Home / รักโบราณ / นางร้ายหอบลูกหนีตัวร้าย / บทที่ 1.2 นางร้ายถูกหลอกให้รัก

Share

บทที่ 1.2 นางร้ายถูกหลอกให้รัก

last update Petsa ng paglalathala: 2026-09-30 17:05:08

หญิงสาวพลันน้ำตาเอ่อคลอ เพราะตนคือสตรีที่มาจากโลกอนาคต จึงไม่ชมชอบการใช้สามีร่วมกับผู้อื่น

ยามนี้เขาจะรับนางไปเป็นอนุภรรยา ฉะนั้นสตรีนามไป๋ลี่เซียนก็คือพระชายาชินอ๋องเช่นนั้นหรือ

นางมาก่อน กระทั่งคลอดสายเลือดเขาออกมา ไฉนบุรุษที่นางรักนักรักหนาจึงทำแบบนี้เล่า

“หม่อมฉันไม่ไปเพคะ เชิญท่านอ๋องแต่งงานกับแม่นางไป๋เถิด หม่อมฉันจะใช้ชีวิตตามลำพังกับลูก” มู่หว่านอินกลืนก้อนแข็ง ๆ ลงคอ

“เจ้าไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ” น้ำเสียงชินอ๋องแข็งกร้าว

ชายหนุ่มคว้าข้อมือหญิงสาว ดึงร่างนางขึ้นมาปะทะแผงอกแกร่ง ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงไปใกล้

นางงดงามมาก คิ้วเรียงตัวสวย ดวงตากลมโต จมูกโด่งพอดิบพอดี ริมฝีปากอวบอิ่มแดงเรื่อ เรียกได้ว่าสะคราญโฉมอันดับหนึ่งในแคว้นต้าเซี่ย

มู่หว่านอินเบือนหน้าหนี นางไม่อยากใกล้เขา เพราะบุรุษตรงหน้ากำลังจะมีสตรีอื่น

“ไปกับข้า” ไม่รอหญิงสาวปฏิเสธ ชายหนุ่มบีบบังคับให้นางติดตามไปยังรถม้า พร้อมกับสั่งองครักษ์พาตัวเด็กหญิงนามเสี่ยวเป่าตามมาด้วย

ขบวนรถม้าของชินอ๋องเต็มไปด้วยองครักษ์มากมาย ด้วยกำลังของสตรีคนเดียวเช่นนาง หากหนีตอนนี้คงไม่รอด อย่างไรก็ไม่มีทางพ้นเงื้อมมืออีกฝ่าย

เสี่ยวเป่าถูกควบคุมตัวไปอยู่รถม้าคันด้านหลัง ส่วนนางถูกชินอ๋องพามานั่งรถม้าคันแรก มู่หว่านอินอยากถามเขา ความรักที่เคยมีให้กันลืมสิ้นจนหมดแล้วหรือ ทว่าพอมองเสี้ยวหน้าหล่อเหลา นางก็เลือกเม้มปากเป็นเส้นตรง

เรื่องนี้มองจากการกระทำก็รู้แล้ว มิจำเป็นต้องถามให้ตนเองเจ็บไปมากกว่านี้

“ท่านอ๋อง ปล่อยหม่อมฉันกับลูกไปเถิดเพคะ”

“ไม่”

มู่หว่านอินไม่เข้าใจ เขาไม่รักกันแล้ว ไฉนจึงเลือกพานางเข้าจวนอ๋องเป็นอนุภรรยา

“หม่อมฉันไม่ชอบที่ท่านอ๋องมีสตรีอื่น” คราวนี้มู่หว่านอินเลือกบอกเขาอย่างตรงไปตรงมา แล้วเงยหน้าขึ้นไปสบสายตาคม

แววตาของเขาราบเรียบราวกับแม่น้ำยามไร้คลื่น ชินอ๋องไม่เอ่ยแก้ตัวหรือกล่าวสิ่งใดออกมาสักคำเดียว

