เข้าสู่ระบบสามชั่วโมงต่อมา
รถยนต์สมรรถนะสูงเคลื่อนตัวผ่านประตูรั้วกว้างที่ถูกเปิดรอรับอย่างช้าๆ หลังต้องฝ่าสายฝนที่เทกระหน่ำลงมาบนท้องถนนจนเวลาล่วงเลยมาหลายชั่วโมง สุดท้ายเจ้าของรถยนต์คันหรูก็ตัดสินใจไม่ย้อนกลับเข้าบริษัทและอ้อมกลับมาส่งคนที่หลับสนิทอยู่ข้างกายแทน
ในทันทีที่ประตูรั้วถูกเปิดออก คฤหาสน์หลังงามก็ปรากฏให้เห็นแก่สายตาผู้มาเยือน ตึกสูงที่ยึดแบบจากสถาปัตยกรรมตะวันตกถูกผสานเข้ากับสถาปัตกรรมไทยอย่างสวยงามและดึงดูดจนน่าประหลาด มารุตคลี่ยิ้มอย่างนึกชื่นชมผู้ออกแบบอีกครั้ง เมื่อกวาดสายตามองคฤหาสน์หลังงามอีกหนหลังจากดับเครื่องยนต์แล้วลงมาสำรวจ
“พี่ลมมาช้านะคะ พี่พลอยละ” บุตรสาวคนเล็กของบ้านเอ่ยทักเสียงหวาน ก่อนจะเหลียวซ้ายแลขวาหาบุคคลที่เอ่ยถึง
“หลับพับอยู่ในรถโน่น เดี๋ยวไปปลุกให้” คนถูกถามตอบตามจริง
“ไม่ต้องปลุกหรอกค่ะ...เมื่อกี้พิงค์เพิ่งคุยกับพี่เรนไป เห็นว่ายาที่ฉีดไปจะทำให้เพลียๆ” กะรัตตอบปัด
มารุตพยักหน้ารับรู้ ก่อนสายตาคมจะยังคงมองสำรวจการออกแบบคฤหาสน์หลังงามอย่างให้ความสนอกสนใจ จนเจ้าของบ้านนึกค่อนขอดรุ่นพี่คนสนิท ที่ดูเมินเฉยต่อพี่สาวของเธอจนเกือบจะเรียกได้ว่าไร้ความรู้สึก
“พี่ลม...ฝากอุ้มพี่พลอยขึ้นไปส่งที่ห้องหน่อยสิค่ะ” เธอร้องบอก
“ไม่มีทาง! เรื่องอะไรฉันต้องทำขนาดนั้นวะ?” คนที่ถูกมองว่าไร้ความรู้สึกร้องถามเสียงหลง ก่อนจะต้องเงียบเสียงลงเมื่อโดนสายตาพิฆาตจากรุ่นน้องคนสนิท
“ไม่อยากก็ไม่ต้องทำ พิงค์ประคองไปเองก็ได้” กะรัตบอกเสียงขุ่น ก่อนก็พูดต่อเสียงเศร้า “เดี๋ยวพิงค์กับลูกในท้องจะช่วยกับประคองไปเองก็ได้ จะได้รู้ไว้ ว่าคนแถวนี้มันใจดำขนาดไหน”
“เออ! พอๆฉันทำเองก็ได้ แกจะดราม่าทำไมฮ่ะ” มารุตบอกเสียงสะบัด แล้วเดินไปเปิดประตูรถ พลางช้อนร่างบอบบางที่หลับสนิทขึ้นแนบอกทันที ก่อนจะมองค้อนคนดราม่าที่ฉีกยิ้มพึงพอใจอยู่ข้างๆอย่างอดไม่อยู่
“ก็แค่นั้นเอง...พี่ลมนี่เป็นสุภาพบุรุษม๊ากมาก ขอบคุณนะคะ” กะรัตเอ่ยอย่างพึงพอใจ ก่อนจะเดินเคียงคู่กับชายหนุ่มเข้าไปในบ้านทันที
“ไอ้พิงค์ นี่แกเป็นคนท้องหรือเป็นไบโพล่า หลากอารมณ์เหลือเกินนะ” มารุตบ่นแกมประชด ขณะกระชับอ้อมกอดเพื่อรั้งร่างบอบบางที่หลับสนิทขึ้นแนบอกอีกเล็กน้อยแล้วเดินเข้าบ้านในทันที
“หยาบคายจริงๆ ไม่รู้เหรอคะ ว่าคนท้องจะอารมณ์แปรปรวน” คนถูกกล่าวหาว่าเป็นไบโพล่าแหวกลับเสียงขุ่น ก่อนจะลูบหน้าท้องที่นูนขึ้นเล็กน้อยจากการมีอีกหนึ่งชีวิตอาศัยอยู่ด้วยความรักใคร่พลางพูดต่อ “ห้องพี่พลอยอยู่ชั้นสามค่ะ ขึ้นบันไดไปเลี้ยวซ้ายห้องริมสุด”
