เข้าสู่ระบบตอนที่ 8 ละครฉากใหญ่1
บ้านเล็กหลังหมู่บ้านเอ้อฉางยังคงใช้ชีวิตตามปกติ เด็กชายตัวเล็กนั่งคัดอักษรตามที่มารดาสอนอยู่ในตัวบ้าน ส่วนเจียงหว่านหนิงฮัมเพลงอารมณ์ดีตากสมุนไพรอยู่ข้างบ้าน นางเข้าไปในหมู่บ้านตั้งแต่เช้าก็ได้ยินเรื่องเล่าของป้าหวังที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ส่วนเรื่องของจางซูอวี้นั่นก็เริ่มขึ้นในช่วงสาย นางหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งหลังจากที่ได้รับผลลัพธ์ที่น่าพอใจ และได้ระบายความคั่งแค้นเก่าก่อนของเจ้าของร่างเดิมไปจนหมดสิ้น
“หลังจากนี้ก็ต่างคนต่างอยู่ แต่หากยังไม่ยอมแล้วละก็...” นางพูดขึ้นพลางมองบรรดาสมุนไพรมากมายที่ล้วนสามารถจัดการคนเหล่านั้นได้
“ข้าจะจัดให้หนักเลย! คิก คิก คิก” หญิงสาวหัวเราะคิกคักและฮัมเพลงต่อด้วยท่วงทำนองที่แปลกประหลาด
เสี่ยวเป่าที่นั่งคัดอักษรอย่างตั้งใจมองออกไปนอกหน้าต่าง หลังจากที่ได้ยินเสียงทำนองแปลกหู แต่เมื่อเห็นมารดากำลังขยับกายราวกับร่ายรำขณะตากสมุนไพรพร้อมกับส่งเสียงร้องเพลงออกมา เขาคลี่ยิ้มกับภาพหายากที่งดงามนั้น
“ท่านแม่ของข้างดงามยิ่งนัก ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ท่านพ่อจะกลับมา หากชักช้าแล้วละก็...บางทีข้าอาจจะมีพ่อใหม่ในเร็วๆนี้ ท่านแม่นับวันก็ยิ่งรูปโฉมโดดเด่นไม่เป็นสองรองใคร” เด็กชายส่ายศีรษะเมื่อนึกถึงบิดาที่ไม่เคยเห็นหน้าและไม่มีความทรงจำใดๆเกี่ยวกับคนผู้นี้ แต่ก็ได้ยินเรื่องราวของทั้งบิดามารดามาไม่น้อยเลย
“เฮ้อ...อาจจะไม่กลับมาแล้วก็เป็นได้ ท่านแม่กับข้าก็ไม่ได้สำคัญอะไรสำหรับเขา” เด็กชายถอนหายใจ ถึงเขาจะเป็นเพียงเด็กแต่ก็เข้าใจเรื่องราวได้
‘เดิมทีท่านพ่อก็ไม่ได้เต็มใจแต่งงานกับท่านแม่อยู่แล้ว หากจะมีพ่อใหม่จริงๆ เป็นข้าที่หาเองก็คงจะดีกว่า’ เด็กชายพยักหน้ากับตัวเอง ตั้งเป้าหมายเอาไว้ในใจว่าจะเลือกเฟ้นชายหนุ่มที่ดีมาคอยดูแลท่านแม่และเป็นท่านพ่อคนใหม่ให้กับเขาด้วย
