เข้าสู่ระบบหลี่อิงอิงพูดพร้อมกับจ้องหน้าป้าสะใภ้อย่างจางเจียวตาไม่กะพริบ เธอไม่ได้สนใจว่าใครจะมองยังไง หลายๆ คนอาจจะมองว่าเธอเป็นเด็กก้าวร้าว แต่แล้วยังไง เธอไม่ได้ขอใครกินสักหน่อย ชาติก่อนหลังจากพ่อแม่ตายไปเธอก็มีเพียงครอบครัวของคุณลุงไตรภพที่เธอคิดว่าเป็นญาติ
แต่ชาตินี้ในร่างของหลี่อิงอิงเธอไม่สนใจ เพราะญาติแต่ละคนหาดีไม่ได้สักคนคงจะยกเว้นเพียงครอบครัวลุงใหญ่ ใครจะว่าเธออกตัญญูก็ช่าง เธอคิดเพียงว่าบุญคุณต้องทดแทน แค้นก็ต้องชำระ ด้วยจิตวิญญาณของเอมมี่ เธอมาจากยุคที่ชายหญิงเท่าเทียมกัน กตัญญูได้สำหรับคนที่ควรกตัญญู ไม่ใช่หลับหูหลับตาทำให้ทุกอย่างแบบเจ้าของร่างเดิม
จางเจียวเมื่อเห็นว่าหลี่อิงอิงยกเคียวขึ้นสูงเตรียมที่จะฟันจริงๆอย่างที่พูด หากว่าเธอขยับเข้าไปอีกนิด ต้องมีร่างกายส่วนใดของเธอจะต้องมีบาดแผลแน่ๆ
“แกนังอิงอิง แกคิดจะอกตัญญูอย่างนั้นเหรอ ไม่นึกถึงบุญคุณที่ฉันและครอบครัวเลี้ยงดูแกมาเลยหรือไง” จางเจียวชี้หน้าด่า ตอนนี้เธอโกรธจนตัวสั่นแล้ว
“ใช่ค่ะ คนเราควรจะกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ บุญคุณที่ให้่ได้มีซุกหัวนอนและผลาญเงินเก็บของพ่อแม่ฉันไปอย่างสบาย จริงๆ ฉันควรจะได้อะไรตอบแทนบ้างนะคะ ในเมื่อเงินที่ครอบครัวของป้าสะใภ้ใช้อย่างสุขสบายมาหลายปีก็เป็นเงินของพ่อแม่ฉัน คนที่ควรจะต้องตอบแทนบุญคุณคือครอบครัวของป้าสะใภ้ ไม่ใช่ฉัน”
หลี่อิงอิงใช้คำว่ากตัญญูและมีบุญคุณย้อนกลับไป ในเมื่อยุคนี้ยึดติดกับเรื่องนี้มากไม่ใช่หรือไง
“แก แกทวงบุญฉันเหรอนังอิงอิง” ตอนนี้จางเจียวทั้งอายทั้งโกรธที่นังเด็กกำพร้าอย่างลี่อิงอิงกล้าประจานเธอต่อหน้าคนทั้งคอมมูน
“ก็ป้าสะใภ้บอกว่าฉันอกตัญญูต่อครอบครัวของป้าสะใภ้ที่เลี้ยงดูฉันมา หรือว่าฉันพูดอะไรผิดไป อ๋อใช่ ป้าสะใภ้และครอบครัวเลี้ยงดูฉันด้วยการให้ลูกเจ้าของบ้านต้องไปนอนที่ห้องเก็บของข้างๆ ห้องเก็บฟืน ป้าสะใภ้เลี้ยงดูลูกเจ้าของบ้านด้วยการจิกหัวใช้งานทุกอย่าง แทบไม่มีเวลาพัก
ป้าสะใภ้เลี้ยงดูลูกเจ้าของบ้านด้วยการกินน้ำข้าวต้มที่นับเม็ดข้าวแทบไม่ได้ อ้อ ยังมีอีกอย่างคือเรื่องเมื่อวานที่ทำร้ายลูกเจ้าของบ้านเกือบตายด้วย เรื่องทั้งหมดนี้คือบุญคุณใช่ไหม แต่ว่าฉันจะต้องตอบแทนหรือกตัญญูยังไงดีล่ะ ช่วยบอกฉันหน่อยได้ไหม”
