Share

บทที่ 9

last update Tanggal publikasi: 2026-07-29 22:37:49

บทที่ 9

ความอัปยศของบ้านเซี่ย

“ใช่ๆ ฉันก็เคยพูดกับเพื่อนอยู่เหมือนกัน ว่าสหายไป๋ดูเหมือนจะสนิทสนมกับเซี่ยเหว่ยกวงมากเกินไป แต่ก็ไม่คิดเลยว่าคนบ้านเซี่ยจะรู้เห็นเป็นใจกับการคบซ้อนของพวกเขาสองคนด้วย แบบนี้มันไม่ยุติธรรมกับสหายเหรินเลยสักนิด ที่ถูกทั้งเพื่อนสนิทและคนรักร่วมกันหักหลัง พวกเขาสองคนควรจะถูกลงโทษอย่างหนัก คนอื่นจะได้ไม่เอาเป็นแบบอย่าง”

เมื่อเถียนหว่านซีได้ยินชาวบ้านพูดออกมาแบบนั้น เธอก็คิดที่จะหันไปด่าทอให้อีกฝ่ายปิดปากเงียบไปเสียที แต่ก่อนที่เธอจะได้ทำแบบนั้น เสียงของเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งก็ดังขัดจังหวะขึ้นมาเสียก่อน และแน่นอนว่าเถียนหว่านซีไม่มีความกล้ามากพอที่จะไปต่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ

หลังจากโจวหยางเฉิงเห็นว่าชาวบ้านเงียบเสียงลงแล้ว เขาก็หันไปหาหญิงชราอีกคนที่เป็นคนเข้าไปตรวจสอบร่างกายของไป๋อี้หนิงทันที

“แล้วสหายล่ะ ตรวจสอบแล้วพบเจออะไรบ้างหรือเปล่า”

ชงหลี่เจี๋ยพยักหน้าให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจตรงหน้า “ฉันเห็นเหมือนกับกัวอี้ถิงและตงลี่หลินค่ะ บนข้อมือและแขนของสหายไป๋มีรอยขีดข่วนและรอยแดงอยู่”

โจวหยางเฉิงพยักหน้ารับรู้ “ในเมื่อคำพูดของแต่ละคนดูขัดแย้งกันแบบนี้ ถ้าอย่างนั้นก็ให้สหายไป๋ไปที่สถานีตำรวจก็แล้วกัน ที่นั่นมีตำรวจหญิงประจำการอยู่ จะได้ให้พวกเธอช่วยตรวจร่างกายของสหายไป๋อย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนสหายทั้งสี่คนก็ต้องไปให้ปากคำที่สถานีตำรวจด้วยเช่นกัน เนื่องจากคำพูดของพวกคุณไม่ตรงกัน ดังนั้นย่อมต้องมีใครคนใดคนหนึ่งกำลังโกหก”

โจวหยางเฉิงกวาดสายตามองชาวบ้านทั้งสี่คนสลับกันไปมาด้วยแววตาดุดัน เหมือนกับที่เขามักจะใช้ในยามฝึกฝนผู้ใต้บังคับบัญชาของตัวเอง

“เมื่อผมสืบรู้เรื่องราวทั้งหมดแล้ว สหายที่พูดโกหกจะต้องถูกจับกุมข้อหาขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่และให้การเท็จต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งทำให้การทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นไปด้วยความล่าช้า ดังนั้นสหายคนนั้นจะต้องถูกปรับและถูกจับขังเพื่อไม่ให้เป็นแบบอย่างที่ไม่ดีของประชาชนคนอื่น”

เถียนหว่านซียกมือขึ้นปาดเหงื่อบนใบหน้าของตัวเองในทันที ถึงแม้ว่าเธอจะรักใคร่เอ็นดูไป๋อี้หนิง แต่ชีวิตของตัวเองย่อมสำคัญที่สุด นอกจากนี้เธอยังไม่ต้องการไปตกระกำลำบากอยู่ในคุกอีกด้วย ดังนั้นเถียนหว่านซีจึงปิดปากเงียบสนิท พร้อมกับก้มหน้ามองพื้นอยู่ตลอดเวลา

“ว่ายังไง สรุปแล้วร่างกายของสหายไป๋มีรอยขีดข่วนหรือเปล่า” โจวหยางเฉิงถามย้ำอีกครั้ง เมื่อเขาเห็นว่าเถียนหว่านซียังคงมีท่าทีอ้ำอึ้ง