ภายในรถม้าถูกปกคลุมด้วยความเงียบอันชวนอึดอัด มีเพียงเสียงล้อบดเบียดกับพื้นถนนดังกุกกัก มู่หว่านอินจ้องมองเสี้ยวหน้าอันเฉยชาของฉู่จินหยาง หัวใจของนางยิ่งทวีความเหน็บหนาว

 บุรุษที่เคยตระกองกอดและพร่ำบอกรักนางด้วยความอ่อนโยนในบ้านหลังเล็ก บัดนี้กลายเป็นชินอ๋องผู้สูงศักดิ์ที่ไร้หัวใจและมองนางเป็นเพียงสิ่งของที่ต้องควบคุมสั่งการ

นางหลุบตาลงมองมือของตนเองที่กำเข้าหากันแน่นบนตัก พยายามรวบรวมสติ หากทำให้เขาโมโห ย่อมไม่เป็นผลดีต่อตัวนางและเสี่ยวเป่าที่อยู่รถม้าคันหลัง

ผ่านไปสักพัก ขบวนรถม้าก็หยุดนิ่ง มู่หว่านอินถูกสั่งให้รอด้านใน ส่วนชินอ๋องออกไปด้านนอก นางได้ยินเสียงเขาพูดกับไทเฮาอย่างนอบน้อม

หญิงสาวหัวเราะในลำคอ เพราะถูกบุรุษที่รักนักรักหนาซ่อนราวกับเป็นสิ่งของผิดกฎหมายในแคว้นต้าเซี่ย

ความรักที่เคยมีให้กัน บางครั้งอาจไม่เคยเกิดขึ้นเลย...

ขบวนรถม้าแล่นผ่านประตูจวนชินอ๋องอันโอ่อ่า ยิ่งทำให้นางรู้สึกเหมือนกำลังเดินเข้าสู่กรงขังทองคำ

เฟิ่งสุ่ยเข้ามารับตัวสองแม่ลูกให้แยกย้ายไปพักที่เรือนหลังเล็ก ซึ่งถูกจัดเตรียมไว้สำหรับอนุภรรยาที่ไร้ความสำคัญ

ทันทีที่ประตูเรือนปิดลงและพ้นสายตาของเหล่าองครักษ์ เสี่ยวเป่าก็โผเข้ากอดเอวมารดาไว้แน่นด้วยความหวาดกลัว

มู่หว่านอินย่อตัวลง ยิ้มให้ลูกสาวพร้อมลูบหัวเบา ๆ “แม่อยู่ที่นี่ลูก”

แม้หัวใจนางกำลังอ่อนแอ ทว่าตนคือที่พึ่งเดียวของลูก หากไม่เข้มแข็ง แล้วใครจะปกป้องเสี่ยวเป่าเล่า

หญิงสาวจับจูงมือลูกไปนั่งพักบนตั่งนิ่ม ทว่ายังไม่ทันจะได้เอ่ยคำปลอบประโลมบุตรสาว ประตูเรือนพักหลังเล็กก็ถูกผลักออกอย่างแรง ร่างสูงใหญ่ของฉู่จินหยางก้าวเข้ามาด้านใน เสียงก้าวเดินอันหนักแน่นของเขาทำให้บรรยากาศในห้องอึดอัดลงหลายส่วน

เสี่ยวเป่าที่สะดุ้งตกใจ รีบซุกหน้าลงกับตักมารดา ร่างเล็กสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว มู่หว่านอินโอบกอดบุตรสาวไว้ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปสบสายตาชินอ๋องอย่างหวาดระแวง

ฉู่จินหยางหยุดนิ่งอยู่ตรงหน้าสองแม่ลูก ดวงตาคมที่ในอดีตเคยเต็มไปด้วยความรักยามมองนาง บัดนี้กลับฉายแววเย็นชาไร้ความรู้สึก ชายหนุ่มปรายตามองเด็กหญิงตัวน้อยที่กำลังสั่นเทา

สายตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม ก่อนจะเอ่ยว่า

“เด็กที่เกิดจากความไม่ตั้งใจก็นับเป็นมารหัวขนดี ๆ นี่เอง”

