LOGINแสงไฟสว่างไสวที่ถูกเปิดทิ้งไว้ทำให้คนที่เพิ่งกลับมาถึงห้องพักต้องชะงักเล็กน้อย มารุตกวาดสายตามองรอบๆห้องด้วยความงุนงง เมื่อพบว่าข้าวของหลายชิ้นถูกย้ายจากที่อยู่เดิมของมัน เจ้าของห้องถอนหายใจหนักๆเพื่อไล่อารมณ์ขุ่นเคืองออกไป
โดยปกติแล้วมารุตจะไม่ชอบให้ใครเข้ามาวุ่นวายหรือแตะต้องข้าวของที่ตนเองจัดไว้ แต่กระนั้นหากจะโวยวายก็ใช่ที่เมื่อรู้ดีว่าคนที่วุ่นวายกับข้าวของส่วนตัวของตน คือภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายอย่างไม่เต็มใจนักของเขานั่นเอง
“ห้าทุ่มครึ่ง คงนอนแล้วมั้ง...ช่างเหอะ” มารุตบ่นพึมพำเมื่อเหลียวมองนาฬิกาวินเทจที่ประดับฝาผนังห้อง
เพราะจิตใจที่ว้าวุ่นทำให้มารุตเลือกเดินเตร็ดเตร่ไปเรื่อยๆจนท้องฟ้าที่สว่างไสวมืดสลัว กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ดึกดื่นค่อนคืนไปแล้ว เจ้าของห้องถอนหายใจอีกหน ก่อนจะเดินผ่านห้องนั่งเล่นกว้างหมายจะกลับเข้าห้องนอนแต่ก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นอะไรบางอย่างที่ปลายสุดสายตา ร่างสูงลังเลอยู่ชั่วครู่ก่อนจะเดินเข้าไปหาร่างบอบบางที่หลับสนิทอยู่บนโซฟากว้าง
ดวงหน้าหวานสวยแม้ยามหลับคลอเคลียหมอนใบใหญ่ที่เธอคงเข้าไปหยิบมาจากห้องนอนของเขาอย่างสบายอารมณ์ ดวงตากลมแสนสวยที่หวานเสมอยามมองสบมากลับปิดสนิทในยามนี้ ร่างบอบบางขดตัวเล็กน้อยเพราะความหนาวเหน็บจากเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเต็มประสิทธิภาพ มารุตนั่งลงที่โซฟาใกล้เคียงอย่างเงียบเชียบราวกับกลัวว่าเสียงดังเพียงน้อยนิดอาจจะรบกวนการนิทราอันแสนสุขของตุ๊กตากระเบื้องเคลือบตรงหน้า
‘น่ารักเฉพาะเวลานอนจริงๆ...ยายนางมารร้าย’
มารุตพินิจพิจารณาดวงหน้าหวานอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะตัดสินใจลุกไปหยิบผ้าห่มผืนหนามาจากห้องนอนของตนเอง ก่อนจะคลี่ผ้าห่มสีครีมผืนโปรดเพื่อหมายจะช่วยสร้างความอบอุ่นให้แก่ร่างบอบบางที่นอนหนาวอยู่ แต่ก็ต้องชะงักเมื่อนึกบางอย่างขึ้นมาได้ มือหนากำผ้าห่มไว้แน่นก่อนจะตัดสินใจทำบางอย่างแทนความตั้งใจเมื่อครู่
“ตื่นได้แล้ว! มานอนทำอะไรตรงนี้” น้ำเสียงห้วนๆร้องบอกเสียงดัง ทั้งที่เมื่อครู่แม้แต่การก้าวเดินก็ยังบางเบาจนแทบไม่เกิดเสียง ก่อนมือหนาจะดึงหมอนที่คนกำลังหลับสบายหนุนนอนอยู่ออกอย่างรวดเร็ว
