LOGINตอนที่ 4 ตามล่าหาเหรียญ1
อากาศยามพลบค่ำกลางฤดูใบไม้ร่วงเย็นสบายไม่ร้อนอบอ้าวอย่างเมื่อสองสามเดือนก่อน สายลมเอื่อยพัดผ่านผิวกายเบาๆชวนให้สดชื่น ริมลำธารเล็กหลังบ้านของเจียงหว่านหนิงมีน้ำไหลตลอดทั้งปี บริเวณใกล้ลำน้ำจึงมีโอ่งใส่น้ำใบขนาดกลางตั้งอยู่ เจียงหว่านหนิงคนก่อนเป็นคนขี้เกียจ แม้นางจะรักสวยรักงามแต่กลับไม่ชอบอาบน้ำนัก ค่ำคืนนี้จึงเป็นการอาบน้ำครั้งใหญ่ของร่างนี้รวมถึงเสี่ยวเป่าตัวน้อยด้วย
ดวงจันทร์กลมสวยลอยอยู่เหนือน่านฟ้า แสงสว่างของมันจึงเพียงพอให้สองแม่ลูกทำภารกิจในค่ำคืนนี้ นางวางตะกร้าที่ด้านในมีทั้งเสื้อผ้าชุดใหม่ สบู่ สครับผิว แปรงสีฟัน ยาสีฟัน แชมพู ทรีตเมนท์ และแชมพูสำหรับกำจัดเหา อย่างหลังนางเตรียมให้กับเสี่ยวเป่าตัวน้อยที่ไม่รู้ว่าไปติดเหามาจากผู้ใด
‘เฮ้อ...คนที่ไม่เคยมีแม้แต่สัตว์ตัวผู้เดินผ่าน แต่กลับต้องมาทำหน้าที่แม่อันยิ่งใหญ่ ใครกันที่เล่นงานกันแบบนี้!’ เจียงหว่านหนิงได้แต่ตะโกนในใจกับโชคชะตาพิลึกพิลั่นชวนหัวหมุนแบบนี้
“เสี่ยวเป่ามาหาแม่มา” นางกวักมือเรียกบุตรชายที่ยืนจับชายเสื้อไม่กล้าเข้ามาใกล้นางที่ตอนนี้เตรียมตักน้ำใส่ถังไม้เล็กไว้เรียบร้อยแล้ว
เด็กชายว่าง่ายเดินมาใกล้มารดาแต่กลับยังคงรักษาระยะห่างเอาไว้
“มาใกล้อีกหน่อย แม่จะถอดเสื้อผ้าให้” นางอมยิ้มกับความเขินอายแบบเด็กๆ จึงเอื้อมมือไปคว้าเจ้าตัวเล็กมาและเริ่มถอดเสื้อผ้าให้กับเขา แต่เมื่อถอดเสื้อผ้าที่มีกลิ่นอับออก...
‘รอยช้ำพวกนี้ เจียงหว่านหนิงเป็นคนทำอย่างนั้นเหรอ ไม่ใช่ซิ! ก่อนหน้าที่จะมาอยู่ในร่างนี้ เจ้าของร่างก็ไม่ได้ทุบตีเสี่ยวเป่า’
“ใครทำเจ้า...บอกแม่มา” มือบางลูบรอยช้ำดำเขียวบนร่างของบุตรชายที่เห็นชัดเจน อาจจะด้วยเสี่ยวเป่ามีผิวที่ค่อนข้างขาว
เด็กชายเงยหน้าขึ้นสบตามารดาที่กำลังมองมา ความห่วงใยที่ฉายชัดออกมาจากดวงตาคู่นั้น ทำให้เสี่ยวเป่าน้ำตาคลอ
‘ท่านแม่กำลังห่วงใยข้าใช่มั้ย’
“ใครทำ” เจียงหว่านหนิงถามย้ำ น้ำเสียงมีความคาดคั้นอยู่ในที แต่หากให้เดาก็คงจะเป็นพวกบ้านใหญ่สกุลหนาน พวกหน้าซื่อใจคดพวกนั้นสมควรเอาคืน!
