로그인ตอนที่ 8 ละครฉากใหญ่2
“ฮัดชิ่ว!” มือเล็กถูจมูกเมื่อรู้สึกคันๆขึ้นมา นางมองออกไปด้านนอกบ้านที่ใกล้ค่ำเต็มที ก่อนจะยกชามอาหารไปวางบนโต๊ะและมีเสี่ยวเป่าน้อยคอยช่วยเหลือ
“ท่านแม่ไม่สบายเหรอขอรับ” เด็กชายถามขึ้นสีหน้ามีความห่วงใย พลางรีบเข้ามาแตะตัวนางเพื่อดูว่าร้อนกว่าปกติหรือไม่
“ไม่จ้ะ แม่สบายดี คงเพราะมีลมหนาวพัดมาแล้วจึงได้จามออกมา” เจียงหว่านหนิงไม่เคยมีอาการแพ้อากาศมาก่อน แต่ก็พูดไปเช่นนั้นให้บุตรชายสบายใจ อีกอย่างนางดื่มน้ำพุวิญญาณทุกวันจะป่วยไข้ง่ายๆได้ยังไง
‘คงมีคนกำลังวางแผนชั่วใส่ข้าเสียมากกว่า หรือพวกมันจะลงมือคืนนี้’ ดวงตาดอกท้อวาวโรจน์ดุดันขึ้น แต่ก็ไม่แสดงท่าทีแปลกประหลาดให้บุตรชายสงสัย
“เช่นนั้นคืนนี้เสี่ยวเป่าจะนอนกอดท่านแม่แน่นๆเลย” เด็กชายขี้ประจบนั่งลงข้างมารดา พลางรีบตักเนื้อใส่ชามคนข้างกายและส่งสายตาออดอ้อนน่าเอ็นดู
“ได้จ้ะ เราจะนอนกอดกันจนเช้าเลย กินข้าวเถอะจะได้รีบเข้านอนกันแต่หัวค่ำ” เจียงหว่านหนิงตอบรับ ในใจเตรียมวางแผนตั้งรับการมาถึงของเหล่าอันธพาลจากตระกูลเหลียง โดยเฉพาะตัวการอย่างบ้านใหญ่สกุลหนานที่คราวนี้นางจะให้พวกมันชดใช้คืนบ้าง
สองแม่ลูกทานมื้อเย็นกันอย่างมีความสุข ข้าวปลาอาหารล้วนสมบูรณ์ไม่เคยมีมื้อไหนที่ต้องอดและกินไม่อิ่ม ตอนนี้เสี่ยวเป่าจึงร่างกายขาวผ่องสมส่วนและสูงขึ้นเล็กน้อย ความน่ารักสมวัยของเด็กวัยสามหนาวเศษจึงเปล่งประกาย หากใครเห็นก็ต้องหลงรักเด็กน้อยคนนี้
‘เหมือนข้าที่หลงรักเจ้าตัวเล็กเสี่ยวเป่าเข้าเต็มเปาเลย’
เจียงหว่านหนิงส่งเสี่ยวเป่าเข้านอนแต่หัวค่ำและพาเด็กชายที่หลับสนิทไปไว้ที่บ้านใหม่ เพราะบ้านหลังเก่าจะกลายเป็นโรงละครฉากใหญ่ในอีกไม่ช้า นางเคลื่อนไหวรวดเร็วไปทางบ้านใหญ่สกุลหนาน อย่างแรกเพื่อสืบข่าวดูว่าพวกมันจะลงมือค่ำคืนนี้หรือไม่ หากพวกมันจะลงมือจริงๆ คงไม่เข้านอนอย่างสงบสุขแน่ แต่ต้องมาดูผลงานด้วยตัวเอง โดยเฉพาะเหลียงหลิงที่อยากเห็นนางย่อยยับกับตา
ร่างบางในชุดดำรัดรูปปิดบังใบหน้าเหลือเพียงดวงตาดอกท้อคู่สวย นางแนบกายนั่งนิ่งอยู่ริมผนังบ้านสกุลหนาน ซึ่งยามนี้ยังไม่ได้ทานมื้อเย็น เพราะในครัวยังคงเห็นร่างของหลี่กุ้ยฮวากำลังเตรียมอาหารอยู่ ส่วนเหลียงหลิงนั้นคงไม่ได้อยู่ในบ้าน