สิ้นคำพูดใจร้าย หัวใจมู่หว่านอินก็วูบโหวง คล้ายถูกมีดกรีดลงมาซ้ำ ๆ จนแหลกสลายไม่เหลือชิ้นดี

ไม่ตั้งใจหรือ? ค่ำคืนหวานชื่นระหว่างเขาและนางในอดีต แท้จริงก็เป็นเพียงความคิดของนางด้านเดียว

วาจาที่ออกมาจากปากร่างสูงใหญ่ทำลายโลกใบเล็ก ๆ ของเด็กหญิงลงในพริบตา

มือเล็ก ๆ พยายามกำสาบเสื้อของมารดาไว้แน่น ใบหน้าจิ้มลิ้มซุกซบลงกับตักของมู่หว่านอิน เพราะท่านแม่คือสิ่งเดียวที่ช่วยยึดเหนี่ยวจิตใจอันบอบช้ำ แต่ถึงกระนั้น เสียงหัวใจที่เต้นระรัวของมารดากลับยิ่งส่งผ่านความรู้สึกแตกสลายมาถึงตัวเด็กหญิง

บิดาที่ตนเคยฝันถึง บุรุษที่แอบมองผ่านช่องประตูด้วยความหวังว่าจะได้ขี่คอเหมือนเด็กคนอื่น บัดนี้กลับกลายเป็นคนน่ากลัว

ความเสียใจและความหวาดกลัวถาโถมจนเด็กหญิงไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียงสะอื้น ได้แต่เกร็งตัวอยู่ในอ้อมกอดของมารดา ปล่อยน้ำตาหยดเล็ก ๆ ไหลออกมาด้วยความทรมาน

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • นางร้ายหอบลูกหนีตัวร้าย   บทที่ 7.2 นางจะหนีแน่

    คำพูดใจร้ายจากปากบุรุษที่มู่หว่านอินรัก ราวกับค้อนขนาดใหญ่ที่ทุบลงมากลางศีรษะ นางไม่เคยชินหรือทำใจเมินเฉยต่อเรื่องนี้ได้สักครา แม้ภายนอกพยายามแสดงออกอย่างเข้มแข็งก็ตามมู่หว่านอินพยายามรักษาสีหน้าให้เรียบเฉยที่สุด แม้ในอกจะรู้สึกเหมือนถูกใครควักออกมาแล้วบีบจนแตกชายหนุ่มตรงหน้า บุรุษที่นางเคยฝากชีวิตและหัวใจไว้ในบ้านหลังเล็ก บัดนี้กลับยืนโอบเอวสตรีอื่นต่อหน้าข้ารับใช้ทั้งจวน หนำซ้ำยังกล่าวหาว่านางใช้แผนการสกปรกเพื่อแย่งชิงตำแหน่งที่ควรจะเป็นของไป๋ลี่เซียนน่าขันสิ้นดี คนที่หลอกลวงและพังชีวิตนางก่อนก็คือเขามิใช่หรือไป๋ลี่เซียนได้ยินดังนั้นก็ยิ่งแกล้งทำสีหน้าหวาดหวั่น นางรีบคุกเข่าลงบนพื้น หยาดน้ำตาร่วงหล่นไหลอาบแก้ม “ท่านอ๋องอย่าได้กล่าวเช่นนั้นเลยเพคะ เป็นความผิดของลี่เซียนเอง หากลี่เซียนไม่ดึงดันอยากอยู่กับท่านอ๋อง เรื่องก็คงไม่เป็นเช่นนี้ พระชายาโปรดประทานอภัยให้ลี่เซียนเถิด หากการอยู่ของลี่เซียนทำให้พระชายาทรงขัดหูขัดตา ลี่เซียนยินดีกลับไป และจะไม่มาปรากฏตัวให้พระชายาต้องขุ่นเคืองใจอีกแล้วเพคะ”คำพูดถ่อมตนและน่าสงสารของไป๋ลี่เซียน มองปราดเดียวก็รู้ว่าเสแสร้ง ทว่าฉู่จินหยางหูหนวกตา

