Beranda / รักโบราณ / นางร้ายสายปลาเค็ม / บทที่ 43 คนที่ใจต้องการ

Share

บทที่ 43 คนที่ใจต้องการ

Penulis: BigM00N
last update Tanggal publikasi: 2026-08-26 22:20:13

ลมหายใจอุ่นร้อนของกู้ชิงอวิ๋นพัดผ่านใบหู ทำให้ซ่งอวี้หรูสะดุ้งแล้วรีบถอยห่าง แต่เพราะมือของนางยังอยู่ในมือเขา จึงหนีไปได้เพียงครึ่งก้าว

“กู้ชิงอวิ๋น!”

นางถลึงตาใส่เขา ชายหนุ่มกลับยกมุมปากขึ้นอย่างอารมณ์ดี นับตั้งแต่แต่งงานมา เขาพบว่าภรรยาของตนเองมีสีหน้าหลากหลายอย่างยิ่ง

ยามคิดวางแผนเล่นงานผู้อื่น นางเจ้าเล่ห์ราวกับจิ้งจอกน้อย

ยามเห็นเงินทอง ดวงตาจะเปล่งประกายจนแทบกลบแสงโคม

ยามหึงหวงกลับยังดื้อรั้น ไม่ยอมรับความรู้สึกของตนเอง

ส่วนยามเขินอายเช่นตอนนี้ นางกลับงดงามจนเขาไม่อยากละสายตา

“ยังจะยิ้มอีก แล้วเหตุใดท่านจึงพูดเรื่องห้วงวสันต์ต่อหน้าผู้อื่นจนทำให้ข้าต้องอับอายด้วย”

กู้ชิงอวิ๋นมองใบหน้าของนาง ก่อนจะยกมืออีกข้างขึ้นแตะปลายจมูกนางเบา ๆ

“เพราะอาจจะมีคนบางคนเข้าใจผิดคิดว่าสามีของตนเองจะปันใจให้สตรีอื่น”

ซ่งอวี้หรูตัวแข็งค้าง หัวใจเต้นแรงขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ นางรีบหลบสายตา

“ข้าไม่ได้คิดเช่นนั้นเสียหน่อย”

‘เขารู้ได้อย่างไร ข้าแสดงออกชัดเจนถึงเพียงนั้นเลยหรือ’

กู้ชิงอวิ๋นไม่ได้ตอบ เพียงมองนางด้วยรอยยิ้มบาง ๆ ซ่งอวี้หรูยิ่งรู้สึกร้อนตัว จึงรีบเปลี่ยนเรื่อง

“กลับเรือนกันเถิด ข้าเหนื่อยแล้ว”

ครั้งนี้กู้ชิงอวิ๋นไม่ได้แกล้งนางอีก เขาจูงมือนางเดินต่อไปอย่างเชื่องช้า ทว่าในใจกลับรู้สึกอบอุ่นขึ้นอย่างประหลาด อย่างน้อยนางก็หึงหวงเขา

อย่างน้อยคำว่า “สามีผู้นี้ข้าไม่คิดจะยกให้ผู้ใด” ไม่ใช่สิ่งที่นางคิดขึ้นมาเพียงเพราะต้องการรักษาขาทองคำเช่นเขาเท่านั้น

เมื่อกลับมาถึงเรือน กู้ชิงอวิ๋นก็ยังคงดูแลภรรยาอย่างเอาใจใส่ เขาสั่งให้สาวใช้เตรียมน้ำอุ่นให้นางชำระร่างกาย ให้ห้องครัวต้มชาดอกไม้เพื่อลดฤทธิ์สุรา ทั้งยังให้คนยกขนมที่นางชอบเข้ามาในห้อง เผื่อว่าหลังงานเลี้ยงนางยังรู้สึกหิว

ซ่งอวี้หรูมองเขาจัดการทุกอย่างอย่างคล่องแคล่ว ความขุ่นเคืองที่มีอยู่ก็สลายไปจนเกือบหมด

‘ช่างเถิด! เห็นแก่ที่เขายังรู้จักเอาใจข้า ข้าจะให้อภัยเรื่องที่ทำให้ข้าเสียหน้าก็ได้’

‘อย่างน้อยวันนี้เขาก็เลือกยืนอยู่ข้างข้า ไม่ได้หลงเชื่อน้ำตาของเซี่ยหว่านชิง’