“ฮัดชิ่ว!!!” มือใหญ่สากด้านยกขึ้นถูจมูกตัวเอง เขาเงยหน้าขึ้นจากงานตรงหน้า มองออกไปด้านนอกกระโจมก็เห็นเพียงทหารมากมายกำลังเดินขวักไขว่ไปมา บ้างก็กำลังฝึกซ้อมอย่างหนัก
ชายหนุ่มใบหน้าค่อนข้างคล้ำแดดแต่ทว่าก็ยังคงหล่อเหลา คิ้วคมพาดเฉียง ดวงตาหางหงส์คมดุเฉี่ยวคม ตวัดไปทางใดก็มีผู้ที่หลบสายตา ทั้งจมูกทั้งริมฝีปากล้วนรับกันอย่างเหมาะเจาะ มีสตรีมากมายที่แวะเวียนเข้ามาในค่ายแห่งนี้หมายปองเขา แต่เขากลับไม่เคยชายตามองสตรีคนใด
“เป็นทหารพร้อมเจ้ามา 4 ปี เพิ่งเคยได้ยินเจ้าจามครั้งแรก” เสียงทะเล้นของบุรุษในชุดเกราะอ่อนของทหารดังขึ้นจากมุมหนึ่ง ชายผู้นั้นกำลังนั่งเท้าคางโบกพัดในมือทั้งที่อากาศด้านนอกนั้นเย็นลงมาก ด้วยใกล้หน้าหนาวแล้ว
“อากาศคงเปลี่ยน” เสียงเย็นชาลอดจากริมฝีปากที่ไม่ค่อยชอบพูดนัก เขาไม่เหลือบมองสหายแม้แต่น้อยและก้มลงให้ความสำคัญกับงานตรงหน้า
“ผู้ชายหนังหนาอย่างเจ้าเนี่ยนะ แต่ก็เอาเถอะ...คนที่นินทาหรือนึกถึงเจ้าก็คงไม่มี หรือจะเป็นแม่นางน้อยคนไหนรึเปล่า” หยางเพ่ยอวี่หยอกเย้าสหายผู้เคร่งขรึม ตั้งแต่สมัครทหารเข้าร่วมกองทัพด้วยกันเขายังไม่เคยเห็นหนานหนิงเฉิงเปลี่ยนสีหน้ามาก่อน
‘แม่นางน้อยเหรอ หึ!’ หนานหนิงเฉิงนึกถึงใบหน้าสตรีนางหนึ่ง สตรีที่ทำให้เขาตัดสินใจเข้าร่วมกองทัพและไม่คิดจะกลับไปอีก แต่กระนั้นจดหมายสักฉบับก็ไม่เคยมีมา มีเพียงครอบครัวสกุลหนานเท่านั้นที่ส่งมาทุกเดือน แต่ทุกครั้งก็ล้วนเล่าเรื่องของนางมาไม่น้อย
“นี่อย่าบอกนะว่าเจ้ามาสตรีนางน้อยซ่อนเอาไว้จริงๆ” หยางเพ่ยอวี่ถนัดเรื่องดูสีหน้าคน และเมื่อครู่เหมือนสีหน้าสหายจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย ซึ่งในความเล็กน้อยนั้นก็บอกอะไรได้หลายอย่าง
“ไร้สาระ!” หนานหนิงเฉิงตัดบทสหายและไม่สนใจการมีอยู่ของหยางเพ่ยอวี่อีก
ใบหน้าเรียบนิ่งของหนานหนิงเฉิงทำให้หยางเพ่ยอวี่ไม่กล้าตอแยอีก ทั้งกระโจมจึงตกอยู่ในความเงียบสงบอีกครั้ง และได้ยินเพียงเสียงอาวุธกระทบกันของเหล่าพลทหารที่กำลังฝึกซ้อม
แต่ไม่นานความสงบก็คล้ายถูกพังทลายลงด้วยเสียงสนั่นของกลองใหญ่!
ตึง! ตึง! ตึง! ตึง! ตึง! ตึง! ตึง!