“พี่ชายใหญ่ ป้าสะใภ้ใหญ่ แล้วก็...ท่านย่าขอรับ” เด็กชายน้ำตาร่วงผล็อย เจียงหว่านหนิงใช้นิ้วเรียวของตัวเองค่อยๆปาดน้ำตาให้บุตรชาย
‘ว่าแล้วต้องเป็นไอ้พวกบ้านใหญ่สกุลหนาน ในนิยายกล่าวไว้ไม่มีผิดจริงๆ คนบ้านนั้นเสแสร้งให้คนนอกเห็นว่ารักหลานชายเท่านั้น’ นางข่มความโกรธเอาไว้ในอก เรื่องเอาคืนคนพวกนั้นนางจะต้องวางแผนให้ดี หากพระเอกกลับมาจะได้ไม่สาวมาถึงนาง
“เอาล่ะ...เสี่ยวเป่าไม่ร้องนะ ต่อไปนี้ไม่ต้องไปบ้านใหญ่แล้ว แม่จะมีข้าวให้เจ้ากินทุกมื้อเลย” เสียงหวานเอ่ยปลอบใจเด็กชาย
“...” เสี่ยวเป่าพยักหน้าหงึกหงักอย่างเชื่อฟัง นางถูกความน่ารักตกเข้าเต็มเปาจึงดึงร่างเล็กเข้ามากอดแน่นๆด้วยความมันเขี้ยว
“อาบน้ำกันดีกว่า เดี๋ยวก่อนนอนแม่จะทายาให้” แค่ได้ยินเสียงนุ่มนวลแทนที่จะเป็นเสียงตวาดกร้าว เสี่ยวเป่าก็รู้สึกดีใจจนยอมทำตามทุกอย่าง
เสี่ยวเป่าล่อนจ้อนนั่งนิ่งบนก้อนหินใหญ่ให้มารดาสระผมที่พันกันจนกลายเป็นก้อน เจียงหว่านหนิงแทบอยากจะหากรรไกรมาตัด แต่ในสมัยโบราณเช่นนี้การตัดผมเป็นเรื่องที่คอขาดบาดตายเกินไป นางจึงค่อยๆแกะผมออกช้าๆ โดยใช้ทรีตเมนท์ลื่นๆเข้าช่วย ใช้เวลาเกือบสองเค่อผมที่เป็นก้อนก็คลายตัว แชมพูกำจัดเหาที่มีกลิ่นเฉพาะจึงถูกใช้เป็นลำดับต่อไป
“เหาบนหัวของเจ้าต้องกำจัดทิ้งเสียก่อน หมักแชมพูไว้สักหนึ่งเค่อ ระหว่างนั้นแม่จะขัดคราบไคลดำๆที่ตัวให้เจ้า”
เด็กชายทำได้เพียงพยักหน้ารับ มองมารดาที่หยิบของบางอย่างมาจากในตะกร้าสาน เพียงไม่นานก็หันกลับมาทาสิ่งนั้นลงบนตัวของเขา ขัดๆถูๆจนทั่วตัว เพียงครู่เดียวคราบสีดำก็หลุดออกมาเป็นก้อนๆ เขามองเจ้าสิ่งน่ามหัศจรรย์นั้นตาโต
“สิ่งนี้เรียกว่าสครับ ต่อไปเจ้าต้องใช้มันทุกๆสามวัน ไม่ให้บนตัวมีคราบไคลสีดำอีก เพราะเป็นแหล่งสะสมของพวกเชื้อโรค” เจียงหว่านหนิงสั่งสอนเจ้าตัวเล็กไปในตัว ในระหว่างที่กำลังตักน้ำล้างตัวให้เสี่ยวเป่า
“เชื้อโรคคือสิ่งใดกันขอรับ” เด็กชายถามด้วยความสงสัยเมื่อได้ยินคำที่ไม่ค่อยเข้าใจ
“อืม...มันเป็นสัตว์เล็กๆ ที่สามารถทำให้เราป่วยไข้ได้” นางลืมไปว่าในสมัยนี้ยังไม่รู้จักคำพวกนี้ ยังดีที่พอจะอธิบายให้เด็กน้อยฟังได้
“ขอรับ เสี่ยวเป่าจะจำไว้ว่าเชื้อโรคเป็นสิ่งไม่ดีที่ทำให้เราป่วย”
“เด็กดี” เจียงหว่านหนิงบีบแก้มขาวอย่างมันเขี้ยวอีกครั้ง ใครจะโชคดีเท่านางแล้วมีบุตรชายโดยไม่ต้องคลอดเอง แล้วเขายังน่ารักเชื่อฟังอีกด้วย
