Compartir

บทที่ 10

last update Fecha de publicación: 2026-07-30 21:00:27

บทที่ 10

คำบอกลาและความจริงในหน้ากระดาษ

“ไม่ต้องกังวลไป แม่สอบถามหัวหน้าหมู่บ้านแล้วเรื่องร่างของรุ่ยหลิน เขาบอกว่าถ้าคดีเสร็จเรียบร้อยทุกอย่างแล้ว สหายตำรวจจะติดต่อมาที่พวกเราอีกครั้ง เพื่อให้นำร่างของรุ่ยหลินมาทำพิธีต่อไป เมื่อถึงเวลานั้นแม่จะไปเป็นเพื่อนลูกเอง”

ฉู่เถิงเยว่ยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาที่ยังคงหลงเหลืออยู่บนใบหน้า เธอรู้สึกโชคดีเหลือเกินที่ได้แต่งเข้ามาอยู่ในบ้านกง สมาชิกบ้านกงแต่ละคนต่างขยันขันแข็งและไม่มีใครอิจฉาริษยากันเหมือนกับบ้านอื่น รวมไปถึงพ่อแม่สามีของเธอก็ยังใจกว้าง ถึงกับส่งลูกหลานให้ร่ำเรียนโดยไม่เลือกปฏิบัติหรือลำเอียงรักใครมากกว่ากัน ทั้งเด็กหญิงและเด็กชายต่างก็ได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียม

ซึ่งแตกต่างจากบ้านอื่นที่มักจะให้ความสำคัญกับลูกชายและหลานชายมากกว่า โดยบังคับให้ลูกสาวหรือหลานสาวทำงานอาบเหงื่อต่างน้ำทั้งในบ้านและนอกบ้าน เพื่อหาเงินมาส่งเสียให้เด็กผู้ชายได้เรียนหนังสือ

“ขอบคุณค่ะแม่ ฉันไม่แน่ใจว่าพ่อแม่ของรุ่ยหลินยังใช้หมายเลขโทรศัพท์เดิมอยู่หรือเปล่า ถ้าโชคดีที่พวกเขายังใช้หมายเลขเดิมอยู่ ฉันคงจะได้แจ้งข่าวคราวของรุ่ยหลินให้กับพวกเขาทราบ แต่ถ้าไม่ใช่... เห็นทีพรุ่งนี้คงต้องไปสอบถามจากเซี่ยเหว่ยกวงดูอีกครั้ง”

เจียงซือหรันพยักหน้ารับรู้ หลังจากที่เธอได้ฟังสิ่งที่หลานสะใภ้พูด “ถ้าอย่างนั้นให้เหมี่ยวอี๋ไปเป็นเพื่อนหลานก็แล้วกัน ช่วงนี้เสี่ยวจือคงจะวุ่นวายอยู่กับคดี เขาอาจจะไม่ว่างไปเป็นเพื่อน”

“ได้ค่ะแม่ ฉันจะไปเป็นเพื่อนเสี่ยวเยว่เอง”

โจวเหมี่ยวอี๋รับคำของแม่สามี ก่อนที่เธอจะหันกลับมาส่งยิ้มให้กับฉู่เถิงเยว่อีกครั้ง “พวกเรากลับบ้านกันเถอะ ตอนนี้ยังพอมีเวลาโทรศัพท์ไปหาพ่อแม่ของรุ่ยหลิน"

นับว่าโชคดีที่บ้านกงติดตั้งโทรศัพท์เอาไว้ ทำให้เวลาที่ครอบครัวของเธอต้องการติดต่อกับใครก็สะดวกสบายเป็นอย่างมาก นอกจากนี้บ้านกงยังมีรายได้พิเศษเพิ่มขึ้น จากการเก็บค่าบริการจากชาวบ้านที่ต้องการจะใช้โทรศัพท์อีกด้วย หลังจากที่ตกลงกันเรียบร้อยแล้ว ทั้งสามคนก็พากันเดินกลับไปที่บ้านกงทันที