หลี่อิงอิงพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบไม่บ่งบอกว่าโกรธหรืออะไร ทำให้คนเป็นสามีของจางเจียวอย่างหลี่หยวนต้องเดินออกมาผสมโรงด้วยอีกคน
“มันจะมากไปแล้วนะอิงอิง ฉันเป็นลุงของแกนะ และเป็นญาติผู้ใหญ่ของแกด้วย แล้วฉันไปอยู่บ้านของน้องชายฉันมันผิดตรงไหน” หลี่หยวนพูดอย่างไม่อายจนลืมไปว่าบ้านสามนั้นแยกบ้านออกมาแล้ว
“ลุงรองกล้าพูดนะคะ บ้านสามแยกบ้านออกมาแล้วไม่ใช่รึไงค่ะ แล้วลุงรองเข้ามาอยู่ในฐานะอะไร ยังมีเรื่องเงินเก็บของพ่อแม่ฉันด้วย ทั้งสองคนเก็บมาทั้งชีวิต แต่ลุงรองกลับเอาไปใช้จ่ายอย่างไม่อาย ดังนั้นจะมาถามหาบุญคุณอะไรอีก คนที่ควรจะอายคือครอบครัวของลุงรองไม่ใช่ฉัน
ในเมื่อพูดแล้ว ฉันก็ขอพูดเลยก็แล้วกัน ฉันให้เวลาครอบครัวของลุงรองสามวัน ช่วยย้ายออกจากบ้านฉันด้วย ส่วนเรื่องเงินฉันไม่เอาคืนเพราะรู้ว่าไม่เหลือแล้ว ถ้าไม่ย้ายออกไปฉันจะไปแจ้งทางการ ดีไม่ดีลุงรองและครอบครัวอาจจะต้องคืนเงินทั้งหมดด้วยนะคะหากว่ามีเจ้าหน้าที่มาเกี่ยวข้อง”
ในเมื่อหาเรื่องกันเอง หลี่อิงอิงคนใหม่ก็จัดให้แบบพิเศษมีแต่เนื้อเน้นๆไม่เอาน้ำ
เมื่อบ้านหลี่ที่ยืนมองกันอยู่เห็นว่าเรื่องกำลังลุกลามก็บอกให้ลูกชายคนโตเข้าไปจัดการ แต่กลายเป็นว่าหลี่คงปฏิเสธ
“พ่อครับเลิกเข้าข้างเจ้ารองสักทีเถอะ เรื่องนี้เจ้ารองเองก็ผิดที่คิดไปฮุบทรัพย์สินที่เจ้าสามทิ้งไว้ให้ลูกสาวเพียงคนเดียวของเขาไปใช้อย่างสบาย พ่อและแม่ไม่ใช่ไม่รู้ อย่าบอกว่าหลับตาข้างเดียว เท่าที่ผมเห็นคือพ่อและแม่หลับตาสองข้างมาตลอด
ดูหลานสาวของพวกเราสิครับ พ่อแม่ก็จากไปหมดแล้ว แทนที่ได้เรียนกลับต้องลาออกมา ผมเองก็ไม่มีกำลังที่จะช่วยหลานสาวของผมเลย ถ้าจะให้ไปจัดการเรื่องที่เกิดขึ้นคุณพ่อก็ไปเองเถอะครับ”
หลี่คงพูดจบก็เดินจากไป ไม่คิดจะหันกลับมาสนใจพ่อแม่ของตัวเองอีกเลย
ส่วนชาวบ้านที่ยืนดูกันอยู่ต่างพากันแปลกใจไม่คิดว่าหลี่อิงอิงจะเปลี่ยนไปขนาดนี้ แต่เธอบอกว่าโดนทำร้ายเกือบตาย บางทีเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เธอเปลี่ยนตัวเองขึ้นมาก็ได้ คนเราหากว่าไม่ถึงขีดสุดก็คงไม่ลุกขึ้นสู้แบบนี้
“อิงอิงเรายังเป็นเด็ก จะอยู่คนเดียวได้ยังไง”
นางฉินซื่อหรือย่าฉินที่ทุกคนเรียกและยังเป็นย่าเจ้าของร่างนี้ พูดเพื่อจะยุติปัญหา ตอนนี้เธอและบ้านหลี่อายจนจะมุดดินอยู่แล้ว ใครจะคิดว่าหลานสาวเธอคนนี้จะกล้าพูดตอกหน้าลุงของตัวเองจนหน้าหงายล่ะ