‘โอกาสช่างเหมาะเสียจริง’ เจียงหว่านหนิงแนบกายอยู่หลังห้องครัว เมื่อหลี่กุ้ยฮวาหันหลังก็เทผงบางอย่างลงในกระทะที่กำลังผัดผักควันฉุย เพียงเสี้ยวลมหายใจก็วูบหายไปและรออย่างเงียบสงบ
ประตูรั้วบ้านใหญ่สกุลหนานเปิดออก เหลียงหลิงเดินกระหืดกระหอบเข้ามาใบหน้ามีความพึงพอใจบางอย่าง และอยากจะเล่าให้ครอบครัวฟังเต็มที
หลี่กุ้ยฮวาตั้งโต๊ะอาหารเสร็จก็เห็นลูกสะใภ้เข้ามา ใบหน้าท่าทางนั้นทำให้นางสนใจอยากจะถามไถ่แต่เมื่อเห็นสามี บุตรชาย และหลานชายก็หุบปากลง ทำได้เพียงส่งสายตามองกันเท่านั้น
หลังจากมื้ออาหารของบ้านสกุลหนานจบลง เหลียงหลิงก็รีบพาบุตรชายเข้านอน ก่อนตัวเองจะออกมาด้านนอกอีกครั้ง โดยสมาชิกในครอบครัวหนานนั่งกันอยู่พร้อมหน้าพร้อมตา
“เตรียมพร้อมแล้วเหรอสะใภ้ใหญ่” หนานกัวถามขึ้น หลังจากที่ภรรยาเขากระซิบบอกเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว
“เจ้าค่ะท่านพ่อ พวกเขารออยู่ในป่าหลังหมู่บ้านแล้ว เพียงข้าไปแขวนตะเกียงที่ต้นไม้หน้าบ้านนางสตรีแซ่เจียง พวกเขาจะลงมือทันที” เหลียงหลิงพูดอย่างลำพองใจ ใบหน้าเผยความสะใจออกมา
“เจ้าช่วยครอบครัวข้าได้มากจริงๆ” หนานหยุนซีเอ่ยชมภรรยาของตัวเองที่ตั้งใจวางแผนหาเงินให้กับเขา ชายหนุ่มแอบยิ้มมุมปากกับการทุ่มเทของภรรยา
“เช่นนั้นพรุ่งนี้แม่ก็มีหน้าที่ไปเรียกพวกชาวบ้านไปเป็นพยานซินะ” หลี่กุ้ยฮวาก็มีหน้าที่เช่นกัน ซึ่งเป็นหน้าที่ที่นางถนัดยิ่งนัก คนในหมู่บ้านนี้เป็นเช่นไรชักจูงอย่างไรนางย่อมรู้ดี
“เจ้าค่ะท่านแม่ ยิ่งคนมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี จะได้ช่วยพวกเราขับไล่ตัวฉาวโฉ่ออกไปจากหมู่บ้าน” เหลียงหลิงยิ่งพูดก็ยิ่งฉายใบหน้าสาสมใจที่อีกไม่กี่ชั่วยามจะได้เห็นความน่าสมเพชของเจียงหว่านหนิง
“แล้วพ่อเล่าจะต้องทำอะไรบ้าง”หนานกัวที่ยังไม่มีหน้าที่ของตัวเองก็ถามขึ้น เมื่อก่อนเขายังลังเลแต่มาถึงขั้นนี้แล้วก็ต้องจัดการให้เรียบร้อย อย่างไรเจ้ารองก็ไม่กลับมาในเร็ววันแน่นอน การศึกก็ยังยืดเยื้ออยู่ตลอด คงจะยาวไปอีกหลายปี
แต่หนานกัวคงไม่รู้เลยว่าการศึกที่เขาคิดว่ายาวนานนั้น อีกไม่นานก็จะมีผู้ยิ่งใหญ่นำพามาซึ่งชัยชนะให้กับต้าฉิน!