การกระทำของบ้านกงและฉู่เถิงเยว่ ทำให้วิญญาณของเหรินรุ่ยหลินที่ยังคงวนเวียนอยู่แถวนั้นถึงกับร้องไห้ออกมาด้วยความตื้นตัน ในตอนแรกเหรินรุ่ยหลินคิดว่าจะไม่มีหนทางแจ้งข่าวการตายของตัวเองให้ครอบครัวได้รับรู้ เพราะนอกจากไป๋อี้หนิงและเซี่ยเหว่ยกวง ก็ไม่มีใครรู้หมายเลขโทรศัพท์ของบ้านเหรินเลยแม้แต่คนเดียว

นอกจากนี้เหรินรุ่ยหลินก็ยังคงหลงลืมไปแล้วเช่นกัน ว่าเธอเคยให้หมายเลขโทรศัพท์กับฉู่เถิงเยว่ในตอนที่เธอกำลังจะเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย ซึ่งช่วงเวลานั้นเธอและฉู่เถิงเยว่ยังคงสนิทกันมาก เหรินรุ่ยหลินคาดไม่ถึงเลยว่าอีกฝ่ายจะยังคงเก็บหมายเลขโทรศัพท์ของเธอเอาไว้จนถึงทุกวันนี้ เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา ฉู่เถิงเยว่ไม่เคยโทรศัพท์ไปหาเธอที่บ้านเลยสักครั้ง

ซึ่งเรื่องนี้ทำให้เหรินรุ่ยหลินอดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิดต่อเพื่อนคนนี้ เป็นเธอเองที่ผลักไสอีกฝ่ายออกไปจากชีวิต แล้วหันไปคบหากับไป๋อี้หนิงแทน เพียงเพราะฉู่เถิงเยว่ไม่ได้สอบเข้ามหาวิทยาลัยในปักกิ่งเหมือนกันกับเธอ เหรินรุ่ยหลินจึงคิดว่าตัวเองไม่มีเรื่องที่จะสามารถพูดคุยกับอีกฝ่ายได้ และด้วยระยะทางกับความห่างเหินนี้ ทำให้เหรินรุ่ยหลินหลงลืมเพื่อนที่เคยสนิทที่สุดอย่างฉู่เถิงเยว่ไปจนหมดสิ้น

ทว่าฉู่เถิงเยว่กลับไม่เคยลืมเลยสักครั้งว่าพวกเธอคือเพื่อนสนิทกัน หากย้อนเวลากลับไปได้ เหรินรุ่ยหลินตั้งมั่นว่าจะไม่คบหากับไป๋อี้หนิงและเซี่ยเหว่ยกวงเด็ดขาด แต่จะขอตอบแทนทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉู่เถิงเยว่และบ้านกงทำให้เธอในวันนี้

แต่น่าเสียดายที่โอกาสเหล่านั้นได้หลุดลอยไปแล้ว เหรินรุ่ยหลินจึงทำได้เพียงก่นด่าความโง่เขลาของตัวเอง และเอ่ยขอโทษอีกฝ่ายซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่ภายในใจ

“ขอบคุณนะเถิงเยว่ หากฉันมีโอกาสอีกสักครั้ง ฉันจะไม่ทำให้เธอผิดหวังเหมือนอย่างครั้งนี้... ฉันขอโทษนะเถิงเยว่”

ทันทีที่ร่างวิญญาณของเหรินรุ่ยหลินเลือนหายไป เธอไม่มีทางรู้เลยว่ามีใครบางคนกำลังหันกลับมามองยังจุดที่เธอยืนอยู่สักครู่

ฉู่เถิงเยว่รู้สึกเหมือนได้ยินเสียงใครบางคนกำลังเรียกหา เธอจึงอดไม่ได้ที่จะชะงักฝีเท้าแล้วรีบหันหลังกลับไปมอง ทว่าเบื้องหลังของเธอกลับมีเพียงความว่างเปล่า ดังนั้นฉู่เถิงเยว่จึงคิดว่าตัวเองคงหูแว่วไป

“มีอะไรหรือเปล่าลูก”

โจวเหมี่ยวอี๋เอ่ยถามลูกสะใภ้ด้วยความเป็นห่วง เมื่อจู่ๆ อีกฝ่ายก็หยุดชะงักแล้วหันหลังกลับไปมองอะไรบางอย่าง ทำให้เธอต้องหยุดเดินตามไปด้วย พร้อมกับเอ่ยถามลูกสะใภ้ของตัวเองออกมาด้วยความเป็นห่วง ความกังวลฉายชัดบนใบหน้าของโจวเหมี่ยวอี๋ เนื่องจากเธอกลัวว่าอีกฝ่ายจะยังปรับอารมณ์รับมือกับความสูญเสียเพื่อนสนิทอย่างเหรินรุ่ยหลินไม่ได้

