขยับขึ้นมาอีกหนึ่งวันในการส่งสินค้า“มันจะดีเหรอครับหัวหน้า การส่งสินค้าเร็วหนึ่งวันก็ไม่ใช่ว่าจะดีเสมอไป ยิ่งส่งไปกับเสบียงอาหารด้วย ผมกลัวว่าจะเกิดปัญหานะครับ” ลูกน้องคนหนึ่งอดพูดขึ้นมาไม่ได้ เขารู้สึกไม่ดีที่จะต้องขนสินค้าก่อนกำหนดการ แล้วรู้สึกว่างานครั้งนี้ไม่ง่ายอย่างที่คิด“แกจะกลัวอะไรวะ มีคนของนายใหญ่ปะปนอยู่ในกลุ่มขนเสบียงอาหารครั้งนี้ ฉันมองว่าการที่เราเลื่อนกำหนดการมาหนึ่ง วันมันน่าจะดีกว่า เกิดพรุ่งนี้มีปัญหาขึ้นมาตอนที่เราขนสินค้า แบบนั้นมันน่าจะเกิดปัญหามากกว่านะ” หลิวฉางเหอยังคงยืนหยัดความคิดของตนเอง แล้วบอกว่าเริ่มทยอยขนสินค้าไปวันนี้เป็นการดีกว่า“ถ้าอย่างนั้นก็แล้วแต่เจ้านายเลย อย่างไรพวกผมก็ยินดีทำตามคำสั่งอย

  • นางร้ายตัวประกอบคนนี้ไม่ขอแย่งชิงพระเอกอีกแล้ว 80s   โง่แล้วยังอวดฉลาด1.2

    ลูกค้าที่เคยทำการค้าร่วมกับซ่งอวี้เหมยและแม่ของเธอ รีบพูดขึ้นมาเพื่อให้ทุกคนเข้าใจ แต่ก็ยังปิดบางเรื่องที่พวกเธอทำการค้าในตลาดมืดไว้“ใช่แล้ว ฉันก็ทำการค้ากับคนบ้านซ่ง ก่อนที่พวกเธอจะเปิดร้านนี้กันเสียอีก” ลูกค้าอีกคนพูดสนับสนุนขึ้นมา และดูจะไม่ค่อยพอใจหลิวซูหรงสักเท่าไร“การที่เธอมาพูดแบบนี้ ไม่เท่ากับว่าใส่ร้ายครอบครัวบ้านซ่งหรอกเหรอ หรือว่าอิจฉาที่เห็นคนอื่นได้ดีกว่า”“นั่นสิ ฉันเองก็คิดอย่างนั้น”ตอนนี้ไม่ใช่ว่ามีลูกค้าเพียงแค่คนเดียวที่ออกหน้าให้คนบ้านซ่ง แต่กลับมีจำนวนไม่น้อยเลยที่พูดแทนหญิงสาวส่วนหานเจี้ยนกั๋วก็เดินมาอยู่เคียงข้างหญิงอันเป็นที่รัก และมองไปทางหลิวซูหรงด้วยสายตาที่ไม่พอใจ ในใจก็คิดว่า ‘คงต้องจัดการกวาดล้างคนบ้านตระกูลหลิวจริงจังสักที’“เป็นไปได้อย่างไรกัน แกจะมีคนรักมากขนาดนี้เชียวหรือ ทำไมทุกคนถึงพูดออกหน้าให้แกล่ะ” หลิวซูหรงถามออกไปอย่างตกใจ เธอแทบจะไม่เชื่อกับเหตุการณ์ตรงหน้า เธอไม่นึกไม่ฝันเลยว่าซ่งอวี้เหมยจะมีคนรักมากขนาดนี้“ฉันไม่คิดเลยนะว่าคนเราโง่แล้วยังอวดฉลาดอีก ฉันไม่รู้หรอกว่าอะไรทำให้เธอใส่ร้ายฉันได้ขนาดนี้ อีกทั้งเรื่องราวที่เกิดขึ้น มันก็ผ่านไปแล