“เฮ้ย! แกก็ไปเป็นเพื่อนพี่หน่อยดิ จะให้อุ้มพี่สาวแกขึ้นห้องไปเฉยๆแบบนี้ได้เหรอ” มารุตท้วงเสียงหลง เมื่อร่างบางที่เดินเคียงคู่กันมาเดินแยกไปอีกทางทันทีที่พูดจบ
“เสียใจด้วยค่ะคุณสามีสั่งห้ามพิงค์ขึ้นบันได แล้วอีกอย่างไม่มีใครคิดอะไรแบบนั้นหรอกค่ะ อุ้มขึ้นไปเหอะ” เธอตอบกลับลอยๆ
“งั้นก็วางไว้บนโซฟา ตื่นเมื่อไรก็ให้เดินไปเอง” มารุตว่า ขณะเหลียวซ้ายแลขวาเพื่อหาห้องรับแขกหมายจะวางร่างบอบบางอย่างใจคิด
“อย่าเยอะ! อุ้มไปเหอะพี่ลม ไม่มีใครคิดอะไรหรอกค่ะ” กะรัตบ่นเสียงติดจะรำคาญรุ่นพี่คนสนิท ที่ทำท่าราวกับการอุ้มพี่สาวของเธอขึ้นไปส่งบนห้องจะเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย
“แต่ว่า...”
“หรือว่าพี่คิดอะไร?” คำพูดที่สวนกลับพร้อมดวงตากลมหวานที่หรี่มองอย่างคนจับผิด ทำให้มารุตเงียบสนิททันที
เมื่ออีกฝ่ายเงียบเสียงไป รอยยิ้มมุมปากของกะรัตก็ปรากฏให้เห็นอย่างง่ายดาย “ไม่ตอบ แสดงว่าไม่ปฏิเสธ?”
“เลิกพูดไร้สาระสักที แค่อุ้มขึ้นไปส่งบนห้องก็พอใช่ไหม” มารุตพ่นลมหายใจอย่างขุ่นเคือง ก่อนจะกระชับอ้อมแขนเล็กน้อยแล้วหมุนตัวเดินหนีขึ้นบันไดที่อยู่ไม่ห่างทันที
กะรัตคลี่ยิ้มอย่างพึงพอใจกับท่าทีของชายหนุ่ม ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในห้องอาหารที่เพทายผู้เป็นสามีนั่งรออยู่ ไม่ใช่ว่าเธอไม่สามารถพาพี่สาวของตัวเองขึ้นไปส่งบนห้องนอนได้ วิธีมีมากมายจนคร้านจะนับ แต่เธอแค่อยากให้คนทั้งคู่ได้ลองศึกษาและใกล้ชิดกันก็เท่านั้นเอง เพราะตั้งแต่จำความได้ มารุตก็เป็นเพียงคนเดียวที่พลอยชมพูยอมลงให้
แม้พลอยชมพูจะเอาแต่ใจจนน่าระอาอยู่บ่อยครั้ง แต่พี่สาวของเธอก็มีส่วนดีๆมากมายที่ซ่อนอยู่ภายใน และเพราะแบบนั้นเธอจึงอยากให้คนทั้งคู่ได้ลองใกล้ชิดกันอีกสักนิด และถึงแม้เธออาจจะไม่ได้อะไรจากความพยายามในครั้งนี้ แต่เธอก็เชื่อว่าพลอยชมพูจะต้องได้เรียนรู้อะไรอีกมากมาย
‘ถ้าเวลาปกติ สงบได้เหมือนเวลาหลับก็ดีหรอก’
มารุตบ่นพึมพำขณะวางร่างบอบบางที่หลับสนิทลงบนเตียงนอนนุ่มอย่างเบามือ ผิวกายขาวละเอียดที่นุ่มนิ่มยามสัมผัสทำให้คนที่โอบอุ้มอดรู้สึกหวั่นไหวไม่ได้ ชายหนุ่มนั่งลงบนขอบเตียงกว้างพลางถอนใจเบาๆยามทอดมองดวงหน้าหวานที่หลับสนิท ก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นแล้วเดินออกมา
“คนใจร้าย” เสียงพึมพำของคนที่หลับสนิททำให้มือหนาที่กำลังจะเปิดประตูห้องชะงักเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นว่าเธอยังหลับสนิทอยู่เช่นเดิมก็ต้องถอนหายใจอีกหนอย่างหาสาเหตุไม่ได้ ก่อนจะเอ่ยสิ่งที่คิดออกไปทันที