“ฉันยังยืนยันคำเดิมค่ะ ตรงข้อมือและแขนของสหายไป๋มีรอยขีดข่วนจริงๆ และยังมีรอยแดงตรงข้อมืออีกด้วย ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นเพราะสร้อยข้อมือของเธอถูกกระชากออกไปหรือเปล่า คงต้องให้สหายตำรวจช่วยตรวจสอบดูอีกครั้งค่ะ”

หลังจากที่ได้รับคำยืนยันจากกัวอี้ถิงแล้ว โจวหยางเฉิงก็ได้รับคำตอบแบบเดียวกันจากชาวบ้านอีกสองคน จากนั้นเขาจึงเบนสายตากลับมาที่เถียนหว่านซีอีกครั้ง

“แล้วสหายล่ะ ยังยืนยันคำตอบเดิมของตัวเองอยู่หรือเปล่า”

ทันทีที่ได้ยินคำถามจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ เถียนหว่านซีก็แทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี เธอไม่อาจทนรับสายตาเคลือบแคลงจากชาวบ้านที่จ้องมองมาได้ ดังนั้นเถียนหว่านซีจึงทำได้เพียงแค่ส่ายหน้าออกไปเบาๆ

“มะ...มีรอยขีดข่วนค่ะ”

ทันทีที่เถียนหว่านซีสารภาพความจริงออกมา เสียงฮือฮาของชาวบ้านก็ดังไปทั่วบริเวณ หลายคนไม่อยากเชื่อว่าไป๋อี้หนิงจะเป็นคนฆ่าเหรินรุ่ยหลิน เพราะทั้งสองคนเป็นเพื่อนรักที่สนิทกันมาก ในขณะที่บางคนก็หันไปต่อว่าเถียนหว่านซีที่คิดปกป้องคนร้าย และปล่อยให้ชาวบ้านต้องอยู่อย่างหวาดระแวง

“แหมมม... ตอนแรกก็ทำเป็นอยากจะช่วยให้สหายไป๋รอดพ้นคดี แต่พอรู้ว่าตัวเองอาจจะเดือดร้อนไปด้วย ใครบางคนก็ลอยแพคนอื่นเสียอย่างนั้น”

โจวเหมี่ยวอี๋อดหัวเราะเยาะขึ้นมาไม่ได้ เธอละอยากขอบคุณฟ้าดินเหลือเกินที่ทำให้ได้เห็นท่าทางหมดสภาพของเถียนหว่านซี เพราะปกติเธอมักจะเห็นอีกฝ่ายเดินเชิดหน้าชูคอและคอยนินทาว่าร้ายคนอื่นไปทั่ว แต่วันนี้กลับทำได้เพียงก้มหน้าจนคางชิดอก ซ้ำยังพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน หากเธอไม่ได้ยืนอยู่ใกล้ๆ คงไม่ได้ทางได้ยินคำสารภาพของเถียนหว่านซีเป็นแน่

“แบบนี้มันคิดที่จะช่วยคนร้ายปกปิดความผิดนี่น่า! แล้วต่อไปพวกเราจะอยู่ในหมู่บ้านอย่างปลอดภัยได้ยังไง ไม่รู้ว่าวันหน้าถ้าเกิดเหตุฆ่าคนตายขึ้นมาอีก จะมีใครบางคนมาคอยช่วยปกปิดให้คนร้ายอีกหรือเปล่า”

“เอาละๆ เงียบเสียงลงหน่อย สหายตำรวจมีเรื่องจะพูด” กงหมิงเหยี่ยนตะโกนบอกชาวบ้านที่กำลังจับกลุ่มพูดคุยกันอยู่

โจวหยางเฉินพยักหน้าขอบคุณกงหมิงเหยี่ยนอีกครั้ง ก่อนที่เขาจะหันไปมองไป๋อี้หนิงและเซี่ยเหว่ยกวง

“ ในเมื่อการตรวจร่างกายเบื้องต้นจบลงแล้ว เห็นทีผมคงต้องขอเชิญสหายทั้งสองไปที่สถานีตำรวจเพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม และรบกวนให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย”

แต่ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเดินเข้ามาคุมตัวเซี่ยเหว่ยกวง เถียนหว่านซีก็รีบเดินเข้ามาขวางลูกชายของตัวเองไว้เสียก่อน พร้อมกับจ้องมองไปที่เจ้าหน้าที่ตำรวจนายนั้นด้วยความไม่ยินยอมและไม่เข้าใจ

