เข้าสู่ระบบส่วนกู้ชิงอวิ๋นกินเพียงเล็กน้อย สายตากลับสังเกตนางอยู่เป็นระยะภายนอก ซ่งอวี้หรูดูสงบและไร้ความกังวล แต่ความคิดของนางกลับไม่เคยหยุดนิ่ง
‘กู้ชิงเหิงเริ่มสงสัยข้าแล้วแน่ ๆ คืนนี้เขาอาจส่งคนมาสอดแนม ไม่แน่ว่าในเรือนนี้อาจมีคนของเขาปะปนอยู่ด้วย’
‘ข้าควรหาทางเปลี่ยนสาวใช้ทั้งหมดหรือไม่ แต่หากเปลี่ยนทันทีจะดูผิดปกติเกินไป ค่อย ๆ ตรวจสอบทีละคนดีกว่า’
ตะเกียบในมือกู้ชิงอวิ๋นหยุดลงเล็กน้อย เขาเองก็คิดเช่นเดียวกัน เรือนของเขามีบ่าวรับใช้ที่คุ้นเคยหลายคน แต่หลังจากรู้ว่ากู้ชิงเหิงมีกองกำลังลับและแทรกซึมคนเข้ามาในจวนได้ เขาก็ไม่กล้าไว้ใจผู้ใดทั้งหมดอีก
วันพรุ่งนี้ เขาควรให้คนสนิทตรวจสอบประวัติของบ่าวในเรือนใหม่ทั้งหมดกู้ชิงอวิ๋นตักปลาใส่ถ้วยของซ่งอวี้หรูอย่างเป็นธรรมชาติ
“กินให้มากหน่อย”
ซ่งอวี้หรูเงยหน้าขึ้นมอง
“ท่านไม่ชอบกินปลาหรือ”
“ข้าเห็นว่าเจ้าชอบ”
นางก้มมองเนื้อปลาในถ้วย ก่อนจะพยักหน้า
“ขอบคุณ”
‘ดีจริง ๆ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้รักกัน แต่อย่างน้อยก็รู้จักดูแลภรรยา’
‘ขอเพียงรักษาความสัมพันธ์เช่นนี้ไว้ ข้าก็พร้อมช่วยเขาหลีกเลี่ยงความตาย ถึงอย่างไรหากเขาตาย ข้าก็ต้องกลายเป็นแม่ม่าย การหาสามีใหม่ยุ่งยากเกินไป’
กู้ชิงอวิ๋นที่กำลังดื่มน้ำชาเกือบสำลัก เขาวางถ้วยลงช้า ๆ ก่อนจะหยิบผ้าเช็ดหน้ามาปิดริมฝีปาก ซ่งอวี้หรูเงยหน้าขึ้น
“ท่านเป็นอะไร”
“ไม่มีอะไร”
“สำลักหรือ”
“เล็กน้อย”
นางพยักหน้า ก่อนจะกินอาหารต่อโดยไม่ได้สงสัย หลังจากกินจนอิ่ม ซ่งอวี้หรูก็รู้สึกง่วงขึ้นมาทันที ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทั้งวันเริ่มถาโถมเข้ามา นางยกมือขึ้นปิดปากหาว ก่อนจะหันไปมองเตียงมงคลที่เต็มไปด้วยพุทราแดง ถั่วลิสง และเมล็ดบัว
“พวกเราต้องเก็บของเหล่านั้นออกก่อนหรือไม่”
กู้ชิงอวิ๋นมองตามสายตานาง
“ข้าจะเรียกสาวใช้เข้ามาจัดการ”
“ไม่ต้อง”
ซ่งอวี้หรูลุกขึ้นเดินไปที่เตียง ก่อนจะหยิบพุทราแดงกับถั่วลิสงออกใส่จานเอง
“เพียงไม่กี่อย่าง เก็บเองก็ได้”
กู้ชิงอวิ๋นเดินเข้าไปช่วย ไม่นานเตียงก็ถูกจัดจนเรียบร้อย เหลือเพียงผ้าห่มสีแดงปักลายเป็ดแมนดารินคู่หนึ่ง
เมื่อทุกอย่างสงบลง ความรู้สึกประหม่าแปลก ๆ ก็กลับเข้ามาแทนที่ ซ่งอวี้หรูยืนอยู่ข้างเตียง พลางเหลือบมองสามีที่เพิ่งแต่งงานกันในวันนี้
แม้นางจะรู้จักเขาผ่านนิยาย รู้ว่าเขาเป็นคนดี รู้ว่าเขาไม่ใช่บุรุษชั่วร้าย แต่สำหรับนางแล้ว คนตรงหน้าก็ยังเป็นบุรุษที่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่กี่วัน
‘คืนนี้จะทำอย่างไรดี แม้ก่อนหน้านี้ข้ากับเขาจะเคยมีอะไรกันมาก่อนแล้ว แต่ตอนนั้นทั้งสองคนถูกวางยา ยามนี้ต่างฝ่ายต่างมีสติครบถ้วน เขาคงไม่คิดจะ...’
ความคิดของนางหยุดลงอย่างกะทันหัน ใบหน้าค่อย ๆ ร้อนขึ้น กู้ชิงอวิ๋นเองก็ได้ยินชัดเจนทุกถ้อยคำ ใบหูของเขาแดงขึ้นเล็กน้อย แต่ยังคงรักษาสีหน้าให้สงบ เขาเดินไปหยิบหมอนอีกใบจากตู้ ก่อนจะนำไปวางบนตั่งข้างหน้าต่าง ซ่งอวี้หรูมองการกระทำของเขาด้วยความประหลาดใจ
“ท่านจะทำอะไร”
“คืนนี้ข้าจะนอนบนตั่ง”
“เพราะเหตุใด”
กู้ชิงอวิ๋นตอบด้วยน้ำเสียงเป็นธรรมชาติ
“วันนี้เจ้าเหนื่อยมาทั้งวัน อีกทั้งร่างกายน่าจะยังไม่ฟื้นตัวดี ควรพักผ่อนให้เต็มที่”
เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวต่อ
“เรื่องอื่นไม่ต้องรีบร้อน”
ซ่งอวี้หรูมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ความระมัดระวังในแววตาค่อย ๆ จางหายไป
“เช่นนั้นข้าขอบคุณท่าน”
‘เป็นสุภาพบุรุษจริง ๆ พระรองแสนดีไม่ทำให้ผิดหวังเลย หากเขาไม่ตายเร็ว ข้าคงยินดีอยู่กับเขาไปตลอดชีวิตจริง ๆ’
กู้ชิงอวิ๋นหันหลังให้นาง ก่อนจะค่อย ๆ กำมือแน่น เขาจะไม่ตาย ไม่ว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้นในอนาคต เขาก็จะต้องมีชีวิตอยู่ ไม่ใช่เพียงเพื่อช่วยตระกูลกู้ แต่เพราะตอนนี้มีใครบางคนคิดจะอยู่กับเขาไปตลอดชีวิตแล้ว
ซ่งอวี้หรูถอดเสื้อคลุมชั้นนอกออก ก่อนจะมุดเข้าไปใต้ผ้าห่ม หัวของนางเพิ่งแตะหมอน ความง่วงก็เข้าครอบงำแทบจะในทันที ก่อนหลับนางยังคงคิดถึงแผนการของตนเองอย่างไม่ยอมแพ้
‘พรุ่งนี้ต้องเริ่มตรวจสอบคนในเรือน จากนั้นค่อยหาทางทำให้คนตระกูลกู้ระแวงกู้ชิงเหิง ไม่ต้องทำให้เขาพังพินาศในครั้งเดียว ค่อย ๆ เปิดเผยความผิดทีละเรื่องก็ได้’
‘เมื่อทุกคนไม่เชื่อใจเขาแล้ว เขาก็จะทำลายตระกูลกู้ได้ยากขึ้น หลังจากนั้นข้าก็จะใช้ชีวิตปลาเค็มอย่างสงบสุข’
เสียงความคิดค่อย ๆ เบาลง ไม่นานลมหายใจของซ่งอวี้หรูก็สม่ำเสมอนางหลับไปแล้ว
กู้ชิงอวิ๋นซึ่งนอนอยู่บนตั่งกลับยังคงลืมตาอยู่ในความมืด แสงเทียนมงคลส่องเงาของเขาลงบนผนัง คำพูดทั้งหมดที่ได้ยินในคืนนี้วนเวียนอยู่ภายในหัว
ซ่งอวี้หรูคิดว่ากู้ชิงเหิงเริ่มสงสัยนาง นางคิดว่าภายในเรือนอาจมีสายลับนางยังคิดจะค่อย ๆ เปิดโปงความผิดของเขาทีละเรื่อง นั่นหมายความว่านางรู้ว่ากู้ชิงเหิงเคยทำสิ่งใดไว้มากกว่าที่เปิดเผยออกมาแล้ว
กู้ชิงอวิ๋นหันไปมองร่างที่นอนอยู่บนเตียง เขาไม่อาจถามนางตรง ๆ แต่เขาสามารถปกป้องนาง และจัดเตรียมสถานการณ์ให้ปลอดภัยมากพอที่นางจะเปิดเผยความคิดเหล่านั้นออกมาเอง อย่างน้อยนับจากวันนี้ นางอยู่ในจวนตระกูลกู้แล้ว เขาย่อมมีโอกาสสังเกตและค้นหาความจริงมากขึ้น