‘ถือว่ามีความมั่นคง นับว่าเขาเป็นอันดับหนึ่งในฐานะขาทองคำที่น่าเกาะมากที่สุดในใจข้า’

กู้ชิงอวิ๋นได้ยินแล้วก็ทั้งขบขันทั้งจนใจ แม้แต่การให้อภัยสามี นางยังต้องนึกถึงฐานะขาทองคำของเขาก่อน

หลังอาบน้ำและผลัดเปลี่ยนอาภรณ์แล้ว ซ่งอวี้หรูก็ขึ้นไปนอนบนเตียงก่อนตามปกติ นางดึงผ้าห่มขึ้นคลุมถึงอก พลางมองกู้ชิงอวิ๋นซึ่งกำลังดับโคมไฟทีละดวง

แสงภายในห้องค่อย ๆ มืดลง เหลือเพียงเปลวเทียนข้างเตียงที่กำลังส่องแสงสลัว

ชายหนุ่มถอดเสื้อคลุมชั้นนอกออก ก่อนจะขึ้นมานอนข้างนาง เดิมทีเขาตั้งใจเพียงกอดภรรยาแล้วพักผ่อนจริง ๆ

แต่เมื่อร่างนุ่มนิ่มเคลื่อนเข้ามาใกล้ กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากเส้นผมของนางลอยมากระทบจมูก ความตั้งใจเดิมก็เริ่มสั่นคลอนอย่างรวดเร็ว

มือของเขาวางอยู่ตรงเอวบางโดยไม่รู้ตัว เพียงสัมผัสผ่านเนื้อผ้าบางเบา ความร้อนก็พลันแผ่ซ่านจากฝ่ามือไปทั่วร่าง

กู้ชิงอวิ๋นหลับตาลง พยายามข่มความปรารถนาที่กำลังตื่นขึ้น

คืนนี้นางดื่มสุราไปเล็กน้อย อีกทั้งยังผ่านเรื่องไม่สบายใจในงานเลี้ยงมา เขาไม่ควรรบกวนนางอีก แต่ซ่งอวี้หรูกลับพลิกตัวเข้ามาหาเขา ศีรษะของนางซุกอยู่ใต้อก มือข้างหนึ่งวางลงตรงเอวของเขาอย่างเป็นธรรมชาติ

ท่าทางพึ่งพาเช่นนั้นทำให้เส้นความอดทนที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดแทบขาดสะบั้น ลมหายใจของเขาหนักขึ้นเล็กน้อย

ซ่งอวี้หรูยังไม่หลับ นางสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของคนข้างกาย จึงเงยหน้าขึ้นมองในความมืด

“พี่อวิ๋น”

เสียงเรียกแผ่วเบาของนางกลับคล้ายเติมเชื้อไฟลงไปในกองเพลิง กู้ชิงอวิ๋นก้มลงมองใบหน้าอ่อนหวานตรงหน้า

แสงเทียนสะท้อนอยู่ในดวงตาคู่งาม ริมฝีปากแดงเรื่อเปิดออกเล็กน้อย ลมหายใจของนางอุ่นร้อนและมีกลิ่นสุราจาง ๆ เขายกมือขึ้นลูบแก้มนางอย่างแผ่วเบา

“เจ้า... เหนื่อยหรือไม่”

ซ่งอวี้หรูส่ายหน้า

“ไม่ได้เหนื่อยมาก”

คำตอบนั้นทำให้ดวงตาของชายหนุ่มเข้มขึ้น

“หรูเอ๋อร์”

เขาเรียกชื่อของนางอย่างเชื่องช้า เป็นครั้งแรกที่น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความปรารถนาอย่างไม่คิดปิดบัง

ซ่งอวี้หรูหัวใจสั่นไหว

นางไม่เคยได้ยินเขาเรียกตนเองด้วยน้ำเสียงเช่นนี้มาก่อน ท่ามกลางความมืด ชายหนุ่มผู้สุขุมอ่อนโยนในยามปกติกลับดูอันตรายขึ้นอย่างประหลาด

แต่สิ่งที่นางสัมผัสได้มากกว่าความอันตรายคือความหลงใหล ดวงตาของเขาจับจ้องนางเพียงผู้เดียว ราวกับไม่มีสิ่งอื่นใดในโลกนี้สามารถดึงความสนใจไปจากนางได้