เสี่ยวเป่าเมื่อถูกคำชมของมารดาก็ก้มหน้าเขินอาย ยิ่งถูกมารดาเอาใจใส่อาบน้ำให้อย่างดีก็ยิ่งอยากอยู่เช่นนี้ไปตลอด
‘ท่านแม่จะไม่กลับไปเป็นท่านแม่คนก่อนอีกแล้วใช่หรือไม่ เสี่ยวเป่าสามารถให้ท่านแม่เป็นเช่นนี้ไปตลอดได้ใช่มั้ย’
กว่าจะจัดการกับเสี่ยวเป่าเสร็จก็เกือบครึ่งชั่วยาม ตอนนี้เด็กชายอยู่ในชุดใหม่เอี่ยมซึ่งเป็นชุดแบบสมัยนี้ แม้จะเป็นผ้าสีพื้นแต่มีความนุ่มไม่บาดผิวเช่นผ้าฝ้ายดิบ นางอยากจะใส่ชุดที่ดีที่สุดให้กับเขา แต่ในสถานการณ์อดอยากการทำตัวโดดเด่นอาจจะเป็นภัย อีกอย่างนางไม่มีแหล่งที่มาของข้าวของพวกนี้
‘คงต้องคิดหาวิธีทำเงินแล้ว’
ตอนพิเศษ5“คิดอะไรแบบนั้น...ต่อให้ไม่มีฝันนั้น ผมก็สามารถรักคุณได้และเราก็จะมีครอบครัวที่อบอุ่นเช่นกัน” เซี่ยหนิงเฉิงมีหรือจะสามารถเห็นภรรยาหม่นหมองได้ เขาโยกกายเพื่อปลอบประโลมคนในอ้อมแขน“คุณพ่อครับ ครอบครัวคุณอามากันแล้ว” เซี่ยเฉิงเฟิงเอ่ยขัดจังหวะหวานของพ่อแม่ ซึ่งตั้งแต่จำความได้ก็เป็นเช่นนี้ทุกวัน“คุณไปเถอะ เดี๋ยวฉันจะไปช่วยคุณแม่ห่อเกี๊ยวจะได้เริ่มทานกันก่อนค่ำ” เจียงหว่านหนิงผละสามีออก และยิ้มกับท่าทางอิดออดนั้น เธอจึงตีแขนเขาเบาๆไปครั้งหนึ่ง “ไปได้แล้วค่ะท่านประธานเซี่ย”“ก็ได้...แต่คืนนี้ต้องชดเชยให้ผมนะ” เซี่ยหนิงเฉิงพูดจบก็หอมแก้มภรรยาฟอดใหญ่ ก่อนจะยิ้มกริ่มจากไปไม่รอว่าภรรยาจะตอบรับหรือปฏิเสธ“แก่แล้วยังหื่นอยู่อีก” เจียงหว่านหนิงใบหน้าแดงระเรื่อ มองแผ่นหลังที่ปรี่ออกไปเร็วรี่ ก่อนจะส่ายศีรษะกับความรวบรัดหน้ามึนของสามี แต่กระนั้นเธอก็ยังตามใจเขาไม่เคยขัด“คุณแม่น่าจะชินได้แล้วนะครับ” เซี่ยเฉิงเฟิงตามองหน้าจอสี่เหลี่ยมในมือแ
ตอนพิเศษ4 และแล้ว.... สิ่งที่เธอคิด...ก็เป็นความจริง! ประธานกลุ่มเซี่ยกรุ๊ปกลายเป็นเจ้าบ่าวของเธอ ท่ามกลางเสียงหวีดร้องของสตรีทั่วเมือง เธอในฐานะเจ้าสาวกำลังยิ้มอย่างงงวยอยู่บนแท่นพิธีการ ซึ่งมีพ่อแม่ฝ่ายเจ้าบ่าวเป็นประธานในพิธี และทั้งสองก็ยังเหมือนบุคคลในความฝันของเธอ ‘เซี่ยเทียนหมิงและสวียวี๋จวน’ ไท่ซ่างหวงตี้กับไทเฮาแห่งแคว้นต้าฉิน ไม่เพียงเท่านั้นยังมีบิดามารดาของเธอในความฝันที่ยืนอยู่ในฐานะอากับอาสะใภ้ของเจ้าบ่าว ‘ฉู่อวี่ซวนและเว่ยฮุ่ยเหมย’ ฮ่องเต้กับฮองเฮาของแคว้นฉู่ ยังไม่หมดเมื่อเจ้าบ่าวมีลูกพี่ลูกน้องสุดหล่อที่ใบห
