Home / รักโบราณ / นางร้ายหอบลูกหนีตัวร้าย / บทที่ 1.1 นางร้ายถูกหลอกให้รัก

Share

นางร้ายหอบลูกหนีตัวร้าย
นางร้ายหอบลูกหนีตัวร้าย
Author: ไป๋เจวี๋ย

บทที่ 1.1 นางร้ายถูกหลอกให้รัก

last update Petsa ng paglalathala: 2026-09-30 17:04:35

มู่หว่านอินเคยเชื่อคนผู้หนึ่งสุดหัวใจ เชื่อว่าเขาจะพานางไปพบกับความสุขตลอดชีวิต ทว่าคนที่นางรัก กลับเป็นคนที่ทำให้นางเจ็บปวดที่สุด 

           ตนรอคนรักมาสี่ปีแล้ว หวังว่าตอนเขากลับมาจะได้ใช้ชีวิตด้วยกัน หากแต่นางเพิ่งกระจ่างก็วันนี้ ความรู้สึกของคนเรามีวันแปรเปลี่ยน หรือบางครั้ง เขาอาจไม่เคยรักด้วยซ้ำ

           สามีที่นางมอบหัวใจทั้งดวงให้ หลังกลับจากรบกลับบอกนางว่าจะแต่งงานกับสตรีอื่น จากนั้นอีกฝ่ายกล่าวสิ่งใดต่อ นางก็ไม่รับรู้อีกแล้ว กระทั่งเขาออกไปจากบ้าน น้ำตาก็ไหลออกมาราวเขื่อนแตก

           “ต่านแม่” ท่านแม่

           เสียงเล็กเรียกขานมารดาไม่ชัดถ้อยชัดคำนัก เด็กหญิงใบหน้าจิ้มลิ้ม ดวงตากลมโต อายุราวสามปี เดินเชื่องช้าออกมาจากห้องนอน หลังจากแอบฟังมารดาพูดกับบิดาที่ตนไม่เคยได้พบ ก็พอทำให้ ‘เสี่ยวเป่า’ หัวใจแตกสลายกลายเป็นเถ้าธุลี

           สิ่งที่เด็กหญิงคิดฝันจินตนาการไว้ หากท่านพ่อกลับมา ครอบครัวจะได้ใช้ชีวิตด้วยกันอย่างมีความสุข กินข้าวพร้อมหน้า ยิ้มและหัวเราะไปพร้อมกัน หากแต่ภาพที่เห็นกลับตรงกันข้าม

           เสี่ยวเป่าน้ำตาอาบแก้ม เด็กหญิงเดินไปนั่งข้างกายมารดา โผเข้ากอดแล้วเปล่งเสียงร้องไห้

           “ฮึก...”

           ตั้งแต่จำความได้ เสี่ยวเป่าอยู่กับมารดาสองคน ท่านแม่บอกเสมอว่าบิดาไปรบ ทำเพื่อแว่นแคว้น อีกไม่นานจะกลับมา หลังจากนั้นตนจะมีทั้งพ่อและแม่ ได้ขี่คอบิดาเหมือนเด็กหญิงคนอื่น ๆ

           ทว่าทุกอย่างคงเป็นไปไม่ได้แล้ว...

           เมื่อครู่ตนได้เห็นบิดาครั้งแรกจากการแง้มประตูมอง ท่านพ่อบอกกับท่านแม่ว่าจะแต่งงานกับหญิงอื่น เช่นนั้นแล้วในใจบิดายังจะมีลูกคนนี้อีกหรือ

           “เสี่ยวเป่า ได้ยินหมดแล้วหรือ” มู่หว่านอินเอ่ยถามบุตรสาวทั้งน้ำตา

           เด็กหญิงผงกศีรษะ ยังคงร้องไห้ไม่หยุด ในเมื่อเรื่องเป็นเช่นนี้ ท่านพ่อจะยังยินดีกับการมีลูกคนนี้หรือไม่  

           “ไม่ร้องนะลูก แม่จะเลี้ยงดูเจ้าเอง”

คนที่นางรัก ทุ่มหัวใจทั้งดวงให้เขา เฝ้ารอด้วยความซื่อสัตย์ ไม่อยากเชื่อสักนิดว่าระยะทางและเวลามีผลกับจิตใจคน เพราะยามรักก็รักกันมาก เชื่อใจมาก ใครจะคาดคิดว่าสิ่งที่ได้รับกลับมาคือการหักหลัง