‘เขามองข้าเช่นนี้... ช่างยากจะปฏิเสธได้จริงๆ หึหึ อย่างน้อยยามนี้ข้าก็สามารถเอาชนะเซี่ยหว่านชิงได้ในเรื่องนี้’

เพียงความคิดนั้นดังขึ้น แววตาของกู้ชิงอวิ๋นก็พลันมืดลง เขาโน้มตัวเข้าใกล้ ก่อนจะเอ่ยชิดริมฝีปากของนาง

“ยามอยู่กับข้า ห้ามคิดถึงเรื่องอื่น สนใจแค่ข้าก็พอ”

ซ่งอวี้หรูเบิกตากว้าง

“ข้าไม่ได้...”

คำปฏิเสธยังไม่ทันหลุดออกมาจนครบ ริมฝีปากของเขาก็ทาบทับลงมาเสียก่อน

จุมพิตครั้งนี้แตกต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมา ไม่มีความลังเล ไม่มีการหยั่งเชิงมีเพียงความร้อนแรงที่ถูกกดข่มมาเนิ่นนาน และความหวงแหนที่เขาไม่เคยยอมรับออกมาตรง ๆ

กู้ชิงอวิ๋นประคองท้ายทอยของนางไว้แน่น ราวกับกลัวว่านางจะหลบหนีริมฝีปากอุ่นร้อนเคลื่อนไหวอย่างลุ่มลึก ค่อย ๆ ช่วงชิงลมหายใจและความคิดทั้งหมดของนางไปทีละน้อย

ซ่งอวี้หรูยกมือขึ้นเกาะบ่าของเขา เดิมทีตั้งใจจะผลักออก แต่เมื่อสัมผัสได้ถึงความสั่นไหวที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทางสุขุมของเขา ปลายนิ้วกลับเปลี่ยนเป็นกำเสื้อของเขาไว้แน่นแทน

ลมหายใจของคนทั้งสองสอดประสานกัน ม่านมุ้งสีแดงขยับไหวเบา ๆ ตามสายลมที่ลอดเข้ามาจากหน้าต่าง

กู้ชิงอวิ๋นถอนริมฝีปากออกเพียงเล็กน้อย หน้าผากของเขาแตะกับหน้าผากนาง

“คืนนี้เจ้าต้องสนใจแค่เพียงข้า คิดถึงแค่เพียงข้าเท่านั้น”

น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าจนหัวใจของซ่งอวี้หรูเต้นไม่เป็นจังหวะ

“เหตุใดท่านต้องจริงจังถึงเพียงนี้”

“เพราะตัวข้าเองคิดถึงแค่เพียงเรื่องของเจ้า ความสนใจทั้งหมดของข้าอยู่ที่เจ้าเพียงผู้เดียว”

มือของเขาเลื่อนจากแก้มลงมายังลำคออย่างแผ่วเบา ปลายนิ้วลูบผ่านผิวเนียนละเอียดจนร่างของนางสั่นสะท้าน

“เจ้าเชื่อข้านะ ว่าข้าสนใจแค่เพียงเจ้าเท่านั้น”

ซ่งอวี้หรูยังไม่ทันจะได้พูดอะไรออกมา ริมฝีปากของเขาก็เคลื่อนลงมาอีกครั้ง จุมพิตอุ่นร้อนตกลงบนข้างแก้ม ลำคอ และหัวไหล่อย่างเชื่องช้า ทุกสัมผัสเต็มไปด้วยความทะนุถนอม แต่ในขณะเดียวกันก็แฝงความปรารถนาอันร้อนรุ่มจนไม่อาจปิดบัง

กู้ชิงอวิ๋นไม่ได้รีบร้อน เขาราวกับต้องการจดจำทุกเสียงหายใจ ทุกอาการสั่นไหว และทุกท่าทีตอบรับของนางเอาไว้

ยิ่งซ่งอวี้หรูเผลอกอดเขาแน่นขึ้น ความอดทนของเขาก็ยิ่งเลือนหายไปทีละน้อย

“พี่อวิ๋น...”