“หืมมม...พี่ลมกลับมาแล้วหรอคะ กลับดึกจัง” คนที่พึ่งตื่นขมวดคิ้วขุ่น ก่อนจะช้อนดวงตากลมที่มีแววง่วงขึ้นมองร่างสูงที่ยืนหน้าตึงอยู่ตรงหน้าราวกลับไปโกรธใครมากว่าร้อยปี แล้วเอ่ยถามเสียงอู้อี้ตามประสาคนที่ยังตื่นไม่เต็มตา
“เรื่องของผม แล้วทำไมไม่เข้าไปนอนในห้องดีๆ”
“เห็นพี่ลมยังไม่กลับ ก็เลยกะว่าจะอยู่รอแต่เผลอหลับไป” เธอแจงตามความจริง ก่อนจะคลี่ยิ้มหวานเมื่อเห็นท่าทีงุนงงของเจ้าของห้อง
“วันหลังไม่ต้องรอ แล้วอย่าให้รู้นะว่าแอบเข้าไปในห้องนอนผมอีก” มารุตบอกเสียงขุ่น ก่อนจะชูหมอนใบโตที่คนตรงหน้าหนุนนอนจนถึงเมื่อครู่ขึ้นมา คล้ายยืนยันหลักฐานการกระทำความผิดของอีกฝ่าย
“รู้แล้วค่ะ แต่อย่าเผลอก็แล้วกัน” เธอบอกกลั้วหัวเราะก่อนจะลุกหนีไป
“พลอยชมพู!”
“กลัวจำชื่อไม่ได้หรือไงคะ คุณสามี” คนที่ก้าวเดินไปถึงประตูห้องนอนของตัวเองบอกเสียงหวาน ก่อนจะเอ่ยต่อในสิ่งที่คิด “อ่อ ขอบคุณนะคะที่คิดจะห่มผ้าให้”
เจ้าของผ้าห่มที่ยังถือค้างอยู่ในมือนิ่งไปเหมือนถูกสาป ไม่แน่ใจว่าถ้าส่องกระจกตอนนี้ใบหน้าของเขาจะเป็นอย่างไร แต่ที่แน่ๆเขาคิดว่ามันคงกำลังแดงขึ้นอย่างแน่นอน
“ฝันดีนะคะ คุณสามี” คำอวยพรกลั้วรอยยิ้มของนางมารตัวร้ายในคราบตุ๊กตากระเบื้องเคลือบร้องบอกเสียงหวาน ก่อนจะหายลับกลับเข้าห้องนอนไป ทิ้งให้คนที่ถือหนักฐานการแสดงความห่วงใยที่ไม่ได้ใช้งาน ให้ยืนแน่นิ่งอยู่กลางห้องนั่งเล่นกว้างเพียงลำพัง
อะไรบางอย่างบอกมารุตว่า วันนี้เขาคงนอนไม่หลับแน่ๆ
ร่างบางระหงที่ตัดสินใจทิ้งงานประมูลอัญมณีที่แสนน่าเบื่อเพื่อกลับมาหาใครบางคนที่เธอกำลังคิดถึงสุดหัวใจ หยุดยืนอยู่หน้าประตูเพนซ์เฮ้าส์ด้วยหัวใจที่เต้นระรัว น่าแปลกที่เสี้ยวหนึ่งของห้วงความรู้สึกกลับนึกย้อนไปในวันแรกที่เธอหอบหิ้วกระเป๋าใบโตมาที่นี่วันที่เป็นจุดเริ่มต้นระหว่างเธอและมารุต คำตอบที่ได้รับจากกณิกา ทำให้คนที่ค้นคว้าหาความหมายของความรักอยู่เนิ่นนานเริ่มตระหนักถึงความเป็นจริงที่อยู่ตรงหน้า...