สองสหายผุดลุกขึ้น สองขาแกร่งสาวไปยังชุดเกราะและยกมันขึ้นสวมอย่างรวดเร็ว ใช้เวลาเพียงไม่ถึงสิบลมหายใจ ทั้งสองก็อยู่ในชุดเตรียมพร้อมรบ สัญญาณกลองเช่นนี้เคยดังขึ้นแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ข้าศึกไม่เคยว่างเว้นการรุกราน ดังนั้นยามใดลั่นกลองศึกทหารกล้าก็ต้องจับดาบออกสู้รบยามนั้น
“ไปกันเถอะ! คราวนี้คงเป็นศึกสุดท้ายก่อนฤดูหนาวมาเยือน”
หยางเพ่ยอวี่ตบบ่าสหายและพากันทะยานออกไปด้านนอกที่กำลังจัดเตรียมทัพ ทหารทุกคนต่างฮึกเหิมแรงกล้า แม้จะกรำศึกมานานหลายปีแต่กลับไม่เคยท้อถอย ผลัดรับผลัดรุกกับข้าศึกมาตลอด และช่วงสองสามปีมานี้ก็ไม่เคยพ่ายแพ้อีกเลย และอีกไม่นานข้าศึกคงถอยร่นกลับไป
“จบศึกคราวนี้ ทหารกล้าอาจจะได้กลับบ้านกันแล้ว” เสียงเรียบเอ่ยขึ้น พลางมองท้องฟ้าที่กำลังเปลี่ยนสี สัญญาณแห่งการเปลี่ยนฤดูกาล
ตอนพิเศษ5“คิดอะไรแบบนั้น...ต่อให้ไม่มีฝันนั้น ผมก็สามารถรักคุณได้และเราก็จะมีครอบครัวที่อบอุ่นเช่นกัน” เซี่ยหนิงเฉิงมีหรือจะสามารถเห็นภรรยาหม่นหมองได้ เขาโยกกายเพื่อปลอบประโลมคนในอ้อมแขน“คุณพ่อครับ ครอบครัวคุณอามากันแล้ว” เซี่ยเฉิงเฟิงเอ่ยขัดจังหวะหวานของพ่อแม่ ซึ่งตั้งแต่จำความได้ก็เป็นเช่นนี้ทุกวัน“คุณไปเถอะ เดี๋ยวฉันจะไปช่วยคุณแม่ห่อเกี๊ยวจะได้เริ่มทานกันก่อนค่ำ” เจียงหว่านหนิงผละสามีออก และยิ้มกับท่าทางอิดออดนั้น เธอจึงตีแขนเขาเบาๆไปครั้งหนึ่ง “ไปได้แล้วค่ะท่านประธานเซี่ย”“ก็ได้...แต่คืนนี้ต้องชดเชยให้ผมนะ” เซี่ยหนิงเฉิงพูดจบก็หอมแก้มภรรยาฟอดใหญ่ ก่อนจะยิ้มกริ่มจากไปไม่รอว่าภรรยาจะตอบรับหรือปฏิเสธ“แก่แล้วยังหื่นอยู่อีก” เจียงหว่านหนิงใบหน้าแดงระเรื่อ มองแผ่นหลังที่ปรี่ออกไปเร็วรี่ ก่อนจะส่ายศีรษะกับความรวบรัดหน้ามึนของสามี แต่กระนั้นเธอก็ยังตามใจเขาไม่เคยขัด“คุณแม่น่าจะชินได้แล้วนะครับ” เซี่ยเฉิงเฟิงตามองหน้าจอสี่เหลี่ยมในมือแ
ตอนพิเศษ4 และแล้ว.... สิ่งที่เธอคิด...ก็เป็นความจริง! ประธานกลุ่มเซี่ยกรุ๊ปกลายเป็นเจ้าบ่าวของเธอ ท่ามกลางเสียงหวีดร้องของสตรีทั่วเมือง เธอในฐานะเจ้าสาวกำลังยิ้มอย่างงงวยอยู่บนแท่นพิธีการ ซึ่งมีพ่อแม่ฝ่ายเจ้าบ่าวเป็นประธานในพิธี และทั้งสองก็ยังเหมือนบุคคลในความฝันของเธอ ‘เซี่ยเทียนหมิงและสวียวี๋จวน’ ไท่ซ่างหวงตี้กับไทเฮาแห่งแคว้นต้าฉิน ไม่เพียงเท่านั้นยังมีบิดามารดาของเธอในความฝันที่ยืนอยู่ในฐานะอากับอาสะใภ้ของเจ้าบ่าว ‘ฉู่อวี่ซวนและเว่ยฮุ่ยเหมย’ ฮ่องเต้กับฮองเฮาของแคว้นฉู่ ยังไม่หมดเมื่อเจ้าบ่าวมีลูกพี่ลูกน้องสุดหล่อที่ใบห