“ไม่เป็นไรค่ะย่า ฉันอยู่ได้ ฉันเองก็ไม่ได้อายุสิบสองหรือสิบสามเหมือนเมื่อก่อน ฉันก็อายุสิบหกจะเข้าสิบเจ็ดปีเต็มแล้ว สามารถใช้ชีวิตอยู่คนเดียวได้แล้วค่ะ ย่าไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องนี้ อีกทั้งบ้านฉันก็แข็งแรงมากเป็นบ้านปูนมุงกระเบื้อง ไม่มีทางพังง่ายๆหรอก”
หลี่อิงอิงตอบกลับย่าฉินด้วยรอยยิ้ม ฉินซื่อเองก็ไปไม่เป็นเมื่อหลานสาวพูดกลับมาแบบนี้
“ฉันว่าตอนนี้เสียเวลามากแล้ว ทุกคนควรจะทำงานต่อ ไม่อย่างนั้นจะโดนหัวหน้าฝ่ายดุเอาได้นะคะ”
หลี่อิงอิงคิดว่าพูดความต้องการไปแล้วและไม่อยากจะเสวนากับตระกูลหลี่อีก จึงกลับมาลงมือเกี่ยวข้าวกับเสี่ยวหลินต่อ
จากเหตุการณ์นี้ทำให้หลายๆคนมองหลี่อิงอิงใหม่ แต่มีคนหนึ่งที่มองเธอด้วยสายตาที่ซับซ้อนและค้นหาพร้อมกับฝังภาพของเธอเข้าไปในความทรงจำของตัวเอง หลี่อิงอิงไม่รู้เลยว่าตอนนี้เธอกลายเป็นจุดสนใจของใครหลายๆคน เธอยังคงทำงานด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน
เมื่อถึงเวลาสัญญานก็ดังขึ้นเพื่อให้รู้ว่าถึงเวลาพักแล้ว เมื่อเช้าหลี่อิงอิงแกล้งหยิบห่อผ้ามาจากบ้านก่อนจะหยิบซาลาเปาออกมาห่อไว้ ก่อนจะใส่ลงในตะกร้าเพื่อจะนำมากินมื้อเที่ยง ถ้าหากเธอเอาแบบที่ยังร้อนออกมามันจะผิดปกติจนเกินไป เอาแค่พออุ่นๆ อีกอย่างซาลาเปาร้านนี้ถึงแม้จะเย็นก็ยังนุ่มและอร่อยอยู่ เธอหยิบไส้เห็ดและไส้ผักออกมา เธอยังไม่กล้าหยิบไส้หมู ต้องรอเข้าอำเภอก่อนถึงจะกล้าที่จะกินเนื้อ
“นี่ค่ะ ลุงคัง ป้าเหมย กินซาลาเปาด้วยกัน”
พูดจบก็กวาดตามองหาลุงใหญ่และครอบครัว คงจะเป็นครอบครัวเดียวในบ้านหลี่ที่คอยช่วยและบางครั้งป้าสะใภ้ใหญ่ยังแอบมาดูและเอาอาหารมาให้ร่างเดิมกินบ่อยๆ เมื่อหันไปเจอเป้าหมายหลี่อิงอิงก็มองดูว่าบ้านหลี่คนอื่นอยู่ด้วยหรือไม่ เธอจึงเอาห่อซาลาเปาที่แยกไว้แปดลูก ยื่นให้กับสหายก่อนจะหันไปทางลุงใหญ่ของเธอ
เสี่ยวหลินเองก็ไม่อิดออดทำตามอย่างว่าง่าย เมื่อหลี่คงเห็นของที่เสี่ยวหลินให้มาก็หันไปหาหลานสาวที่กำลังนั่งยิ้มและมองมาทางนี้ สี่คนพ่อแม่ลูกบ้านลุงใหญ่ก็หันมายิ้มขอบคุณเช่นกัน ทุกคนรู้ดีว่าควรทำยังไง เพราะน้อยคนจะเห็นบ้านใหญ่คุยกับบ้านสาม แต่ความจริงเป็นยังไงนั้นพวกเขาย่อมรู้ตัวดี
