Home / รักโบราณ / นางร้ายสายปลาเค็ม / บทที่ 24 เช้าวันแรกของคู่บ่าวสาว

Share

บทที่ 24 เช้าวันแรกของคู่บ่าวสาว

Author: BigM00N
last update Petsa ng paglalathala: 2026-08-22 16:38:25

เช้าวันต่อมา แสงอาทิตย์อ่อน ๆ ลอดผ่านกระดาษหน้าต่างเข้ามาภายในห้องหอ

เทียนมงคลคู่บนโต๊ะดับลงไปนานแล้ว เหลือเพียงคราบน้ำตาเทียนสีแดงที่ไหลแข็งตัวอยู่ตรงเชิงเทียน

ม่านเตียงสีแดงยังคงปิดสนิท ภายในม่าน ซ่งอวี้หรูนอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม ลมหายใจสม่ำเสมอ ใบหน้าขาวผ่องมีสีแดงจาง ๆ ประดับอยู่ตรงแก้ม

นางหลับสนิทจนไม่รู้สึกตัวแม้แต่น้อยว่า คนข้างกายลืมตาตื่นขึ้นมานานแล้ว และตอนนี้กู้ชิงอวิ๋นก็กำลังนอนตะแคงมองนางอยู่เงียบ ๆ

เส้นผมยาวของหญิงสาวกระจายอยู่บนหมอน บางส่วนพันอยู่กับแขนของเขา ใบหน้าที่ปกติมักแสดงความเย่อหยิ่งยามหลับกลับดูไร้เดียงสาและไร้การป้องกัน

เมื่อคืนนี้ นางเป็นฝ่ายเรียกเขาขึ้นมานอนบนเตียงเอง อีกทั้งยังกล่าวว่าใช่ว่าพวกเขาจะไม่เคยนอนด้วยกันมาก่อน…

กู้ชิงอวิ๋นยอมรับว่า ในตอนแรกเขายังคิดจะรักษาระยะห่าง ให้นางพักผ่อนอย่างเต็มที่ตามที่ได้กล่าวไว้

แต่ความคิดในใจของนางกลับดังขึ้นไม่หยุด

ทั้งคิดว่าเขาเป็นสุภาพบุรุษ

ทั้งสงสารที่เขาต้องนอนหนาวอยู่บนตั่ง

ทั้งคิดว่าคนดีเช่นเขาจะต้องเสียเปรียบกู้ชิงเหิง

สุดท้ายยังครุ่นคิดว่าจะสั่งสอนให้เขาทำตัวเป็นคนชั่วเสียบ้าง

ในเมื่อนางกังวลว่าเขาจะเป็นคนดีจนเกินไป... เขาจึงทำได้แค่เพียงพิสูจน์ให้นางเห็นว่า อย่างน้อยต่อหน้าภรรยาของตนเอง เขาก็ไม่จำเป็นต้องเป็นสุภาพบุรุษอยู่ตลอดเวลา เมื่อนึกถึงความคิดของนางเมื่อคืนนี้ มุมปากของกู้ชิงอวิ๋นก็ยกขึ้นเล็กน้อย

ซ่งอวี้หรูที่นอนอยู่บนเตียงขยับตัวเบา ๆ เพียงแค่พลิกกาย ซ่งอวี้หรูก็รู้สึกปวดเมื่อยไปทั่วทั้งร่างคิ้วเรียวพลันขมวดเข้าหากัน ก่อนที่นางจะลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย ภาพแรกที่เห็นคือใบหน้าของบุรุษที่อยู่ห่างออกไปไม่ถึงคืบ

ซ่งอวี้หรูนิ่งค้าง ความทรงจำเมื่อคืนค่อย ๆ ไหลกลับเข้ามาในหัวทีละส่วน ตั้งแต่นางเรียกเขาขึ้นมานอนด้วยกัน จนถึงคำพูดที่เขาบอกว่าจะทำให้นางหลับแล้วเขาก็...

