INICIAR SESIÓNแขกผู้มาเยือนมองร่างบอบบางของตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่โผล่พรวดออกมาจากประตูบานกว้างด้วยความตกใจไม่น้อย ก่อนจะปรับสีหน้าลงอย่างรวดเร็วพลางปรายตามองดวงหน้าหวานที่ซีดลงถนัดตาคล้ายคาดโทษ เจ้าของห้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เมื่อเห็นสายตาตำหนิติเตียนของผู้อาวุโสทั้งสองขณะเดินผ่านบานประตูที่มีพลอยชมพูยืนนิ่งเหมือนถูกสาปอยู่เข้ามาภายในห้อง
“คุณลุง คุณป้า สวัสดีครับ” มารุตยกมือไหว้ไพฑูรย์และนพเก้าอย่างนอบน้อม ก่อนจะเชื้อเชิญท่านทั้งสองไปนั่งยังโซฟาตัวกว้างที่กลางห้องทันที
อดนึกดีใจที่วันนี้ตนเองหมดแรงสลบไสลไปตั้งแต่ช่วงสายของวัน จึงไม่ได้อยู่ในชุดนอนที่เกือบเปลือยเปล่าเช่นที่ทำปกติยามอยู่ห้องเพียงลำพัง ไม่เช่นนั้นสายตาขุ่นเคืองจากบิดาของพลอยชมพูคงกลายเป็นเปลวไฟไปในพริบตาเป็นแน่
“ยายพลอยจะไปไหน มานั่งนี่สิ” ไพฑูรย์มองบุตรสาวที่ทำท่าจะหายลับออกไปทางประตูที่เปิดทิ้งไว้คล้ายหนีความผิดที่ถูกคาดโทษจึงเอ่ยปรามเสียงดุ ก่อนจะปรายตามองมารุตอย่างไม่สบอารมณ์นัก
“แหม คุณพ่อ...กลับมาจากมาเลเซียเมื่อไรกันคะ พลอยไม่ยักรู้” เสียงหวานเอ่ยเปลี่ยนเรื่องอย่างประจบประแจงเช่นที่ทำเสมอ ก่อนจะสวมกอดบิดาแนบแน่นทันทีที่นั่งลงข้างกายคล้ายออดอ้อน
“เมื่อวาน แต่พ่อไปประชุมที่กระบี่ต่อ...ก็เลยรอรับแม่เรากลับมาพร้อมกัน” ผู้เป็นบิดาคลี่ยิ้มเอื้อเอ็นดูกับท่าทีออดอ้อนของบุตรสาวแสนรัก แม้รู้ว่าการปล่อยผ่านยามพลอยชมพูทำผิดจะทำให้บุตรสาวเสียนิสัย แต่สุดท้ายเมื่อเห็นรอยยิ้มและท่าทีฉอเลาะก็อดไม่ได้ที่จะหายโกรธเคือง
“คุณป้าได้ฤกษ์แล้วเหรอครับ เห็นน้าบัวโทรมาบอกเมื่อเช้า” มารุตที่นั่งมองท่าทีออดอ้อนของตุ๊กตากระเบื้องเคลือบอยู่นานเอ่ยถามขึ้นในที่สุด
“จ้ะ เป็นต้นเดือนหน้า” นพเก้าบอกกลั้วรอยยิ้ม แววขุ่นเคืองที่มีมาจนถึงเมื่อครู่จางหายไปอย่างง่ายดาย
“งั้นสัญญาจะสิ้นสุดลงช่วงต้นปีหน้าพอดีใช่ไหมครับ” มารุตเอ่ยสิ่งที่คิดออกมาทันทีอย่างไม่คิดจะปกปิด เพราะถึงอย่างไรข้อตกลงของเขาก็คือการทำให้พลอยชมพูยอมออกไปจากชีวิตของเขาด้วยตัวเธอเอง
“ใช่...เตรียมตัวทันใช่ไหม” ไพฑูรย์ตอบกลับเรียบๆ ก่อนจะลูบเรือนผมนุ่มของพลอยชมพูอย่างรักใคร่