ตอนพิเศษ3 เปลือกตาทั้งสองข้างของเจียงหว่านหนิงหนักอึ้งราวกับมีหินมาถ่วงเอาไว้ แม้เธอพยายามลืมตาเพียงใดก็ลืมได้เพียงเห็นภาพเล็กน้อยเท่านั้น ใบหน้าคมหล่อเหลาราวกับนายแบบหนุ่มคล้ายจะอยู่ตรงหน้าเธอห่างออกไปเท่าฝ่ามือกั้น แต่เหมือนร่างกายเธอจะไม่ต่อต้านเลย ‘เจียงหว่านหนิงตรงหน้าเธอคือคนที่เพิ่งรู้จักกันนะ ตื่นเดี๋ยวนี้!’ ร่างกายไม่ฟังคำสั่งการของสมองเสียแล้ว “หว่านหนิง...ในที่สุดผมก็หาคุณจนเจอ” ประตูอีกด้านของห้องรับรองถูกเปิดออก ชายหนุ่มผู้หนึ่งก้าวเข้ามาอย่างนอบน้อม เขาโค้งกายให้กับชายหนุ่มด้านในที่ตอนนี้กำลังช้อนแขนอุ้มร่างบอบบางในชุดเดรสสูทตัวยาวรัดรูป ใบหน้านั้นไม่ได้ทำให้เลขาหนุ่มแปลกใจ เพราะรูปเหมือนของเธอมีมากมายในห้องทำงานของประธานเซี่ย&n
ตอนพิเศษ2 เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบกับพื้นดังขึ้นเรียกสายตาคนให้หันไปมองยังต้นเสียง และสิ่งที่เห็นก็ทำให้หลายคนต้องมองอย่างตกตะลึง ไม่คาดคิดว่าหญิงสาวที่ขึ้นหน้านิตยสารและเว็บไซต์ทางการแพทย์ไม่นานมานี้กลับกลายเป็นผู้หญิงที่สวยงามไม่ต่างจากดาราเลย เพียงย่างเท้าเข้ามาในงาน...เจ้าของงานวันนี้ก็ออกมาต้อนรับทันที ราวกับกำลังรอเธออยู่ก่อนหน้านี้แล้ว หญิงสาวยิ้มให้กับชายวัยกลางคนที่เป็นบุคคลสำคัญของวงการแพทย์คนหนึ่ง “ต้องขอโทษด้วยนะคะ...ดิฉันติดเคสผ่าตัดด่วนจึงมาสายไปเล็กน้อย” “ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร” ชายวัยกลางคนไม่เพียงไม่ตำหนิยังออกปากชมที่เธอทำหน้าที่แพทย์ได้เป็นอย่างดี “เข้าไปในงานกันเถอะ มีคนสำคัญหลายคนอยากพูดคุยกับคุณหมอเจียง” เจียงหว่านหนิงพยักหน้ารับ และเดินเข้าไปนั่งยังโต๊ะที
ตอนพิเศษ1 ห้วงฝันหนึ่งตื่นยากจะลืมเลือนคงเป็นความรู้สึกของคนที่เพิ่งฟื้นคืนสติขึ้นมา...เพดานสีขาวกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อเป็นเอกลักษณ์ของโรงพยาบาลทั่วไป ดวงตาดอกท้อกลมโตลืมขึ้นกวาดสายตามองไปโดยรอบ ก่อนจะรู้สึกเจ็บตามร่างกาย มือบางถูกยกขึ้นก็พบว่าข้างหนึ่งมีสายห้อยระโยงระยาง เสียงติ๊ดๆของเครื่องมือการแพทย์ดังตลอดเวลา ใบหน้าเรียวเล็กหันซ้ายหันขวาอย่างช้าๆ อาการมึนงงเหมือนจะยังไม่กลับเข้าที่เข้าทาง แต่แล้วไม่นานก็มีเสียงเปิดประตูเข้ามา เธอจึงหันไปมองยังต้นเสียง แอด.... นางฟ้าวงการแพทย์เดินถือบางอย่างเข้ามา เมื่อเห็นคนบนเตียงกำลังจ้องมองมาก็มีแววตายินดี “คุณหมอเจียงฟื้นแล้ว!” เสียงของพยาบาลดังขึ้น พร้อมด้วยร่างบางที่เปิดประตูออกไ
