LOGIN“ข้าไปด้วย”
เยว่หลิงหยุด
“พระองค์ก็จะไปหาซูกุ้ยเฟยหรือ”
“ข้าไปด้วย”เยว่หลิงหยุด“พระองค์ก็จะไปหาซูกุ้ยเฟยหรือ”เขาชะงักเพียงเสี้ยววินาที“ใช่”“มีธุระ?”“มี”“เรื่องอะไร”เซียวจื่อเหิงมองนางเยว่หลิงเหมือนกำลังรอคำตอบจริง ๆสุดท้ายเขาจึงกล่าว“เรื่องในวัง”นางพยักหน้าโดยไม่สงสัย“เช่นนั้นก็ไปพร้อมกัน”ระหว่างเดินไปตามทางระเบียง ทั้งสองเงียบอยู่พักหนึ่ง เซียวจื่อเหิงรู้ตัวชัดเจนว่าตนไม่มีธุระกับซูกุ้ยเฟย แม้แต่น้อย เขาเพียงไม่อยากให้นางเดินจากไป ความจริงนั้นทำให้เขารู้สึกทั้งขบขันและระวังตัวเอง เมื่อเข้าใกล้ตำหนักซู เยว่หลิงถามขึ้น“พระองค์เป็นอะไร”เขาหันมอง“อะไร”“ช่วงนี้พระองค์ดูแปลก”หัวใจเขากระตุก “ตรงไหน”“ถามเรื่องกินข้าว”นางนับนิ้ว “ถามว่าข้าไปไหน”“แล้ววันนี้ยังตามมาตำหนักซูโดยไม่บอกว่ามีเรื่องอะไร”
ขันทีคนสนิทยืนรออยู่ด้านข้างผ่านไปครู่ใหญ่จึงกล้าถาม“องค์รัชทายาท เอกสารจากกรมโยธานั้นมีปัญหาหรือพ่ะย่ะค่ะ”เซียวจื่อเหิงเงยหน้าขึ้น“อะไร”ขันทีรีบก้มลง“กระหม่อมเห็นพระองค์อ่านบรรทัดเดิมมานาน จึงคิดว่าอาจมีบางอย่างผิดปกติ”เขาก้มมองเอกสารอีกครั้งเพิ่งรู้ว่าตัวเองไม่ได้อ่านจริง ๆ เลยสักคำ“ไม่มีอะไร”ขันทีไม่กล้าถามต่อ เซียวจื่อเหิงวางเอกสารลง ในหัวกลับผุดภาพเยว่หลิงตอนอยู่ชิงเหอ นางนั่งอยู่กลางเพิงคนป่วย แขนเสื้อพับขึ้น มือเปื้อนน้ำกับยา สีหน้าจริงจังขณะสั่งให้คนต้มน้ำ จากนั้นก็เป็นภาพนางหมดแรงจนเกือบล้ม และภาพที่เขาอุ้มนางกลับกระโจมตอนนั้นเขาเพียงคิดว่านางดื้อเกินไป แต่เมื่อนึกย้อนกลับ เขากลับจำได้แม้กระทั่งน้ำหนักของร่างนางในอ้อมแขน เซียวจื่อเหิงขมวดคิ้วทันที ความคิดแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้นในเวลานี้ ฝ่ายของฮองเฮาเพิ่งเสียขุนนางหลายคนจากการรื้อคดีตระกูลเสิ่นอำมาตย์ใหญ่หลัวเฉิงกวงยังคงนิ่ง คนของพวกเขาหลายคนเหมือนถอย แต่เขาไม่เชื่อว่าฝ่ายตรงข้ามจะยอมแ