“ครับ แต่ผมมีเรื่องที่จะขอร้องคุณลุงกับคุณป้า” เจ้าของห้องปรายตามองตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่ยังงุนงงกับสนทนาที่เธอได้รับฟังเมื่อครู่อย่างสนอกสนใจ ก่อนตัดสินใจเอ่ยในสิ่งที่ตัวเองคิดไว้”หลังจากเปิดตลาดที่เวียดนามได้แล้ว ผมคงต้องขอลาออก”
“พี่ลมจะไปไหนคะ!” เสียงหวานแทรกขึ้นทันที
“นั่นก็เรื่องส่วนตัวของผม คุณไม่จำเป็นต้องรู้”
“นี่มันเรื่องอะไรกัน หกเดือนอะไร ทำไมต้องไปเวียดนาม? แล้วทำไมพี่ลมจะต้องลาออก” พลอยชมพูเอ่ยถามเสียงขุ่น รู้สึกเหมือนมีเรื่องราวบางอย่างที่ตัวเธอยังไม่ได้รับรู้ และรู้สึกได้ว่าเรื่องราวเหล่านั้นจะต้องเกี่ยวกับเธอด้วยเป็นแน่
“นั่งลงเดี๋ยวนี้ พลอยชมพู” ไพฑูรย์ปรามบุตรสาวคนโตเสียงเข้ม ก่อนจะดึงร่างบางที่ลุกพรวดขึ้นเมื่อครู่ให้นั่งลงในทันที และแม้จะไม่เต็มใจนัก แต่พลอยชมพูก็ยอมนั่งลงเช่นเดิม
“พ่อกับแม่จะให้พลอยแต่งงานกับลม ตามที่ลูกไปฟ้องอรอนงค์” นพเก้าเอ่ยเสียงเรียบ เมื่อนึกถึงพี่เลี้ยงของบุตรสาวคนโตที่เอาแต่ร้องห่มร้องไห้แกมตำหนิเธอและสามีที่บังคับจิตใจพลอยชมพูเรื่องการแต่งงานกับนายแพทย์พิรุณ
“จริงนะคะ! คุณแม่พูดแล้วนะ” คนได้ฟังคำบอกเล่าที่คาดไม่ถึงร้องถามด้วยดวงตาเป็นประกาย
“หกเดือนเท่านั้นนะ พลอยชมพู...อย่าดีใจไป” ผู้เป็นบิดาเอ่ยปรามเสียงดุ
“หกเดือน?” ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบทวนคำแทนคำถาม
“ลมเขาบอกว่าไม่ได้รักพลอย แต่ในเมื่อพลอยยืนยันว่าถ้าไม่ใช่ลมจะไม่ยอมแต่งงาน...งั้นก็ลองแต่งงานกันดู” ผู้เป็นบิดาเอ่ยเสียงเรียบ แม้วูบหนึ่งจะอดสารสารไม่ได้ ที่เห็นดวงตาแว่วหวานของบุตรสาวแสนรักไหววูบกับคำปฏิเสธที่ได้รับฟังก็ตาม
“พลอยมีเวลาแค่หกเดือนใช่ไหมคะ” เหมือนพลอยชมพูจะสามารถเข้าใจสิ่งที่บุพการีอธิบายได้อย่างง่ายดาย
“ลูกเข้าใจถูกแล้ว” นพเก้าเอ่ยเสียงอ่อน เพราะรู้ดีกว่าใครว่าบุตรสาวคนนี้เป็นอย่างไร
“ตกลงค่ะ! แล้วพลอยจะทำให้พี่ลมคุกเข่าขอพลอยแต่งงานให้ได้”
ร่างบางระหงที่ตัดสินใจทิ้งงานประมูลอัญมณีที่แสนน่าเบื่อเพื่อกลับมาหาใครบางคนที่เธอกำลังคิดถึงสุดหัวใจ หยุดยืนอยู่หน้าประตูเพนซ์เฮ้าส์ด้วยหัวใจที่เต้นระรัว น่าแปลกที่เสี้ยวหนึ่งของห้วงความรู้สึกกลับนึกย้อนไปในวันแรกที่เธอหอบหิ้วกระเป๋าใบโตมาที่นี่วันที่เป็นจุดเริ่มต้นระหว่างเธอและมารุต คำตอบที่ได้รับจากกณิกา ทำให้คนที่ค้นคว้าหาความหมายของความรักอยู่เนิ่นนานเริ่มตระหนักถึงความเป็นจริงที่อยู่ตรงหน้า...