ฉู่เถิงเยว่ส่ายหน้าเบาๆ “ฉันคงคิดมากไปเองค่ะแม่... ฉันรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงของรุ่ยหลิน”

โจวเหมี่ยวอี๋หันไปมองยังทิศทางที่ฉู่เถิงเยว่มองเมื่อครู่ ก่อนที่เธอจะยกมือขึ้นลูบศีรษะของอีกฝ่ายอย่างปลอบโยน

“บางทีรุ่ยหลินอาจจะมาบอกลาและขอบคุณลูกก็ได้นะ เพราะถ้าลูกไม่ฉุกคิดเรื่องที่จะโทรศัพท์ไปบอกพ่อแม่ของรุ่ยหลิน พวกเขาก็คงจะไม่รับรู้ถึงการตายของรุ่ยหลิน หรือบางที... พวกเขาอาจจะไม่รู้เรื่องนี้ไปตลอดชีวิตเลยก็ได้”

แม้จะรู้ดีว่าอาจเป็นเธอที่คิดมากไปเอง แต่ฉู่เถิงเยว่ก็รู้สึกยินดีอยู่ลึกๆ ที่ได้ยินเสียงของเหรินรุ่ยหลินอีกครั้ง รอยยิ้มบางๆ จึงปรากฏบนใบหน้าของฉู่เถิงเยว่ แทนที่คราบน้ำตา ความโศกเศร้า และความตึงเครียดในตอนแรก

“ถ้าหากรุ่ยหลินยังคงอยู่ที่นี่ ฉันก็อยากจะบอกเธอเหลือเกิน ว่าไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิดต่อเรื่องอะไรทั้งนั้น เพราะคนที่ทำผิดคือไป๋อี้หนิงและเซี่ยเหว่ยกวง ส่วนเรื่องที่ฉันทำให้กับเธอในตอนนี้ ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องขอบคุณเช่นกัน เพราะเป็นสิ่งที่เพื่อนอย่างฉันจะสามารถทำให้เธอเป็นครั้งสุดท้าย”

‘ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน เธอก็ยังคงเป็นเพื่อนของฉันเสมอ เหรินรุ่ยหลิน’

เหรินรุ่ยหลินลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง แต่ไม่ว่าจะหันไปทางไหน รอบตัวของเธอก็มีแต่เพียงความมืดมิดเท่านั้น แน่นอนว่าเหรินรุ่ยหลินไม่กล้าที่จะเดินไปมาในความมืดมิดแบบนี้ ดังนั้นเธอจึงทำได้เพียงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม

หลังจากที่เหรินรุ่ยหลินอยู่ในความมืดมิดได้สักพัก ในที่สุดก็มีแสงสว่างสาดส่องเข้ามา แต่เพราะแสงสว่างนั้นสว่างมากเกินไป เหรินรุ่ยหลินจึงต้องหลับตาลง ก่อนที่เธอจะค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง และสิ่งที่ปรากฏอยู่รอบตัวเธอในตอนนี้ ก็ทำให้เหรินรุ่ยหลินรู้สึกตกตะลึงขึ้นมาไม่ได้

เพราะในตอนนี้เธอกำลังยืนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันงดงาม ทั้งต้นไม้ใหญ่ ดอกไม้ที่กำลังเบ่งบาน หรือแม้กระทั่งลำธารสายเล็กๆ ที่ไหลเอื่อยอยู่เบื้องหน้า ก่อนที่สายตาของเหรินรุ่ยหลินจะไปสะดุดเข้ากับชุดโต๊ะเก้าอี้ตัวหนึ่ง ซึ่งบนโต๊ะมีชุดน้ำชาและหนังสือเล่มหนึ่งวางอยู่ เธอไม่รอช้ารีบเดินเข้าไปทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทันที เมื่อหยิบหนังสือเล่มนั้นขึ้นมาถือไว้ในมือ ตัวอักษรบนหน้าปกก็ปรากฏต่อสายตาของเธออย่างชัดเจน

ไป๋อี้หนิง ยอดหญิงในยุค 90

เมื่อเห็นว่าชื่อบนหน้าปกหนังสือคืออดีตเพื่อนสนิทของตัวเอง เหรินรุ่ยหลินจึงรีบเปิดอ่านเนื้อหาด้านในทันที และนั่นก็ทำให้เธอค้นพบความจริงที่น่าตื่นตะลึง ว่าโลกที่เธอเคยมีชีวิตอยู่ เป็นเพียงตัวอักษรที่อยู่ในหนังสือเล่มนี้เท่านั้น!