เยว่หลิงกล่าวต่อ“เพราะคนที่ข้าไม่ต้องการ คือพระองค์เอง”ความเงียบปกคลุมศาลาริมน้ำ ลมพัดผ่านผิวน้ำจนเกิดระลอกเล็ก ๆ เซียวเฉิงเยี่ยมองนางอยู่นาน“เจ้าจะเสียใจ”“พระองค์เคยพูดคล้ายกันตอนถอนหมั้นหรือไม่”เขาชะงัก นางยิ้มจาง ๆ“ตอนนั้นคนที่เสียใจอาจเป็นเสิ่นเยว่หลิง”“แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว”เซียวเฉิงเยี่ยกัดฟัน “ข้ายังไม่ยอมแพ้”“เป็นเรื่องของพระองค์”“ข้าจะพิสูจน์ว่าเจ้ากำลังปฏิเสธเพราะความโกรธ”เยว่หลิงส่ายหน้า “พระองค์จะคิดอย่างไรก็ได้”นางหันตัวเตรียมเดินออกไป เซียวเฉิงเยี่ยเรียก“เยว่หลิง”นางหยุดแต่ไม่หันกลับ เขาถาม“ถ้าข้าย้อนกลับไปวันนั้นได้และไม่ถอนหมั้น เจ้าจะยังเลือกข้าหรือไม่”คำถามนั้นทำให้นางนิ่งไปครู่หนึ่ง หากเป็นเสิ่นเยว่หลิงคนเดิม บางทีคำตอบอาจใช่ แต่คนที่ยืนอยู่ตรงนี้คือเอมี่ ผู้หญิงที่ตายมาแล้วครั้งหนึ่ง ผู้หญิงที่เรียนรู้ด้วยราคาชีวิตว่า การฝากอนาคตไว้กับการยอมรับของคนอื่นเป็นเรื่องอันตรายเพียงใด นางจึงตอบโดยไม่หันกลับ“ไม่มีวันนั้นอีกแล้ว”แล้วเดินจากไป เซียวเฉิงเยี่ยยืนอยู่ในศาลาเพียงลำพัง สีหน้ามืดครึ้ม เขาเคยคิดว่าการได้สิ่งใดกลับคืนเป็นเพียงเรื่องว่าจะยื่นมือเมื่อไร
“ข้าไม่ได้พูดว่าเจ้าไม่มีประโยชน์”“แต่พระองค์ตัดสินใจเหมือนเป็นเช่นนั้น”เซียวเฉิงเยี่ยเม้มริมฝีปาก“ข้ายอมรับว่าตอนนั้นข้าเลือกความปลอดภัยของตัวเอง แต่วันนี้ข้ากำลังยอมกลับมาแก้ไข”“ไม่” เยว่หลิงส่ายหน้า “พระองค์ไม่ได้กลับมาแก้ไข”เขาขมวดคิ้ว “แล้วเจ้าคิดว่าข้ากำลังทำอะไร”“พระองค์กำลังอยากได้สิ่งที่เคยทิ้ง เพราะตอนนี้มันมีค่าขึ้นในสายตาพระองค์”เซียวเฉิงเยี่ยหน้าแข็ง “เจ้าเข้าใจข้าผิด”“ข้าเข้าใจจากสิ่งที่เห็น” นางตอบเรียบ “ตอนที่เสิ่นเยว่หลิงอ่อนแอ พระองค์เบื่อหน่ายนาง ตอนที่ตระกูลเสิ่นถูกกล่าวหาว่ากบฏ พระองค์ถอนหมั้น ตอนที่ข้ากลับมาและไม่สนใจพระองค์ พระองค์เริ่มสนใจ เมื่อข้าช่วยฝ่าบาท ช่วยคดีตระกูล และมีชื่อจากเหตุภัยพิบัติ พระองค์ยิ่งอยากกลับมา”ทุกประโยคทำให้เซียวเฉิงเยี่ยสีหน้าแย่ลง“เจ้าเห็นข้าเป็นคนเช่นนั้นหรือ”“ข้าเห็นพระองค์จากการกระทำของพระองค์เอง”เขาเงียบไปชั่วขณะ ก่อนพูด “ต่อให้สิ่งที่เจ้าพูดมีส่วนจริง ข้าก็ยอมลดตัวมาขอเจ้าอีกครั้ง”เยว่หลิงเลิกคิ้วทันที คำว่า ลดตัว ทำให้นางรู้ว่าแม้เซียวเฉิงเยี่ยคิดว่าตนกำลังยอมมากแล้ว แต่ความคิดลึก ๆ ยังไม่เคยเปลี่ยน เขายังคงคิดว่า