ใบหน้าของซ่งอวี้หรูร้อนผ่าวขึ้นมาทันที

‘คนผู้นี้หลอกลวงกันชัด ๆ เขาบอกว่าสามารถทำให้ข้านอนหลับได้ ข้าก็หลงคิดว่าคนดีแบบเขาจะเล่านิทานหรือกดจุดให้นอนหลับเสียอีก คิดไม่ถึงว่าจะลงมือทำเรื่องเช่นนั้นได้อย่างไร้ความละอาย...’

กู้ชิงอวิ๋นที่กำลังมองนางอยู่ได้ยินความคิดของนางอย่างชัดเจน เขานิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงสงบ

“ตื่นแล้วหรือ”

ซ่งอวี้หรูรีบดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดถึงคาง

“อืม”

นางไม่กล้าสบตาเขา เมื่อคืนความมืดช่วยปิดบังความอับอายได้มาก แต่ยามนี้แสงสว่างเต็มห้อง นางกลับไม่รู้ว่าควรวางสีหน้าเช่นไร

กู้ชิงอวิ๋นมองท่าทางของนาง ก่อนจะกล่าวอย่างอ่อนโยน

“ยังปวดเมื่อยอยู่หรือไม่”

ซ่งอวี้หรูเม้มริมฝีปาก

“เล็กน้อย”

‘เล็กน้อยที่ใดกัน ร่างกายแทบจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ แล้ว ข้าก็พอจะรู้อยู่แล้วว่าเขามีวรยุทธ์แต่ส่วนใหญ่เขาจะทำตัวเป็นคุณชายผู้งามสง่าประดุจหยก คิดไม่ถึงเลยว่าเรื่องบนเตียงจะช่างเรียกร้องและมีเรี่ยวแรงมากถึงเพียงนี้’

‘เมื่อคืนผู้ใดกันที่ทำตัวเป็นสุภาพบุรุษ จะไปนอนตั่ง ไม่ยอมแตะต้องข้าพอข้าเชิญขึ้นเตียงเท่านั้น กลับไม่เกรงใจข้าเลยแม้แต่น้อย’

กู้ชิงอวิ๋นเบือนหน้าไปอีกทางเล็กน้อยแม้สีหน้าจะยังสงบนิ่ง แต่ใบหูกลับแดงขึ้นมาอย่างชัดเจน

เขาไม่คิดว่าเมื่อตื่นขึ้นมา นางจะทบทวนเหตุการณ์เมื่อคืนอย่างละเอียดอยู่ในใจเช่นนี้

“ข้าจะเรียกสาวใช้ให้พวกนางยกน้ำอุ่นเข้ามาให้”

เขากล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ซ่งอวี้หรูพยักหน้าโดยไม่กล้ามองหน้า กู้ชิงอวิ๋นลุกจากเตียง หยิบเสื้อคลุมมาสวมอย่างเรียบร้อย ก่อนจะเดินไปเปิดประตู

ทันทีที่ประตูเปิด ชิงอวี่กับสาวใช้จากจวนตระกูลกู้ซึ่งรออยู่ด้านนอกมานานก็รีบก้มหน้าคำนับ

“คุณชายรอง”

กู้ชิงอวิ๋นกำชับให้พวกนางเตรียมน้ำอุ่นและอาหารเช้า ก่อนจะเดินไปยังห้องด้านข้างเพื่อผลัดเปลี่ยนอาภรณ์

ชิงอวี่เดินเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าระมัดระวัง เมื่อเห็นม่านเตียงที่ปิดอยู่กับเสื้อผ้าซึ่งวางอยู่บนพื้น นางก็เข้าใจทุกอย่างในทันที สาวใช้ตัวน้อยหน้าแดงขึ้นมา ก่อนจะรีบเดินไปเปิดม่าน

“คุณหนู...”