เมื่อเสี่ยวหลินกลับมาทุกคนก็นั่งกินซาลาเปากันอย่างมีความสุข คังเทียนคิดว่านานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้กินซาลาเปานุ่มและอร่อยขนาดนี้ หลี่อิงอิงบอกเพียงว่าเธอเป็นคนทำ บ้านคังเองก็ไม่คิดสงสัย บางสิ่งบางอย่างไม่มีใครสามารถตอบได้เหมือนกับความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นของหลี่อิงอิงอย่างวันนี้ คังเทียนหวังว่าชีวิตของหลี่อิงอิงสหายของลูกสาวคนนี้จะดีขึ้นเรื่อยๆ
บทส่งท้าย ครอบครัวและความสุขเมื่อกลับมาถึงบ้านเสี่ยวหลิน หลี่ฮุ่ยหมิน และหลี่ฮุ่ยหยาง จึงเข้ามาหาเฉิงอิงอิงและเฉิงจี้หยวนในห้องนอน รวมทั้งหลงจื่อ ไท่เป่า ก็ตามมาด้วยเช่นกัน“มีอะไรหรือเปล่าคะ” เฉิงอิงอิงถามอย่างสงสัย ทำไมทุกคนจึงเข้ามาหาเธอพร้อมกัน“ขอบใจมากนะอิงอิง ที่ครั้งนั้นน้องดึงพี่ขึ้นมา ทำให้พี่มีวันนี้” หลินฮุ่ยหมินยิ้มให้น้องสาว“พี่ก็ด้วย หากวันนั้นอิงอิงไม่มอบโอกาสให้พวกเรา วันนี้คงไม่มีเราทุกคนยืนอยู่ตรงนี้”หลี่ฮุ่ยหยางลูบหัวน้องสาวด้วยความเอ็นดู ตอนนี้แม้ว่าหลี่อิงอิงน้องสาวของเขาโตจนมีครอบครัวแล้ว แต่เขายังมองว่าอิงอิงนั้นยังเป็นน้องสาวตัวน้อยคนเดิมอยู่ดี“ฉันเองก็ขอบใจเธอมากนะอิงอิง ทั้งเรื่องโอกาสในการเรียน เรื่องงานทุกอย่างที่ให้พ่อกับแม่ทำ ทั้งเรื่องที่สอนให้ฉันมีความกล้าจนได้สามีที่ดีอย่างพี่ไท่เป่า ขอบใจเธอมากจริงๆ”เสี่ยวหลินเดินเข้ามากอดเพื่อนสนิทของเธอ หากวันนั้นอิงอิงไม่หยิบยื่นทุกอย่างให้ วันนี้เธอและครอบครัวคงจะไม่สุขสบายแบบนี้“อย่าคิดมาก และไม่ต้องขอบคุณอะไรทั้งนั้น ที่ฉันทำเพราะทุกคนคือครอบครัวที่ฉันมี”เฉิงอิงอิงยิ้มให้ แต่สิ่งที่เธอได้ยินประโยคถัดไปขอ
บทที่ 157 จบการศึกษาเฉิงจี้หยวนเมื่อได้ยินภรรยารักบอกว่าเธออาจจะท้อง เขาได้แต่ตัวแข็งทื่อ ไม่ใช่ว่าไม่ดีใจ แต่เพราะเขาห่วงภรรยาว่าจะเจ็บปวดเหมือนตอนที่คลอดสองแฝดอีก ยิ่งตอนนี้หมอเฉินไม่อยู่เสียด้วย หากเกิดอะไรขึ้นเขาจะทำยังไง“สามีไม่ดีใจเหรอถ้าเกิดหนูท้องขึ้นมา” เฉิงอิงอิงถามน้ำตาคลอเบ้า คิดว่าสามีไม่อยากมีลูกเพิ่ม“ไม่ใช่ครับ หนูอย่าร้องนะ พี่กลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับหนูมากกว่า ถ้าเกิดหนูเป็นอะไรขึ้นมา พี่กับลูกจะอยู่ยังไง พี่คงขาดใจถ้าไม่มีหนูนะอิงอิง” เฉิงจี้หยวนบอกความรู้สึกของตัวเองกับภรรยารัก“ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ ถ้าเกิดอะไรขึ้นหมอเฉินคงจะโผล่มาแล้ว