หากย้อนกลับไปห้าปีก่อน นางเป็นหญิงสาวที่ทะลุมิติมาจากโลกอนาคต พอลืมตาตื่นขึ้นมาก็จะถูกครอบครัวที่บิดามีตำแหน่งเป็นขุนนางชั้นผู้น้อยส่งไปเป็นอนุขุนนางคราวพ่อ นางพยายามหนีออกจากจวน แต่ก็ถูกไล่ล่าไม่หยุด

ยามนั้นก็มีบุรุษขี่ม้าขาวเข้ามาช่วย เขาคือชายที่มีใบหน้าหล่อเหลา ช่วยให้หลุดพ้นจากการไล่ล่า กระทั่งพานางมาอยู่ที่บ้านหลังเล็กนอกเมืองหลวงแห่งนี้ด้วยกัน อีกฝ่ายบอกนางว่าเขาชื่อ ‘จินหยาง’ ไม่มีแซ่ เป็นเด็กกำพร้าไร้ครอบครัว

จากการช่วยเหลือของเขา ทำให้ได้ใกล้ชิด ใช้เวลาเรียนรู้กันและกัน หัวใจดวงนี้จึงหวั่นไหว กลายเป็นความรักลึกซึ้ง

และเขาก็ขอนางแต่งงาน แต่เพราะไม่อยากให้ครอบครัวสกุลมู่รับรู้ว่าอยู่ที่ใด มู่หว่านอินจึงลงนามแต่งงานกับเขาโดยไม่ได้ส่งให้ทางการ

นางและเขากินอยู่ด้วยกันในบ้านหลังเล็กแห่งนี้ นางกลายเป็นหญิงยุคโบราณโดยสมบูรณ์ ทุกวันดำเนินไปอย่างมีความสุข กระทั่งสี่ปีก่อน สามีเข้าร่วมกองทัพ เป็นทหารตำแหน่งเล็ก ๆ แต่แล้ววันหนึ่งชายแดนเหนือระส่ำระสาย แคว้นเป่ยมีกองทัพที่แข็งแกร่ง เตรียมบุกโจมตีแคว้นต้าเซี่ย สามีจึงต้องไปรบ

ชายคนรักจึงจากนางไปทำหน้าที่เพื่อแว่นแคว้น ไม่นานมู่หว่านอินก็พบว่าตนตั้งครรภ์ นางเฝ้าอดทนอุ้มท้องคนเดียวอย่างยากลำบาก ว่ากันว่าสตรียามคลอดลูกก็เหมือนก้าวเท้าไปยังประตูผี นางเจ็บเพียงใดก็ทนได้ ขอเพียงปลายทางคือครอบครัวแสนอบอุ่น

ทุกวันคืนผ่านไปวันแล้ววันเล่า นางอยากส่งจดหมายถึงสามี ทว่าเขาเป็นเพียงทหารตำแหน่งเล็ก การส่งจดหมายเข้ากองทัพสำหรับนางทำไม่ได้ สามีย่อมทำไม่ได้เช่นเดียวกัน

ตอนสามขวบ เสี่ยวเป่าถามว่าท่านพ่อไปไหน นางจึงบอกออกไปรบ ปกป้องบ้านเมืองเพื่อพวกเรา หากท่านพ่อของเสี่ยวเป่ากลับมา ครอบครัวจะมีความสุขมากกว่านี้แน่ เพราะบิดาของลูกคือหนึ่งในวีรบุรุษของแผ่นดิน

เมื่อข่าวคราวชัยชนะมาถึง นางเฝ้ารอวันที่จะได้พบสามี ทว่ายามเขาเปิดประตูเข้ามาในบ้าน กลับบอกนางว่าจะแต่งงานกับสตรีนามไป๋ลี่เซียน บุตรสาวของอัครเสนาบดี

หญิงสาวนิ่งอึ้งและทำสิ่งใดไม่ถูก หูทั้งสองอื้ออึงไปหมด เพียงไม่นานเขาก็ออกจากบ้านไป

ช่างปวดหัวใจเหลือเกิน ราวกับโลกทั้งใบที่วาดฝันไว้ พังทลายลงมาต่อหน้าต่อตา

ไม่เพียงเท่านั้น บุตรสาวยังรับรู้เรื่องที่ไม่ควรรู้ นอกจากนางเจ็บ เสี่ยวเป่าก็หัวใจแตกสลายด้วย