ซ่งอวี้หรูยังคงมุดตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม เหลือเพียงดวงตาคู่หนึ่งที่โผล่ออกมา

“คุณชายรองออกไปห้องด้านข้างแล้วเจ้าค่ะ”

เมื่อได้ยินเช่นนั้นซ่งอวี้หรูจึงค่อยดึงผ้าห่มลง ชิงอวี่เห็นร่องรอยสีแดงตรงลำคอของผู้เป็นนาย ดวงตาก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะรีบก้มหน้าลงอย่างรู้มารยาท

ซ่งอวี้หรูเห็นท่าทางของนางก็ยิ่งรู้สึกอับอาย

“ห้ามมองแล้วก็ห้ามยิ้มด้วย”

“บ่าวไม่ได้ยิ้มเจ้าค่ะ”

แม้ปากจะกล่าวเช่นนั้น แต่มุมปากของชิงอวี่กลับยกขึ้นจนปิดไม่มิด

ซ่งอวี้หรูถลึงตามองนาง

“ยังจะยิ้มอีก”

ชิงอวี่รีบเม้มริมฝีปากแน่น

“บ่าวเพียงดีใจแทนคุณหนูเจ้าค่ะ”

“มีสิ่งใดน่าดีใจกัน”

“คุณชายรองดูแลคุณหนูเป็นอย่างดี อีกทั้งเมื่อคืนนี้ยัง...”

“พอแล้ว”

ซ่งอวี้หรูรีบตัดบทใบหน้าของนางร้อนจนแทบจะมีควันออกมา

‘ยามอยู่ต่อหน้าผู้อื่นทำตัวอ่อนโยนสุภาพ ยามอยู่บนเตียงกลับกลายเป็นอีกคนหนึ่ง ต่อไปนี้ข้าจะต้องระวังคำพูดที่ว่า “ไม่เกรงใจ” ของบุรุษผู้นี้เอาไว้ให้ดีเสียแล้ว’

ชิงอวี่ไม่อาจได้ยินความคิดของนาง จึงเพียงช่วยประคองผู้เป็นนายลุกขึ้นอย่างระมัดระวัง แต่ทันทีที่เท้าแตะพื้น ขาของซ่งอวี้หรูก็อ่อนลงเล็กน้อย

ชิงอวี่รีบประคองไว้

“คุณหนู ระวังเจ้าค่ะ”

ซ่งอวี้หรูกัดฟันแน่น

“ข้าไม่เป็นไร”

‘ไม่เป็นไรที่ใดกัน กู้ชิงอวิ๋น เจ้าคนมักมาก คืนแรกก็ทำให้ข้าแทบเดินไม่ได้ แล้วเช้านี้ข้ายังต้องไปยกน้ำชาคารวะผู้อาวุโสอีก หากข้าเดินออกไปอย่างเสียกิริยาเช่นนี้ ทุกคนจะมองข้าอย่างไร’

เมื่อนึกถึงเรื่องต้องไปคารวะผู้อาวุโส ซ่งอวี้หรูก็พลันรู้สึกสิ้นหวัง นางเพิ่งแต่งเข้าสู่จวนวันแรก ตามธรรมเนียมจะต้องไปยกน้ำชาให้ท่านปู่ ท่านย่า รวมถึงบรรดาผู้อาวุโสในตระกูล

หากไปสายเกินไป ย่อมถูกกล่าวหาว่าไร้มารยาท แต่หากไปในสภาพเช่นนี้... นางไม่อยากคิดต่อเลยจริง ๆ

หลังจากอาบน้ำและผลัดเปลี่ยนอาภรณ์แล้ว ซ่งอวี้หรูก็นั่งอยู่หน้าคันฉ่อง ปล่อยให้ชิงอวี่ช่วยเกล้าผม

วันนี้นางสวมอาภรณ์สีแดงอ่อนปักลายดอกโบตั๋น เครื่องประดับถูกลดทอนลงจากวันแต่งงาน แต่ยังคงงดงามสมฐานะสะใภ้ใหม่