เสียงเรียกของนางเบาจนแทบกลืนหายไปกับลมหายใจ ชายหนุ่มหยุดชะงัก แล้วเงยหน้าขึ้นมอง

“ไม่สบายตรงใดหรือ”

แม้ดวงตาของเขาจะเต็มไปด้วยเปลวเพลิง แต่สิ่งแรกที่เอ่ยถามยังคงเป็นความรู้สึกของนาง

ซ่งอวี้หรูส่ายหน้า นางมองใบหน้าหล่อเหลาซึ่งอยู่ใกล้เพียงคืบ ก่อนจะยกมือแตะข้างแก้มเขา

“ข้าเพียง...”

นางลังเลไปครู่หนึ่ง

“เพียงอยากบอกว่าข้าไม่ได้คิดจะยกท่านให้ผู้ใดจริง ๆ”

คำสารภาพแผ่วเบานั้นทำให้กู้ชิงอวิ๋นนิ่งค้าง หัวใจที่กำลังลุกไหม้ด้วยความปรารถนาพลันถูกความอบอุ่นบางอย่างห่อหุ้ม เขาจับมือของนางขึ้นมาจุมพิตกลางฝ่ามือ

“ข้าก็ไม่คิดไปจากเจ้า”

“ไม่ว่าจะเป็นเซี่ยหว่านชิงหรือสตรีอื่น ข้าล้วนไม่ต้องการ คนที่ข้าแต่งงานด้วยคือเจ้า”

“คนที่ข้าต้องการอยู่ข้างกายก็เป็นเจ้า”

ซ่งอวี้หรูมองเขาอย่างตกตะลึง แม้นางจะยังไม่รู้ว่าถ้อยคำเหล่านี้เรียกว่าความรักได้หรือไม่ แต่เพียงได้ยินว่าเขาเลือกตนเอง หัวใจก็อ่อนยวบลงอย่างควบคุมไม่ได้

‘ดีจริง ๆ ขาทองคำของข้ายังไม่ถูกนางเอกแย่งไป ไม่สิ...เขาไม่ได้เป็นแค่เพียงขาทองคำของข้าแต่เขาเป็นสามีของข้าด้วย’

ความคิดนั้นทำให้แววตาของกู้ชิงอวิ๋นอ่อนโยนลงจนแทบละลาย เขาก้มลงจุมพิตหน้าผากนางอย่างแผ่วเบา ก่อนที่ความอ่อนโยนนั้นจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นความร้อนแรงอีกครั้ง

เปลวเทียนมงคลสั่นไหวอยู่หลังม่านบาง เงาของคนทั้งสองซ้อนทับกันอย่างแนบแน่น เสียงกระซิบอ่อนหวานปะปนกับลมหายใจที่ไม่สม่ำเสมอ ก่อนจะค่อย ๆ เลือนหายไปในความเงียบของยามค่ำคืน

กู้ชิงอวิ๋นโอบกอดนางไว้ราวกับกำลังกอดสมบัติล้ำค่าที่ไม่อาจปล่อยมือทุกการสัมผัสของเขาเต็มไปด้วยความหลงใหลและหวงแหน แต่ไม่ว่าจะร้อนรุ่มเพียงใด เขายังคงระมัดระวังไม่ให้นางได้รับความเจ็บปวด

ยามนางขมวดคิ้ว เขาจะชะลอลง

ยามนางเรียกชื่อ เขาจะก้มลงปลอบโยนด้วยจุมพิต

ความปรารถนาของเขาไม่ได้ต้องการเพียงครอบครอง แต่ต้องการให้นางรู้ว่า ในเวลานี้ดวงตาของเขามองเห็นเพียงนางผู้เดียว

ยามค่ำคืนในฤดูหนาวด้านนอกอากาศหนาวเย็นยะเยือก แต่ภายในม่านมุ้งกลับร้อนรุ่มดั่งฤดูใบไม้ผลิ จวบจนดึกสงัด เสียงเคลื่อนไหวจึงค่อย ๆ เงียบลง

ซ่งอวี้หรูซุกอยู่ในอ้อมแขนของเขา ลมหายใจยังไม่สม่ำเสมอนัก

เส้นผมยาวกระจายอยู่บนหมอน ใบหน้าแดงระเรื่อ และเปลือกตาหนักอึ้งจนแทบลืมไม่ขึ้น

กู้ชิงอวิ๋นใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดเหงื่อตรงขมับให้นางอย่างอ่อนโยน ก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นคลุมร่างให้เรียบร้อย ซ่งอวี้หรูพยายามลืมตาขึ้นมองเขา