“ในเมื่อลูกชายของฉันไม่มีรอยขีดข่วนบนร่างกาย แล้วทำไมสหายตำรวจถึงต้องพาเขาไปสอบสวนปากคำเพิ่มเติมด้วยล่ะคะ”

เซี่ยเกาติงและคนบ้านเซี่ยต่างก็พยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของเถียนหว่านซี พวกเขาไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุใดเซี่ยเหว่ยกวงจึงต้องถูกควบคุมตัวไปพร้อมกับไป๋อี้หนิง ในเมื่อดูจากหลักฐานทุกอย่างแล้ว เซี่ยเหว่ยกวงไม่น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ เว้นเสียแต่เรื่องที่กลุ่มของหัวหน้าหมู่บ้านพูดออกมาในตอนแรก ซึ่งหลักฐานที่เป็นเพียงคำพูดลอยๆ ของอีกฝ่าย ย่อมไม่น่าเชื่อถือสักเท่าไหร่

โจวหยางเฉินสบสายตาเซี่ยเหว่ยกวงเล็กน้อย “หลังจากที่สหายเซี่ยทำร้ายสหายเหรินแล้ว จึงได้อุ้มร่างของเธอไปทิ้งไว้อีกจุดหนึ่ง เพื่อให้สัตว์ป่ามากินซากศพของเธอ คุณคงลืมก้มดูที่พื้นรองเท้าของตัวเองใช่ไหมว่ามีอะไรเปื้อนอยู่”

เซี่ยเหว่ยกวงรู้สึกร้อนรนขึ้นมาทันที ก่อนที่เขาจะรีบยกเท้าของตัวเองขึ้นมาดู และทันทีที่สายตาของเขาปะทะเข้ากับพื้นรองเท้า เซี่ยเหว่ยกวงก็รู้สึกราวกับว่าชีวิตนี้ได้จบสิ้นลงแล้ว เพราะนอกจากเศษดินและวัชพืชที่ติดมา เขายังมองเห็นคราบบางอย่างเปรอะเปื้อนอยู่บนรองเท้าของเขา ยิ่งไปกว่านั้น พื้นดินที่เขาเหยียบย่ำอยู่ ยังทิ้งรอยคราบแห้งกรังไว้เป็นหลักฐานมัดตัวอีกด้วย

ทำให้ชาวบ้านต่างพากันผงะและรีบถอยห่างจากเซี่ยเหว่ยกวงรวมถึงคนบ้านเซี่ยในทันที พวกเขารู้สึกตกใจยิ่งกว่าตอนที่ได้รู้เรื่องของไป๋อี้หนิงเสียอีก เพราะเซี่ยเหว่ยกวงคือคนรักของเหรินรุ่ยหลิน จึงไม่มีใครคาดคิดว่าเขาจะใจร้ายถึงขั้นลงมือฆ่าคนรักของตัวเองได้ลงคอ

“หวังว่าตอนนี้คงไม่มีใครติดใจอะไรแล้วนะ ถ้าหากพวกเราจะพาสหายเซี่ยกลับไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่สถานีตำรวจ”

โจวหยางเฉิงปรายตามองเถียนหว่านซีทันทีที่เขาพูดจบ ก่อนที่อีกฝ่ายจะถูกสามีดึงตัวออกไปด้านข้างในทันที โจวหยางเฉิงจึงไม่คิดที่จะใส่ใจกับท่าทีของคนทั้งคู่อีก ตราบใดที่พวกเขาทั้งคู่ไม่เข้ามาขัดขวางการทำงานของเขาและผู้ใต้บังคับบัญชา

“พวกนายสามคนคุมตัวสหายไป๋และสหายเซี่ยไปที่สถานีตำรวจ เมื่อถึงที่นั่นแล้วฉันจะลงมือสอบปากคำพวกเขาทั้งคู่ด้วยตัวเอง”

เมื่อโจวหยางเฉิงสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาของตัวเองเรียบร้อยแล้ว เขาก็หันไปมองไป๋อี้หนิงและเซี่ยเหว่ยกวงอีกครั้ง แน่นอนว่าโจวหยางเฉิงเพียงต้องการที่จะข่มขู่คนทั้งคู่เอาไว้ก่อน แต่ถ้าอีกฝ่ายยังคงปากแข็งไม่เลิก เขาก็มีวิธีจัดการให้อีกฝ่ายยอมสารภาพความจริงออกมา หรือไม่อย่างนั้นเขาก็อาจจะส่งเรื่องให้ทางอำเภอยื่นมือเข้ามาจัดการต่อไป และเมื่อถึงเวลานั้น ความรุนแรงของคดีนี้ก็จะใหญ่โตมากยิ่งขึ้น