ชิงอวี่หยิบแป้งขึ้นมาทาตรงลำคอเพื่อปกปิดร่องรอยบางส่วน

“คุณหนู ผิวของท่านขาวเกินไป ต่อให้ทาแป้งก็ยังมองเห็นอยู่บ้างเจ้าค่ะ”

ซ่งอวี้หรูมองร่องรอยในกระจก ก่อนจะหลับตาลงอย่างอดทน

“ปกคอเสื้อให้สูงขึ้นอีก”

“เจ้าค่ะ”

เมื่อแต่งตัวเสร็จ กู้ชิงอวิ๋นก็กลับเข้ามาในห้องพอดี วันนี้เขาสวมอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มปักลายไผ่ เส้นผมถูกรวบขึ้นด้วยกวานหยก ใบหน้าสดชื่น ไม่มีท่าทางอ่อนเพลียแม้แต่น้อย

ซ่งอวี้หรูมองเขาแล้วก็ยิ่งรู้สึกไม่ยุติธรรม

‘เหตุใดเขาจึงดูสดชื่นเช่นนี้ คนที่ต้องอ่อนเพลียควรจะเป็นเขามิใช่หรือ แต่เหตุใดคนที่แทบเดินไม่ไหวกลับเป็นข้า’

กู้ชิงอวิ๋นซึ่งเดินเข้ามาได้ยินความคิดของนางพอดี ฝีเท้าก็หยุดลงเล็กน้อย เขาเดินไปนั่งข้างโต๊ะอย่างเป็นธรรมชาติ ก่อนจะรินชาให้ตนเอง

“เจ้ารู้สึกไม่สบายตรงใดหรือไม่”

ซ่งอวี้หรูหันไปมองเขา

“ไม่มี”

“หากเหนื่อยมาก พวกเราไปคารวะผู้อาวุโสสายกว่านี้สักหน่อยก็ได้”

ซ่งอวี้หรูรีบส่ายหน้า

“ไม่ได้ ข้าเพิ่งแต่งเข้ามาวันแรก ไม่ควรให้ผู้อาวุโสรอ”

‘แม้ข้าจะอยากเป็นปลาเค็ม แต่ก็ไม่ใช่ปลาเค็มที่ไม่รู้จักมารยาท’

กู้ชิงอวิ๋นวางถ้วยชาลงช้า ๆ เขาย่อมรู้ว่านางจะไม่ยอมไปสาย แต่เมื่อเห็นนางขยับตัวอย่างไม่เป็นธรรมชาติ ภายในใจก็อดรู้สึกผิดขึ้นมาเล็กน้อยไม่ได้ เมื่อคืนเขาอาจไม่เกรงใจนางมากเกินไปจริง ๆ

“เช่นนั้นกินอาหารก่อน”

เขากล่าวพลางชี้ไปที่โต๊ะอาหาร บนโต๊ะมีโจ๊กไก่ร้อน ๆ ซาลาเปาไส้เนื้อ เครื่องเคียง และน้ำแกงบำรุงร่างกาย

ซ่งอวี้หรูมองอาหารตรงหน้า ดวงตาก็สว่างขึ้นเล็กน้อย ความไม่พอใจกู้ชิงอวิ๋นลดลงไปกว่าครึ่งทันที

‘ช่างเถิด เห็นแก่ที่เขารู้จักเตรียมอาหารไว้ให้ ข้าจะไม่ถือสาเขามากนัก ถึงอย่างไรเมื่อคืนข้าก็เป็นคนเรียกเขาขึ้นมาบนเตียงเอง แต่ครั้งหน้าต้องตกลงกันก่อน ห้ามลงมือโดยไม่ยับยั้งชั่งใจเช่นนี้อีก’

