Masuk“ไอ้พี่ลมบ้า...ไอ้ผู้ชายใจร้าย คนใจดำ” เสียงหวานที่เต็มไปด้วยความกราดเกรี้ยวและแฝงความน้อยใจตะโกนก้อง พร้อมๆกับข้าวของมากมายที่กระจัดกระจายเกลื่อนกราดเต็มพื้นห้องทำงานกว้าง
พลอยชมพูรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังโมโหจนหูอื้อตาลายไปหมด เธอทั้งโกรธทั้งเสียใจที่ถูกมารุตตำหนิ สิ่งที่เขาควรทำ คือคอยสอนคอยบอกว่าเธอควรแก้งานตรงไหน หรือทำอย่างไรเขาถึงจะชื่นชม ไม่ใช่โยนงานของเธอทิ้งเหมือนเศษขยะและไม่แลหน้าเธอด้วยซ้ำไปเช่นนี้ เธอโกรธที่งานของตัวเองไร้ความหมายในสายตาเขา แต่ที่เจ็บปวดกว่าคือเธอเสียใจที่ได้เห็นสายตาชิงชัง เพราะมันเจ็บลึกเข้าไปถึงก้นบึ้งหัวใจ
“พี่ลมคิดว่าจะลาออกเหรอคะ? ไม่มีทาง พลอยจะทำให้พี่ยอมยืนอยู่ข้างๆพลอยให้ได้ ไม่ว่าพี่จะเต็มใจหรือไม่ก็ตาม”
พลอยชมพูหันมองสร้อยข้อมือเงินแท้ที่ล้อมรอบพลอยสีเขียวเม็ดเล็กด้วยสายตามุ่งมั่น เพราะหากเธอทำสำเร็จไม่เพียงจะกั้นขวางพนักงานใหม่ที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาคนนั้นออกจากชายหนุ่มได้ เธอยังสามารถทำให้ผู้ชายที่เป็นเจ้าของหัวใจเธอ มาอยู่ข้างกายในฐานะผู้ช่วยของเธออีกด้วย
พลอยชมพูก้มหยิบสมุดสเกตช์ภาพเล่มบาง ที่ถูกพายุอารมณ์ของตัวเองพัดพาจนกระจัดกระจายอยู่กับพื้นเช่นเดียวกับข้าวของอีกมากมายขึ้นมาปัดเล็กน้อย ก่อนจะทิ้งตัวลงบนโซฟาที่มุมห้องและเริ่มร่างแบบเครื่องประดับใหม่อีกครั้ง
สามชั่วโมงต่อมา..
‘ ก๊อก ก๊อก ก๊อก....’
“เข้ามา” เสียงหวานร้องบอกโดยไม่เงยหน้าขึ้นมาจากสมุดสเกตช์ภาพ
“คุณพลอยค่ะ กณิกาให้แม่บ้านเข้ามาทำความสะอาดนะคะ” เลขาหน้าห้องเอ่ยอย่างกล้าๆกลัวๆ หลังจากที่เห็นเจ้านายสาวยังคงจับจดอยู่กับงานในมือโดยไม่สนใจเธอที่เดินเข้ามาแม้แต่น้อย
“ก็ทำสิ...ฉันให้สิบห้านาที” พลอยชมพูเงยหน้าขึ้นตอบ ก่อนจะวางงานลงบนโต๊ะแล้วลุกเดินออกไป เพราะเธอรู้ดีว่าเลขาและแม่บ้านคงไม่กล้าเข้ามาทำอะไร ตราบใดที่เธอยังนั่งอยู่ในห้องเช่นนี้
ร่างระหงนำพาตัวเองลงไปยังร้านกาแฟใต้ตึกที่เธอไม่ค่อยได้ลงไปนัก ด้วยไม่ชอบขึ้นลงลิฟต์ที่ต้องเบียดเสียดผู้คนโดยเฉพาะในช่วงเวลาพักกลางวัน พลอยชมพูสั่งกาแฟเย็นรสอ่อนที่จุดสั่งเครื่องดื่มในทันทีที่ไปถึง ก่อนจะเลือกนั่งลงที่เคาน์เตอร์บาร์ของร้านในมุมเงียบสงบสุด เพราะเธอไม่ชอบความวุ่นวาย ก่อนสายตาที่กวาดไปรอบๆอย่างไร้ทิศทางจะสะดุดหยุดลงที่ชายหญิงคู่หนึ่ง