ตอนพิเศษ3 เปลือกตาทั้งสองข้างของเจียงหว่านหนิงหนักอึ้งราวกับมีหินมาถ่วงเอาไว้ แม้เธอพยายามลืมตาเพียงใดก็ลืมได้เพียงเห็นภาพเล็กน้อยเท่านั้น ใบหน้าคมหล่อเหลาราวกับนายแบบหนุ่มคล้ายจะอยู่ตรงหน้าเธอห่างออกไปเท่าฝ่ามือกั้น แต่เหมือนร่างกายเธอจะไม่ต่อต้านเลย ‘เจียงหว่านหนิงตรงหน้าเธอคือคนที่เพิ่งรู้จักกันนะ ตื่นเดี๋ยวนี้!’ ร่างกายไม่ฟังคำสั่งการของสมองเสียแล้ว “หว่านหนิง...ในที่สุดผมก็หาคุณจนเจอ” ประตูอีกด้านของห้องรับรองถูกเปิดออก ชายหนุ่มผู้หนึ่งก้าวเข้ามาอย่างนอบน้อม เขาโค้งกายให้กับชายหนุ่มด้านในที่ตอนนี้กำลังช้อนแขนอุ้มร่างบอบบางในชุดเดรสสูทตัวยาวรัดรูป ใบหน้านั้นไม่ได้ทำให้เลขาหนุ่มแปลกใจ เพราะรูปเหมือนของเธอมีมากมายในห้องทำงานของประธานเซี่ย&n
ตอนพิเศษ2 เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบกับพื้นดังขึ้นเรียกสายตาคนให้หันไปมองยังต้นเสียง และสิ่งที่เห็นก็ทำให้หลายคนต้องมองอย่างตกตะลึง ไม่คาดคิดว่าหญิงสาวที่ขึ้นหน้านิตยสารและเว็บไซต์ทางการแพทย์ไม่นานมานี้กลับกลายเป็นผู้หญิงที่สวยงามไม่ต่างจากดาราเลย เพียงย่างเท้าเข้ามาในงาน...เจ้าของงานวันนี้ก็ออกมาต้อนรับทันที ราวกับกำลังรอเธออยู่ก่อนหน้านี้แล้ว หญิงสาวยิ้มให้กับชายวัยกลางคนที่เป็นบุคคลสำคัญของวงการแพทย์คนหนึ่ง “ต้องขอโทษด้วยนะคะ...ดิฉันติดเคสผ่าตัดด่วนจึงมาสายไปเล็กน้อย” “ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร” ชายวัยกลางคนไม่เพียงไม่ตำหนิยังออกปากชมที่เธอทำหน้าที่แพทย์ได้เป็นอย่างดี “เข้าไปในงานกันเถอะ มีคนสำคัญหลายคนอยากพูดคุยกับคุณหมอเจียง” เจียงหว่านหนิงพยักหน้ารับ และเดินเข้าไปนั่งยังโต๊ะที
ตอนพิเศษ1 ห้วงฝันหนึ่งตื่นยากจะลืมเลือนคงเป็นความรู้สึกของคนที่เพิ่งฟื้นคืนสติขึ้นมา...เพดานสีขาวกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อเป็นเอกลักษณ์ของโรงพยาบาลทั่วไป ดวงตาดอกท้อกลมโตลืมขึ้นกวาดสายตามองไปโดยรอบ ก่อนจะรู้สึกเจ็บตามร่างกาย มือบางถูกยกขึ้นก็พบว่าข้างหนึ่งมีสายห้อยระโยงระยาง เสียงติ๊ดๆของเครื่องมือการแพทย์ดังตลอดเวลา ใบหน้าเรียวเล็กหันซ้ายหันขวาอย่างช้าๆ อาการมึนงงเหมือนจะยังไม่กลับเข้าที่เข้าทาง แต่แล้วไม่นานก็มีเสียงเปิดประตูเข้ามา เธอจึงหันไปมองยังต้นเสียง แอด.... นางฟ้าวงการแพทย์เดินถือบางอย่างเข้ามา เมื่อเห็นคนบนเตียงกำลังจ้องมองมาก็มีแววตายินดี “คุณหมอเจียงฟื้นแล้ว!” เสียงของพยาบาลดังขึ้น พร้อมด้วยร่างบางที่เปิดประตูออกไ