มือของกู้ชิงอวิ๋นที่กำลังตักโจ๊กหยุดลง

‘ครั้งหน้า... แสดงว่านางไม่ได้รังเกียจเรื่องเมื่อคืน เพียงต้องการให้ข้ายับยั้งชั่งใจ... เพียงเท่านั้นเองหรือ’

เมื่อคิดเช่นนี้ สีหน้าของเขาก็ผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด ซ่งอวี้หรูไม่ทันสังเกต นางกำลังก้มหน้าก้มตากินโจ๊กอย่างตั้งใจ

หลังอาหารเช้า ทั้งสองจึงออกจากเรือนไปยังห้องโถงใหญ่ กู้ชิงอวิ๋นเดินช้ากว่าปกติอีกเพื่อให้ซ่งอวี้หรูสามารถเดินตามได้โดยไม่ต้องเร่งรีบ นางสังเกตเห็น แต่ไม่ได้เอ่ยสิ่งใดออกมา

‘ยังนับว่ามีจิตสำนึกอยู่บ้าง รู้ว่าตนเองเป็นต้นเหตุจึงได้ยอมเดินช้าลงเช่นนี้’

กู้ชิงอวิ๋นมองตรงไปข้างหน้า ใบหูแดงก่ำแต่ก็ยังแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินความคิดของนาง

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • นางร้ายสายปลาเค็ม   บทที่ 79 ใช้ชีวิตเป็นปลาเค็มอย่างคุ้มค่าแล้ว

    หลายสิบปีผ่านไป คนรุ่นเก่าค่อย ๆ วางมือ กู้เจิ้งหยวนกับเผยซูเจินใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบ ท่ามกลางลูกหลานเต็มจวนซ่งเหวินหยวนเองก็วางมือจากราชสำนัก ใช้ชีวิตกับเถารั่วหรานและบุตรชายคนเล็กอย่างสุขสบายซ่งอวี้เฉิงเติบโตขึ้นอย่างดี สมกับที่ซ่งอวี้หรูเคยเททรัพย์สินรับขวัญเขาตั้งแต่เกิดทุกครั้งที่พบหน้าพี่สาว เขายังคงเรียกนางด้วยความเคารพ แต่สิ่งแรกที่ทำคือเปิดหีบของขวัญให้ดูว่าเอาอะไรมาให้พี่สาวบ้าง จนซ่งเหวินหยวนเคยบ่น“ข้าเลี้ยงดูเจ้ามาอย่างดี เหตุใดเมื่อมีของดีๆ เจ้าจึงขนไปให้พี่สาวของเจ้าจนหมด”ซ่งอวี้เฉิงตอบหน้าตาย“พี่หญิงให้ทรัพย์สินลูกตั้งแต่ลูกยังลืมตาไม่ขึ้น ยามนี้ลูกจึงต้องตอบแทนพี่หญิงให้มากหน่อยขอรับ”ซ่งเหวินหยวน “...”สุดท้ายคนที่ได้ประโยชน์มากที่สุดก็ยังเป็นปลาเค็มซ่งอวี้หรูเหมือนเดิม…เมื่อถึงวันที่กู้ชิงอวิ๋นเห็นว่าบุตรชายคนโตมีความสามารถเพียงพอจะรับภาระของตระกูลได้แล้ว เขาก็เรียกบุตรชายคนโตเข้ามาในห้องหนังสือตราแม่ทัพที่อยู่กับเขามานานหลายสิบปีถูกวางลงบนโต๊ะ“รับตราแม่ทัพไปเถิด”บุตรชายคนโตชะงัก“ท่านพ่อ”“ถึงเวลาของเจ้าแล้ว”“แล้วท่านพ่อเล่า ท่านพ่อยังไม่ทันจะแก่ชราเลย