  • นางร้ายหอบลูกหนีตัวร้าย   บทที่ 7.1 นางจะหนีแน่

    มู่หว่านอินยกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาระยิบระยับท่ามกลางแสงเทียน “กระต่ายเริ่มตื่นตกใจแล้วสินะ พอข้าก้าวเข้ามาในฐานะพระชายาเอก พวกมันก็นั่งไม่ติด”“พระชายาจะให้คนของเราลอบสังหาร หรือจับตัวมาเค้นคอถามเลยหรือไม่เพคะ” ซูเหมยถามด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว“อย่าเพิ่งตื่นตระหนกไป” มู่หว่านอินเอ่ยเสียงเรียบพลางลุกขึ้นช้า ๆ“การแหวกหญ้าให้งูตื่นย่อมไม่อาจลากตัวผู้อยู่เบื้องหลังที่แท้จริงออกมาได้ เราต้องลอบฟังดูว่าพวกมันกำลังวางแผนทำสิ่งใดกับข้า”มู่หว่านอินสั่งการให้ซูเซียงสะกดรอยตามหมอชราไปอย่างเงียบเชียบ ส่วนนางและซูเหมยเลือกที่จะลอบตามหนิงหนิงไปยังด้านหลังจวนอ๋องค่ำคืนนี้พระจันทร์ถูกเมฆบดบังจนมืด บรรยากาศเงียบสงัด หนิงหนิงเดินด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลน คอยเหลียวซ้ายแลขวาตลอดเวลา ก่อนจะปลีกตัวไปยังเรือนร้างหลังหนึ่งท้ายจวนอ๋องมู่หว่านอินและซูเหมยซุ่มรออยู่บนหลังคา หญิงสาวเปิดช่องกระเบื้องออก ก่อนจะมองลงไปยังเบื้องล่างภาพที่ปรากฏคือ หนิงหนิงกำลังคุกเข่าต่อหน้าร่างสูงใหญ่ของบุรุษผู้หนึ่ง ชายผู้นั้นสวมชุดยาวสีดำ และบนใบหน้าสวมหน้ากากสีเงิน ปิดบังโฉมหน้าที่แท้จริง นัยน์ตาใต้หน้ากากทอประกายเหี้ยมเกรียม“เรื่อ

  • นางร้ายหอบลูกหนีตัวร้าย   บทที่ 6.2 ชินอ๋องเตรียมหย่ามู่หว่านอิน

    อัครเสนาบดีไป๋ขมวดคิ้ว พิจารณาคำพูดของชินอ๋อง “ไทเฮาทรงเกลียดการที่เหล่าอ๋องขยายอำนาจ ยามที่ทรงได้ยินเรื่องนี้ จึงทรงใช้สตรีผู้นั้นมาเป็นหมากพังแผนการอภิเษกสมรสระหว่างท่านอ๋องกับตระกูลไป๋ใช่หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”ฉู่จินหยางผงกศีรษะ “ใช่ ไทเฮาต้องการพังแผนการของเรา มู่หว่านอินก็เป็นเพียงเหยื่อของไทเฮา นางตามหมากทางการเมืองไม่ทันหรอก”เมื่อได้ฟังความจริง ไป๋ลี่เซียนก็แผดเสียง “สตรีแพศยา นางกล้าดีอย่างไรมาทำลายอนาคตของข้า”ก่อนจะหันไปถามชายคนรัก “แล้วท่านอ๋องจะทำอย่างไรเพคะ ท่านอ๋องจะยอมให้นางนั่งตำแหน่งพระชายาเอกเหนือหม่อมฉันอย่างนั้นหรือ”ฉู่จินหยางเอื้อมมือไปจับไหล่ไป๋ลี่เซียน เอ่ยหนักแน่น “ไม่มีวัน ตำแหน่งพระชายาเอกแห่งจวนชินอ๋อง และตำแหน่งฮองเฮาในอนาคต ย่อมเป็นของเจ้าแต่เพียงผู้เดียว แต่ราชโองการพระราชทานสมรส ข้ามิอาจขัดขืนได้ในยามนี้เพราะจะทำให้แผนใหญ่เสีย แต่ข้าขอสัญญา ข้าจะแต่งมู่หว่านอินเข้าจวนเพื่อบังหน้าเท่านั้น”อัครเสนาบดีไป๋ลูบเครา “แต่งเพื่อบังหน้าหรือพ่ะย่ะค่ะ แล้วตระกูลไป๋ของกระหม่อมเล่า จะให้ส่งบุตรสาวภรรยาหลวงแต่งเข้าไปเป็นชายารองหรือ เกียรติของตระกูลไป๋จะเอาไปไว้ที่ใด”ฉู่