สองแม่ลูกกอดกันร้องไห้ ความเหนื่อยล้าจากการถูกหักหลังและหัวใจที่แหลกสลายโหมกระหน่ำเข้ามาอย่างหนักหน่วง

มู่หว่านอินกอดร่างเล็กที่สั่นสะท้านไว้ในอ้อมอก หญิงสาวเอ่ยคำปลอบประโลมด้วยน้ำเสียงแหบแห้งพร้อมลูบแผ่นหลังบุตรสาวเบา ๆ “แม่อยู่ตรงนี้”

เสียงสะอื้นจากเสี่ยวเป่าค่อย ๆ ลดลงทีละน้อย จนกระทั่งลมหายใจเข้าออกของเด็กหญิงเริ่มสม่ำเสมอ มู่หว่านอินจึงพาลูกเข้านอน สองแม่ลูกปวดร้าวทรมาน ปล่อยน้ำตาไหลรินอาบแก้มไม่ขาดสาย ทั้งคู่ร้องไห้จนเหนื่อย สุดท้ายก็นอนหลับไป

พระอาทิตย์เคลื่อนตัวขึ้นสูงด้านทิศตะวันออก มู่หว่านอินปลุกบุตรสาวตั้งแต่เช้า นางจะพาเสี่ยวเป่าไปใช้ชีวิตที่อื่น ด้วยไม่อยากอยู่ในบ้านที่มีความทรงจำของสามีเต็มไปหมด

ทันใดนั้น เสียงสวบสาบก็ดังมาจากหน้าบ้าน บุรุษร่างสูงใหญ่เปิดประตูเข้ามาพร้อมบุรุษอีกคนข้างกาย หญิงสาวเงยหน้าขึ้นไปมองคนที่รักสุดหัวใจ ใบหน้าเขาหล่อเหลา คิ้วพาดเฉียง จมูกโด่งเป็นสัน นัยน์ตาคมกริบ ริมฝีปากบางที่เคยจุมพิต แทบไม่อยากเชื่อว่าเป็นเขาที่มอบความเจ็บปวดให้

ฉู่จินหยางหันไปมององครักษ์คนสนิท สั่งงานที่เตรียมกันไว้ก่อนมาที่นี่ด้วยสายตา

องครักษ์ของฉู่จินหยางนามว่า ‘เฟิ่งสุ่ย’ พลันเอ่ยว่า “องค์ชายใหญ่หวนคืนสู่ตำแหน่ง ยามนี้กลายเป็นชินอ๋องของแคว้น มีเมตตาจะรับสตรีแซ่มู่เข้าไปเป็นอนุภรรยาในจวน”

มู่หว่านอินเพิ่งรู้ความจริงก็วันนี้ แท้จริงบุรุษตรงหน้าเป็นถึงองค์ชายใหญ่ ไฉนเขาจึงหลอกลวงนาง บอกว่าเป็นเพียงคนธรรมดาไร้พ่อแม่ หากนางรู้สักนิด ก็คงไม่ถลำลึกไปกับความรักครั้งนี้หรอก

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • นางร้ายหอบลูกหนีตัวร้าย   บทที่ 7.2 นางจะหนีแน่