‘บุรุษผู้นี้... ปากบอกว่าจะทำให้ข้าเชื่อ แต่เหตุใดต้องใช้แรงมากถึงเพียงนี้’

‘ข้ารู้แล้วว่าเขาไม่ได้ชอบเซี่ยหว่านชิง รู้ชัดเจนจนแทบไม่มีแรงลุกจากเตียงในวันพรุ่งนี้แล้ว’

กู้ชิงอวิ๋นได้ยินแล้วก็หลุดหัวเราะเบา ๆ ซ่งอวี้หรูขมวดคิ้ว

“ท่านหัวเราะอะไร”

“ไม่มีอะไร”

เขาก้มลงจุมพิตเปลือกตาของนาง

“นอนเถิด”

“พรุ่งนี้ข้าจะให้คนบอกท่านย่าว่าเจ้ารู้สึกไม่สบาย ไม่ต้องไปคารวะตอนเช้า”

ซ่งอวี้หรูลืมตาขึ้นเล็กน้อยแล้วเอ่ยถามออกมา

“แล้วพวกเขาจะคิดอย่างไร”

“พวกเขาจะคิดอยู่แล้วว่าเรายังคงลุ่มหลงอยู่ในห้วงวสันต์”

กู้ชิงอวิ๋นตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย

“ปล่อยให้คิดต่อไปก็ไม่เสียหาย”

ซ่งอวี้หรูหน้าแดงขึ้นมาอีกครั้ง นางยกมือทุบอกเขาเบา ๆ แต่เพราะไม่มีเรี่ยวแรงจึงคล้ายลูบเสียมากกว่า

“ท่านช่างไร้ยางอายจริง ๆ”

กู้ชิงอวิ๋นจับมือนางเอาไว้ ก่อนจะนำขึ้นมาจุมพิต

“ต่อหน้าภรรยาของตนเอง ข้าไม่จำเป็นต้องรักษาหน้ามากนัก”

ซ่งอวี้หรูไร้คำพูดโต้ตอบ สุดท้ายจึงทำได้เพียงซุกหน้าเข้าไปในอกของเขาเพื่อซ่อนความอับอาย

‘ช่างเถิด อย่างน้อยคืนนี้ข้าก็แน่ใจแล้วว่า สามีผู้นี้ไม่ได้คิดจะปันใจให้เซี่ยหว่านชิง’

‘และดูจากความลุ่มหลงของเขาแล้ว...’

ความคิดของนางหยุดไปเล็กน้อย ก่อนจะค่อย ๆ ดังขึ้นอย่างแผ่วเบา

‘คนที่เขาต้องการอาจเป็นข้าจริง ๆ’

กู้ชิงอวิ๋นกระชับอ้อมแขนแน่นขึ้น ริมฝีปากประดับรอยยิ้มอ่อนโยน ไม่ใช่อาจเป็น แต่เป็นนางจริง ๆ เพียงแต่นางยังไม่รู้เท่านั้นเอง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • นางร้ายสายปลาเค็ม   บทที่ 79 ใช้ชีวิตเป็นปลาเค็มอย่างคุ้มค่าแล้ว

    หลายสิบปีผ่านไป คนรุ่นเก่าค่อย ๆ วางมือ กู้เจิ้งหยวนกับเผยซูเจินใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบ ท่ามกลางลูกหลานเต็มจวนซ่งเหวินหยวนเองก็วางมือจากราชสำนัก ใช้ชีวิตกับเถารั่วหรานและบุตรชายคนเล็กอย่างสุขสบายซ่งอวี้เฉิงเติบโตขึ้นอย่างดี สมกับที่ซ่งอวี้หรูเคยเททรัพย์สินรับขวัญเขาตั้งแต่เกิดทุกครั้งที่พบหน้าพี่สาว เขายังคงเรียกนางด้วยความเคารพ แต่สิ่งแรกที่ทำคือเปิดหีบของขวัญให้ดูว่าเอาอะไรมาให้พี่สาวบ้าง จนซ่งเหวินหยวนเคยบ่น“ข้าเลี้ยงดูเจ้ามาอย่างดี เหตุใดเมื่อมีของดีๆ เจ้าจึงขนไปให้พี่สาวของเจ้าจนหมด”ซ่งอวี้เฉิงตอบหน้าตาย“พี่หญิงให้ทรัพย์สินลูกตั้งแต่ลูกยังลืมตาไม่ขึ้น ยามนี้ลูกจึงต้องตอบแทนพี่หญิงให้มากหน่อยขอรับ”ซ่งเหวินหยวน “...”สุดท้ายคนที่ได้ประโยชน์มากที่สุดก็ยังเป็นปลาเค็มซ่งอวี้หรูเหมือนเดิม…เมื่อถึงวันที่กู้ชิงอวิ๋นเห็นว่าบุตรชายคนโตมีความสามารถเพียงพอจะรับภาระของตระกูลได้แล้ว เขาก็เรียกบุตรชายคนโตเข้ามาในห้องหนังสือตราแม่ทัพที่อยู่กับเขามานานหลายสิบปีถูกวางลงบนโต๊ะ“รับตราแม่ทัพไปเถิด”บุตรชายคนโตชะงัก“ท่านพ่อ”“ถึงเวลาของเจ้าแล้ว”“แล้วท่านพ่อเล่า ท่านพ่อยังไม่ทันจะแก่ชราเลย