“คุณมารุตเนี่ยมีอารมณ์ขันดีนะคะ นิลไม่ได้หัวเราะแบบนี้มานานแล้วนะ” นิลกาฬบอกกลั้วหัวเราะ ก่อนจะตักเค้กช็อกโกแลตสีสวยเข้าปากอย่างสบายอารมณ์
“คุณนิลก็เหมือนกันนะ ผมไม่ค่อยเจอใครที่คุยถูกคอแบบนี้มานาน” มารุตว่า ก่อนจะระบายยิ้มกว้างให้ตามประสาผู้ชายอารมณ์ดีที่ชอบแจกจ่ายความเป็นมิตรให้บุคคลรอบข้างจนกลายเป็นนิสัย
เมื่อช่วงสายหลังจากทะเลาะกับนางมารร้ายจำแลงเพียงไม่นาน กะรัตก็พานิลกาฬมาแนะนำในฐานะนักออกแบบคนใหม่ พูดคุยทำความรู้จักกันไม่นาน มารุตก็รู้สึกได้ว่าไลฟ์สไตล์ของเธอเหมือนกับตัวเองจนแทบจะเรียกได้ว่า
คอเดียวกัน
“แล้วนี่ คุณนิลฝึกปีนหน้าผาจำลองมานานหรือยังครับ” มารุตเอ่ยถาม
“ตั้งแต่เข้ามหาลัยเลยค่ะ แต่พักหลังไม่ค่อยได้ไปปีนเท่าไรเพราะที่นี่อยู่ไกลจากยิมที่เข้าประจำ” เธอตอบตามจริง
“งั้น...วันไหนว่างๆก็ไปยิมที่ผมเป็นเมมเบอร์ได้นะ ไม่ห่างจากที่นี่เท่าไรผมจะได้มีเพื่อนปีนด้วย” มารุตเสนอ
‘ เพล้ง...! ’
ยังไม่ทันที่หญิงสาวผู้ถูกเอ่ยถามจะได้ตอบสิ่งใด เสียงแก้วใบสวยที่แตกกระจายกลายเป็นเศษซากก็เรียกความสนใจของคนทั้งคู่
“นั่นคุณพลอยนี่ค่ะ” นิลกาฬเอ่ยขึ้น ก่อนจะระบายยิ้มให้กับผู้ที่ยืนอยู่ไม่ห่างทันที แล้วก็ต้องหุบยิ้มเมื่อใบหน้าหวานสวยและดวงตากลมโตที่มองตอบมาฉายแววกระด้างชัดเจน
“ผมขอตัวก่อนนะคุณนิล ไว้เดี๋ยวเราค่อยนัดกันอีกทีถ้าคุณยังสนใจเรื่องหน้าผาจำลอง” มารุตบอกเสียงเรียบ แต่แฝงไปด้วยความเครียดที่สัมผัสได้ในเนื้อเสียง
ร่างสูงของมารุตผุดลุกจากโซฟาสีเขียวอ่อนของร้าน ก่อนจะตรงเข้ามาหาร่างบางที่ยืนนิ่งเหมือนถูกสาป จะมีก็เพียงแต่แววตากลมใสที่ฉายแววไม่พอใจชัดเจนเท่านั้น ที่บ่งบอกว่าเธอหาใช่รูปสลัก
“ทำบ้าอะไร!” มารุตเอ่ยถาม ก่อนจะรั้งร่างบางของพลอยชมพูให้กลับไปนั่งที่โซนเคาน์เตอร์บาร์ด้านในทันที เพื่อให้พนักงานร้านได้ทำความสะอาดบริเวณนั้นได้สะดวกมากขึ้น และป้องกันคนตรงหน้าจะเผลอเหยียบเศษแก้วที่ตัวเองทำแตกจนได้แผล
“เรื่องของพลอย” เธอตอบเหมือนมะนาวไม่มีน้ำก่อนจะสะบัดหน้าหนีไปอีกทาง ความน้อยใจที่ติดมาตั้งแต่มีปากเสียงกันเมื่อเช้า ทำให้พลอยชมพูรู้สึกเหมือนความผิดหวังในใจกำลังถูกตีวกกลับขึ้นมาอีกหน
“ปล่อยมือเดี๋ยวนี้” มารุตถอนหายใจพลางบอก เมื่อเศษแก้วที่ยังกำค้างไว้ในมือนุ่มนิ่มบางบอบเริ่มฝังเข้าไปจนเลือดไหลซึมออกมา และนั่นคือเหตุผลที่เขาเดินเข้ามาหาเธอทันทีที่เห็น...ใครจะคิดว่าแม่ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบจะสามารถกำแก้วไว้ในมือจนแตกได้เช่นนี้!