“หวังว่าตอนที่สอบปากคำสหายทั้งสองอีกครั้ง พวกคุณจะยอมรับสารภาพความจริงออกมาแต่โดยดี”

หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัวไป๋อี้หนิงและเซี่ยเหว่ยกวงจางไปแล้ว เซี่ยเกาติงก็รีบลากแขนภรรยากลับบ้านเซี่ยทันที ถึงแม้ในใจจะรู้สึกเป็นห่วงลูกชายมากแค่ไหน แต่เวลานี้สิ่งที่เขาต้องทำคือการหลบหน้าผู้คนเสียก่อน เพราะเซี่ยเกาติงไม่อาจทนรับสายตาประณามหยามเหยียดจากชาวบ้านได้

เพราะเขารู้ดีว่าหลังจากนี้บ้านเซี่ยจะต้องตกเป็นขี้ปากและถูกมองด้วยความเอือมระอาไปอีกนาน เพราะว่าลูกชายของเขากลับกลายเป็นผู้ต้องสงสัยคดีฆ่าคนตาย ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้ชาวบ้านก็รู้กันไปทั่วแล้วว่าพวกเขาต่างก็ชื่นชอบไป๋อี้หนิงมากกว่าเหรินรุ่ยหลิน รวมไปถึงเรื่องที่ลูกชายของเขาแอบคบหากับไป๋อี้หนิงในระหว่างที่ยังคงเป็นคนรักของเหรินรุ่ยหลินอยู่ ดังนั้นเซี่ยเกาติงจึงรู้สึกอับอายจนแทบอยากจะหายตัวไปจากหมู่บ้านแห่งนี้ แต่ถึงอย่างนั้นเขากลับไม่คิดที่จะโทษลูกชายของตัวเองเลยแม้แต่น้อย แต่เซี่ยเกาติงกลับโยนความผิดทั้งหมดไปให้ไป๋อี้หนิงที่เข้ามาพัวพันในชีวิตลูกชายของเขาต่างหาก

ทว่าเขาก็รู้ดีว่าตัวเองคงทำอะไรไม่ได้ เนื่องจากลูกชายของเขาชื่นชอบไป๋อี้หนิงเป็นอย่างมาก ดังนั้นคนเป็นพ่ออย่างเขาจึงทำได้เพียงปล่อยให้ลูกชายเลือกทางเดินชีวิตของตัวเอง เพราะไม่อย่างนั้นเซี่ยเกาติงก็กลัวว่าวันข้างหน้าอีกฝ่ายอาจจะไม่ยอมเลี้ยงดูเขาและภรรยาในยามแก่เฒ่าก็เป็นได้

หลังจากที่คนบ้านเซี่ยเดินจากไปแล้ว โจวเหมี่ยวอี๋ก็หันมาหาลูกสะใภ้ของเธอในทันที แน่นอนว่าในตอนนี้ใบหน้าของฉู่เถิงเยว่ยังคงซีดเซียวไร้สีเลือด เธอจึงลูบลำแขนของอีกฝ่ายอย่างปลอบโยน พร้อมกับช่วยประคองร่างบางของอีกฝ่ายเอาไว้

“ไม่ต้องกังวลไป แม่สอบถามหัวหน้าหมู่บ้านแล้วเรื่องร่างของรุ่ยหลิน เขาบอกว่าถ้าคดีเสร็จเรียบร้อยทุกอย่างแล้ว สหายตำรวจจะติดต่อมาที่พวกเราอีกครั้ง เพื่อให้นำร่างของรุ่ยหลินมาทำพิธีต่อไป เมื่อถึงเวลานั้นแม่จะไปเป็นเพื่อนลูกเอง”

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

พบกันใหม่ในตอนต่อไปนะคะ

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • นางร้ายอย่างฉัน ขอเปลี่ยนบท (กำลังรีไรท์)   บทที่ 134