“ที่ผมใจร้าย...ก็เพราะคุณเป็นนางมารร้ายนั่นละ”
ร่างบางระหงที่ตัดสินใจทิ้งงานประมูลอัญมณีที่แสนน่าเบื่อเพื่อกลับมาหาใครบางคนที่เธอกำลังคิดถึงสุดหัวใจ หยุดยืนอยู่หน้าประตูเพนซ์เฮ้าส์ด้วยหัวใจที่เต้นระรัว น่าแปลกที่เสี้ยวหนึ่งของห้วงความรู้สึกกลับนึกย้อนไปในวันแรกที่เธอหอบหิ้วกระเป๋าใบโตมาที่นี่วันที่เป็นจุดเริ่มต้นระหว่างเธอและมารุต คำตอบที่ได้รับจากกณิกา ทำให้คนที่ค้นคว้าหาความหมายของความรักอยู่เนิ่นนานเริ่มตระหนักถึงความเป็นจริงที่อยู่ตรงหน้า...แม้มารุตจะไม่ได้เป็นผู้ชายในนิยายที่ดีพร้อมไปทุกสิ่ง แต่เขาคือผู้ชายที่พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้เธอกลายเป็นคนที่ดีขึ้นกว่าเดิม และนั่นก็เป็นเหตุผลที่เธอรักมารุตจนสุดหัวใจ! ภาพวาดสีน้ำมันกว่าสามสิบรูปที่ถูกติดไว้ตามมุมต่างๆของเพนซ์เฮ้าส์ที่ปรากฏแก่สายตาในวินาทีแรกที่เปิดประตูเข้ามา ทำให้ผู้มาเยือนเผลอคลี่ยิ้มออกมาอย่างง่ายดาย พลอยชมพูกวาดสายตามองภาพวาดของตัวเองในอิริยาบถต่างๆด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะต้องยิ้มกว้างกว่าที่เป็นอยู่อีกหลายเท่า เมื่อเห็นร่างสูงของคนป่วยที่ลางานนอนอยู่บ้านทั้งวัน กำลังยืนรอเธออยู่กลางห้องกว้างพร้อมช่อดอกลิลลี่สีขาวขนาดให
สามเดือนต่อมา... ห้องประชุมหรูชั้นบนสุดของตึกระฟ้าใจกลางกรุงเทพมหานคร ถูกเลือกให้ใช้เป็นสถานที่จัดงานแสดงเครื่องประดับที่ดีที่สุดในภาคพื้นเอเชีย รวมทั้งยังเป็นสถานที่จัดงานประมูลอัญมณีหายากประจำปีอีกด้วย และแม้ปีนี้จะไม่มีอัญมณีหายากที่น่าจับตามองในงานประมูล แต่ประธานบริหารคนใหม่ของบริษัทอัญมณีชื่อดังที่กำลังมีกระแสอยู่ในขณะนี้ ก็สามารถเรียกได้ว่า ‘น่าจับตามอง’ ไม่แพ้กันพลอยชมพู มณีรัตนะ เจ้าของรางวัลนักธุรกิจที่น่าจับตามองที่สุดแห่งปี ในชุดเดรสสีขาวสะอาดตาที่ก้าวเดินเข้ามาภายในงาน กลับสามารถสะกดทุกสายตาให้เหลียวมองได้อย่างง่ายดาย เธอสวยพริ้มเพราราวตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่บอบบางน่าทะนุถนอม แต่ในเวลาเดียวกันเธอก็สง่างามและเต็มไปด้วยความเยือกเย็นจนน่าเกรงขามเช่นกัน“คุณพลอย เชิญไปนั่งด้วยกันทางด้านโน้นได้นะครับ” เสียงทุ้มของบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนของพ่อค้าอัญมณีรายใหญ่จากเมืองกาญที่เอ่ยทักขึ้น ไม่ได้ทำให้ดวงหน้าหวานงามงดที่สงบนิ่งแปรเปลี่ยนไปแม้แต่น้อย“ขอบคุณสำหรับคำชวน แต่ไม่ดีกว่าค่ะ” เธอเอ่ยตอบเรียบเรื่อยก่อนจะหมุนตัวไปอีกทางทันที โดยไม่คิดจะใส่ใจใบหน้าที่จืดเจือนลงของ