“ไม่ต้องมายุ่ง” เธอว่า หลังจากเพิ่งรู้สึกตัวว่ามือข้างหนึ่งของเธอกำลังอาบเลือด...แต่ใครจะสน? เพราะตอนนี้หัวใจเธอกำลังเจ็บมากกว่า ที่เห็นเขาเอาแต่หัวเราะพูดคุยกับผู้หญิงคนอื่นที่ไม่ใช่เธอ ซ้ำยังเป็นสิ่งที่เธอไม่เคยได้รับเลยตั้งแต่รู้จักกันมา เธออิจฉาผู้หญิงคนนั้น! ผู้หญิงที่เพิ่งก้าวเข้ามาแต่ก็ได้รับรอยยิ้มสดใสจากเขาทั้งที่เธอไม่เคยได้เลย
“พลอยชมพูถ้าไม่ปล่อยมือ ก็ไม่ต้องมาพูดกันอีก” มารุตบอกเสียงเข้ม หลังจากที่พยายามแกะมือบอบบางข้างที่กำเศษแก้วไว้แต่ไม่สำเร็จ เพราะคนตรงหน้าไม่ให้ความร่วมมือแม้แต่น้อย
“คนใจร้าย” ดวงตากลมใสมองสบตาคมด้วยสายตาตัดพ้อ แต่ก็ยอมปล่อยมือจากเศษแก้วที่กำไว้คล้ายหมดทางเลือก
“...ถ้ารู้ว่าใจร้าย ก็เลิกมายุ่งวุ่นวายกับผมสักที” มารุตเอ่ยตำหนิ ทั้งที่ความสนใจทั้งหมดจมจ่ออยู่ที่ฝ่ามือบอบบางที่เกิดรอยบาดเป็นทางยาว แม้แผลจะไม่ลึกมากแต่เมื่ออยู่บนมือเล็กบอบบาง ก็ทำให้มารุตรู้สึกได้ว่าบาดแผลมันใหญ่เกินไปสำหรับคนตรงหน้าอยู่ดี
“เมื่อกี้คุยอะไรกัน” เธอเอ่ยถามเสียงแข็ง ไม่ได้สนใจฟังคำผลักไสของคนตรงมาแม้แต่น้อย เพราะนั่นไม่ใช่สิ่งที่เธออยากรู้หรือเก็บมาใส่ใจ
“จะรู้ไปทำไม? ไม่ใช่เรื่องของคุณ” มารุตบอกราบเรียบ ก่อนจะเริ่มทำแผลที่มือบอบบางทันทีที่พนักงานร้านนำกล่องปฐมพยาบาลมาให้
“ทำไมจะรู้ไม่ได้ มันเป็นความลับหรือไง!” เธอถามกลับไม่ลดละ
“เปล่า! แค่คิดว่าไม่จำเป็นต้องบอกเพราะผมไม่ชอบยุ่งเรื่องส่วนตัวของใคร แล้วก็ไม่ชอบให้ใครมายุ่งเรื่องส่วนตัว”
“ชอบผู้หญิงคนนั้นหรือไง”
“…ไม่ใช่เรื่องของคุณ” มารุตชะงักไปเล็กน้อยก่อนตอบออกไป
“รู้เรื่องที่พลอยคุยกับยายพิงค์ใช่ไหม? ถ้าภายในสามเดือน พลอยชนะ พี่ลมจะต้องมาเป็นผู้ช่วยของพลอย” เธอเอ่ยถาม
“รู้...แล้วก็รู้ด้วยว่าถ้าไม่สำเร็จ นิลกาฬจะมาเป็นผู้ช่วยของผม” มารุตบอกเรียบเรื่อย ก่อนจะแปะพลาสเตอร์ใสลงบนผ้าก๊อซผืนหนาที่พันมือบางไว้
“งั้นพี่ลมก็รู้ไว้เลยนะคะ...พลอยยอมได้ทุกเรื่อง แต่มีแค่เรื่องนี้ที่พลอยยอมให้ไม่ได้!” ว่าจบก็ดึงมือกลับแล้วเดินหนีไป หญิงสาวตรงดิ่งกลับห้องทำงานแล้วเริ่มสเกตช์แบบต่อทันที
ไม่มีวัน! เธอจะไม่ยอมเสียเขาไปให้ใครอย่างแน่นอน