  • นางร้ายหอบลูกหนีตัวร้าย   บทที่ 6.1 ชินอ๋องเตรียมหย่ามู่หว่านอิน

    “เช่นนั้นหม่อมฉันจะนับวันรอเพคะ แต่ระวังว่าแผนการดึงตระกูลไป๋มาเป็นพวกจะพังพินาศเสียก่อน”“เจ้า!” ฉู่จินหยางกัดฟัน“ดึกมากแล้ว ท่านอ๋องเชิญเสด็จกลับห้องเถิดเพคะ หากทรงประทับอยู่ในเรือนพักของหม่อมฉันนานเกินไป เกรงว่าจะมิเหมาะกับกฎระเบียบก่อนวันอภิเษกสมรส ยิ่งยามนี้มีคนของไทเฮาคอยจับตาดูอยู่ หากเรื่องหลุดไปถึงวังหลวงว่าท่านอ๋องข่มขู่องค์หญิงบุญธรรม เกรงว่าตำแหน่งชินอ๋องของท่านอ๋องคงจะยิ่งสั่นคลอน”ฉู่จินหยางชะงัก เขาจ้องมองใบหน้างดงามของนางด้วยสายตาอาฆาตแค้น ลมหายใจชายหนุ่มหอบหนักด้วยโทสะ“ข้าจะรอฟังว่าเจ้าจะยังมีรอยยิ้มเช่นนี้อยู่อีกหรือไม่ ในวันที่ข้าส่งหนังสือหย่าถึงเจ้า”กล่าวจบก็สะบัดแขนเสื้อหมุนกายจากไป เสียงประตูเรือนถูกปิดลงอย่างแรงด้วยโทสะของเจ้าของจวน มู่หว่านอินสูดลมหายใจเข้าลึก นางยกมือขึ้นมาจับหัวใจที่กำลังบีบรัด ตนพยายามเข้มแข็ง ต่อกรกับฉู่จินหยางครานี้ใช้แรงไปมากยิ่งนัก อย่างไรก็เป็นบุรุษที่รัก แต่เรื่องนี้มิอาจนึกถึงมันได้อีก เพราะชาตินี้นางกลับมาเพื่อลูกเพียงผู้เดียวหญิงสาวยกมือขึ้นแตะรอยแดงบนคางที่เกิดจากแรงบีบของฉู่จินหยาง ความเจ็บปวดเล็กน้อยนี้มิอาจเทียบกับความเจ็บ