  • นางร้ายตัวประกอบคนนี้ไม่ขอแย่งชิงพระเอกอีกแล้ว 80s   โง่แล้วยังอวดฉลาด 1.1

    โง่แล้วยังอวดฉลาดมุมหนึ่งของถนน หลิวซูหรงยืนมองมาทางหน้าร้านบ้านซ่งด้วยสายตาโกรธแค้น เธอไม่เข้าใจว่าทำไมซ่งอวี้เหมย ถึงได้มีเงินมากขนาดนี้ มากจนได้เปิดร้านอาหารบ้านซ่งที่ไม่เล็กเลย“นังซ่งอวี้เหมยมันทำอะไรกันแน่ ถึงได้มีเงินมาเปิดร้านอาหารใหญ่โตขนาดนี้” หลิวซูหรงไม่คิดเลยว่าช่วงเวลาที่เธอไม่อยู่ ศัตรูคู่แค้นจะมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นมากขนาดนี้“หรือว่ามันแอบทำเรื่องผิดกฎหมาย เลยทำให้คนบ้านซ่งมีเงินมาเปิดร้าน จนทำให้ทุกคนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แบบนี้เราควรไปแจ้งทางการดีไหมนะ” สุ่ยฟางพูดขึ้นมาอีกคน เธอไม่คาดคิดเหมือนกันว่า ซ่งอวี้เหมยจะมีความเป็นอยู่เจริญรุ่งเรืองอย่างนี้ ในขณะที่ตนถูกส่งไปที่ค่ายกักกันและถูกใช้แรงงานเยี่ยงทาส‘น่าเจ็บใจนัก ทำไมฉันถึงต้องไปอยู่ในสภาพอย่างนั้น แล้วดูนังนั่นสิ มันกลับมีชีวิตที่ดีขึ้น มีร้านค้าใหญ่โต แถมได้ยินว่ามันยังซื้อบ้านในเมืองอีก ทำไมชีวิตที่ดีแบบนี้ ถึงไม่เป็นของฉันกันนะ' เธอคิดในใจอย่างเจ็บแค้น อย่างไรคราวนี้ ก็ต้องหาทางเอาคืนอีกฝ่ายให้จงได้“ที่เธอพูดออกมามันน่าคิดนะ ตั้งแต่ฉันเกิดมาก็เห็นอยู่แล้วว่า บ้านซ่งไม่ได้ร่ำรวยอะไร ค่อนข้างไปทางยากจนกว

  • นางร้ายตัวประกอบคนนี้ไม่ขอแย่งชิงพระเอกอีกแล้ว 80s   กินอาหารพร้อมกันทั้งสองบ้าน

    กินอาหารพร้อมกันทั้งสองบ้านซ่งอวี้เหมยยิ้มออกมา ความจริงแล้วเธอไม่ได้เหนื่อยอะไรเลย กับการที่ทำให้ครอบครัวมีความสุข และมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แต่ก็รู้ดีว่าคนในยุคนี้ที่อายุเท่าเธอนั้น ควรที่จะแต่งงานมีครอบครัวได้แล้ว บางครอบครัวลูกสาวอายุสิบห้าสิบหกปีก็ให้แต่งงานแล้ว ซึ่งตอนนี้เธอเองก็อายุสิบแปดปีแล้ว จะว่าไปก็ควรจะมีครอบครัวเหมือนกับลูกสาวบ้านอื่นได้แล้วแต่อย่าลืมว่าซ่งอวี้เหมยคนนี้ เป็นหญิงสาวที่มาจากยุคปัจจุบัน ดังนั้นการแต่งงานในอายุเพียงสิบแปดปีนั้น จึงไม่ได้อยู่ในหัวของเธอเลย เนื่องจากชาติก่อน หญิงสาวบางคนอายุสี่สิบปียังไม่แต่งงานเลยก็มี บางคนอยู่แบบโสด ๆ สวย ๆ รวย ๆ ตลอดชีวิตก็ยังมีเยอะแยะ“เอาเถอะค่ะ ฉันคุยกับผู้กองแล้วว่าขอเวลาอีกสักหน่อย ให้พวกเราสองคนศึกษากันให้มากกว่านี้ เมื่อถึงเวลานั้นหากความรู้สึกยังเหมือนเดิม ไม่ได้เปลี่ยนแปลง ก็ค่อยมาตกลงเรื่องแต่งงานกันอีกครั้ง” หญิงสาวตอบกลับไปเพื่อให้พ่อแม่สบายใจ“ดีแล้วลูก อย่างไรก็ต้องศึกษากันให้ดีก่อน หากหลังจากนี้ความรู้สึกบอกว่าไม่ใช่ ก็ยังเป็นสหายกันได้ แต่ถ้ารีบแต่งงานแล้วเกิดหย่าร้างขึ้นมา ก็คงเป็นขี้ปากชาวบ้านอยู่ดี” ซ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status