  • นางร้ายสายปลาเค็ม   บทที่ 78 ชีวิตที่เต็มไปด้วยความสุขของปลาเค็ม

    กู้ชิงอวิ๋นจ้องมองใบหน้าของซ่งอวี้หรูแล้วก็ยิ้มออกมาความจริงแล้วมีอีกเรื่องหนึ่งที่เปลี่ยนแปลงไปหลังจากบุตรชายคนแรกของเขาและนางถือกำเนิดนับตั้งแต่วันนั้น... คนตระกูลกู้ไม่ได้ยินเสียงความคิดของซ่งอวี้หรูอีกเลยตอนแรกทุกคนต่างประหลาดใจเผยซูเจินเคยลองนั่งอยู่ใกล้นางทั้งวัน ฟางฮุ่ยเหมยเคยจงใจพูดเรื่องกู้ชิงเหิงในอดีตเพื่อดูว่านางจะคิดอะไร แม้แต่กู้ชิงอิงยังเคยแกล้งพูดถึงบุรุษรูปงามตรงหน้านางแต่ไม่ว่าอย่างไร... เสียงความคิดในใจที่เคยดังอยู่ในหัวทุกคนกลับหายไปอย่างสมบูรณ์ช่วงแรกคนในจวนรู้สึกไม่คุ้นเคยอยู่บ้าง โดยเฉพาะกู้ชิงอวิ๋น เขาเคยชินกับการได้ยินทุกอย่างที่นางไม่ยอมพูดออกมารู้ว่านางอยากกินอะไรรู้ว่านางโกรธผู้ใดรู้ว่านางกังวลเรื่องไหนรู้แม้กระทั่งตอนที่นางแอบชมเขาอยู่ในใจเมื่อเสียงเหล่านั้นหายไป...เขารู้สึกเหมือนมีบางสิ่งขาดหายไปจริง ๆแต่ไม่นานเขาก็พบว่า... มันไม่ได้แย่เลย เพราะซ่งอวี้หรูในวันนี้ไม่ใช่สตรีที่เก็บทุกสิ่งไว้ในใจเหมือนเมื่อก่อนอยากกินอะไร นางก็พูดออกมาไม่พอใจสิ่งใด นางก็บอกเขายามหึงหวง นางก็แสดงออกอย่างเต็มที่ยามคิดถึงเขา นางก็เขียนจดหมายส่งไปถึงค่ายทหาร บางฉ