“ท่านพ่อก็ต้องทำหน้าที่เป็นผู้ยุติธรรม หย่าขาดภรรยาให้กับบุตรชาย และขับไล่ตัวชั่วร้ายออกจากตระกูลหนาน ไม่เพียงแต่ได้ประโยชน์ยังทำให้ชาวบ้านยิ่งเลื่อมใสตระกูลหนานของเรา” หนานหยุนซีเอ่ยบอกบิดา ในใจมีเพียงเงินตำลึงทองที่เขากำลังจะได้รับในไม่ช้า
แผนการนี้ของเหลียงหลิงก็นับว่ารัดกุมไม่ค่อยมีช่องโหว่ หากเป็นเจ้าของร่างเดิมคงโดนกับดักนี้จนชื่อเสียชื่อเสียงไปแล้ว แต่ไม่ใช่กับหญิงสาวทะลุมิติมาพร้อมระบบสุดโกงอย่างนาง
เจียงหว่านหนิงนั่งนิ่งแนบหูฟังแผนการของคนสกุลหนานก็ยกยิ้มร้าย ก่อนจะหมุนตัวผลุบเข้าไปซุ่มเงียบอยู่ในตัวบ้าน รอคอยยาที่นางใส่ลงในอาหารออกฤทธิ์ ซึ่งก็ไม่ใช่ยาพิษอะไร แต่เป็นยากล่อมประสาทชนิดหนึ่งเท่านั้น
‘แค่โอสถควบคุมความคิดก็เท่านั้น คืนนี้คนบ้านใหญ่สกุลหนานก็จะหลับอย่างมีความสุข แต่ก็มีคนหนึ่งที่สุขยิ่งกว่า!’
ห้องใหญ่ของสองสามีภรรยาอย่างหนานกัวและหลี่กุ้ยฮวา ทั้งสองเข้ามาในห้องด้วยความง่วงงุนเพียงเอนกายลงนอนก็เลื่อนลอยหลับใหล และเสียงดีดนิ้วก็ดังขึ้น
‘เปาะ!’
ตอนพิเศษ5“คิดอะไรแบบนั้น...ต่อให้ไม่มีฝันนั้น ผมก็สามารถรักคุณได้และเราก็จะมีครอบครัวที่อบอุ่นเช่นกัน” เซี่ยหนิงเฉิงมีหรือจะสามารถเห็นภรรยาหม่นหมองได้ เขาโยกกายเพื่อปลอบประโลมคนในอ้อมแขน“คุณพ่อครับ ครอบครัวคุณอามากันแล้ว” เซี่ยเฉิงเฟิงเอ่ยขัดจังหวะหวานของพ่อแม่ ซึ่งตั้งแต่จำความได้ก็เป็นเช่นนี้ทุกวัน“คุณไปเถอะ เดี๋ยวฉันจะไปช่วยคุณแม่ห่อเกี๊ยวจะได้เริ่มทานกันก่อนค่ำ” เจียงหว่านหนิงผละสามีออก และยิ้มกับท่าทางอิดออดนั้น เธอจึงตีแขนเขาเบาๆไปครั้งหนึ่ง “ไปได้แล้วค่ะท่านประธานเซี่ย”“ก็ได้...แต่คืนนี้ต้องชดเชยให้ผมนะ” เซี่ยหนิงเฉิงพูดจบก็หอมแก้มภรรยาฟอดใหญ่ ก่อนจะยิ้มกริ่มจากไปไม่รอว่าภรรยาจะตอบรับหรือปฏิเสธ“แก่แล้วยังหื่นอยู่อีก” เจียงหว่านหนิงใบหน้าแดงระเรื่อ มองแผ่นหลังที่ปรี่ออกไปเร็วรี่ ก่อนจะส่ายศีรษะกับความรวบรัดหน้ามึนของสามี แต่กระนั้นเธอก็ยังตามใจเขาไม่เคยขัด“คุณแม่น่าจะชินได้แล้วนะครับ” เซี่ยเฉิงเฟิงตามองหน้าจอสี่เหลี่ยมในมือแ
ตอนพิเศษ4 และแล้ว.... สิ่งที่เธอคิด...ก็เป็นความจริง! ประธานกลุ่มเซี่ยกรุ๊ปกลายเป็นเจ้าบ่าวของเธอ ท่ามกลางเสียงหวีดร้องของสตรีทั่วเมือง เธอในฐานะเจ้าสาวกำลังยิ้มอย่างงงวยอยู่บนแท่นพิธีการ ซึ่งมีพ่อแม่ฝ่ายเจ้าบ่าวเป็นประธานในพิธี และทั้งสองก็ยังเหมือนบุคคลในความฝันของเธอ ‘เซี่ยเทียนหมิงและสวียวี๋จวน’ ไท่ซ่างหวงตี้กับไทเฮาแห่งแคว้นต้าฉิน ไม่เพียงเท่านั้นยังมีบิดามารดาของเธอในความฝันที่ยืนอยู่ในฐานะอากับอาสะใภ้ของเจ้าบ่าว ‘ฉู่อวี่ซวนและเว่ยฮุ่ยเหมย’ ฮ่องเต้กับฮองเฮาของแคว้นฉู่ ยังไม่หมดเมื่อเจ้าบ่าวมีลูกพี่ลูกน้องสุดหล่อที่ใบห
