เข้าสู่ระบบหลังจากพลอยชมพูเอ่ยล้อเลียนมารุตในวันนั้น หญิงสาวก็พบว่าปฏิกิริยาของชายหนุ่มดูจะเย็นชาและห่างเหินกว่าเก่าหลายเท่าตัว ชนิดที่เรียกได้ว่า หากเธอเลี้ยวซ้ายคนข้างกายก็จะเลี้ยวขวาในทันที ราวกับถูกตั้งโปรแกรมอัตโนมัติไว้ ว่าเขาจะต้องทำอะไรก็ได้ที่เป็นการต่อต้านหรือคัดค้านสิ่งที่เธอคิดหรือทำ
“วันนี้พลอยไปทำงานด้วยนะคะ ไม่อยากขับรถไปเอง” เสียงหวานเอ่ยทัก ขณะเดินออกมาจากห้องนอนของตนเองในตอนเช้า
“ไม่ว่าง ลางานครึ่งวัน...อยากไปก็ไปเองสิ” ปฏิกิริยาตอบโต้ราวกับเครื่องเล่นเสียงที่ถูกบันทึกไว้ตอบกลับทันที
“พี่ลมคิดจะลางานทุกครั้ง ที่พลอยขอติดรถไปทำงานด้วยจริงๆหรอคะ” พลอยชมพูร้องถามเสียงอ่อนใจ พลางกอดอกมองใบหน้าหล่อคมของคนที่นั่งดื่มกาแฟอย่างไม่ทุกข์ร้อนอยู่ตรงหน้าด้วยความรู้สึกเบื่อหน่าย
ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ เช่นที่เป็นมาร่วมสองสัปดาห์
“ก็ดีค่ะ! พลอยก็อยากรู้เหมือนกัน ว่าพี่ลมจะมีวันลาเหลือมากแค่ไหนกันเชียว” เสียงหวานที่ติดจะขุ่นเคืองเอ่ยอย่างเอาเรื่อง ก่อนจะหยิบกุญแจรถของตนเองที่ห้อยอยู่ข้างกุญแจรถของมารุตแล้วเดินออกไป
แม้แรกๆเธอจะสนุกกับการนั่งมองพฤติกรรมหมางเมินที่เกิดจากการถูกจับได้ของมารุตมากแค่ไหน แต่เมื่อเขาทำพฤติกรรมเช่นนี้ได้อย่างยาวนานและเสมอต้นเสมอปลาย คนความอดทนต่ำอย่างพลอยชมพูก็เริ่มรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุมได้
สามวันต่อมา...
หลังการเล่นสงครามประสาทกันมาตลอดระยะเวลาหลายวัน ความหงุดหงิดของพลอยชมพูก็พุ่งทะยานขึ้นไปได้สูงอย่างไม่น่าเชื่อ หากนำความหงุดหงิดของเธอมาเปรียบเทียบกับกราฟแสดงยอดขายที่กำลังนำเสนออยู่ตรงหน้าในตอนนี้ รองประธานสาวมั่นใจมากว่ากำไรความหงุดหงิดของเธอคงพุ่งทะยานขึ้นไปทำสถิติที่สูงที่สุดในรอบปีแน่นอน
“มีวาระพิเศษที่พิงค์ต้องแจ้งให้ทุกคนทราบ ต้องขอโทษด้วยที่ไม่ทันได้แจ้งล่วงหน้า” หลังจากหัวข้อการประชุมสุดท้ายจบลง รองประธานอีกคนที่นั่งอยู่ข้างกายพลอยชมพูก็เอ่ยขึ้น
“เรื่องแรก คอลเล็กชันใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวในอีกห้าเดือนข้างหน้า คุณพลอยชมพูจะเป็นคนรับผิดชอบทั้งหมดค่ะ” กะรัตเอ่ยเสียงเรียบ โดยไม่สนใจท่าทีแตกตื่นของรองประธานร่วมอีกคนที่หันมามองตนเองด้วยความงุนงง
“ทั้งหมดเลยเหรอคะ” นฤมลหัวหน้าฝ่ายการตลาดที่มีความอาวุโสที่สุดเอ่ยถามอย่างไม่แน่ใจนัก เพราะถึงแม้ว่าพลอยชมพูจะเป็นรองประธานร่วมและเป็นบุตรสาวของเจ้านายที่รักยิ่ง แต่ประสบการณ์อันน้อยนิดและความเจ้าอารมณ์อันเป็นกิตติศัพท์ของรองประธานคนงาม ก็ทำให้ผู้ที่ต้องร่วมงานด้วยโดยตรงอดถามไม่ได้
“ใช่ค่ะ ยังไงก็ฝากคุณนฤมลให้คำแนะนำด้วย พิงค์เชื่อนะคะ ว่าคุณนฤมลจะเป็นที่ปรึกษาที่ยอดเยี่ยมให้กับพี่พลอยได้...อีกอย่าง เครื่องประดับคอลเล็กชันใหม่ทั้งหมดก็เป็นฝีมือพี่พลอย คงไม่มีใครเหมาะสมไปกว่านี้ จริงไหมคะ” รองประธานคนเก่งเอ่ยเสียงหวาน ก่อนจะคลี่ยิ้มพึงพอใจเมื่อเห็นท่าทีคล้อยตามของทุกคนในห้องประชุม แล้วเอ่ยต่อ
“ส่วนอีกเรื่องวันนี้หัวหน้าฝ่ายออกแบบลาช่วงเช้า พิงค์จะขอแจ้งไปเลยก็แล้วกันค่ะ คุณมารุตจะย้ายมาเป็นผู้ช่วยชั่วคราวของพี่พลอยจนกว่าคอลเล็กชันใหม่ที่เตรียมเปิดตัวจะเสร็จสิ้น”