    คำพูดใจร้ายจากปากบุรุษที่มู่หว่านอินรัก ราวกับค้อนขนาดใหญ่ที่ทุบลงมากลางศีรษะ นางไม่เคยชินหรือทำใจเมินเฉยต่อเรื่องนี้ได้สักครา แม้ภายนอกพยายามแสดงออกอย่างเข้มแข็งก็ตามมู่หว่านอินพยายามรักษาสีหน้าให้เรียบเฉยที่สุด แม้ในอกจะรู้สึกเหมือนถูกใครควักออกมาแล้วบีบจนแตกชายหนุ่มตรงหน้า บุรุษที่นางเคยฝากชีวิตและหัวใจไว้ในบ้านหลังเล็ก บัดนี้กลับยืนโอบเอวสตรีอื่นต่อหน้าข้ารับใช้ทั้งจวน หนำซ้ำยังกล่าวหาว่านางใช้แผนการสกปรกเพื่อแย่งชิงตำแหน่งที่ควรจะเป็นของไป๋ลี่เซียนน่าขันสิ้นดี คนที่หลอกลวงและพังชีวิตนางก่อนก็คือเขามิใช่หรือไป๋ลี่เซียนได้ยินดังนั้นก็ยิ่งแกล้งทำสีหน้าหวาดหวั่น นางรีบคุกเข่าลงบนพื้น หยาดน้ำตาร่วงหล่นไหลอาบแก้ม “ท่านอ๋องอย่าได้กล่าวเช่นนั้นเลยเพคะ เป็นความผิดของลี่เซียนเอง หากลี่เซียนไม่ดึงดันอยากอยู่กับท่านอ๋อง เรื่องก็คงไม่เป็นเช่นนี้ พระชายาโปรดประทานอภัยให้ลี่เซียนเถิด หากการอยู่ของลี่เซียนทำให้พระชายาทรงขัดหูขัดตา ลี่เซียนยินดีกลับไป และจะไม่มาปรากฏตัวให้พระชายาต้องขุ่นเคืองใจอีกแล้วเพคะ”คำพูดถ่อมตนและน่าสงสารของไป๋ลี่เซียน มองปราดเดียวก็รู้ว่าเสแสร้ง ทว่าฉู่จินหยางหูหนวกตา

  • นางร้ายหอบลูกหนีตัวร้าย   บทที่ 7.1 นางจะหนีแน่

    มู่หว่านอินยกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาระยิบระยับท่ามกลางแสงเทียน “กระต่ายเริ่มตื่นตกใจแล้วสินะ พอข้าก้าวเข้ามาในฐานะพระชายาเอก พวกมันก็นั่งไม่ติด”“พระชายาจะให้คนของเราลอบสังหาร หรือจับตัวมาเค้นคอถามเลยหรือไม่เพคะ” ซูเหมยถามด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว“อย่าเพิ่งตื่นตระหนกไป” มู่หว่านอินเอ่ยเสียงเรียบพลางลุกขึ้นช้า ๆ“การแหวกหญ้าให้งูตื่นย่อมไม่อาจลากตัวผู้อยู่เบื้องหลังที่แท้จริงออกมาได้ เราต้องลอบฟังดูว่าพวกมันกำลังวางแผนทำสิ่งใดกับข้า”มู่หว่านอินสั่งการให้ซูเซียงสะกดรอยตามหมอชราไปอย่างเงียบเชียบ ส่วนนางและซูเหมยเลือกที่จะลอบตามหนิงหนิงไปยังด้านหลังจวนอ๋องค่ำคืนนี้พระจันทร์ถูกเมฆบดบังจนมืด บรรยากาศเงียบสงัด หนิงหนิงเดินด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลน คอยเหลียวซ้ายแลขวาตลอดเวลา ก่อนจะปลีกตัวไปยังเรือนร้างหลังหนึ่งท้ายจวนอ๋องมู่หว่านอินและซูเหมยซุ่มรออยู่บนหลังคา หญิงสาวเปิดช่องกระเบื้องออก ก่อนจะมองลงไปยังเบื้องล่างภาพที่ปรากฏคือ หนิงหนิงกำลังคุกเข่าต่อหน้าร่างสูงใหญ่ของบุรุษผู้หนึ่ง ชายผู้นั้นสวมชุดยาวสีดำ และบนใบหน้าสวมหน้ากากสีเงิน ปิดบังโฉมหน้าที่แท้จริง นัยน์ตาใต้หน้ากากทอประกายเหี้ยมเกรียม“เรื่อ