ในหนังสือเล่มนี้ เธอยังคงเป็นคนรักของเซี่ยเหว่ยกวง ทว่าชะตากรรมที่ถูกเขียนไว้ในหนังสือเล่มนี้กลับแตกต่างจากชีวิตจริงที่เธอพึ่งเผชิญมาพอสมควร เพราะเนื้อหาในหนังสือเล่มนี้บรรยายเอาไว้ว่าในตอนที่เธอกลับไปเยี่ยมบ้านเซี่ยกับเซี่ยเหว่ยกวง เธอไม่ได้ถูกไป๋อี้หนิงและเซี่ยเหว่ยกวงฆ่าตาย แต่ยังคงคบหากับคนทั้งคู่เรื่อยมา จนกระทั่งวันหนึ่งเธอได้ล่วงรู้ความจริงว่าเพื่อนสนิทอย่างไป๋อี้หนิงและคนรักอย่างเซี่ยเหว่ยกวง แอบสวมหมวกเขียวคบชู้กันลับหลังเธอ!

ความจริงนั้นเปลี่ยนให้เหรินรุ่ยหลินกลายเป็นคนอารมณ์ร้าย เธอคอยตามระรานไป๋อี้หนิงแทบทุกครั้งที่พบหน้า ส่วนเซี่ยเหว่ยกวง เธอก็ตามติดเขาเหมือนกับเงาตามตัว แน่นอนว่าการกระทำของเธอทำให้เซี่ยเหว่ยกวงรู้สึกรำคาญใจเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังทำให้เธอกลายเป็นเรื่องสนุกปากไปทั่วมหาวิทยาลัย จากที่เคยมีเพื่อนมากมาย กลับกลายเป็นว่าทุกคนต่างพากันตีตัวออกห่างและหลบหน้าไปตามๆ กัน จนในที่สุดเหรินรุ่ยหลินก็ถูกทิ้งให้อยู่ในมหาวิทยาลัยเพียงลำพัง

และด้วยความที่เธอคอยตามรังควานเซี่ยเหว่ยกวงและไป๋อี้หนิงไม่เลิกราแบบนี้ ทำให้เซี่ยเหว่ยกวงหมดความอดทน เขาจ้างวานอันธพาลให้มาดักฉุดเธอไปย่ำยี เพื่อทำลายชีวิตและเขี่ยเธอไปให้พ้นทาง จะได้ไม่สามารถเข้ามายุ่งวุ่นวายกับความรักของเขาและไป๋อี้หนิงได้อีก

เมื่อเหรินรุ่ยหลินอ่านมาถึงตรงนี้ เธอก็รู้สึกโกรธแค้นเซี่ยเหว่ยกวงจนแทบกระอักเลือด คนที่ผิดอย่างแท้จริงคือเซี่ยเหว่ยกวงที่นอกใจเธอ และหญิงชั่วอย่างไป๋อี้หนิงที่แย่งคนรักของเพื่อนสนิทต่างหาก! ทว่าสุดท้าย... คนที่ต้องสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง กลับกลายเป็นเธอซึ่งเป็นเพียง ‘เหยื่อ’ ของเรื่องราวทั้งหมดนี้แทน!