  • นางร้ายสายปลาเค็ม   บทที่ 78 ชีวิตที่เต็มไปด้วยความสุขของปลาเค็ม

    กู้ชิงอวิ๋นจ้องมองใบหน้าของซ่งอวี้หรูแล้วก็ยิ้มออกมาความจริงแล้วมีอีกเรื่องหนึ่งที่เปลี่ยนแปลงไปหลังจากบุตรชายคนแรกของเขาและนางถือกำเนิดนับตั้งแต่วันนั้น... คนตระกูลกู้ไม่ได้ยินเสียงความคิดของซ่งอวี้หรูอีกเลยตอนแรกทุกคนต่างประหลาดใจเผยซูเจินเคยลองนั่งอยู่ใกล้นางทั้งวัน ฟางฮุ่ยเหมยเคยจงใจพูดเรื่องกู้ชิงเหิงในอดีตเพื่อดูว่านางจะคิดอะไร แม้แต่กู้ชิงอิงยังเคยแกล้งพูดถึงบุรุษรูปงามตรงหน้านางแต่ไม่ว่าอย่างไร... เสียงความคิดในใจที่เคยดังอยู่ในหัวทุกคนกลับหายไปอย่างสมบูรณ์ช่วงแรกคนในจวนรู้สึกไม่คุ้นเคยอยู่บ้าง โดยเฉพาะกู้ชิงอวิ๋น เขาเคยชินกับการได้ยินทุกอย่างที่นางไม่ยอมพูดออกมารู้ว่านางอยากกินอะไรรู้ว่านางโกรธผู้ใดรู้ว่านางกังวลเรื่องไหนรู้แม้กระทั่งตอนที่นางแอบชมเขาอยู่ในใจเมื่อเสียงเหล่านั้นหายไป...เขารู้สึกเหมือนมีบางสิ่งขาดหายไปจริง ๆแต่ไม่นานเขาก็พบว่า... มันไม่ได้แย่เลย เพราะซ่งอวี้หรูในวันนี้ไม่ใช่สตรีที่เก็บทุกสิ่งไว้ในใจเหมือนเมื่อก่อนอยากกินอะไร นางก็พูดออกมาไม่พอใจสิ่งใด นางก็บอกเขายามหึงหวง นางก็แสดงออกอย่างเต็มที่ยามคิดถึงเขา นางก็เขียนจดหมายส่งไปถึงค่ายทหาร บางฉ

  • นางร้ายสายปลาเค็ม   บทที่ 77 ปลาเค็มกับเจ้าลิงน้อยสามตัว

    เวลาผ่านไปเพียงชั่วพริบตา จากหญิงสาวที่เคยนอนเอกเขนกอยู่บนตั่งทั้งวัน ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายราวกับไม่มีเรื่องใดในโลกให้ต้องกังวล ซ่งอวี้หรูกลับต้องมานอนเหงื่อท่วมกายอยู่บนเตียงคลอด มือทั้งสองข้างกำผ้าปูที่นอนแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด“โอ๊ย!”“กู้ชิงอวิ๋น!”เสียงตะโกนดังออกมาจากห้องด้านใน คนที่ยืนรออยู่ด้านนอกถึงกับสะดุ้งพร้อมกันกู้ชิงอวิ๋นยืนตัวแข็งอยู่หน้าประตู มือทั้งสองข้างกำแน่น ใบหน้าที่ปกติสงบนิ่งกลับซีดเผือดจนแทบไม่มีสีเลือด“คุณชายรอง ท่านอย่าเดินไปเดินมาเลยเจ้าค่ะ”ฟางฮุ่ยเหมยเอ่ยอย่างจนใจ“เจ้าก็ทำให้แม่เวียนหัวไปด้วยแล้ว”กู้ชิงอวิ๋นไม่ได้ตอบ เขายังคงเดินไปมาอยู่หน้าห้อง เสียงร้องของซ่งอวี้หรูดังขึ้นอีกครั้ง“กู้ชิงอวิ๋น! เจ้าคนสารเลว!”“ข้าจะไม่คลอดแล้ว”“ข้าไม่เอาแล้ว”กู้ชิงอวิ๋นเม้มริมฝีปากแน่น หากเป็นเมื่อก่อน เขายังอาจได้ยินเสียงความคิดของนางแทรกอยู่ท่ามกลางคำด่าเหล่านั้นแต่นับตั้งแต่เริ่มเจ็บท้องคลอด... เขากลับไม่ได้ยินอะไรเลยไม่มีเสียงบ่นไม่มีเสียงแอบด่าไม่มีความคิดฟุ้งซ่านมีเพียงเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดและเสียงต่อว่าเขาเพื่อระบายความทรมานออกมาเท่านั้นยิ่งไม่ได้ยิน..