เสียงเคาะประตูเบา ๆ ดังขึ้นจากด้านนอกในยามดึก กู้ชิงอวิ๋นลุกจากตั่งอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะเดินไปเปิดประตูเพียงช่องเล็ก ๆ
บ่าวคนสนิทของเขายืนอยู่ด้านนอก
“คุณชายรอง”
“มีเรื่องใด”
บ่าวลดเสียงลง
“เมื่อครู่จับได้ว่าสาวใช้คนหนึ่งจากเรือนครัวพยายามเข้ามาใกล้เรือนหอของคุณชายขอรับ”
แววตาของกู้ชิงอวิ๋นเย็นลง
“นางอ้างเหตุผลใด”
“นางกล่าวว่าจะนำชาร้อนมาให้ แต่คนเฝ้าประตูไม่เคยได้รับคำสั่ง จึงควบคุมตัวไว้ก่อน”
“ตรวจสอบแล้วหรือยังว่านางเป็นคนของผู้ใด”
“ยังขอรับ แต่นางเพิ่งถูกย้ายเข้ามาทำงานในเรือนครัวเมื่อครึ่งปีก่อน ผู้แนะนำคือนายงานคนหนึ่งที่เคยรับใช้ในเรือนของคุณชายใหญ่”
กู้ชิงอวิ๋นเงียบไปชั่วขณะ
“อย่าเพิ่งทำให้เกิดความเคลื่อนไหว”
“ควบคุมตัวนางไว้ลับ ๆ ตรวจสอบคนในครอบครัวและผู้ที่นางติดต่อทั้งหมด”
“ห้ามแพร่งพรายว่าพวกเราสงสัยผู้ใด”
บ่าวรับคำ
“ขอรับ”
ก่อนที่อีกฝ่ายจะจากไป กู้ชิงอวิ๋นกล่าวเพิ่มเติม
“ตั้งแต่คืนนี้ เพิ่มคนเฝ้าเรือนอีกสองเท่า แต่ให้ทุกคนซ่อนตัวอยู่ในที่มืด อย่าทำให้ฮูหยินรู้สึกผิดปกติ”
“ขอรับ”
บ่าวถอยออกไปอย่างเงียบเชียบ กู้ชิงอวิ๋นปิดประตู ก่อนจะหันกลับไปมองเตียงอีกครั้ง ซ่งอวี้หรูยังคงหลับสนิท ไม่รู้เรื่องราวที่เพิ่งเกิดขึ้นแม้แต่น้อย
เขาเดินกลับไปยังตั่ง แต่ไม่ได้ล้มตัวลงนอนในทันที ดูเหมือนความกังวลของนางจะไม่ใช่เพียงการคาดเดา กู้ชิงเหิงส่งคนมาสอดแนมเรือนหอจริง ๆ
คืนนี้เป็นคืนแต่งงานของเขา แต่คนผู้นั้นกลับยังกล้ายื่นมือเข้ามา กู้ชิงอวิ๋นทอดสายตามองเปลวเทียนคู่ที่กำลังลุกไหม้อยู่บนโต๊ะ ในอดีตเขาอาจยังมองกู้ชิงเหิงเป็นพี่ชายที่ตนเองควรเคารพและปกป้อง แต่ความรู้สึกเหล่านั้นกำลังเปลี่ยนไปแล้ว
หากกู้ชิงเหิงคิดทำร้ายคนในตระกูล หากเขาคิดจะใช้ซ่งอวี้หรูเป็นหมากอีกครั้ง กู้ชิงอวิ๋นก็จะไม่ยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็นพี่ชายที่เติบโตมาด้วยกัน หรือเป็นผู้ใดก็ตาม นับจากวันนี้ คนที่อยู่บนเตียงตรงหน้านั้นคือภรรยาของเขาและเขาจะไม่ยอมให้ผู้ใดแตะต้องนางได้เด็ดขาด
อากาศยามค่ำคืนในฤดูหนาวทำให้คนที่นอนบนตั่งรู้สึกหนาวจนนอนไม่หลับ เขาพลิกตัวอยู่หลายครั้งจนทำให้ซ่งอวี้หรูตื่น นางจ้องมองเขาที่นอนบนตั่งแข็งแถมยังต้องทนกับความหนาวเย็นสุดท้ายนางจึงได้เอ่ยออกมาเสียงเบา
“มานอนด้วยกันเถิด ใช่ว่าจะไม่เคยนอนด้วยกันเสียหน่อย”
“...”