  • นางร้ายหอบลูกหนีตัวร้าย   บทที่ 6.2 ชินอ๋องเตรียมหย่ามู่หว่านอิน

    อัครเสนาบดีไป๋ขมวดคิ้ว พิจารณาคำพูดของชินอ๋อง “ไทเฮาทรงเกลียดการที่เหล่าอ๋องขยายอำนาจ ยามที่ทรงได้ยินเรื่องนี้ จึงทรงใช้สตรีผู้นั้นมาเป็นหมากพังแผนการอภิเษกสมรสระหว่างท่านอ๋องกับตระกูลไป๋ใช่หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”ฉู่จินหยางผงกศีรษะ “ใช่ ไทเฮาต้องการพังแผนการของเรา มู่หว่านอินก็เป็นเพียงเหยื่อของไทเฮา นางตามหมากทางการเมืองไม่ทันหรอก”เมื่อได้ฟังความจริง ไป๋ลี่เซียนก็แผดเสียง “สตรีแพศยา นางกล้าดีอย่างไรมาทำลายอนาคตของข้า”ก่อนจะหันไปถามชายคนรัก “แล้วท่านอ๋องจะทำอย่างไรเพคะ ท่านอ๋องจะยอมให้นางนั่งตำแหน่งพระชายาเอกเหนือหม่อมฉันอย่างนั้นหรือ”ฉู่จินหยางเอื้อมมือไปจับไหล่ไป๋ลี่เซียน เอ่ยหนักแน่น “ไม่มีวัน ตำแหน่งพระชายาเอกแห่งจวนชินอ๋อง และตำแหน่งฮองเฮาในอนาคต ย่อมเป็นของเจ้าแต่เพียงผู้เดียว แต่ราชโองการพระราชทานสมรส ข้ามิอาจขัดขืนได้ในยามนี้เพราะจะทำให้แผนใหญ่เสีย แต่ข้าขอสัญญา ข้าจะแต่งมู่หว่านอินเข้าจวนเพื่อบังหน้าเท่านั้น”อัครเสนาบดีไป๋ลูบเครา “แต่งเพื่อบังหน้าหรือพ่ะย่ะค่ะ แล้วตระกูลไป๋ของกระหม่อมเล่า จะให้ส่งบุตรสาวภรรยาหลวงแต่งเข้าไปเป็นชายารองหรือ เกียรติของตระกูลไป๋จะเอาไปไว้ที่ใด”ฉู่

  • นางร้ายหอบลูกหนีตัวร้าย   บทที่ 6.1 ชินอ๋องเตรียมหย่ามู่หว่านอิน

    “เช่นนั้นหม่อมฉันจะนับวันรอเพคะ แต่ระวังว่าแผนการดึงตระกูลไป๋มาเป็นพวกจะพังพินาศเสียก่อน”“เจ้า!” ฉู่จินหยางกัดฟัน“ดึกมากแล้ว ท่านอ๋องเชิญเสด็จกลับห้องเถิดเพคะ หากทรงประทับอยู่ในเรือนพักของหม่อมฉันนานเกินไป เกรงว่าจะมิเหมาะกับกฎระเบียบก่อนวันอภิเษกสมรส ยิ่งยามนี้มีคนของไทเฮาคอยจับตาดูอยู่ หากเรื่องหลุดไปถึงวังหลวงว่าท่านอ๋องข่มขู่องค์หญิงบุญธรรม เกรงว่าตำแหน่งชินอ๋องของท่านอ๋องคงจะยิ่งสั่นคลอน”ฉู่จินหยางชะงัก เขาจ้องมองใบหน้างดงามของนางด้วยสายตาอาฆาตแค้น ลมหายใจชายหนุ่มหอบหนักด้วยโทสะ“ข้าจะรอฟังว่าเจ้าจะยังมีรอยยิ้มเช่นนี้อยู่อีกหรือไม่ ในวันที่ข้าส่งหนังสือหย่าถึงเจ้า”กล่าวจบก็สะบัดแขนเสื้อหมุนกายจากไป เสียงประตูเรือนถูกปิดลงอย่างแรงด้วยโทสะของเจ้าของจวน มู่หว่านอินสูดลมหายใจเข้าลึก นางยกมือขึ้นมาจับหัวใจที่กำลังบีบรัด ตนพยายามเข้มแข็ง ต่อกรกับฉู่จินหยางครานี้ใช้แรงไปมากยิ่งนัก อย่างไรก็เป็นบุรุษที่รัก แต่เรื่องนี้มิอาจนึกถึงมันได้อีก เพราะชาตินี้นางกลับมาเพื่อลูกเพียงผู้เดียวหญิงสาวยกมือขึ้นแตะรอยแดงบนคางที่เกิดจากแรงบีบของฉู่จินหยาง ความเจ็บปวดเล็กน้อยนี้มิอาจเทียบกับความเจ็บ