อย่าลืมว่าหนูมีน้ำวิเศษอยู่สิ หลังจากนี้หนูจะเอาออกมาดื่มเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงดีไหม สามีจะได้ไม่ต้องห่วงว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับหนูอีกตอนคลอด” เมื่อได้รู้ถึงความกังวลของสามีจากที่เขาเป็นคนปลอบเธอ แต่ตอนนี้กลายเป็นเธอปลอบเขาแทนสองสามีปลอบประโลมกันด้วยความรัก ตอนนี้เมื่อคิดว่าภรรยาท้องแล้วเขาจึงไม่ทำอะไรไปมากกว่านอนกอดภรรยารักด้วยความสุข และหลับไปพร้อมด้วยรอยยิ้มที่เปื้อนใบหน้าทั้งสองคนวันต่อมา เฉิงจี้หยวนจึงพาภรรยาไปตรวจที่โรงพยาบาลเพื
บทที่ 156 เตรียมของขวัญให้ภรรยารักต่อให้หญิงสาวคนนี้จะมองด้วยสายตายังไง แต่คนที่เฉิงจี้หยวนสนใจมีเพียงคนเดียวคือภรรยาของเขาเจิ้งฮั่วอดโมโหไม่ได้ อะไรคือทำการค้า ในเมื่อที่สองแปลงนี้เป็นสิ่งที่แม่เขามอบให้ และเขาขายเพื่อจะไปทำอย่างอื่น มันขอกันได้ง่ายขนาดนั้นเลยหรือยังไง“ฉันไม่ใช่ลุงของเธอ เราตัดขาดกันแล้ว แม่ฉันมีฉันเป็นลูกชายคนเดียว ฉันไม่มีญาติที่ไหนอีกนอกจากลูกและภรรยา การที่ฉันขายที่ดินและร้านค้ามันก็คือสิทธิ์ของฉัน ฉันไม่ได้ขโมยใครมา”เจิ้งฮั่วไม่พอใจอย่างมาก เขาขายไปแล้วมาขอคืนแบบนี้หาเรื่องให้เขาแล้วไหม คิดบ้างหรือเปล่าว่าตระกูลเฉิงนั้นร่ำรวยและทรงอิทธิพลแค่ไหน“ฉันเข้าใจเหตุการณ์ทั้งหมดแล้ว คุณพาภรรยากลับไปได้แล้วล่ะ เรื่องนี้ฉันจัดการต่อเอง ขอบคุณมากที่มาไขความกระจ่างให้กับฉันและทุกคน” เฉิงอิงอิงหันมาบอกเจ้าของที่คนเดิม ในเมื่อได้รู้ความจริงแล้ว ที่เหลือเธอจัดการเอง“ขอบคุณมากครับนายหญิงนายท่านเฉิง”เจิ้งฮั่วเอ่ยขอบคุณก่อนจะพาภรรยากลับบ้าน เขาไม่ปรายตามองครอบครัวของพ่อเลยสักนิดเดียว ในเมื่อก่อปัญหาก็แก้เองก็แล้วกัน“พี่อาเฉินเจ้าหน้าที่เมื่อไหร่จะมาถึง พี่ช่วยเร่งให้หน่อยน
บทที่ 155 เอาหลักฐานมากางสิเวลาผันผ่านจนตอนนี้เฉิงอิงอิงและคนอื่นๆ เรียนเป็นปีสุดท้ายแล้ว หลี่ฮุ่ยหมินและหลี่ฮุ่ยหยาง มีเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศมาติดต่อให้ทำงานที่กระทรวง ถ้าพูดง่ายๆ คือทำงานในสถานทูตหลังเรียนจบหรือหลังสำเร็จการศึกษา รวมไปถึงเสี่ยวหลินยังมีเจ้าหน้าที่สายงานอื่นมาติดต่อขอให้ไปทำงานด้วยเช่นกันเฉิงอิงอิงให้อิสระในการตัดสินใจแก่พี่ชายทั้งสองและสหาย แต่หลี่ฮุ่ยหมินและหลี่ฮุ่ยหยางรวมทั้งเสี่ยวหลินนั้นเลือกที่จะปฏิเสธ ไม่ใช่ว่าพราะหยิ่ง แต่เพราะว่าตอนนี้กิจการที่บ้านขยายใหญ่ขึ้น แม้แต่หลี่คงและป้าสะใภ้ยังต้องพาสองแฝดกลับไปอยู่ที่ไห่หนาน ใช่แล้วลุงหลี่คงได้ลูกสาวสมใจครั้งนี้เป็นฝาแฝดด้วยเช่นกัน ส่วนลุงคังเทียนมีน้องชายให้กับเสี่ยวหลินสมใจลุงคังเทียนเขาละ อาเล็กนั้นได้ลูกสาวอีกคน แต่ละคนได้กลายเป็นคุณพ่อคุณแม่คนใหม่อย่างที่ต้องการตอนนี้เด็กทั้งสี่คนก็โตวันโตคืน การที่หลี่คงกลับไห่หนานไม่ใช่เพราะว่าตัวเองมีลูก แต่เขาคิดว่าหลานตัวน้อยนั้นโตแล้วสามารถดูแลตัวเองและอยู่กับพี่เลี้ยงคนอื่นได้ เขาห่วงงานที่ไห่หนาน แม้ว่าจะมีลุงคังเทียน อาเขย และพี่อาต้าเป็นเสาหลัก แต่ด้วยงาน
บทที่ 154 จบสิ้นปัญหาเฉิงจี้หยวนมาถึงบ้านร้างพร้อมกับทุกคน เขาไม่รอช้าเดินเอาน้ำไปสาดหน้าท่านเลขาธิการพรรคด้วยความโมโห กล้าดียังไงคิดที่จะฉุดภรรยารักของเขาไป เมื่อเลขาธิการพรรคฟื้นขึ้นมาพอเห็นหน้าว่าใครจับตัวเขามาได้แต่แสดงอาการตื่นตกใจ“พบกันเสียทีนะครับท่านเลขาธิการพรรคเถิงเวิ่นซวน”เฉิงจี้หยวนพูดเสียงเย็นพร้อมกับยิ้มให้ แต่คนที่มองกลับรู้สึกว่ารอยยิ้มนั้นเป็นรอยยิ้มที่น่ากลัว“นายจับฉันมาทำไมเฉิงจี้หยวน ฉันไปทำอะไรให้นาย” เถิงเวิ่นซวนถอยร่นจนไปติดกับผนัง“ท่านทำอะไรก็น่าจะรู้ตัวดีนะครับ กล้าดียังไงวางแผนจะจับตัวภรรยารักของผม ท่านคงไม่รักชีวิตของตัวเองแล้วใช่ไหม”“นายอย่ามาใส่ร้ายฉันนะ อย่าคิดว่าเป็นท่านนายพลแล้วจะทำอะไรก็ได้เหรอ”“ฮ่าๆๆ เป็นถึงท่านเลขาธิการพรรคแต่กลับไม่รู้ว่าผมและคนอื่นๆที่อยู่ที่นี่นั้นได้ลาออกจากการเป็นทหารเรียบร้อยแล้ว ต่อให้ผมยังดำรงตำแหน่งท่านนายพล ผมก็กล้าที่จะเอาชีวิตของท่าน ท่านน่าจะรู้ดีนะว่าคนอย่างเฉิงจี้หยวนกล้าทำทุกอย่าง หากใครคิดที่จะทำร้ายคนรักหรือครอบครัวของผม และท่านก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ไม่กลัวตายและไม่ต้องการที่จะมีชีวิตอยู่ต่อ” เฉิงจี้หยวนยังคงพู
บทที่ 153 จับตัวท่านเลขาคนนั้นหลังจากที่จัดการเรื่องราวทั้งหมดนี่ก็ผ่านมาสามวันแล้ว และวันนี้ก็ไม่มีใครเห็นหมอเฉินอีกเลย เมื่อวานตอนไปให้ปากคำและเป็นพยานเรื่องที่คุณนายเหวินและต้าวหมิงโดนวางยาหลังจากนั้นหมอเฉินหายไปตอนไหนไม่มีใครรู้เฉิงอิงอิงยังคงมาเรียนตามปกติ ส่วนเรื่องของหลี่ฮุ่ยหยางที่เกิดขึ้นกลับไม่มีใครพูดถึง รวมทั้งข่าวลือของเฉิงอิงอิงด้วยเหมือนกัน