เมื่อเห็นว่ากู้ชิงอวิ๋นไม่ตอบนางจึงได้เอ่ยออกมาเสียงเบา
“ถ้ามีคนรู้ว่าในคืนเข้าหอเจ้าบ่าวนอนบนตั่ง ข้าคงจะต้องเสียหน้าแน่”
ทันทีที่นางเอ่ยจบกู้ชิงอวิ๋นก็ขยับกายลุกขึ้นแล้วเดินมานอนบนเตียงเคียงข้างนางในทันที ไอเย็นที่ติดตัวเขามาทำให้นางอดดึงผ้าห่มคลุมร่างให้เขาไม่ได้
‘อากาศหนาวเย็นถึงเพียงนี้ยังจะมาทำตัวเป็นสุภาพบุรุษอีก ช่างเป็นคนดีจริงๆ’
‘เขาทำตัวเช่นนี้นี่เอง ซ่งอวี้หรูในนิยายจึงได้เข้าใจเขาผิด คิดว่าเขารังเกียจนาง โชคดีนะที่ข้าเข้าใจเขา เฮ้อ ทำตัวดีมากจนเกินไปจนเกิดเรื่องสินะ’
‘ไม่ได้การแล้วสิ่งแรกที่ข้าจะพูดกับสามีของข้าก็คือ ให้เขาช่วยทำตัวเป็นคนชั่วช้าเสียหน่อย ไม่งั้นก็เสียเปรียบตัวร้ายที่บังเอิญจับฉลากได้เป็นพระเอกอย่างกู้ชิงเหิง เพียงแต่คนดีๆ แบบนี้ ข้าจะตัดใจบอกให้เขาทำตัวเป็นคนชั่วได้หรือเปล่านะ’
“... เจ้ายังไม่นอนอีกหรือ หากเจ้านอนไม่หลับข้าสามารถทำให้เจ้านอนหลับได้นะ”
“หืม”
“เช่นนั้นข้าก็จะไม่เกรงใจเจ้าแล้ว”
เมื่อเขาพูดจบก็พลิกตัวขึ้นมาแล้วลงมือทำเรื่องที่เคยทำในคืนที่เขาถูกวางยาอีกครั้ง เปลวเทียนมงคลสั่นไหว เสียงเคลื่อนไหวภายในม่านมุ้งดังอยู่กว่าค่อนคืน ส่วนซ่งอวี้หรูนั้น เหนื่อยอ่อนจนไม่มีความคิดใดๆ ในหัวอีกต่อไป พอเขายอมปล่อยให้นางนอน นางก็หลับใหลไปในทันทีด้วยความอ่อนเพลีย...