    “ไม่เป็นไรครับ ขอแค่สหายตำรวจช่วยลากคอคนร้ายตัวจริงมาให้พวกเราได้ก็พอ เพราะก่อนหน้านี้พวกมันสารภาพว่าได้รับการว่าจ้างมา แต่เพราะพวกผมอาจจะลงมือหนักไปหน่อย ตอนนี้พวกมันเลยลุกขึ้นมาตอบคำถามไม่ได้แล้วล่ะครับ” กงหมิงเหยี่ยนกระซิบบอกเจ้าหน้าที่ตำรวจตรงหน้า เนื่องจากเขาไม่อยากให้ชาวบ้านล่วงรู้ว่าคนพว

  • นางร้ายอย่างฉัน ขอเปลี่ยนบท (กำลังรีไรท์)   บทที่ 133

    บทที่ 72ความทะเยอทะยานของบ้านเติ้ง “พ่อครับ ผมว่าพวกเราไม่ต้องเสียเวลาคุยกับพวกมันแล้ว จับตัวคนพวกนี้ไปส่งสหายตำรวจดีกว่า หลังจากนั้นก็จะได้รู้กันว่า พวกมันแค่ต้องการลักพาตัวเถิงเยว่กับรุ่ยหลินเพื่อไปล้างหนี้ หรือถูกว่าจ้างให้มาทำร้ายพวกเธอทั้งคู่กันแน่” กงโม่จือรับรู้เรื่องราวทั้งหมดจากเ

  • นางร้ายอย่างฉัน ขอเปลี่ยนบท (กำลังรีไรท์)   บทที่ 132

    “เชื่อฟังพวกพี่นะจ๊ะ ไม่อย่างนั้นพวกพี่ชายคงต้องลงไม้ลงมือกับน้องสาวแล้ว” ฉู่เถิงเยว่รีบใช้มืออีกข้างดึงฝ่ามือหยาบกระด้างของชายคนดังกล่าวให้ออกไปจากข้อมือของตัวเอง โชคดีที่เพื่อนสนิทของเธอเข้ามาช่วยเอาไว้ได้ทัน ทำให้เธอสามารถหลุดออกจากการจับกุมของอีกฝ่ายได้สำเร็จ หลังจากนั้นฉู่เถิงเยว่จึงรีบถอย

  • นางร้ายอย่างฉัน ขอเปลี่ยนบท (กำลังรีไรท์)   บทที่ 131

    บทที่ 71การเผชิญหน้าบนภูเขา “ลูกไม่ต้องกังวลไป แม่มีคนรู้จักที่สามารถซื้อยาปลุกกำหนัดได้ ถ้าผู้ชายคนนั้นได้กินเข้าไป รับรองว่าเขาไม่มีทางอดกลั้นต่อร่างกายของลูกสาวแม่ได้เด็ดขาด หลังจากนั้นแม่ก็จะพาทุกคนไปเจอกับตอนที่เขากำลังข่มเหงลูก ลูกก็แค่ร้องไห้บีบน้ำตาร้องไห้ให้ดูน่าสงสารที่สุด แล้วปล่อยใ

  • นางร้ายอย่างฉัน ขอเปลี่ยนบท (กำลังรีไรท์)   บทที่ 130

    กงหมิงเหยี่ยนกวาดสายตามองคนเหล่านั้นด้วยความเอือมระอา เขาขมวดคิ้วขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด แม้ว่าคนเหล่านี้จะเป็นคนในหมู่บ้านที่เขาต้องดูแล แต่กงหมิงเหยี่ยนย่อมไม่อาจปล่อยให้คนหน้าหนามาชุบมือเปิบเนื้อสัตว์เหล่านี้ไปได้เป็นอันขาด อีกทั้งเขายังได้บอกกล่าวเอาไว้ก่อนหน้าแล้ว หากเขากลับคำที่หลัง ชาวบ้านที่เห

  • นางร้ายอย่างฉัน ขอเปลี่ยนบท (กำลังรีไรท์)   บทที่ 129

    บทที่ 70ความวุ่นวายตอนแบ่งเนื้อและแผนร้ายของบ้านเติ้ง “เย้! หนูรักแม่ที่สุดเลยค่ะ แล้วก็รักป้าสะใภ้กับทุกคนมากที่สุดเหมือนกัน” เด็กหญิงชูมือทั้งสองข้างขึ้นพลางวิ่งวนรอบตัวแม่และป้าสะใภ้ด้วยความดีใจ ก่อนที่เธอจะถูกผู้เป็นแม่อุ้มขึ้นมากอดเอาไว้ เด็กน้อยจึงยกมือเล็กๆ ขึ้นคล้องคอผู้เป็นแม่ แล้วซบใ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status