ร่างบางระหงที่ตัดสินใจทิ้งงานประมูลอัญมณีที่แสนน่าเบื่อเพื่อกลับมาหาใครบางคนที่เธอกำลังคิดถึงสุดหัวใจ หยุดยืนอยู่หน้าประตูเพนซ์เฮ้าส์ด้วยหัวใจที่เต้นระรัว น่าแปลกที่เสี้ยวหนึ่งของห้วงความรู้สึกกลับนึกย้อนไปในวันแรกที่เธอหอบหิ้วกระเป๋าใบโตมาที่นี่วันที่เป็นจุดเริ่มต้นระหว่างเธอและมารุต คำตอบที่ได้รับจากกณิกา ทำให้คนที่ค้นคว้าหาความหมายของความรักอยู่เนิ่นนานเริ่มตระหนักถึงความเป็นจริงที่อยู่ตรงหน้า...แม้มารุตจะไม่ได้เป็นผู้ชายในนิยายที่ดีพร้อมไปทุกสิ่ง แต่เขาคือผู้ชายที่พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้เธอกลายเป็นคนที่ดีขึ้นกว่าเดิม และนั่นก็เป็นเหตุผลที่เธอรักมารุตจนสุดหัวใจ! ภาพวาดสีน้ำมันกว่าสามสิบรูปที่ถูกติดไว้ตามมุมต่างๆของเพนซ์เฮ้าส์ที่ปรากฏแก่สายตาในวินาทีแรกที่เปิดประตูเข้ามา ทำให้ผู้มาเยือนเผลอคลี่ยิ้มออกมาอย่างง่ายดาย พลอยชมพูกวาดสายตามองภาพวาดของตัวเองในอิริยาบถต่างๆด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะต้องยิ้มกว้างกว่าที่เป็นอยู่อีกหลายเท่า เมื่อเห็นร่างสูงของคนป่วยที่ลางานนอนอยู่บ้านทั้งวัน กำลังยืนรอเธออยู่กลางห้องกว้างพร้อมช่อดอกลิลลี่สีขาวขนาดให
สามเดือนต่อมา... ห้องประชุมหรูชั้นบนสุดของตึกระฟ้าใจกลางกรุงเทพมหานคร ถูกเลือกให้ใช้เป็นสถานที่จัดงานแสดงเครื่องประดับที่ดีที่สุดในภาคพื้นเอเชีย รวมทั้งยังเป็นสถานที่จัดงานประมูลอัญมณีหายากประจำปีอีกด้วย และแม้ปีนี้จะไม่มีอัญมณีหายากที่น่าจับตามองในงานประมูล แต่ประธานบริหารคนใหม่ของบริษัทอัญมณีชื่อดังที่กำลังมีกระแสอยู่ในขณะนี้ ก็สามารถเรียกได้ว่า ‘น่าจับตามอง’ ไม่แพ้กันพลอยชมพู มณีรัตนะ เจ้าของรางวัลนักธุรกิจที่น่าจับตามองที่สุดแห่งปี ในชุดเดรสสีขาวสะอาดตาที่ก้าวเดินเข้ามาภายในงาน กลับสามารถสะกดทุกสายตาให้เหลียวมองได้อย่างง่ายดาย เธอสวยพริ้มเพราราวตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่บอบบางน่าทะนุถนอม แต่ในเวลาเดียวกันเธอก็สง่างามและเต็มไปด้วยความเยือกเย็นจนน่าเกรงขามเช่นกัน“คุณพลอย เชิญไปนั่งด้วยกันทางด้านโน้นได้นะครับ” เสียงทุ้มของบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนของพ่อค้าอัญมณีรายใหญ่จากเมืองกาญที่เอ่ยทักขึ้น ไม่ได้ทำให้ดวงหน้าหวานงามงดที่สงบนิ่งแปรเปลี่ยนไปแม้แต่น้อย“ขอบคุณสำหรับคำชวน แต่ไม่ดีกว่าค่ะ” เธอเอ่ยตอบเรียบเรื่อยก่อนจะหมุนตัวไปอีกทางทันที โดยไม่คิดจะใส่ใจใบหน้าที่จืดเจือนลงของ