หลายสิบปีผ่านไป คนรุ่นเก่าค่อย ๆ วางมือ กู้เจิ้งหยวนกับเผยซูเจินใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบ ท่ามกลางลูกหลานเต็มจวนซ่งเหวินหยวนเองก็วางมือจากราชสำนัก ใช้ชีวิตกับเถารั่วหรานและบุตรชายคนเล็กอย่างสุขสบายซ่งอวี้เฉิงเติบโตขึ้นอย่างดี สมกับที่ซ่งอวี้หรูเคยเททรัพย์สินรับขวัญเขาตั้งแต่เกิดทุกครั้งที่พบหน้าพี่สาว เขายังคงเรียกนางด้วยความเคารพ แต่สิ่งแรกที่ทำคือเปิดหีบของขวัญให้ดูว่าเอาอะไรมาให้พี่สาวบ้าง จนซ่งเหวินหยวนเคยบ่น“ข้าเลี้ยงดูเจ้ามาอย่างดี เหตุใดเมื่อมีของดีๆ เจ้าจึงขนไปให้พี่สาวของเจ้าจนหมด”ซ่งอวี้เฉิงตอบหน้าตาย“พี่หญิงให้ทรัพย์สินลูกตั้งแต่ลูกยังลืมตาไม่ขึ้น ยามนี้ลูกจึงต้องตอบแทนพี่หญิงให้มากหน่อยขอรับ”ซ่งเหวินหยวน “...”สุดท้ายคนที่ได้ประโยชน์มากที่สุดก็ยังเป็นปลาเค็มซ่งอวี้หรูเหมือนเดิม…เมื่อถึงวันที่กู้ชิงอวิ๋นเห็นว่าบุตรชายคนโตมีความสามารถเพียงพอจะรับภาระของตระกูลได้แล้ว เขาก็เรียกบุตรชายคนโตเข้ามาในห้องหนังสือตราแม่ทัพที่อยู่กับเขามานานหลายสิบปีถูกวางลงบนโต๊ะ“รับตราแม่ทัพไปเถิด”บุตรชายคนโตชะงัก“ท่านพ่อ”“ถึงเวลาของเจ้าแล้ว”“แล้วท่านพ่อเล่า ท่านพ่อยังไม่ทันจะแก่ชราเลย
กู้ชิงอวิ๋นจ้องมองใบหน้าของซ่งอวี้หรูแล้วก็ยิ้มออกมาความจริงแล้วมีอีกเรื่องหนึ่งที่เปลี่ยนแปลงไปหลังจากบุตรชายคนแรกของเขาและนางถือกำเนิดนับตั้งแต่วันนั้น... คนตระกูลกู้ไม่ได้ยินเสียงความคิดของซ่งอวี้หรูอีกเลยตอนแรกทุกคนต่างประหลาดใจเผยซูเจินเคยลองนั่งอยู่ใกล้นางทั้งวัน ฟางฮุ่ยเหมยเคยจงใจพูดเรื่องกู้ชิงเหิงในอดีตเพื่อดูว่านางจะคิดอะไร แม้แต่กู้ชิงอิงยังเคยแกล้งพูดถึงบุรุษรูปงามตรงหน้านางแต่ไม่ว่าอย่างไร... เสียงความคิดในใจที่เคยดังอยู่ในหัวทุกคนกลับหายไปอย่างสมบูรณ์ช่วงแรกคนในจวนรู้สึกไม่คุ้นเคยอยู่บ้าง โดยเฉพาะกู้ชิงอวิ๋น เขาเคยชินกับการได้ยินทุกอย่างที่นางไม่ยอมพูดออกมารู้ว่านางอยากกินอะไรรู้ว่านางโกรธผู้ใดรู้ว่านางกังวลเรื่องไหนรู้แม้กระทั่งตอนที่นางแอบชมเขาอยู่ในใจเมื่อเสียงเหล่านั้นหายไป...เขารู้สึกเหมือนมีบางสิ่งขาดหายไปจริง ๆแต่ไม่นานเขาก็พบว่า... มันไม่ได้แย่เลย เพราะซ่งอวี้หรูในวันนี้ไม่ใช่สตรีที่เก็บทุกสิ่งไว้ในใจเหมือนเมื่อก่อนอยากกินอะไร นางก็พูดออกมาไม่พอใจสิ่งใด นางก็บอกเขายามหึงหวง นางก็แสดงออกอย่างเต็มที่ยามคิดถึงเขา นางก็เขียนจดหมายส่งไปถึงค่ายทหาร บางฉ