  • นางร้ายสายปลาเค็ม   บทที่ 77 ปลาเค็มกับเจ้าลิงน้อยสามตัว

    เวลาผ่านไปเพียงชั่วพริบตา จากหญิงสาวที่เคยนอนเอกเขนกอยู่บนตั่งทั้งวัน ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายราวกับไม่มีเรื่องใดในโลกให้ต้องกังวล ซ่งอวี้หรูกลับต้องมานอนเหงื่อท่วมกายอยู่บนเตียงคลอด มือทั้งสองข้างกำผ้าปูที่นอนแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด“โอ๊ย!”“กู้ชิงอวิ๋น!”เสียงตะโกนดังออกมาจากห้องด้านใน คนที่ยืนรออยู่ด้านนอกถึงกับสะดุ้งพร้อมกันกู้ชิงอวิ๋นยืนตัวแข็งอยู่หน้าประตู มือทั้งสองข้างกำแน่น ใบหน้าที่ปกติสงบนิ่งกลับซีดเผือดจนแทบไม่มีสีเลือด“คุณชายรอง ท่านอย่าเดินไปเดินมาเลยเจ้าค่ะ”ฟางฮุ่ยเหมยเอ่ยอย่างจนใจ“เจ้าก็ทำให้แม่เวียนหัวไปด้วยแล้ว”กู้ชิงอวิ๋นไม่ได้ตอบ เขายังคงเดินไปมาอยู่หน้าห้อง เสียงร้องของซ่งอวี้หรูดังขึ้นอีกครั้ง“กู้ชิงอวิ๋น! เจ้าคนสารเลว!”“ข้าจะไม่คลอดแล้ว”“ข้าไม่เอาแล้ว”กู้ชิงอวิ๋นเม้มริมฝีปากแน่น หากเป็นเมื่อก่อน เขายังอาจได้ยินเสียงความคิดของนางแทรกอยู่ท่ามกลางคำด่าเหล่านั้นแต่นับตั้งแต่เริ่มเจ็บท้องคลอด... เขากลับไม่ได้ยินอะไรเลยไม่มีเสียงบ่นไม่มีเสียงแอบด่าไม่มีความคิดฟุ้งซ่านมีเพียงเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดและเสียงต่อว่าเขาเพื่อระบายความทรมานออกมาเท่านั้นยิ่งไม่ได้ยิน..

  • นางร้ายสายปลาเค็ม   บทที่ 76 ซ่งอวี้หรูตั้งครรภ์

    หลังจากนั้นหลายวัน ชีวิตของซ่งอวี้หรูก็กลับเข้าสู่ความสงบเช่นเดิมนางยังคงตื่นสายกินเก่งง่วงก็นอนบางครั้งก็เดินไปเยี่ยมฮูหยินผู้เฒ่าบางวันไปนั่งเล่นกับฟางฮุ่ยเหมย หากว่างมากก็ออกจากจวนไปตรวจสอบร้านค้าในมือของตนเองจนกระทั่งเช้าวันหนึ่ง... ชิงอวี่ยกสำรับอาหารเข้ามา“ฮูหยินน้อยเจ้าคะ วันนี้ในครัวทำโจ๊กปลา...”ยังพูดไม่ทันจบ ซ่งอวี้หรูก็ยกมือขึ้นปิดจมูก“เอาออกไป”ชิงอวี่ชะงัก“เจ้าคะ”“กลิ่นโจ๊กปลาคาวมากเลย”“แต่ปกติฮูหยินน้อยชอบโจ๊กปลามากนะเจ้าคะ”“วันนี้ไม่อยากกิน”ซ่งอวี้หรูตอบพลางขมวดคิ้ว นางยังไม่ได้คิดอะไร แต่ชิงอวี่กลับมองนางอย่างแปลก ๆ“ฮูหยินน้อย...”“อะไร”“ประจำเดือนของท่านเดือนนี้...”ซ่งอวี้หรูชะงัก ทั้งห้องพลันเงียบ นางเริ่มนับวันอยู่ในใจ จากนั้นสีหน้าก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไป‘เดี๋ยวนะ... เหมือนจะเลยมาหลายวันแล้วจริง ๆ’ชิงอวี่เบิกตากว้าง“บ่าวจะไปเชิญหมอ!”“เดี๋ยวก่อน”แต่นางยังห้ามไม่ทัน ชิงอวี่ก็วิ่งออกจากห้องไปแล้ว ข่าวแพร่เร็วเสียยิ่งกว่าไฟลามทุ่งไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ฟางฮุ่ยเหมยก็รีบมาถึง ตามมาด้วยเผยซูเจิน แม้แต่หลินจิ้งยังตามเข้ามาด้วย ซ่งอวี้หรูนั่งอยู่บนเตียง มองคนเต็