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

พบกันใหม่ในตอนต่อไปนะคะ

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • นางร้ายอย่างฉัน ขอเปลี่ยนบท (กำลังรีไรท์)   บทที่ 136

    “เอาล่ะ ถิงถิงมาหาลุงถึงที่นี่ มีเรื่องอะไรเหรอ” เมื่อเห็นว่าทุกคนนั่งประจำที่กันเรียบร้อยแล้ว กงหมิงเหยี่ยนจึงหันกลับไปสอบถามเมิ่งถิงถิงอีกครั้ง เพราะด้วยท่าทางเร่งรีบของอีกฝ่าย ทำให้เขาคาดเดาว่าจะต้องมีเรื่องคอขาดบาดตายอย่างแน่นอน ไม่อย่างนั้นเด็กสาวคนนี้คงไม่รีบวิ่งหน้าตั้งมาหาเขาในช่วงเวลาที่ทุก

  • นางร้ายอย่างฉัน ขอเปลี่ยนบท (กำลังรีไรท์)   บทที่ 135

    บทที่ 73แผนร้ายที่ถูกเปิดโปง “ย่าจะดูแลตัวเองให้ดี งานมงคลของหลานรักทั้งที จะขาดย่าไปได้อย่างไร มีหลานสาวกตัญญูแบบนี้ รับรองว่าอีกไม่นานอาการป่วยของย่าจะต้องหายเป็นปลิดทิ้ง ย่าล่ะอยากจะเห็นสีหน้าของพวกชาวบ้านที่เคยกล้าปฏิเสธหลานสาวคนสวยของย่านัก!” เติ้งเจียนลู่กระตุกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย ก่อ

  • นางร้ายอย่างฉัน ขอเปลี่ยนบท (กำลังรีไรท์)   บทที่ 134

    “ไม่เป็นไรครับ ขอแค่สหายตำรวจช่วยลากคอคนร้ายตัวจริงมาให้พวกเราได้ก็พอ เพราะก่อนหน้านี้พวกมันสารภาพว่าได้รับการว่าจ้างมา แต่เพราะพวกผมอาจจะลงมือหนักไปหน่อย ตอนนี้พวกมันเลยลุกขึ้นมาตอบคำถามไม่ได้แล้วล่ะครับ” กงหมิงเหยี่ยนกระซิบบอกเจ้าหน้าที่ตำรวจตรงหน้า เนื่องจากเขาไม่อยากให้ชาวบ้านล่วงรู้ว่าคนพว

  • นางร้ายอย่างฉัน ขอเปลี่ยนบท (กำลังรีไรท์)   บทที่ 133

    บทที่ 72ความทะเยอทะยานของบ้านเติ้ง “พ่อครับ ผมว่าพวกเราไม่ต้องเสียเวลาคุยกับพวกมันแล้ว จับตัวคนพวกนี้ไปส่งสหายตำรวจดีกว่า หลังจากนั้นก็จะได้รู้กันว่า พวกมันแค่ต้องการลักพาตัวเถิงเยว่กับรุ่ยหลินเพื่อไปล้างหนี้ หรือถูกว่าจ้างให้มาทำร้ายพวกเธอทั้งคู่กันแน่” กงโม่จือรับรู้เรื่องราวทั้งหมดจากเ

  • นางร้ายอย่างฉัน ขอเปลี่ยนบท (กำลังรีไรท์)   บทที่ 132

    “เชื่อฟังพวกพี่นะจ๊ะ ไม่อย่างนั้นพวกพี่ชายคงต้องลงไม้ลงมือกับน้องสาวแล้ว” ฉู่เถิงเยว่รีบใช้มืออีกข้างดึงฝ่ามือหยาบกระด้างของชายคนดังกล่าวให้ออกไปจากข้อมือของตัวเอง โชคดีที่เพื่อนสนิทของเธอเข้ามาช่วยเอาไว้ได้ทัน ทำให้เธอสามารถหลุดออกจากการจับกุมของอีกฝ่ายได้สำเร็จ หลังจากนั้นฉู่เถิงเยว่จึงรีบถอย

  • นางร้ายอย่างฉัน ขอเปลี่ยนบท (กำลังรีไรท์)   บทที่ 131

    บทที่ 71การเผชิญหน้าบนภูเขา “ลูกไม่ต้องกังวลไป แม่มีคนรู้จักที่สามารถซื้อยาปลุกกำหนัดได้ ถ้าผู้ชายคนนั้นได้กินเข้าไป รับรองว่าเขาไม่มีทางอดกลั้นต่อร่างกายของลูกสาวแม่ได้เด็ดขาด หลังจากนั้นแม่ก็จะพาทุกคนไปเจอกับตอนที่เขากำลังข่มเหงลูก ลูกก็แค่ร้องไห้บีบน้ำตาร้องไห้ให้ดูน่าสงสารที่สุด แล้วปล่อยใ

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status