  • นางร้ายหอบลูกหนีตัวร้าย   บทที่ 5.2 แต่งได้ก็หย่าได้

    มู่หว่านอินจ้องลึกเข้าไปในนัยน์ตาคมกริบที่นางเคยรักนักรักหนา ในอดีตเขาเคยมองกันด้วยความรัก แต่บัดนี้มันกลับเต็มไปด้วยความเกลียดชัง นางหัวเราะออกมาเบา ๆ เสียงหัวเราะใสกระจ่างแต่ทว่าเย็นเยียบไปถึงขั้วหัวใจหญิงสาวเงยหน้าไปมองเขา “หม่อมฉันไม่ได้ต้องการความสุขจากท่านอ๋องอีกต่อไปแล้วเพคะ ตั้งแต่วันที่ท่านอ๋องบอกว่าจะแต่งงานกับสตรีอื่น ความสุขของหม่อมฉันที่มีต่อท่านอ๋องได้ตายจากไปหมดแล้ว”คำพูดจากปากมู่หว่านอินทำให้ดวงตาฉู่จินหยางสั่นระริก ทว่าเพียงครู่เดียวก็เปลี่ยนสายตากลับมาราบเรียบตามเดิม“แล้วเจ้าต้องการสิ่งใด”“หากบอกตอนนี้ก็ไม่สนุกสิเพคะ” มู่หว่านอินกล่าวยิ้ม ๆ นางยื่นมือเรียวสวยขึ้นแตะแผงอกแกร่งของฉู่จินหยางเบา ๆ ก่อนจะใช้นิ้วดันตัวเขาออกห่าง“หม่อมฉันขอตัวไปตรวจดูเรือนพักก่อนนะเพคะ ยามนี้ฟ้าเริ่มมืดแล้ว หากอยู่สนทนากับท่านอ๋องนานเกินไป เกรงว่าบ่าวไพร่จะนำไปลือกันเสีย ๆ หาย ๆ ว่าองค์หญิงบุญธรรมของไทเฮากับชินอ๋องใจร้อนจนมิอาจรอให้ถึงวันอภิเษกสมรส”“มู่หว่านอิน!”มู่หว่านอินเดินนำข้ารับใช้หญิงประจำจวนอ๋องมุ่งตรงไปยังเรือนฟางเซียงสง่างาม ทิ้งให้ฉู่จินหยางยืนมองแผ่นหลังของนา

  • นางร้ายหอบลูกหนีตัวร้าย   บทที่ 5.1 แต่งได้ก็หย่าได้

    บริเวณใกล้หน้าประตูใหญ่จวนชินอ๋อง ขันทีผู้เชิญราชโองการชูม้วนผ้าไหมสีทองผืนใหญ่ขึ้นเหนือศีรษะ รัศมีความสูงศักดิ์ซึ่งเป็นตัวแทนของจักรพรรดิแผ่ขยายไปทั่วบริเวณฉู่จินหยางก้าวออกมาอย่างจำใจ เขาย่อกายลงคุกเข่า ชายเสื้อตัวยาวสีเข้มตกลงบนพื้น นัยน์ตาคมกริบจ้องมองม้วนผ้าไหมสีทองในมือขันทีสลับกับร่างของสตรีที่ก้าวลงมาจากรถม้าวังหลวงอย่างเชื่องช้ามู่หว่านอิน...สตรีที่เขาคิดว่าจะนำนางเข้าจวนมาอยู่ในฐานะอนุภรรยา บัดนี้กลับสวมเสื้อผ้าไหมเนื้อดี ผมที่เคยเกล้าอย่างเรียบง่ายถูกประดับด้วยเครื่องประดับสีทอง สะท้อนแสงแดดยามเย็นดวงตาทั้งสองคู่ประสานกัน แววตาฉู่จินหยางเต็มไปด้วยความสับสน ขณะที่สายตาของมู่หว่านอินกลับมองเขาอย่างคนเหนือกว่า“ชินอ๋องรับราชโองการ” ขันทีประกาศเสียงดังฟังชัดขันทีคลายม้วนราชโองการออกช้า ๆ ก่อนจะอ่านข้อความอย่างชัดถ้อยชัดคำ “สตรีนามมู่หว่านอิน เป็นผู้มีความซื่อสัตย์เปี่ยมด้วยคุณธรรม เป็นที่ต้องพระทัยของไทเฮา จึงโปรดรับเป็นองค์หญิงบุญธรรมแห่งไทเฮา มีศักดิ์และสิทธิ์ในราชวงศ์ต้าเซี่ยทุกประการ และขอพระราชทานสมรสให้ชินอ๋อง อภิเษกสมรสกับองค์หญิงบุญธรรม กำหนดวันอภิเษกสมรสในอีกเจ็ดว

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status