ตอนที่ 84 บทส่งท้าย3 “เสด็จแม่มีเรื่องอันใดจะกล่าวกับกระหม่อมหรือพะยะค่ะ” เซี่ยเฉิงเฟิงนอนพิงหลังอยู่บนเตียงเห็นมารดามองอยู่นานแต่กลับมีเพียงรอยยิ้มไม่ได้เอ่ยสิ่งใด ในใจของเขารู้สึกวูบโหวงอย่างประหลาด “ไม่มีอะไรจ้ะ เรียกท่านแม่เหมือนที่เคยเรียกได้มั้ย...เสี่ยวเป่า” มือบางยกขึ้นแตะแก้มขาวที่ไม่ได้อวบอ้วนอย่างเก่าอีกแล้ว “ท่านแม่” เซี่ยเฉิงเฟิงแม้จะไม่เข้าใจ แต่ก็ยินดีจะเรียกขานเช่นเก่า ที่จริงเขาก็ชอบจะเรียกเช่นนี้แทนคำราชาศัพท์ที่ดูห่างเหิน ฉู่หว่านหนิงลอบปาดน้ำตาก่อนจะยิ้มหวานละมุนให้กับบุตรชายคนโต “แม่คงใจหายกับการออกเรือนของเสด็จอาเจ้า เอาหล่ะ...เข้านอนเถอะ” นางลุกขึ้นจากเตียงบุตรชาย ยกผ้าห่มขึ้นคลุมให้กับเขา ก่อนจะทำเช่นเดียวกับบุตรฝาแฝด เซี่ยเฉิงเฟิงยกมือขึ้นแตะรอยจุมพิตบนหน้าผาก ใบหน้ามีความเขินอายเล็กน้อย เมื่อคิดว่าเขาโตถึงเพียงนี้แล้วยังจะออดอ้อนเอาจุมพิตจากมารดาเหมือนน้องได้อย่างไร แต่กระนั้นเขากลับมีความสุขมากเหลือเกิน “ฝันดีนะลูกรัก” แม่หวังว่าเราจะได้พบกันอีกครั้ง ฉู่หว่านหนิงลุกขึ้นส่งยิ้มใ
ตอนที่ 8 ละครฉากใหญ่2 “ฮัดชิ่ว!” มือเล็กถูจมูกเมื่อรู้สึกคันๆขึ้นมา นางมองออกไปด้านนอกบ้านที่ใกล้ค่ำเต็มที ก่อนจะยกชามอาหารไปวางบนโต๊ะและมีเสี่ยวเป่าน้อยคอยช่วยเหลือ “ท่านแม่ไม่สบายเหรอขอรับ” เด็กชายถามขึ้นสีหน้ามีความห่วงใย พลางรีบเข้ามาแตะตัวนางเพื่อดูว่าร้อนกว่าปกติหรือไม่
ตอนที่ 8 ละครฉากใหญ่1 บ้านเล็กหลังหมู่บ้านเอ้อฉางยังคงใช้ชีวิตตามปกติ เด็กชายตัวเล็กนั่งคัดอักษรตามที่มารดาสอนอยู่ในตัวบ้าน ส่วนเจียงหว่านหนิงฮัมเพลงอารมณ์ดีตากสมุนไพรอยู่ข้างบ้าน นางเข้าไปในหมู่บ้านตั้งแต่เช้าก็ได้ยินเรื่องเล่าของป้าหวังที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ส่วนเรื่องของจางซูอวี้นั
ตอนที่ 7 แผนการฮุบที่ดินกับการเอาคืนสุดแสบ3“ในเมื่อเจ้าหมายปองสามีผู้อื่นนัก ข้าก็ช่วยให้เจ้าสมใจอยาก!”เจียงหว่านหนิงหมั่นไส้สตรีแซ่จางมานาน เจ้าของร่างเดิมก็ยิ่งเกลียดชัง ดังนั้นคราวนี้ถือเป็นบทเรียนชีวิตอันยิ่งใหญ่ที่นางมอบให้ก็แล้วกัน แม้ฤทธิ์ยาจะอยู่เพียงไม่กี่ถึงสองสัปดาห์แต่ก็มากพอให้นางออก
ตอนที่ 7 แผนการฮุบที่ดินกับการเอาคืนสุดแสบ2 เกวียนวัวของหมู่บ้านถูกเหลียงหลิงจ้างไปยังหมู่บ้านใกล้เคียงซึ่งเป็นบ้านเดิมของนาง หญิงวัยยี่สิบกลางๆหิ้วตะกร้าใส่ข้าวของเล็กๆน้อยๆกลับบ้าน ไม่ใช่เพื่อเยี่ยมบ้านเดิม แต่กลับขอความช่วยเหลือบางอย่างจากบรรดาญาติพี่น้องที่ทำงานอยู่ในตัวอำเภอ พวกญาติสก