ตอนพิเศษ3 เปลือกตาทั้งสองข้างของเจียงหว่านหนิงหนักอึ้งราวกับมีหินมาถ่วงเอาไว้ แม้เธอพยายามลืมตาเพียงใดก็ลืมได้เพียงเห็นภาพเล็กน้อยเท่านั้น ใบหน้าคมหล่อเหลาราวกับนายแบบหนุ่มคล้ายจะอยู่ตรงหน้าเธอห่างออกไปเท่าฝ่ามือกั้น แต่เหมือนร่างกายเธอจะไม่ต่อต้านเลย ‘เจียงหว่านหนิงตรงหน้าเธอคือคนที่เพิ่งรู้จักกันนะ ตื่นเดี๋ยวนี้!’ ร่างกายไม่ฟังคำสั่งการของสมองเสียแล้ว “หว่านหนิง...ในที่สุดผมก็หาคุณจนเจอ” ประตูอีกด้านของห้องรับรองถูกเปิดออก ชายหนุ่มผู้หนึ่งก้าวเข้ามาอย่างนอบน้อม เขาโค้งกายให้กับชายหนุ่มด้านในที่ตอนนี้กำลังช้อนแขนอุ้มร่างบอบบางในชุดเดรสสูทตัวยาวรัดรูป ใบหน้านั้นไม่ได้ทำให้เลขาหนุ่มแปลกใจ เพราะรูปเหมือนของเธอมีมากมายในห้องทำงานของประธานเซี่ย&n
ตอนพิเศษ2 เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบกับพื้นดังขึ้นเรียกสายตาคนให้หันไปมองยังต้นเสียง และสิ่งที่เห็นก็ทำให้หลายคนต้องมองอย่างตกตะลึง ไม่คาดคิดว่าหญิงสาวที่ขึ้นหน้านิตยสารและเว็บไซต์ทางการแพทย์ไม่นานมานี้กลับกลายเป็นผู้หญิงที่สวยงามไม่ต่างจากดาราเลย เพียงย่างเท้าเข้ามาในงาน...เจ้าของงานวันนี้ก็ออกมาต้อนรับทันที ราวกับกำลังรอเธออยู่ก่อนหน้านี้แล้ว หญิงสาวยิ้มให้กับชายวัยกลางคนที่เป็นบุคคลสำคัญของวงการแพทย์คนหนึ่ง “ต้องขอโทษด้วยนะคะ...ดิฉันติดเคสผ่าตัดด่วนจึงมาสายไปเล็กน้อย” “ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร” ชายวัยกลางคนไม่เพียงไม่ตำหนิยังออกปากชมที่เธอทำหน้าที่แพทย์ได้เป็นอย่างดี “เข้าไปในงานกันเถอะ มีคนสำคัญหลายคนอยากพูดคุยกับคุณหมอเจียง” เจียงหว่านหนิงพยักหน้ารับ และเดินเข้าไปนั่งยังโต๊ะที
ตอนพิเศษ1 ห้วงฝันหนึ่งตื่นยากจะลืมเลือนคงเป็นความรู้สึกของคนที่เพิ่งฟื้นคืนสติขึ้นมา...เพดานสีขาวกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อเป็นเอกลักษณ์ของโรงพยาบาลทั่วไป ดวงตาดอกท้อกลมโตลืมขึ้นกวาดสายตามองไปโดยรอบ ก่อนจะรู้สึกเจ็บตามร่างกาย มือบางถูกยกขึ้นก็พบว่าข้างหนึ่งมีสายห้อยระโยงระยาง เสียงติ๊ดๆของเครื่องมือการแพทย์ดังตลอดเวลา ใบหน้าเรียวเล็กหันซ้ายหันขวาอย่างช้าๆ อาการมึนงงเหมือนจะยังไม่กลับเข้าที่เข้าทาง แต่แล้วไม่นานก็มีเสียงเปิดประตูเข้ามา เธอจึงหันไปมองยังต้นเสียง แอด.... นางฟ้าวงการแพทย์เดินถือบางอย่างเข้ามา เมื่อเห็นคนบนเตียงกำลังจ้องมองมาก็มีแววตายินดี “คุณหมอเจียงฟื้นแล้ว!” เสียงของพยาบาลดังขึ้น พร้อมด้วยร่างบางที่เปิดประตูออกไ