ครั้งนี้เขาไม่ได้รั้ง แต่ยืนมองนางเดินจากไปจนสุดทาง คำปฏิเสธควรทำให้เขาหยุด แต่กลับให้ผลตรงกันข้าม ยิ่งนางปฏิเสธ เขายิ่งรู้สึกว่าตนไม่ควรยอมแพ้ คืนนั้นเซียวเฉิงเยี่ยนั่งอยู่ในห้องหนังสือนานมาก ขันทีคนสนิทเห็นเจ้านายไม่แตะอาหารจึงถามอย่างระวัง“องค์ชาย มีสิ่งใดให้กระหม่อมจัดการหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”เซียวเฉิงเยี่ยถามขึ้นโดยไม่มอง “ถ้าข้าต้องการขอพระราชทานสมรส ต้องเตรียมอะไรบ้าง”ขันทีตกใจ “พระราชทานสมรสหรือพ่ะย่ะค่ะ”“ใช่”“กับคุณหนูจางหรือพ่ะย่ะค่ะ”สายตาของเซียวเฉิงเยี่ยเย็นลง ขันทีรีบก้มหน้า“กระหม่อมสมควรตาย”เซียวเฉิงเยี่ยลุกขึ้นเดินไปหยุดหน้าต่าง ภาพเสิ่นเยว่หลิงในวันนี้ยังชัดอยู่ในความคิด หญิงสาวที่เคยรอเขา กลับไม่ต้องการเขาแล้ว และยิ่งคิด เขาก็ยิ่งไม่ยอมรับผลลัพธ์นั้น“ไม่ใช่จางเยว่หรง”ขันทีเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ เซียวเฉิงเยี่ยกล่าวอย่างชัดเจน“ข้าจะขอเสิ่นเยว่หลิงเป็นชายาอีกครั้ง”สิ่ง
“องค์ชายรองทรงรู้ตั้งแต่เมื่อใดว่าข้าชอบยาบำรุงชนิดนี้”เซียวเฉิงเยี่ยตอบ “เป็นของจากชายแดนเหนือ ได้มาพอดีจึงคิดถึงกุ้ยเฟย”ซูกุ้ยเฟยยิ้มบาง “บังเอิญเหลือเกิน วันนี้เยว่หลิงก็มาหาข้า”เขาไอเบา ๆ “เช่นนั้นหรือพ่ะย่ะค่ะ”ซูเหวินหลันมองเขาอย่างรู้ทัน แต่ไม่เปิดโปง ไม่นานเยว่หลิงก็เดินเข้ามา เมื่อเห็นเซียวเฉิงเยี่ย นางหยุดเล็กน้อย“องค์ชายรอง”“เยว่หลิง”“พระองค์มาอีกแล้วหรือ”คำว่าอีกแล้วทำให้ซูกุ้ยเฟยต้องยกถ้วยชาขึ้นบังรอยยิ้ม เซียวเฉิงเยี่ยถาม“เจ้าดูเหมือนไม่อยากพบข้า”“พระองค์คิดถูก”ซูกุ้ยเฟยเกือบสำลักชา เซียวเฉิงเยี่ยกลับไม่โกรธ“อย่างน้อยเจ้าก็ซื่อสัตย์”“ข้าไม่เห็นประโยชน์ของการโกหก”เขากลับมองนางนานขึ้น ยิ่งเยว่หลิงไม่รักษาน้ำใจเขา เขายิ่งรู้สึกว่าอยากได้ความสนใจจากนาง ครั้งที่สาม เขาอ้างว่าจะไปเยี่ยมเสนาบดีเสิ่นที่จวน เสนาบดีเสิ่นซึ่งเพิ่งกลับมาพักฟื