แม้มารุตจะไม่ได้เป็นผู้ชายในนิยายที่ดีพร้อมไปทุกสิ่ง แต่เขาคือผู้ชายที่พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้เธอกลายเป็นคนที่ดีขึ้นกว่าเดิม และนั่นก็เป็นเหตุผลที่เธอรักมารุตจนสุดหัวใจ! ภาพวาดสีน้ำมันกว่าสามสิบรูปที่ถูกติดไว้ตามมุมต่างๆของเพนซ์เฮ้าส์ที่ปรากฏแก่สายตาในวินาทีแรกที่เปิดประตูเข้ามา ทำให้ผู้มาเยือนเผลอคลี่ยิ้มออกมาอย่างง่ายดาย พลอยชมพูกวาดสายตามองภาพวาดของตัวเองในอิริยาบถต่างๆด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะต้องยิ้มกว้างกว่าที่เป็นอยู่อีกหลายเท่า เมื่อเห็นร่างสูงของคนป่วยที่ลางานนอนอยู่บ้านทั้งวัน กำลังยืนรอเธออยู่กลางห้องกว้างพร้อมช่อดอกลิลลี่สีขาวขนาดให
สามเดือนต่อมา... ห้องประชุมหรูชั้นบนสุดของตึกระฟ้าใจกลางกรุงเทพมหานคร ถูกเลือกให้ใช้เป็นสถานที่จัดงานแสดงเครื่องประดับที่ดีที่สุดในภาคพื้นเอเชีย รวมทั้งยังเป็นสถานที่จัดงานประมูลอัญมณีหายากประจำปีอีกด้วย และแม้ปีนี้จะไม่มีอัญมณีหายากที่น่าจับตามองในงานประมูล แต่ประธานบริหารคนใหม่ของบริษัทอัญมณีชื่อดังที่กำลังมีกระแสอยู่ในขณะนี้ ก็สามารถเรียกได้ว่า ‘น่าจับตามอง’ ไม่แพ้กันพลอยชมพู มณีรัตนะ เจ้าของรางวัลนักธุรกิจที่น่าจับตามองที่สุดแห่งปี ในชุดเดรสสีขาวสะอาดตาที่ก้าวเดินเข้ามาภายในงาน กลับสามารถสะกดทุกสายตาให้เหลียวมองได้อย่างง่ายดาย เธอสวยพริ้มเพราราวตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่บอบบางน่าทะนุถนอม แต่ในเวลาเดียวกันเธอก็สง่างามและเต็มไปด้วยความเยือกเย็นจนน่าเกรงขามเช่นกัน“คุณพลอย เชิญไปนั่งด้วยกันทางด้านโน้นได้นะครับ” เสียงทุ้มของบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนของพ่อค้าอัญมณีรายใหญ่จากเมืองกาญที่เอ่ยทักขึ้น ไม่ได้ทำให้ดวงหน้าหวานงามงดที่สงบนิ่งแปรเปลี่ยนไปแม้แต่น้อย“ขอบคุณสำหรับคำชวน แต่ไม่ดีกว่าค่ะ” เธอเอ่ยตอบเรียบเรื่อยก่อนจะหมุนตัวไปอีกทางทันที โดยไม่คิดจะใส่ใจใบหน้าที่จืดเจือนลงของ