แม้มารุตจะไม่ได้เป็นผู้ชายในนิยายที่ดีพร้อมไปทุกสิ่ง แต่เขาคือผู้ชายที่พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้เธอกลายเป็นคนที่ดีขึ้นกว่าเดิม และนั่นก็เป็นเหตุผลที่เธอรักมารุตจนสุดหัวใจ! ภาพวาดสีน้ำมันกว่าสามสิบรูปที่ถูกติดไว้ตามมุมต่างๆของเพนซ์เฮ้าส์ที่ปรากฏแก่สายตาในวินาทีแรกที่เปิดประตูเข้ามา ทำให้ผู้มาเยือนเผลอคลี่ยิ้มออกมาอย่างง่ายดาย พลอยชมพูกวาดสายตามองภาพวาดของตัวเองในอิริยาบถต่างๆด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะต้องยิ้มกว้างกว่าที่เป็นอยู่อีกหลายเท่า เมื่อเห็นร่างสูงของคนป่วยที่ลางานนอนอยู่บ้านทั้งวัน กำลังยืนรอเธออยู่กลางห้องกว้างพร้อมช่อดอกลิลลี่สีขาวขนาดให
สามเดือนต่อมา... ห้องประชุมหรูชั้นบนสุดของตึกระฟ้าใจกลางกรุงเทพมหานคร ถูกเลือกให้ใช้เป็นสถานที่จัดงานแสดงเครื่องประดับที่ดีที่สุดในภาคพื้นเอเชีย รวมทั้งยังเป็นสถานที่จัดงานประมูลอัญมณีหายากประจำปีอีกด้วย และแม้ปีนี้จะไม่มีอัญมณีหายากที่น่าจับตามองในงานประมูล แต่ประธานบริหารคนใหม่ของบริษัทอัญมณีชื่อดังที่กำลังมีกระแสอยู่ในขณะนี้ ก็สามารถเรียกได้ว่า ‘น่าจับตามอง’ ไม่แพ้กันพลอยชมพู มณีรัตนะ เจ้าของรางวัลนักธุรกิจที่น่าจับตามองที่สุดแห่งปี ในชุดเดรสสีขาวสะอาดตาที่ก้าวเดินเข้ามาภายในงาน กลับสามารถสะกดทุกสายตาให้เหลียวมองได้อย่างง่ายดาย เธอสวยพริ้มเพราราวตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่บอบบางน่าทะนุถนอม แต่ในเวลาเดียวกันเธอก็สง่างามและเต็มไปด้วยความเยือกเย็นจนน่าเกรงขามเช่นกัน“คุณพลอย เชิญไปนั่งด้วยกันทางด้านโน้นได้นะครับ” เสียงทุ้มของบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนของพ่อค้าอัญมณีรายใหญ่จากเมืองกาญที่เอ่ยทักขึ้น ไม่ได้ทำให้ดวงหน้าหวานงามงดที่สงบนิ่งแปรเปลี่ยนไปแม้แต่น้อย“ขอบคุณสำหรับคำชวน แต่ไม่ดีกว่าค่ะ” เธอเอ่ยตอบเรียบเรื่อยก่อนจะหมุนตัวไปอีกทางทันที โดยไม่คิดจะใส่ใจใบหน้าที่จืดเจือนลงของ
การ์ดสีหวานถูกวางลงบนโต๊ะทำงานกว้างที่เต็มไปด้วยแบบร่างเครื่องประดับชุดล่าสุดอย่างเบามือ ทำให้พลอยชมพูปรายตามองซองสีชมพูหวานแหววครู่หนึ่ง ก่อนจะช้อนตามองคนที่แอบเข้ามาในห้องทำงานของเธอโดยไม่ขออนุญาตแล้วเอ่ยถาม“งานแต่งใครอีกละคะ?”“ก็...