เวลาผ่านไปเพียงชั่วพริบตา จากหญิงสาวที่เคยนอนเอกเขนกอยู่บนตั่งทั้งวัน ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายราวกับไม่มีเรื่องใดในโลกให้ต้องกังวล ซ่งอวี้หรูกลับต้องมานอนเหงื่อท่วมกายอยู่บนเตียงคลอด มือทั้งสองข้างกำผ้าปูที่นอนแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด“โอ๊ย!”“กู้ชิงอวิ๋น!”เสียงตะโกนดังออกมาจากห้องด้านใน คนที่ยืนรออยู่ด้านนอกถึงกับสะดุ้งพร้อมกันกู้ชิงอวิ๋นยืนตัวแข็งอยู่หน้าประตู มือทั้งสองข้างกำแน่น ใบหน้าที่ปกติสงบนิ่งกลับซีดเผือดจนแทบไม่มีสีเลือด“คุณชายรอง ท่านอย่าเดินไปเดินมาเลยเจ้าค่ะ”ฟางฮุ่ยเหมยเอ่ยอย่างจนใจ“เจ้าก็ทำให้แม่เวียนหัวไปด้วยแล้ว”กู้ชิงอวิ๋นไม่ได้ตอบ เขายังคงเดินไปมาอยู่หน้าห้อง เสียงร้องของซ่งอวี้หรูดังขึ้นอีกครั้ง“กู้ชิงอวิ๋น! เจ้าคนสารเลว!”“ข้าจะไม่คลอดแล้ว”“ข้าไม่เอาแล้ว”กู้ชิงอวิ๋นเม้มริมฝีปากแน่น หากเป็นเมื่อก่อน เขายังอาจได้ยินเสียงความคิดของนางแทรกอยู่ท่ามกลางคำด่าเหล่านั้นแต่นับตั้งแต่เริ่มเจ็บท้องคลอด... เขากลับไม่ได้ยินอะไรเลยไม่มีเสียงบ่นไม่มีเสียงแอบด่าไม่มีความคิดฟุ้งซ่านมีเพียงเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดและเสียงต่อว่าเขาเพื่อระบายความทรมานออกมาเท่านั้นยิ่งไม่ได้ยิน..
หลังจากนั้นหลายวัน ชีวิตของซ่งอวี้หรูก็กลับเข้าสู่ความสงบเช่นเดิมนางยังคงตื่นสายกินเก่งง่วงก็นอนบางครั้งก็เดินไปเยี่ยมฮูหยินผู้เฒ่าบางวันไปนั่งเล่นกับฟางฮุ่ยเหมย หากว่างมากก็ออกจากจวนไปตรวจสอบร้านค้าในมือของตนเองจนกระทั่งเช้าวันหนึ่ง... ชิงอวี่ยกสำรับอาหารเข้ามา“ฮูหยินน้อยเจ้าคะ วันนี้ในครัวทำโจ๊กปลา...”ยังพูดไม่ทันจบ ซ่งอวี้หรูก็ยกมือขึ้นปิดจมูก“เอาออกไป”ชิงอวี่ชะงัก“เจ้าคะ”“กลิ่นโจ๊กปลาคาวมากเลย”“แต่ปกติฮูหยินน้อยชอบโจ๊กปลามากนะเจ้าคะ”“วันนี้ไม่อยากกิน”ซ่งอวี้หรูตอบพลางขมวดคิ้ว นางยังไม่ได้คิดอะไร แต่ชิงอวี่กลับมองนางอย่างแปลก ๆ“ฮูหยินน้อย...”“อะไร”“ประจำเดือนของท่านเดือนนี้...”ซ่งอวี้หรูชะงัก ทั้งห้องพลันเงียบ นางเริ่มนับวันอยู่ในใจ จากนั้นสีหน้าก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไป‘เดี๋ยวนะ... เหมือนจะเลยมาหลายวันแล้วจริง ๆ’ชิงอวี่เบิกตากว้าง“บ่าวจะไปเชิญหมอ!”“เดี๋ยวก่อน”แต่นางยังห้ามไม่ทัน ชิงอวี่ก็วิ่งออกจากห้องไปแล้ว ข่าวแพร่เร็วเสียยิ่งกว่าไฟลามทุ่งไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ฟางฮุ่ยเหมยก็รีบมาถึง ตามมาด้วยเผยซูเจิน แม้แต่หลินจิ้งยังตามเข้ามาด้วย ซ่งอวี้หรูนั่งอยู่บนเตียง มองคนเต็