การ์ดสีหวานถูกวางลงบนโต๊ะทำงานกว้างที่เต็มไปด้วยแบบร่างเครื่องประดับชุดล่าสุดอย่างเบามือ ทำให้พลอยชมพูปรายตามองซองสีชมพูหวานแหววครู่หนึ่ง ก่อนจะช้อนตามองคนที่แอบเข้ามาในห้องทำงานของเธอโดยไม่ขออนุญาตแล้วเอ่ยถาม“งานแต่งใครอีกละคะ?”“ก็...คนแถวๆนี้หละ พลอยไปเป็นเพื่อนพี่หน่อยนะ” มารุตเอ่ยคล้ายครุ่นคิด ก่อนจะเดินอ้อมโต๊ะทำงานกว้างมาหยุดอยู่ข้างกายของคนตรงหน้า แล้วสวมกอดร่างบอบบางไว้หลวมๆอย่างออดอ้อนตามประสา“ไม่ไปค่ะ” แม้กระหม่อมบางจะเอนอิงพิงร่างหนาของมารุตไว้ด้วยท่าทีสบายๆ แต่ถ้อยคำปฏิเสธที่เอ่ยออกมากลับหนักแน่นและสงบนิ่งจนมารุตพูดไม่ออก“ครั้งที่หกแล้วนะ ใจร้าย!” มารุตแหวเสียงสูง เมื่อถูกปฏิเสธขึ้นหกครั้งในรอบสามเดือนที่ผ่านมา ก่อนจะเงียบเสียงลงเมื่อดวงตาคู่หวานของคนที่อยู่ในอ้อมแขนปรายตามองมาอย่างไม่ชอบใจนัก“ไว้ครั้งที่เจ็ด พลอยจะไปด้วยก็แล้วกันค่ะ” เธอตอบปัด ก่อนจะเริ่มเลือกแบบเครื่องประดับที่วางอยู่บนโต๊ะต่อไป มารุตมองค้อนภรรยาคนงามในทันทีเมื่อรู้สึกถึงลำดับความสำคัญของตนเองที่ลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเห็นคนตรงหน้าเริ่มมีสมาธิกับงานที่ทำ มารุตก็อดไม่ได้ที่จะลอบยิ
อุณหภูมิที่ลดต่ำลงเพราะเวลาล่วงเลยผ่านเข้ามาในรุ่งสางของวันใหม่ ทำให้คนที่อยู่ในห้วงนิทราอันแสนสุขบนเตียงนอนหนานุ่มจำต้องซุกเข้าหาผ้าห่มผืนหนาอีกเล็กน้อยอย่างต้องการความอบอุ่น มือบอบบางเริ่มควานหาหมอนใบโตที่ตัวเองนำมาใช้แทนหมอนข้างตลอดทั้งค่ำคืนที่ผ่านมาอยู่ครู่ใหญ่ แต่เมื่อไม่พบสิ่งที่ตามหาดวงตากลมหวานที่เต็มไปด้วยความง่วงงุนก็จำต้องลืมขึ้นมาในที่สุด พลอยชมพูอุทานออกมาด้วยความตกใจ เมื่อพบว่ามารุตกำลังนั่งกอดอกมองเธออยู่จากเก้าอี้บุนวมตัวใหญ่ที่เธอเป็นคนมัดเขาไว้เมื่อหลายชั่วโมงก่อน “พี่ลม! ออกมาได้ยั...” ยังไม่ทันจบประโยคคำถาม ริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้มก็ถูกปิดจนสนิทด้วยริมฝีปากหนาของคนที่ใช้เวลาพังประตูห้องเก็บของอยู่ค่อนคืนในทันที จุมพิตรับอรุณที่แสนหวานปลุกให้คนที่ยังง่วงงุนตื่นขึ้นจนเต็มตาอย่างง่ายดาย ก่อนความหวานล้ำที่ถูกป้อนมาหาจะแปรเปลี่ยนเป็นการลงทัณฑ์ที่แสนวาบหวามในวินาทีถัดมาอย่างรวดเร็ว“อื้อ เดี๋ยวก่อนค่...” คนที่หลุดออกจากจุมพิตมหาโหดที่แทบจะกระชากวิญญาณให้ปลิดปลิวร้องประท้วงเสียงกระท่อนกระแท่น ก่อนคำประท้วงที่คิดไว้จะเลือนหายไปพร้อมๆกับริมฝีปากหนาที่ประกบลงมาอีกหน
มารุตลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อคนตรงหน้ายอมคลายอ้อมกอดออกอย่างว่าง่าย แต่ยังไม่ทันได้หายใจหายคอได้คล่อง คนว่าง่ายที่นึกชื่นชมในใจเมื่อครู่ก็เริ่มปลดกระดุมเสื้อนอนของเขาอย่างรวดเร็ว“เฮ้ย!” มารุตอุทานเสียงสูง ก่อนจะตะปบมือเล็กที่เผลอครู่เดียวก็ปลดกระดุมเสื้อของเขาออกไปจนเหลือแค่สองเม็ดสุดท้ายอย่างรวดเร็ว “พะ...พลอยจะทำอะไร ปลดกระดุมเสื้อพี่ทำไมกัน!”“ก็พี่ลมบอกว่าเสื้อมีแต่ขนหมา” เธอร้องบอกก่อนจะปลดกระดุมสองเม็ดที่เหลือออกอย่างรวดเร็ว เพียงครู่เดียวแผงอกเปลือยเปล่าที่มีกล้ามท้องเป็นลอนสวยอย่างคนออกกำลังกายสม่ำเสมอก็ปรากฏแก่สายตาอย่างรวดเร็ว“พี่ว่าพลอยน่าจะเมาแล้วละ...ไปนอนดีกว่านะ” มารุตเอ่ยเสียงสั่น ก่อนจะรีบคว้ามือบอบบางที่ไล้ไปตามแผงอกแกร่งของตัวเองคล้ายหลงใหลด้วยความรวดเร็ว เพราะหากปล่อยให้พลอยชมพูลูบคลำไปเรื่อยๆเช่นนี้ คนที่จะขาดใจตายก่อนก็คงไม่พ้นตัวเองแน่ๆ“ไม่ได้เมานะ แค่อยากกอดเฉยๆไม่ได้เหรอ?” คนไม่เมาร้องบอกเสียงหวาน ก่อนจะซุกหน้าลงบนแผงอกแกร่งที่เปลือยเปล่าอย่างออดอ้อน มารุตอยากจะตะโกนก้องออกไปดังๆว่า ‘ไม่ได้!’ เพราะอารมณ์พลุพล่านที่ลัดวงจรอย
“พี่ลมขา...มาหาพลอยในครัวหน่อยสิคะ” เสียงหวานหยดที่ลอยลมมา ทำให้คนที่กำลังจะเริ่มทำความสะอาดสะดุ้งโหยงขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล“...จ้ะ” แม้สัญชาติญาณบางอย่างจะร้องเตือนว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมไปจนถึงน้ำเสียงหวานใสหยดย้อยที่ลอยลมมา...ไม่ใช่เรื่องปกติ! แต่มารุตก็จำต้องขานรับออกไปในที่สุดร่างสูงเดินเข้าไปหาคนที่ขานเรียกอย่างไม่สบายใจนัก ดวงตากลมหวานของพลอยชมพูที่ได้มองสบไปเมื่อตอนหัวค่ำ ทำให้มารุตรับรู้ได้ถึงสัญญาณอันตรายบางอย่างที่ยังหาที่มาที่ไปไม่ได้ ก่อนจะเริ่มทวนคำอีกหนอย่างคนที่หวาดระแวงจนจิตคิดไม่ตก‘...พี่ลมขางั้นเหรอ?’“ชิบ...ย แล้ว!” มารุตสบถเสียงสูงอย่างลืมตัว เมื่อทันทีที่ย่างกรายเข้ามาในครัวแล้วพบว่าร่างบอบบางที่ร้องเรียกเมื่อครู่ กำลังกระดกไวน์ดีกรีแรงขวดใหญ่ที่ตนเองซื้อมาเก็บไว้ในตู้อยู่อย่างสบายอารมณ์ ซ้ำยังมีขวดเปล่าอีกขวดที่กองอยู่ข้างโต๊ะทำอาหารที่แม่ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบปีนขึ้นไปนั่งอย่างถือสิทธิ“ช้า! พลอยเรียกไปตั้งหลายวินาทีแล้วนะ” เสียงหวานที่ดูไม่มั่นคงนักเอ่ยตำหนิ ก่อนจะยื่นขวดไวน์ให้คนที่เพิ่งมาถึงในทันที“พี่ก็มาเร็วที่สุดแล้วนะ...” มารุตรับขวดไวน์ที่พร่องไปกว