การ์ดสีหวานถูกวางลงบนโต๊ะทำงานกว้างที่เต็มไปด้วยแบบร่างเครื่องประดับชุดล่าสุดอย่างเบามือ ทำให้พลอยชมพูปรายตามองซองสีชมพูหวานแหววครู่หนึ่ง ก่อนจะช้อนตามองคนที่แอบเข้ามาในห้องทำงานของเธอโดยไม่ขออนุญาตแล้วเอ่ยถาม“งานแต่งใครอีกละคะ?”“ก็...คนแถวๆนี้หละ พลอยไปเป็นเพื่อนพี่หน่อยนะ” มารุตเอ่ยคล้ายครุ่นคิด ก่อนจะเดินอ้อมโต๊ะทำงานกว้างมาหยุดอยู่ข้างกายของคนตรงหน้า แล้วสวมกอดร่างบอบบางไว้หลวมๆอย่างออดอ้อนตามประสา“ไม่ไปค่ะ” แม้กระหม่อมบางจะเอนอิงพิงร่างหนาของมารุตไว้ด้วยท่าทีสบายๆ แต่ถ้อยคำปฏิเสธที่เอ่ยออกมากลับหนักแน่นและสงบนิ่งจนมารุตพูดไม่ออก“ครั้งที่หกแล้วนะ ใจร้าย!” มารุตแหวเสียงสูง เมื่อถูกปฏิเสธขึ้นหกครั้งในรอบสามเดือนที่ผ่านมา ก่อนจะเงียบเสียงลงเมื่อดวงตาคู่หวานของคนที่อยู่ในอ้อมแขนปรายตามองมาอย่างไม่ชอบใจนัก“ไว้ครั้งที่เจ็ด พลอยจะไปด้วยก็แล้วกันค่ะ” เธอตอบปัด ก่อนจะเริ่มเลือกแบบเครื่องประดับที่วางอยู่บนโต๊ะต่อไป มารุตมองค้อนภรรยาคนงามในทันทีเมื่อรู้สึกถึงลำดับความสำคัญของตนเองที่ลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเห็นคนตรงหน้าเริ่มมีสมาธิกับงานที่ทำ มารุตก็อดไม่ได้ที่จะลอบยิ
อุณหภูมิที่ลดต่ำลงเพราะเวลาล่วงเลยผ่านเข้ามาในรุ่งสางของวันใหม่ ทำให้คนที่อยู่ในห้วงนิทราอันแสนสุขบนเตียงนอนหนานุ่มจำต้องซุกเข้าหาผ้าห่มผืนหนาอีกเล็กน้อยอย่างต้องการความอบอุ่น มือบอบบางเริ่มควานหาหมอนใบโตที่ตัวเองนำมาใช้แทนหมอนข้างตลอดทั้งค่ำคืนที่ผ่านมาอยู่ครู่ใหญ่ แต่เมื่อไม่พบสิ่งที่ตามหาดวงตากลมหวานที่เต็มไปด้วยความง่วงงุนก็จำต้องลืมขึ้นมาในที่สุด พลอยชมพูอุทานออกมาด้วยความตกใจ เมื่อพบว่ามารุตกำลังนั่งกอดอกมองเธออยู่จากเก้าอี้บุนวมตัวใหญ่ที่เธอเป็นคนมัดเขาไว้เมื่อหลายชั่วโมงก่อน “พี่ลม! ออกมาได้ยั...” ยังไม่ทันจบประโยคคำถาม ริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้มก็ถูกปิดจนสนิทด้วยริมฝีปากหนาของคนที่ใช้เวลาพังประตูห้องเก็บของอยู่ค่อนคืนในทันที จุมพิตรับอรุณที่แสนหวานปลุกให้คนที่ยังง่วงงุนตื่นขึ้นจนเต็มตาอย่างง่ายดาย ก่อนความหวานล้ำที่ถูกป้อนมาหาจะแปรเปลี่ยนเป็นการลงทัณฑ์ที่แสนวาบหวามในวินาทีถัดมาอย่างรวดเร็ว“อื้อ เดี๋ยวก่อนค่...” คนที่หลุดออกจากจุมพิตมหาโหดที่แทบจะกระชากวิญญาณให้ปลิดปลิวร้องประท้วงเสียงกระท่อนกระแท่น ก่อนคำประท้วงที่คิดไว้จะเลือนหายไปพร้อมๆกับริมฝีปากหนาที่ประกบลงมาอีกหน
มารุตลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อคนตรงหน้ายอมคลายอ้อมกอดออกอย่างว่าง่าย แต่ยังไม่ทันได้หายใจหายคอได้คล่อง คนว่าง่ายที่นึกชื่นชมในใจเมื่อครู่ก็เริ่มปลดกระดุมเสื้อนอนของเขาอย่างรวดเร็ว“เฮ้ย!” มารุตอุทานเสียงสูง ก่อนจะตะปบมือเล็กที่เผลอครู่เดียวก็ปลดกระดุมเสื้อของเขาออกไปจนเหลือแค่สองเม็ดสุดท้ายอย่างรวดเร็ว “พะ...พลอยจะทำอะไร ปลดกระดุมเสื้อพี่ทำไมกัน!”“ก็พี่ลมบอกว่าเสื้อมีแต่ขนหมา” เธอร้องบอกก่อนจะปลดกระดุมสองเม็ดที่เหลือออกอย่างรวดเร็ว เพียงครู่เดียวแผงอกเปลือยเปล่าที่มีกล้ามท้องเป็นลอนสวยอย่างคนออกกำลังกายสม่ำเสมอก็ปรากฏแก่สายตาอย่างรวดเร็ว“พี่ว่าพลอยน่าจะเมาแล้วละ...ไปนอนดีกว่านะ” มารุตเอ่ยเสียงสั่น ก่อนจะรีบคว้ามือบอบบางที่ไล้ไปตามแผงอกแกร่งของตัวเองคล้ายหลงใหลด้วยความรวดเร็ว เพราะหากปล่อยให้พลอยชมพูลูบคลำไปเรื่อยๆเช่นนี้ คนที่จะขาดใจตายก่อนก็คงไม่พ้นตัวเองแน่ๆ“ไม่ได้เมานะ แค่อยากกอดเฉยๆไม่ได้เหรอ?” คนไม่เมาร้องบอกเสียงหวาน ก่อนจะซุกหน้าลงบนแผงอกแกร่งที่เปลือยเปล่าอย่างออดอ้อน มารุตอยากจะตะโกนก้องออกไปดังๆว่า ‘ไม่ได้!’ เพราะอารมณ์พลุพล่านที่ลัดวงจรอย
“พี่ลมขา...มาหาพลอยในครัวหน่อยสิคะ” เสียงหวานหยดที่ลอยลมมา ทำให้คนที่กำลังจะเริ่มทำความสะอาดสะดุ้งโหยงขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล“...จ้ะ” แม้สัญชาติญาณบางอย่างจะร้องเตือนว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมไปจนถึงน้ำเสียงหวานใสหยดย้อยที่ลอยลมมา...ไม่ใช่เรื่องปกติ! แต่มารุตก็จำต้องขานรับออกไปในที่สุดร่างสูงเดินเข้าไปหาคนที่ขานเรียกอย่างไม่สบายใจนัก ดวงตากลมหวานของพลอยชมพูที่ได้มองสบไปเมื่อตอนหัวค่ำ ทำให้มารุตรับรู้ได้ถึงสัญญาณอันตรายบางอย่างที่ยังหาที่มาที่ไปไม่ได้ ก่อนจะเริ่มทวนคำอีกหนอย่างคนที่หวาดระแวงจนจิตคิดไม่ตก‘...พี่ลมขางั้นเหรอ?’“ชิบ...ย แล้ว!” มารุตสบถเสียงสูงอย่างลืมตัว เมื่อทันทีที่ย่างกรายเข้ามาในครัวแล้วพบว่าร่างบอบบางที่ร้องเรียกเมื่อครู่ กำลังกระดกไวน์ดีกรีแรงขวดใหญ่ที่ตนเองซื้อมาเก็บไว้ในตู้อยู่อย่างสบายอารมณ์ ซ้ำยังมีขวดเปล่าอีกขวดที่กองอยู่ข้างโต๊ะทำอาหารที่แม่ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบปีนขึ้นไปนั่งอย่างถือสิทธิ“ช้า! พลอยเรียกไปตั้งหลายวินาทีแล้วนะ” เสียงหวานที่ดูไม่มั่นคงนักเอ่ยตำหนิ ก่อนจะยื่นขวดไวน์ให้คนที่เพิ่งมาถึงในทันที“พี่ก็มาเร็วที่สุดแล้วนะ...” มารุตรับขวดไวน์ที่พร่องไปกว







