LOGINนางกำมืออีกฝ่ายแน่น ดวงตาแดงระเรื่อ “เจ้ารักกู้จิ่นเฉินหรือไม่ นั่นมิใช่เพียงพิธี…แต่มันคือทั้งชีวิตของเจ้า ชิงเหลียน” สองพี่น้องสบตากันนิ่งงัน แววตาเต็มไปด้วยความหวั่นไหวที่มิอาจเอื้อนเอ่ย ฝ่ามือที่กุมกัน…เย็นเฉียบราวไร้โลหิต ชิงเหลียนสูดลมหายใจลึก ก่อนเอ่ยออกมาช้า ๆ “พี่หญิง…จงหลบหนีไปในวันพรุ่
ฟู่ชิงเหลียนตัดสินใจมาหาพี่สาวต่างมารดา หลังจากเก็บตัวเงียบงันอยู่เนิ่นนานเพื่อเยียวยาบาดแผลในใจ ความผิดหวังจากความรักครานั้น เปรียบดั่งคมมีดที่บั่นทอนจิตใจ จนสตรีผู้เคยสดใสกลับอ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัด นางเงยหน้ามองตำหนักโอ่อ่าสูงส่งเบื้องหน้า แววตาฉายความลังเลเพียงชั่วขณะ ก่อนจะก้าวเข้าไปด้านในอย่า
นับตั้งแต่ที่องค์ชายใหญ่เซี่ยหรงเฉินหลบหนีออกจากวังหลวงแห่งแคว้นเซวียนหลิง วันเวลาได้ล่วงเลยไปหลายเพลา ข่าวคราวจากเหล่าขุนนางที่ฮ่องเต้ฟู่เฉิงเทียนส่งไปแทรกซึมในแคว้นเทียนเซี่ยถูกส่งกลับมาด้วยม้าเร็วตลอดทั้งวันทั้งคืน สายพระเนตรคมกริบของฮ่องเต้ฟู่เฉิงเทียนฉายประกายแห่งความเครียดแค้นและดุดัน เมื่อทร
ยามราตรีมืดสนิท สายลมกรรโชกพัดต้องใบหน้าคมสันของเซี่ยหรงเฉิน แววตาคมปลาบฉายประกายแข็งกร้าวดุดัน ร่างสูงควบอาชาสีโลหิตทะยานฝ่าความมืด มุ่งคืนสู่แคว้นเทียนเซี่ย แผ่นดินบ้านเกิดที่เขาพลัดพรากกว่าสิบห้าปี จากเด็กน้อยวัยสิบปีผู้สูญสิ้นบิดามารดา ด้วยคมมือของลุงแท้ ๆ หล่อหลอมเป็นบุรุษหัวใจแกร่งดั่งศิลา เ
เยียนหลัวรีบผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ที่ตำหนักจนยามตะวันโพล้เพล้ นางร้อนใจจนมิอาจรั้งรอ รีบลอบไปหาเซี่ยหรงเฉินที่ตำหนักเพียงลำพัง ทว่าตลอดทั้งวันกลับไร้เงาของหวังมู่หานให้เห็นแม้แต่น้อย ความกระวนกระวายทวีคูณขึ้นในอก ลางสังหรณ์เตือนนางว่าสถานการณ์ยามนี้ผิดปกติยิ่งนัก ร่างบอบบางกระชับเสื้อคลุมตัวหนาฝ่าลมหนาว
ใบหน้าคมสันโน้มเข้าแนบข้างแก้มที่ชุ่มโลหิต แววตาบิดเบี้ยวเย็นเยียบชวนสะพรึง กระบี่คมกริบในมือถูกยกขึ้นช้าๆ ปลายคมเหล็กจ่อแนบลำคอของเซี่ยหรงเฉินอย่างเหี้ยมเกรียม “นี่คือหลุมศพที่ข้าตระเตรียมไว้ให้เจ้าโดยเฉพาะ” หวังมู่หานเอ่ยเสียงเย็น พลางปรายตามองหลุมเบื้องล่าง “ลองดูสิ…พอใจหรือไม่ เซี่ยหรงเฉิน” “