การ์ดสีหวานถูกวางลงบนโต๊ะทำงานกว้างที่เต็มไปด้วยแบบร่างเครื่องประดับชุดล่าสุดอย่างเบามือ ทำให้พลอยชมพูปรายตามองซองสีชมพูหวานแหววครู่หนึ่ง ก่อนจะช้อนตามองคนที่แอบเข้ามาในห้องทำงานของเธอโดยไม่ขออนุญาตแล้วเอ่ยถาม“งานแต่งใครอีกละคะ?”“ก็...คนแถวๆนี้หละ พลอยไปเป็นเพื่อนพี่หน่อยนะ” มารุตเอ่ยคล้ายครุ่นคิด ก่อนจะเดินอ้อมโต๊ะทำงานกว้างมาหยุดอยู่ข้างกายของคนตรงหน้า แล้วสวมกอดร่างบอบบางไว้หลวมๆอย่างออดอ้อนตามประสา“ไม่ไปค่ะ” แม้กระหม่อมบางจะเอนอิงพิงร่างหนาของมารุตไว้ด้วยท่าทีสบายๆ แต่ถ้อยคำปฏิเสธที่เอ่ยออกมากลับหนักแน่นและสงบนิ่งจนมารุตพูดไม่ออก“ครั้งที่หกแล้วนะ ใจร้าย!” มารุตแหวเสียงสูง เมื่อถูกปฏิเสธขึ้นหกครั้งในรอบสามเดือนที่ผ่านมา ก่อนจะเงียบเสียงลงเมื่อดวงตาคู่หวานของคนที่อยู่ในอ้อมแขนปรายตามองมาอย่างไม่ชอบใจนัก“ไว้ครั้งที่เจ็ด พลอยจะไปด้วยก็แล้วกันค่ะ” เธอตอบปัด ก่อนจะเริ่มเลือกแบบเครื่องประดับที่วางอยู่บนโต๊ะต่อไป มารุตมองค้อนภรรยาคนงามในทันทีเมื่อรู้สึกถึงลำดับความสำคัญของตนเองที่ลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเห็นคนตรงหน้าเริ่มมีสมาธิกับงานที่ทำ มารุตก็อดไม่ได้ที่จะลอบยิ
อุณหภูมิที่ลดต่ำลงเพราะเวลาล่วงเลยผ่านเข้ามาในรุ่งสางของวันใหม่ ทำให้คนที่อยู่ในห้วงนิทราอันแสนสุขบนเตียงนอนหนานุ่มจำต้องซุกเข้าหาผ้าห่มผืนหนาอีกเล็กน้อยอย่างต้องการความอบอุ่น มือบอบบางเริ่มควานหาหมอนใบโตที่ตัวเองนำมาใช้แทนหมอนข้างตลอดทั้งค่ำคืนที่ผ่านมาอยู่ครู่ใหญ่ แต่เมื่อไม่พบสิ่งที่ตามหาดวงตากลมหวานที่เต็มไปด้วยความง่วงงุนก็จำต้องลืมขึ้นมาในที่สุด พลอยชมพูอุทานออกมาด้วยความตกใจ เมื่อพบว่ามารุตกำลังนั่งกอดอกมองเธออยู่จากเก้าอี้บุนวมตัวใหญ่ที่เธอเป็นคนมัดเขาไว้เมื่อหลายชั่วโมงก่อน “พี่ลม! ออกมาได้ยั...” ยังไม่ทันจบประโยคคำถาม ริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้มก็ถูกปิดจนสนิทด้วยริมฝีปากหนาของคนที่ใช้เวลาพังประตูห้องเก็บของอยู่ค่อนคืนในทันที จุมพิตรับอรุณที่แสนหวานปลุกให้คนที่ยังง่วงงุนตื่นขึ้นจนเต็มตาอย่างง่ายดาย ก่อนความหวานล้ำที่ถูกป้อนมาหาจะแปรเปลี่ยนเป็นการลงทัณฑ์ที่แสนวาบหวามในวินาทีถัดมาอย่างรวดเร็ว“อื้อ เดี๋ยวก่อนค่...” คนที่หลุดออกจากจุมพิตมหาโหดที่แทบจะกระชากวิญญาณให้ปลิดปลิวร้องประท้วงเสียงกระท่อนกระแท่น ก่อนคำประท้วงที่คิดไว้จะเลือนหายไปพร้อมๆกับริมฝีปากหนาที่ประกบลงมาอีกหน
มารุตลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อคนตรงหน้ายอมคลายอ้อมกอดออกอย่างว่าง่าย แต่ยังไม่ทันได้หายใจหายคอได้คล่อง คนว่าง่ายที่นึกชื่นชมในใจเมื่อครู่ก็เริ่มปลดกระดุมเสื้อนอนของเขาอย่างรวดเร็ว“เฮ้ย!” มารุตอุทานเสียงสูง ก่อนจะตะปบมือเล็กที่เผลอครู่เดียวก็ปลดกระดุมเสื้อของเขาออกไปจนเหลือแค่สองเม็ดสุดท้ายอย่างรวดเร็ว “พะ...พลอยจะทำอะไร ปลดกระดุมเสื้อพี่ทำไมกัน!”“ก็พี่ลมบอกว่าเสื้อมีแต่ขนหมา” เธอร้องบอกก่อนจะปลดกระดุมสองเม็ดที่เหลือออกอย่างรวดเร็ว เพียงครู่เดียวแผงอกเปลือยเปล่าที่มีกล้ามท้องเป็นลอนสวยอย่างคนออกกำลังกายสม่ำเสมอก็ปรากฏแก่สายตาอย่างรวดเร็ว“พี่ว่าพลอยน่าจะเมาแล้วละ...ไปนอนดีกว่านะ” มารุตเอ่ยเสียงสั่น ก่อนจะรีบคว้ามือบอบบางที่ไล้ไปตามแผงอกแกร่งของตัวเองคล้ายหลงใหลด้วยความรวดเร็ว เพราะหากปล่อยให้พลอยชมพูลูบคลำไปเรื่อยๆเช่นนี้ คนที่จะขาดใจตายก่อนก็คงไม่พ้นตัวเองแน่ๆ“ไม่ได้เมานะ แค่อยากกอดเฉยๆไม่ได้เหรอ?” คนไม่เมาร้องบอกเสียงหวาน ก่อนจะซุกหน้าลงบนแผงอกแกร่งที่เปลือยเปล่าอย่างออดอ้อน มารุตอยากจะตะโกนก้องออกไปดังๆว่า ‘ไม่ได้!’ เพราะอารมณ์พลุพล่านที่ลัดวงจรอย
“พี่ลมขา...มาหาพลอยในครัวหน่อยสิคะ” เสียงหวานหยดที่ลอยลมมา ทำให้คนที่กำลังจะเริ่มทำความสะอาดสะดุ้งโหยงขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล“...จ้ะ” แม้สัญชาติญาณบางอย่างจะร้องเตือนว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมไปจนถึงน้ำเสียงหวานใสหยดย้อยที่ลอยลมมา...ไม่ใช่เรื่องปกติ! แต่มารุตก็จำต้องขานรับออกไปในที่สุดร่างสูงเดินเข้าไปหาคนที่ขานเรียกอย่างไม่สบายใจนัก ดวงตากลมหวานของพลอยชมพูที่ได้มองสบไปเมื่อตอนหัวค่ำ ทำให้มารุตรับรู้ได้ถึงสัญญาณอันตรายบางอย่างที่ยังหาที่มาที่ไปไม่ได้ ก่อนจะเริ่มทวนคำอีกหนอย่างคนที่หวาดระแวงจนจิตคิดไม่ตก‘...พี่ลมขางั้นเหรอ?’“ชิบ...ย แล้ว!” มารุตสบถเสียงสูงอย่างลืมตัว เมื่อทันทีที่ย่างกรายเข้ามาในครัวแล้วพบว่าร่างบอบบางที่ร้องเรียกเมื่อครู่ กำลังกระดกไวน์ดีกรีแรงขวดใหญ่ที่ตนเองซื้อมาเก็บไว้ในตู้อยู่อย่างสบายอารมณ์ ซ้ำยังมีขวดเปล่าอีกขวดที่กองอยู่ข้างโต๊ะทำอาหารที่แม่ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบปีนขึ้นไปนั่งอย่างถือสิทธิ“ช้า! พลอยเรียกไปตั้งหลายวินาทีแล้วนะ” เสียงหวานที่ดูไม่มั่นคงนักเอ่ยตำหนิ ก่อนจะยื่นขวดไวน์ให้คนที่เพิ่งมาถึงในทันที“พี่ก็มาเร็วที่สุดแล้วนะ...” มารุตรับขวดไวน์ที่พร่องไปกว