  • นางร้ายหอบลูกหนีตัวร้าย   บทที่ 5.2 แต่งได้ก็หย่าได้

    มู่หว่านอินจ้องลึกเข้าไปในนัยน์ตาคมกริบที่นางเคยรักนักรักหนา ในอดีตเขาเคยมองกันด้วยความรัก แต่บัดนี้มันกลับเต็มไปด้วยความเกลียดชัง นางหัวเราะออกมาเบา ๆ เสียงหัวเราะใสกระจ่างแต่ทว่าเย็นเยียบไปถึงขั้วหัวใจหญิงสาวเงยหน้าไปมองเขา “หม่อมฉันไม่ได้ต้องการความสุขจากท่านอ๋องอีกต่อไปแล้วเพคะ ตั้งแต่วันที่ท่านอ๋องบอกว่าจะแต่งงานกับสตรีอื่น ความสุขของหม่อมฉันที่มีต่อท่านอ๋องได้ตายจากไปหมดแล้ว”คำพูดจากปากมู่หว่านอินทำให้ดวงตาฉู่จินหยางสั่นระริก ทว่าเพียงครู่เดียวก็เปลี่ยนสายตากลับมาราบเรียบตามเดิม“แล้วเจ้าต้องการสิ่งใด”“หากบอกตอนนี้ก็ไม่สนุกสิเพคะ” มู่หว่านอินกล่าวยิ้ม ๆ นางยื่นมือเรียวสวยขึ้นแตะแผงอกแกร่งของฉู่จินหยางเบา ๆ ก่อนจะใช้นิ้วดันตัวเขาออกห่าง“หม่อมฉันขอตัวไปตรวจดูเรือนพักก่อนนะเพคะ ยามนี้ฟ้าเริ่มมืดแล้ว หากอยู่สนทนากับท่านอ๋องนานเกินไป เกรงว่าบ่าวไพร่จะนำไปลือกันเสีย ๆ หาย ๆ ว่าองค์หญิงบุญธรรมของไทเฮากับชินอ๋องใจร้อนจนมิอาจรอให้ถึงวันอภิเษกสมรส”“มู่หว่านอิน!”มู่หว่านอินเดินนำข้ารับใช้หญิงประจำจวนอ๋องมุ่งตรงไปยังเรือนฟางเซียงสง่างาม ทิ้งให้ฉู่จินหยางยืนมองแผ่นหลังของนา

  • นางร้ายหอบลูกหนีตัวร้าย   บทที่ 5.1 แต่งได้ก็หย่าได้

    บริเวณใกล้หน้าประตูใหญ่จวนชินอ๋อง ขันทีผู้เชิญราชโองการชูม้วนผ้าไหมสีทองผืนใหญ่ขึ้นเหนือศีรษะ รัศมีความสูงศักดิ์ซึ่งเป็นตัวแทนของจักรพรรดิแผ่ขยายไปทั่วบริเวณฉู่จินหยางก้าวออกมาอย่างจำใจ เขาย่อกายลงคุกเข่า ชายเสื้อตัวยาวสีเข้มตกลงบนพื้น นัยน์ตาคมกริบจ้องมองม้วนผ้าไหมสีทองในมือขันทีสลับกับร่างของสตรีที่ก้าวลงมาจากรถม้าวังหลวงอย่างเชื่องช้ามู่หว่านอิน...สตรีที่เขาคิดว่าจะนำนางเข้าจวนมาอยู่ในฐานะอนุภรรยา บัดนี้กลับสวมเสื้อผ้าไหมเนื้อดี ผมที่เคยเกล้าอย่างเรียบง่ายถูกประดับด้วยเครื่องประดับสีทอง สะท้อนแสงแดดยามเย็นดวงตาทั้งสองคู่ประสานกัน แววตาฉู่จินหยางเต็มไปด้วยความสับสน ขณะที่สายตาของมู่หว่านอินกลับมองเขาอย่างคนเหนือกว่า“ชินอ๋องรับราชโองการ” ขันทีประกาศเสียงดังฟังชัดขันทีคลายม้วนราชโองการออกช้า ๆ ก่อนจะอ่านข้อความอย่างชัดถ้อยชัดคำ “สตรีนามมู่หว่านอิน เป็นผู้มีความซื่อสัตย์เปี่ยมด้วยคุณธรรม เป็นที่ต้องพระทัยของไทเฮา จึงโปรดรับเป็นองค์หญิงบุญธรรมแห่งไทเฮา มีศักดิ์และสิทธิ์ในราชวงศ์ต้าเซี่ยทุกประการ และขอพระราชทานสมรสให้ชินอ๋อง อภิเษกสมรสกับองค์หญิงบุญธรรม กำหนดวันอภิเษกสมรสในอีกเจ็ดว

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status