คำพูดของซ่งอวี้หรงทำให้ซ่งเหวินหยวนลุกขึ้นทันที“อะไรนะ!”ซ่งอวี้หรงหันไปมองบ่าวบนพื้น“เจ้าพกยาพิษเข้ามาในจวนอัครเสนาบดีเพื่ออะไร”“ตั้งใจจะวางยาผู้ใด”บ่าวคนนั้นกัดฟัน“ข้าไม่รู้!”“ไม่รู้หรือ”ซ่งอวี้หรงยิ้มเย็น“เช่นนั้นส่งไปกรมอาญาเถิด ที่นั่นมีวิธีทำให้คนไม่รู้กลายเป็นคนรู้ได้มากมาย”บ่าวชายหน้าซีดทันที“อย่า! ข้าพูดแล้ว”เขาหันไปมองเสิ่นอวี้เหวินด้วยความหวาดกลัว“เป็นคุณชายเสิ่น! เขาเป็นคนสั่งให้ข้าทำ”เสิ่นอวี้เหวินเบิกตากว้าง“เจ้าใส่ร้ายข้า!”บ่าวคนนั้นรีบตะโกน“คุณชายเสิ่นสั่งให้ข้าหาโอกาสวางยาฮูหยินซ่งและคุณชายน้อย เขาบอกว่าหากคุณชายน้อยตาย ท่านอัครเสนาบดีก็จะไม่มีบุตรชายสายตรง”“ส่วนหากฮูหยินซ่งตายไปด้วย... เขาก็จะสามารถกลับมาอยู่ข้างกายนายท่านได้อีกครั้ง”ทั้งห้องเงียบกริบ ซ่งเหวินหยวนตัวสั่น ไม่ใช่เพราะหวาดกลัว แต่เพราะโกรธจนแทบควบคุมตนเองไม่อยู่ เขาจ้องเสิ่นอวี้เหวินราวกับไม่เคยรู้จักเด็กคนนี้มาก่อน“เจ้า... คิดจะฆ่าฮูหยินของข้า และลูกของข้า”เสิ่นอวี้เหวินรีบส่ายหน้า“ไม่ใช่!”“ท่านพ่อ ท่านอย่าเชื่อเขา”“ข้าไม่ได้...”“หุบปาก!”เสียงตวาดดังสนั่น ทารกในอ้อมแขนแม่นมสะดุ
ข่าวของเซี่ยหว่านชิงถูกส่งกลับมาถึงเมืองหลวงในช่วงต้นฤดูหนาว ตอนแรกซ่งอวี้หรูไม่ได้สนใจนัก นับตั้งแต่ตระกูลเซี่ยถูกเนรเทศออกจากเมืองหลวง ชีวิตของนางก็กลับเข้าสู่ความสงบอย่างที่ใฝ่ฝันมานานตื่นสาย กินขนม เบื่อก็เดินเล่นในสวน บางวันไม่อยากออกจากเรือนก็เอนตัวนอนบนตั่งทั้งวันกู้ชิงอวิ๋นกลับจากค่ายทหารเมื่อใดก็จะมีของกินหรือของเล่นแปลก ๆ ติดมือกลับมาให้นางเสมอ ซ่งอวี้หรูจึงใช้ชีวิตเป็น “ปลาเค็ม” ได้อย่างเต็มภาคภูมิจนกระทั่งวันหนึ่ง ชิงอวี่นำข่าวจากชายแดนเข้ามารายงาน“ฮูหยินน้อยเจ้าคะ มีข่าวเรื่องคุณหนูเซี่ยเจ้าค่ะ”ซ่งอวี้หรูซึ่งกำลังนอนกอดหมอนอยู่บนตั่งเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย“เซี่ยหว่านชิงหรือ”“เจ้าค่ะ”“นางเป็นอย่างไรบ้าง”ชิงอวี่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบ“เสียชีวิตระหว่างทางไปชายแดนแล้วเจ้าค่ะ”มือที่กำลังหยิบขนมของซ่งอวี้หรูหยุดลง“ตายแล้วหรือ”“เจ้าค่ะ”ชิงอวี่ลดเสียงลง“หลังจากถูกเนรเทศ การเดินทางลำบากมาก อาหารที่แจกให้นักโทษก็มีไม่มาก คุณหนูเซี่ยไม่เคยลำบากมาก่อนจึงทนไม่ไหว”“ได้ยินว่า...ช่วงหลังนางพยายามใช้สิ่งที่ตนเองมีแลกเปลี่ยนกับอาหารและความสะดวกจากผู้คุมบางคน”ซ่งอวี้หรูเงี