คนแถวๆนี้หละ พลอยไปเป็นเพื่อนพี่หน่อยนะ” มารุตเอ่ยคล้ายครุ่นคิด ก่อนจะเดินอ้อมโต๊ะทำงานกว้างมาหยุดอยู่ข้างกายของคนตรงหน้า แล้วสวมกอดร่างบอบบางไว้หลวมๆอย่างออดอ้อนตามประสา“ไม่ไปค่ะ” แม้กระหม่อมบางจะเอนอิงพิงร่างหนาของมารุตไว้ด้วยท่าทีสบายๆ แต่ถ้อยคำปฏิเสธที่เอ่ยออกมากลับหนักแน่นและสงบนิ่งจนมารุตพูดไม่ออก“ครั้งที่หกแล้วนะ ใจร้าย!” มารุตแหวเสียงสูง เมื่อถูกปฏิเสธขึ้นหกครั้งในรอบสามเดือนที่ผ่านมา ก่อนจะเงียบเสียงลงเมื่อดวงตาคู่หวานของคนที่อยู่ในอ้อมแขนปรายตามองมาอย่างไม่ชอบใจนัก“ไว้ครั้งที่เจ็ด พลอยจะไปด้วยก็แล้วกันค่ะ” เธอตอบปัด ก่อนจะเริ่มเลือกแบบเครื่องประดับที่วางอยู่บนโต๊ะต่อไป มารุตมองค้อนภรรยาคนงามในทันทีเมื่อรู้สึกถึงลำดับความสำคัญของตนเองที่ลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเห็นคนตรงหน้าเริ่มมีสมาธิกับงานที่ทำ มารุตก็อดไม่ได้ที่จะลอบยิ
อุณหภูมิที่ลดต่ำลงเพราะเวลาล่วงเลยผ่านเข้ามาในรุ่งสางของวันใหม่ ทำให้คนที่อยู่ในห้วงนิทราอันแสนสุขบนเตียงนอนหนานุ่มจำต้องซุกเข้าหาผ้าห่มผืนหนาอีกเล็กน้อยอย่างต้องการความอบอุ่น มือบอบบางเริ่มควานหาหมอนใบโตที่ตัวเองนำมาใช้แทนหมอนข้างตลอดทั้งค่ำคืนที่ผ่านมาอยู่ครู่ใหญ่ แต่เมื่อไม่พบสิ่งที่ตามหาดวงตากลมหวานที่เต็มไปด้วยความง่วงงุนก็จำต้องลืมขึ้นมาในที่สุด พลอยชมพูอุทานออกมาด้วยความตกใจ เมื่อพบว่ามารุตกำลังนั่งกอดอกมองเธออยู่จากเก้าอี้บุนวมตัวใหญ่ที่เธอเป็นคนมัดเขาไว้เมื่อหลายชั่วโมงก่อน “พี่ลม! ออกมาได้ยั...” ยังไม่ทันจบประโยคคำถาม ริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้มก็ถูกปิดจนสนิทด้วยริมฝีปากหนาของคนที่ใช้เวลาพังประตูห้องเก็บของอยู่ค่อนคืนในทันที จุมพิตรับอรุณที่แสนหวานปลุกให้คนที่ยังง่วงงุนตื่นขึ้นจนเต็มตาอย่างง่ายดาย ก่อนความหวานล้ำที่ถูกป้อนมาหาจะแปรเปลี่ยนเป็นการลงทัณฑ์ที่แสนวาบหวามในวินาทีถัดมาอย่างรวดเร็ว“อื้อ เดี๋ยวก่อนค่...” คนที่หลุดออกจากจุมพิตมหาโหดที่แทบจะกระชากวิญญาณให้ปลิดปลิวร้องประท้วงเสียงกระท่อนกระแท่น ก่อนคำประท้วงที่คิดไว้จะเลือนหายไปพร้อมๆกับริมฝีปากหนาที่ประกบลงมาอีกหน
มารุตลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อคนตรงหน้ายอมคลายอ้อมกอดออกอย่างว่าง่าย แต่ยังไม่ทันได้หายใจหายคอได้คล่อง คนว่าง่ายที่นึกชื่นชมในใจเมื่อครู่ก็เริ่มปลดกระดุมเสื้อนอนของเขาอย่างรวดเร็ว“เฮ้ย!” มารุตอุทานเสียงสูง ก่อนจะตะปบมือเล็กที่เผลอครู่เดียวก็ปลดกระดุมเสื้อของเขาออกไปจนเหลือแค่สองเม็ดสุดท้ายอย่างรวดเร็ว “พะ...พลอยจะทำอะไร ปลดกระดุมเสื้อพี่ทำไมกัน!”“ก็พี่ลมบอกว่าเสื้อมีแต่ขนหมา” เธอร้องบอกก่อนจะปลดกระดุมสองเม็ดที่เหลือออกอย่างรวดเร็ว เพียงครู่เดียวแผงอกเปลือยเปล่าที่มีกล้ามท้องเป็นลอนสวยอย่างคนออกกำลังกายสม่ำเสมอก็ปรากฏแก่สายตาอย่างรวดเร็ว“พี่ว่าพลอยน่าจะเมาแล้วละ...ไปนอนดีกว่านะ” มารุตเอ่ยเสียงสั่น ก่อนจะรีบคว้ามือบอบบางที่ไล้ไปตามแผงอกแกร่งของตัวเองคล้ายหลงใหลด้วยความรวดเร็ว เพราะหากปล่อยให้พลอยชมพูลูบคลำไปเรื่อยๆเช่นนี้ คนที่จะขาดใจตายก่อนก็คงไม่พ้นตัวเองแน่ๆ“ไม่ได้เมานะ แค่อยากกอดเฉยๆไม่ได้เหรอ?” คนไม่เมาร้องบอกเสียงหวาน ก่อนจะซุกหน้าลงบนแผงอกแกร่งที่เปลือยเปล่าอย่างออดอ้อน มารุตอยากจะตะโกนก้องออกไปดังๆว่า ‘ไม่ได้!’ เพราะอารมณ์พลุพล่านที่ลัดวงจรอย
“พี่ลมขา...มาหาพลอยในครัวหน่อยสิคะ” เสียงหวานหยดที่ลอยลมมา ทำให้คนที่กำลังจะเริ่มทำความสะอาดสะดุ้งโหยงขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล“...จ้ะ” แม้สัญชาติญาณบางอย่างจะร้องเตือนว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมไปจนถึงน้ำเสียงหวานใสหยดย้อยที่ลอยลมมา...ไม่ใช่เรื่องปกติ! แต่มารุตก็จำต้องขานรับออกไปในที่สุดร่างสูงเดินเข้าไปหาคนที่ขานเรียกอย่างไม่สบายใจนัก ดวงตากลมหวานของพลอยชมพูที่ได้มองสบไปเมื่อตอนหัวค่ำ ทำให้มารุตรับรู้ได้ถึงสัญญาณอันตรายบางอย่างที่ยังหาที่มาที่ไปไม่ได้ ก่อนจะเริ่มทวนคำอีกหนอย่างคนที่หวาดระแวงจนจิตคิดไม่ตก‘...พี่ลมขางั้นเหรอ?’“ชิบ...ย แล้ว!” มารุตสบถเสียงสูงอย่างลืมตัว เมื่อทันทีที่ย่างกรายเข้ามาในครัวแล้วพบว่าร่างบอบบางที่ร้องเรียกเมื่อครู่ กำลังกระดกไวน์ดีกรีแรงขวดใหญ่ที่ตนเองซื้อมาเก็บไว้ในตู้อยู่อย่างสบายอารมณ์ ซ้ำยังมีขวดเปล่าอีกขวดที่กองอยู่ข้างโต๊ะทำอาหารที่แม่ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบปีนขึ้นไปนั่งอย่างถือสิทธิ“ช้า! พลอยเรียกไปตั้งหลายวินาทีแล้วนะ” เสียงหวานที่ดูไม่มั่นคงนักเอ่ยตำหนิ ก่อนจะยื่นขวดไวน์ให้คนที่เพิ่งมาถึงในทันที“พี่ก็มาเร็วที่สุดแล้วนะ...” มารุตรับขวดไวน์ที่พร่องไปกว