ตอนที่ 84 บทส่งท้าย3 “เสด็จแม่มีเรื่องอันใดจะกล่าวกับกระหม่อมหรือพะยะค่ะ” เซี่ยเฉิงเฟิงนอนพิงหลังอยู่บนเตียงเห็นมารดามองอยู่นานแต่กลับมีเพียงรอยยิ้มไม่ได้เอ่ยสิ่งใด ในใจของเขารู้สึกวูบโหวงอย่างประหลาด “ไม่มีอะไรจ้ะ เรียกท่านแม่เหมือนที่เคยเรียกได้มั้ย...เสี่ยวเป่า” มือบางยกขึ้นแตะแก้มขาวที่ไม่ได้อวบอ้วนอย่างเก่าอีกแล้ว “ท่านแม่” เซี่ยเฉิงเฟิงแม้จะไม่เข้าใจ แต่ก็ยินดีจะเรียกขานเช่นเก่า ที่จริงเขาก็ชอบจะเรียกเช่นนี้แทนคำราชาศัพท์ที่ดูห่างเหิน ฉู่หว่านหนิงลอบปาดน้ำตาก่อนจะยิ้มหวานละมุนให้กับบุตรชายคนโต “แม่คงใจหายกับการออกเรือนของเสด็จอาเจ้า เอาหล่ะ...เข้านอนเถอะ” นางลุกขึ้นจากเตียงบุตรชาย ยกผ้าห่มขึ้นคลุมให้กับเขา ก่อนจะทำเช่นเดียวกับบุตรฝาแฝด เซี่ยเฉิงเฟิงยกมือขึ้นแตะรอยจุมพิตบนหน้าผาก ใบหน้ามีความเขินอายเล็กน้อย เมื่อคิดว่าเขาโตถึงเพียงนี้แล้วยังจะออดอ้อนเอาจุมพิตจากมารดาเหมือนน้องได้อย่างไร แต่กระนั้นเขากลับมีความสุขมากเหลือเกิน “ฝันดีนะลูกรัก” แม่หวังว่าเราจะได้พบกันอีกครั้ง ฉู่หว่านหนิงลุกขึ้นส่งยิ้มใ
ตอนที่ 6 จับจ่ายซื้อของ1 โถงโอสถเทียนอันเหมินยังคงมีผู้คนเข้าออกตลอดเวลา ชาวบ้านสองแม่ลูกคู่หนึ่งยืนอยู่ด้านหน้าร้าน มือของมารดาเกาะกุมมือเล็กของบุตรชายเอาไว้ นางกำถุงเงินในมือจนแน่นเพื่อความแน่ใจว่าตัวเองไม่ได้ฝันไป จากครอบครัวที่มีเงินเพียงสิบเหรียญทองแดง บัดนี้ในถุงเงินกลับเต็มไปด้วยตำ
ตอนที่ 5 โถงโอสถเทียนอันเหมิน3 อำเภอหัวเป็นหนึ่งในสิบอำเภอของเมืองฉางชุน อำเภอหัวนับเป็นอำเภอที่เล็กที่สุดแต่การค้าก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าอำเภออื่นๆ อาจจะด้วยอำเภอหัวมีเหมืองแร่อยู่เหมืองหนึ่งจึงสามารถเชิดหน้าชูตาได้ เหมืองแร่ของอำเภอหัว แม้จะไม่ใช่แร่เหล็ก แร่ทองคำ แต่ก็เป็นแร่อัญมณีที่ล้ำ
ตอนที่ 5 โถงโอสถเทียนอันเหมิน2 “อ่อ...เช่นนี้นี่เอง” ท่านป้าผู้นั้นพยักหน้ารับมีท่าทางคล้ายโล่งใจ “จะจริงเร้อ...สตรีชั่วเช่นนางจะเก็บอะไรไปขายได้ คงเอาลูกตัวเองไปเร่ขายมากกว่า” เสียงเย้ยหยันดังขึ้นจากมุมหนึ่ง ทำให้คนทั้งเกวียนหันไปมอง ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นสหายข้างบ้านของบ้า
ตอนที่ 5 โถงโอสถเทียนอันเหมิน1 การเดินทางไปในตัวอำเภอจากหมู่บ้านเอ้อฉางนั้นไม่ยาก แต่ที่ยากลำบากในตอนนี้คือการจัดการกับปากของคน ตลอดการเดินทางบนเกวียนวัวประจำหมู่บ้าน เจียงหว่านหนิงต้องทนกับสายตาและคำพูดของชาวบ้านที่จ้องแต่จะถากถางดูแคลนนาง แต่ก็จะทำสิ่งใดได้...เมื่อเจ้าของร่างเดิมก็ทำเรื