  • นางร้ายสายปลาเค็ม   บทที่ 76 ซ่งอวี้หรูตั้งครรภ์

    หลังจากนั้นหลายวัน ชีวิตของซ่งอวี้หรูก็กลับเข้าสู่ความสงบเช่นเดิมนางยังคงตื่นสายกินเก่งง่วงก็นอนบางครั้งก็เดินไปเยี่ยมฮูหยินผู้เฒ่าบางวันไปนั่งเล่นกับฟางฮุ่ยเหมย หากว่างมากก็ออกจากจวนไปตรวจสอบร้านค้าในมือของตนเองจนกระทั่งเช้าวันหนึ่ง... ชิงอวี่ยกสำรับอาหารเข้ามา“ฮูหยินน้อยเจ้าคะ วันนี้ในครัวทำโจ๊กปลา...”ยังพูดไม่ทันจบ ซ่งอวี้หรูก็ยกมือขึ้นปิดจมูก“เอาออกไป”ชิงอวี่ชะงัก“เจ้าคะ”“กลิ่นโจ๊กปลาคาวมากเลย”“แต่ปกติฮูหยินน้อยชอบโจ๊กปลามากนะเจ้าคะ”“วันนี้ไม่อยากกิน”ซ่งอวี้หรูตอบพลางขมวดคิ้ว นางยังไม่ได้คิดอะไร แต่ชิงอวี่กลับมองนางอย่างแปลก ๆ“ฮูหยินน้อย...”“อะไร”“ประจำเดือนของท่านเดือนนี้...”ซ่งอวี้หรูชะงัก ทั้งห้องพลันเงียบ นางเริ่มนับวันอยู่ในใจ จากนั้นสีหน้าก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไป‘เดี๋ยวนะ... เหมือนจะเลยมาหลายวันแล้วจริง ๆ’ชิงอวี่เบิกตากว้าง“บ่าวจะไปเชิญหมอ!”“เดี๋ยวก่อน”แต่นางยังห้ามไม่ทัน ชิงอวี่ก็วิ่งออกจากห้องไปแล้ว ข่าวแพร่เร็วเสียยิ่งกว่าไฟลามทุ่งไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ฟางฮุ่ยเหมยก็รีบมาถึง ตามมาด้วยเผยซูเจิน แม้แต่หลินจิ้งยังตามเข้ามาด้วย ซ่งอวี้หรูนั่งอยู่บนเตียง มองคนเต็