ตอนนี้เดินไปไหนในมหาวิทยาลัยกลับมีคนส่งยิ้มมาให้กลุ่มของเธอตลอดส่วนทางด้านของต้าวหมิงนั้น ตอนนี้ถือว่าเป็นปาฏิหาริย์สำหรับครอบครัวเหวินที่สองแม่ลูกหายจากอาการป่วย นายท่านเหวินเองก็สบายใจและดีใจ ในเมื่อหมอเฉินไม่รับอะไรตอบแทน นายท่านเหวินจึงได้รับคำแนะนำจากเฉิงอิงอิงว่าให้นำของบริจาคให้กับชาวบ้านยากไร้ ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นคนชนบท ต่อให้บริจาคในปักกิ่งคนยากไร้ก็มีทุกพื้นที่ ทั้งหมดจึงนัดแนะกันว่าอาทิตย์หน้าจะไปบริจาคตามชุมชนต่างๆ ซึ่งเฉิงอิงอิงและครอบครัวก็จะไปช่วยบริจาคด้วย“พี่รองมีอะไรหรือเปล่าทำไมสีหน้าไม่สู้ดีเลย” เฉิงอิงอิงถามพี่ชายเมื่อเห็นว่าเขาเดินกลับมาด้วยสีหน้าไม่สู้ดี“ลุงฮั่งยังไม่มาทำงานเลยสองวันแล้ว” หลี่ฮุ่ยหยางบอก
บทที่ 18 ข่าวลือหลังจากที่กึ่งวิ่งกึ่งเดินไม่นานเฉิงจี้หยวนก็กลับมาถึงบ้าน เขาเห็นอาหารสองกล่องว่างอยู่ จึงได้หยิบและเดินเข้าบ้านมา จากนั้นเปิดกล่องอาหารที่ยังอุ่นอยู่ดู ใบหน้าของชายหนุ่มที่มีแต่ความเย็นชาผุดรอยยิ้มขึ้น และเป็นรอยที่ที่กว้างที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะบนกล่องกระดาษที่ใส่อาหารมานั้นมีตั
บทที่ 17 แผนร้ายของหลี่เหยาและหย่งหัวหย่งหัวเองก็คิดตามที่หลี่เหยาบอก แต่ถ้าจะให้ปักใจเชื่อเลยก็ไม่ได้ ถ้าไม่เชื่อก็ไม่ได้“คุณลุงเราไม่ลองหาใครในตลาดมืดมาจัดการนังอิงอิงดูล่ะคะ ความเป็นไปได้หนูคิดว่ามีถึงเก้าส่วนเลยนะคะ มันอาจจะแค้นใจที่คุณลุงช่วยพ่อหนูไว้ และอาจจะแค้นใจที่พี่หย่งฮ่าวทิ้งมันแล้วม
บทที่ 16 หย่งฮ่าวโดนทำร้ายหลงจื่อมองเฉิงจี้หยวนกำลังทำงานอยู่ที่คอมมูนด้วยความฉงน ยิ่งมองเขายิ่งไม่เข้าใจว่าทำไมเจ้านายถึงพาตัวเองมาลำบากที่นี่ตั้งหลายปี เขาไม่คิดว่าคนที่เคยสบายและมีทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นเงินหรืออำนาจ หากว่าเจ้านายกลับไปจะได้ไม่ต้องเหนื่อยแบบนี้ ไม่รู้ว่าจะปิดตัวเองเพื่ออะไร“เรื่อ
บทที่ 15 ฉันไม่ใช้ของมือสอง ถ้ามันไม่ดีพอทันทีที่จ่ายค่าเกวียน หลี่อิงอิงจึงสะพายตะกร้ากลับมาที่บ้านคัง มาถึงก็เจอหัวหน้าหมู่บ้านหย่งหัวและลูกชายหย่งฮ่าวมายืนรออยู่“อิงอิงมานี่ มาพี่ช่วยยก หนักไหม” หลี่ฮุ่ยหมินเห็นน้องสาวเดินกลับมาจึงรีบเดินเข้าไปหา ก่อนจะกระซิบบอกน้องสาวให้ได้ยินกันสองคน“ตอนเรา