  • นางร้ายสายปลาเค็ม   บทที่ 75 มีทายาท

    คำพูดของซ่งอวี้หรงทำให้ซ่งเหวินหยวนลุกขึ้นทันที“อะไรนะ!”ซ่งอวี้หรงหันไปมองบ่าวบนพื้น“เจ้าพกยาพิษเข้ามาในจวนอัครเสนาบดีเพื่ออะไร”“ตั้งใจจะวางยาผู้ใด”บ่าวคนนั้นกัดฟัน“ข้าไม่รู้!”“ไม่รู้หรือ”ซ่งอวี้หรงยิ้มเย็น“เช่นนั้นส่งไปกรมอาญาเถิด ที่นั่นมีวิธีทำให้คนไม่รู้กลายเป็นคนรู้ได้มากมาย”บ่าวชายหน้าซีดทันที“อย่า! ข้าพูดแล้ว”เขาหันไปมองเสิ่นอวี้เหวินด้วยความหวาดกลัว“เป็นคุณชายเสิ่น! เขาเป็นคนสั่งให้ข้าทำ”เสิ่นอวี้เหวินเบิกตากว้าง“เจ้าใส่ร้ายข้า!”บ่าวคนนั้นรีบตะโกน“คุณชายเสิ่นสั่งให้ข้าหาโอกาสวางยาฮูหยินซ่งและคุณชายน้อย เขาบอกว่าหากคุณชายน้อยตาย ท่านอัครเสนาบดีก็จะไม่มีบุตรชายสายตรง”“ส่วนหากฮูหยินซ่งตายไปด้วย... เขาก็จะสามารถกลับมาอยู่ข้างกายนายท่านได้อีกครั้ง”ทั้งห้องเงียบกริบ ซ่งเหวินหยวนตัวสั่น ไม่ใช่เพราะหวาดกลัว แต่เพราะโกรธจนแทบควบคุมตนเองไม่อยู่ เขาจ้องเสิ่นอวี้เหวินราวกับไม่เคยรู้จักเด็กคนนี้มาก่อน“เจ้า... คิดจะฆ่าฮูหยินของข้า และลูกของข้า”เสิ่นอวี้เหวินรีบส่ายหน้า“ไม่ใช่!”“ท่านพ่อ ท่านอย่าเชื่อเขา”“ข้าไม่ได้...”“หุบปาก!”เสียงตวาดดังสนั่น ทารกในอ้อมแขนแม่นมสะดุ

  • นางร้ายสายปลาเค็ม   บทที่ 74 บุตรชายของจวนอัครเสนาบดี

    ข่าวของเซี่ยหว่านชิงถูกส่งกลับมาถึงเมืองหลวงในช่วงต้นฤดูหนาว ตอนแรกซ่งอวี้หรูไม่ได้สนใจนัก นับตั้งแต่ตระกูลเซี่ยถูกเนรเทศออกจากเมืองหลวง ชีวิตของนางก็กลับเข้าสู่ความสงบอย่างที่ใฝ่ฝันมานานตื่นสาย กินขนม เบื่อก็เดินเล่นในสวน บางวันไม่อยากออกจากเรือนก็เอนตัวนอนบนตั่งทั้งวันกู้ชิงอวิ๋นกลับจากค่ายทหารเมื่อใดก็จะมีของกินหรือของเล่นแปลก ๆ ติดมือกลับมาให้นางเสมอ ซ่งอวี้หรูจึงใช้ชีวิตเป็น “ปลาเค็ม” ได้อย่างเต็มภาคภูมิจนกระทั่งวันหนึ่ง ชิงอวี่นำข่าวจากชายแดนเข้ามารายงาน“ฮูหยินน้อยเจ้าคะ มีข่าวเรื่องคุณหนูเซี่ยเจ้าค่ะ”ซ่งอวี้หรูซึ่งกำลังนอนกอดหมอนอยู่บนตั่งเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย“เซี่ยหว่านชิงหรือ”“เจ้าค่ะ”“นางเป็นอย่างไรบ้าง”ชิงอวี่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบ“เสียชีวิตระหว่างทางไปชายแดนแล้วเจ้าค่ะ”มือที่กำลังหยิบขนมของซ่งอวี้หรูหยุดลง“ตายแล้วหรือ”“เจ้าค่ะ”ชิงอวี่ลดเสียงลง“หลังจากถูกเนรเทศ การเดินทางลำบากมาก อาหารที่แจกให้นักโทษก็มีไม่มาก คุณหนูเซี่ยไม่เคยลำบากมาก่อนจึงทนไม่ไหว”“ได้ยินว่า...ช่วงหลังนางพยายามใช้สิ่งที่ตนเองมีแลกเปลี่ยนกับอาหารและความสะดวกจากผู้คุมบางคน”ซ่งอวี้หรูเงี

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status