ตอนที่ 84 บทส่งท้าย3 “เสด็จแม่มีเรื่องอันใดจะกล่าวกับกระหม่อมหรือพะยะค่ะ” เซี่ยเฉิงเฟิงนอนพิงหลังอยู่บนเตียงเห็นมารดามองอยู่นานแต่กลับมีเพียงรอยยิ้มไม่ได้เอ่ยสิ่งใด ในใจของเขารู้สึกวูบโหวงอย่างประหลาด “ไม่มีอะไรจ้ะ เรียกท่านแม่เหมือนที่เคยเรียกได้มั้ย...เสี่ยวเป่า” มือบางยกขึ้นแตะแก้มขาวที่ไม่ได้อวบอ้วนอย่างเก่าอีกแล้ว “ท่านแม่” เซี่ยเฉิงเฟิงแม้จะไม่เข้าใจ แต่ก็ยินดีจะเรียกขานเช่นเก่า ที่จริงเขาก็ชอบจะเรียกเช่นนี้แทนคำราชาศัพท์ที่ดูห่างเหิน ฉู่หว่านหนิงลอบปาดน้ำตาก่อนจะยิ้มหวานละมุนให้กับบุตรชายคนโต “แม่คงใจหายกับการออกเรือนของเสด็จอาเจ้า เอาหล่ะ...เข้านอนเถอะ” นางลุกขึ้นจากเตียงบุตรชาย ยกผ้าห่มขึ้นคลุมให้กับเขา ก่อนจะทำเช่นเดียวกับบุตรฝาแฝด เซี่ยเฉิงเฟิงยกมือขึ้นแตะรอยจุมพิตบนหน้าผาก ใบหน้ามีความเขินอายเล็กน้อย เมื่อคิดว่าเขาโตถึงเพียงนี้แล้วยังจะออดอ้อนเอาจุมพิตจากมารดาเหมือนน้องได้อย่างไร แต่กระนั้นเขากลับมีความสุขมากเหลือเกิน “ฝันดีนะลูกรัก” แม่หวังว่าเราจะได้พบกันอีกครั้ง ฉู่หว่านหนิงลุกขึ้นส่งยิ้มใ
ตอนที่ 3 บ้านใหญ่สกุลหนาน2 ริมฝีปากที่ไม่ได้แห้งแตกเหมือนเก่ายกยิ้มเล็กน้อย มองคนที่ยืนกอดอกอยู่นอกรั้วด้วยดวงตาวาวโรจน์ มือบางหยิบไม้ท่อนหนึ่งติดมือไปด้วย เพราะต่อจากนี้คงมีเรื่องให้ต้องใช้อย่างแน่นอน เหลียงหลิงหรี่ตามองตัวเสนียดที่ออกมาแทนเจ้าเด็กเหลือขอด้วยความไม่พอใจ ยืดตัว
ตอนที่ 3 บ้านใหญ่สกุลหนาน1 ข้าวขาวและกับข้าวสองอย่างตั้งอยู่บนโต๊ะ มีทั้งข้าว เนื้อและไข่ เด็กชายมองอาหารบนโต๊ะแล้วกลืนน้ำลาย ตั้งแต่เกิดมาเข้าเคยกินเนื้อแค่สองครั้ง วันปีใหม่ของบ้านใหญ่ที่ผ่านมากับสองเดือนก่อนในเมือง หากไม่ใช่เพราะท่านปู่เขาคงไม่ได้กินเนื้อหนึ่งชิ้นนั้น และหากไม่ใช่เพรา
ตอนที่ 2 กระชับความสัมพันธ์3 สองแม่ลูกกลับมาถึงบ้านก็เกือบเย็นแล้ว เจียงหว่านหนิงเดินเข้าครัวที่ยังไม่เคยย่างกรายเข้าไป แต่เมื่อเข้ามาแล้วถึงกับต้องกุมขมับ เมื่อเครื่องใช้ต่างๆนั้นทั้งเก่าทั้งแตก ไม่มีชิ้นไหนเลยที่พอจะนำมาหุงหาอาหารได้ แม้แต่เตาไฟและการจุดไฟนางก็ทำไม่เป็นเลยสักอย่าง ดังนั
ตอนที่ 2 กระชับความสัมพันธ์2 ร่างเล็กที่เด้งออกไปยืนก้มหน้านิ่งอยู่ในสายตาของเจียงหว่านหนิงตลอดเวลา นางมองท่าทางน่าเอ็นดูของเด็กชายก็นึกอยากจะทุบตีเจ้าของร่าง ที่กล้าลงมือกับเด็กน่ารักเช่นนี้ได้ยังไง ไม่แปลกใจเลยที่พระเอกจะฆ่าเจียงหว่านหนิงอย่างไม่ลังเล เจียงหว่านหนิงลุกขึ้นปัดเ