  • นางร้ายสายปลาเค็ม   บทที่ 75 มีทายาท

    คำพูดของซ่งอวี้หรงทำให้ซ่งเหวินหยวนลุกขึ้นทันที“อะไรนะ!”ซ่งอวี้หรงหันไปมองบ่าวบนพื้น“เจ้าพกยาพิษเข้ามาในจวนอัครเสนาบดีเพื่ออะไร”“ตั้งใจจะวางยาผู้ใด”บ่าวคนนั้นกัดฟัน“ข้าไม่รู้!”“ไม่รู้หรือ”ซ่งอวี้หรงยิ้มเย็น“เช่นนั้นส่งไปกรมอาญาเถิด ที่นั่นมีวิธีทำให้คนไม่รู้กลายเป็นคนรู้ได้มากมาย”บ่าวชายหน้าซีดทันที“อย่า! ข้าพูดแล้ว”เขาหันไปมองเสิ่นอวี้เหวินด้วยความหวาดกลัว“เป็นคุณชายเสิ่น! เขาเป็นคนสั่งให้ข้าทำ”เสิ่นอวี้เหวินเบิกตากว้าง“เจ้าใส่ร้ายข้า!”บ่าวคนนั้นรีบตะโกน“คุณชายเสิ่นสั่งให้ข้าหาโอกาสวางยาฮูหยินซ่งและคุณชายน้อย เขาบอกว่าหากคุณชายน้อยตาย ท่านอัครเสนาบดีก็จะไม่มีบุตรชายสายตรง”“ส่วนหากฮูหยินซ่งตายไปด้วย... เขาก็จะสามารถกลับมาอยู่ข้างกายนายท่านได้อีกครั้ง”ทั้งห้องเงียบกริบ ซ่งเหวินหยวนตัวสั่น ไม่ใช่เพราะหวาดกลัว แต่เพราะโกรธจนแทบควบคุมตนเองไม่อยู่ เขาจ้องเสิ่นอวี้เหวินราวกับไม่เคยรู้จักเด็กคนนี้มาก่อน“เจ้า... คิดจะฆ่าฮูหยินของข้า และลูกของข้า”เสิ่นอวี้เหวินรีบส่ายหน้า“ไม่ใช่!”“ท่านพ่อ ท่านอย่าเชื่อเขา”“ข้าไม่ได้...”“หุบปาก!”เสียงตวาดดังสนั่น ทารกในอ้อมแขนแม่นมสะดุ

  • นางร้ายสายปลาเค็ม   บทที่ 74 บุตรชายของจวนอัครเสนาบดี

    ข่าวของเซี่ยหว่านชิงถูกส่งกลับมาถึงเมืองหลวงในช่วงต้นฤดูหนาว ตอนแรกซ่งอวี้หรูไม่ได้สนใจนัก นับตั้งแต่ตระกูลเซี่ยถูกเนรเทศออกจากเมืองหลวง ชีวิตของนางก็กลับเข้าสู่ความสงบอย่างที่ใฝ่ฝันมานานตื่นสาย กินขนม เบื่อก็เดินเล่นในสวน บางวันไม่อยากออกจากเรือนก็เอนตัวนอนบนตั่งทั้งวันกู้ชิงอวิ๋นกลับจากค่ายทหารเมื่อใดก็จะมีของกินหรือของเล่นแปลก ๆ ติดมือกลับมาให้นางเสมอ ซ่งอวี้หรูจึงใช้ชีวิตเป็น “ปลาเค็ม” ได้อย่างเต็มภาคภูมิจนกระทั่งวันหนึ่ง ชิงอวี่นำข่าวจากชายแดนเข้ามารายงาน“ฮูหยินน้อยเจ้าคะ มีข่าวเรื่องคุณหนูเซี่ยเจ้าค่ะ”ซ่งอวี้หรูซึ่งกำลังนอนกอดหมอนอยู่บนตั่งเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย“เซี่ยหว่านชิงหรือ”“เจ้าค่ะ”“นางเป็นอย่างไรบ้าง”ชิงอวี่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบ“เสียชีวิตระหว่างทางไปชายแดนแล้วเจ้าค่ะ”มือที่กำลังหยิบขนมของซ่งอวี้หรูหยุดลง“ตายแล้วหรือ”“เจ้าค่ะ”ชิงอวี่ลดเสียงลง“หลังจากถูกเนรเทศ การเดินทางลำบากมาก อาหารที่แจกให้นักโทษก็มีไม่มาก คุณหนูเซี่ยไม่เคยลำบากมาก่อนจึงทนไม่ไหว”“ได้ยินว่า...ช่วงหลังนางพยายามใช้สิ่งที่ตนเองมีแลกเปลี่ยนกับอาหารและความสะดวกจากผู้คุมบางคน”ซ่งอวี้หรูเงี

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status