“แล้วใครจะเป็นหัวหน้าฝ่ายออกแบบครับ” เสียงของศิระหัวหน้าฝ่ายผลิตที่ทำงานเกี่ยวข้องกันโดยตรงเอ่ยถามทันที
“คุณมารุตจะทำทั้งสองหน้าที่ค่ะ ทุกอย่างขอให้เป็นตามนี้ค่ะ”
หลังจากผู้ร่วมประชุมออกไปจนหมด กะรัตก็คลี่ยิ้มอย่างพึงพอใจเมื่อเห็นรองประธานร่วมอีกคนยังนั่งอยู่ที่เดิมไม่ขยับเคลื่อนไปไหน มีเพียงแววตาขุ่นๆเท่านั้นที่ทอดมองมาอย่างเอาเรื่อง แต่สิ่งนั้นก็ไม่ได้ทำให้รองประธานสาวใส่ใจแม้แต่น้อย และยังไม่ทันได้เอ่ยสิ่งใดใครอีกคนที่ได้รับผลจากการตัดสินใจของเธอ ก็เปิดประตูห้องประชุมเข้ามาราวกับพายุ
“ไอ้พิงค์ นี่มันเรื่องอะไรกัน!” มารุตที่เพิ่งได้รับรู้เรื่องราวการโยกย้ายตำแหน่งที่ไม่ได้รับแจ้งล่วงหน้าเอ่ยถามเสียงขุ่น ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่ตนเองพยายามหลบหน้านั่งอยู่ด้วย
“ลืมง่ายจริง ความจำพี่ลมสั้นกว่าปลาทองอีกนะคะ” กะรัตเอ่ยเรียบๆ ไม่ยินดียินร้ายกับท่าทีราวจะขาดใจตายของรุ่นพี่คนสนิท
“ลืม? ลืมบ้าอะไรของแก” มารุตเอ่ยถามเสียงขุ่น
“สัญญาต้องเป็นสัญญาค่ะ ในเมื่อเครื่องประดับทั้งหมดในคอลเล็กชันล่าสุดที่กำลังจะเปิดตัวเป็นฝีมือพี่พลอย พี่ลมก็ต้องยอมรับตามนั้น” เธอทวงสัญญาเสียงหวาน ก่อนจะเก็บแท็บเล็ตคู่ใจที่วางอยู่บนโต๊ะแนบบอกแล้วเดินออกไปทันที ปล่อยให้ห้องประชุมกว้างเหลือเพียงคนสองคนและสภาวะสุญญากาศเท่านั้น
“จะไปไหนคะ? พี่ลมคิดจะเงียบแบบนี้ไปอีกนานเท่าไร” หลังจากเงียบอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่ามารุตหันหลังกลับเพื่อเปิดประตูออกไปพลอยชมพูก็เอ่ยขึ้นทันที
“ไปทำงาน” มารุตตอบสั้นๆ ก่อนจะเดินออกไปโดยไม่สนใจเสียงเรียกของเจ้านายคนใหม่แม้แต่น้อย
พลอยชมพูมองแผ่นหลังกว้างที่หายลับไปจากสายตาด้วยความขุ่นเคือง น้องสาวของเธอเป็นคนฉลาดเช่นนี้เสมอ ทางเลือกที่กะรัตเอ่ยในการประชุมเมื่อครู่ไม่ใช่ว่าเธอจะปฏิเสธไม่ได้ แต่หากเธอปฏิเสธ ก็เท่ากับเธอจะสูญเสียโอกาสที่ได้อยู่ใกล้มารุตไปด้วย ซึ่งน้องสาวของเธอย่อมรู้ดีว่าเธอไม่มีวันยอม
ร่างบางระหงที่ตัดสินใจทิ้งงานประมูลอัญมณีที่แสนน่าเบื่อเพื่อกลับมาหาใครบางคนที่เธอกำลังคิดถึงสุดหัวใจ หยุดยืนอยู่หน้าประตูเพนซ์เฮ้าส์ด้วยหัวใจที่เต้นระรัว น่าแปลกที่เสี้ยวหนึ่งของห้วงความรู้สึกกลับนึกย้อนไปในวันแรกที่เธอหอบหิ้วกระเป๋าใบโตมาที่นี่วันที่เป็นจุดเริ่มต้นระหว่างเธอและมารุต คำตอบที่ได้รับจากกณิกา ทำให้คนที่ค้นคว้าหาความหมายของความรักอยู่เนิ่นนานเริ่มตระหนักถึงความเป็นจริงที่อยู่ตรงหน้า...แม้มารุตจะไม่ได้เป็นผู้ชายในนิยายที่ดีพร้อมไปทุกสิ่ง แต่เขาคือผู้ชายที่พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้เธอกลายเป็นคนที่ดีขึ้นกว่าเดิม และนั่นก็เป็นเหตุผลที่เธอรักมารุตจนสุดหัวใจ! ภาพวาดสีน้ำมันกว่าสามสิบรูปที่ถูกติดไว้ตามมุมต่างๆของเพนซ์เฮ้าส์ที่ปรากฏแก่สายตาในวินาทีแรกที่เปิดประตูเข้ามา ทำให้ผู้มาเยือนเผลอคลี่ยิ้มออกมาอย่างง่ายดาย พลอยชมพูกวาดสายตามองภาพวาดของตัวเองในอิริยาบถต่างๆด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะต้องยิ้มกว้างกว่าที่เป็นอยู่อีกหลายเท่า เมื่อเห็นร่างสูงของคนป่วยที่ลางานนอนอยู่บ้านทั้งวัน กำลังยืนรอเธออยู่กลางห้องกว้างพร้อมช่อดอกลิลลี่สีขาวขนาดให
สามเดือนต่อมา... ห้องประชุมหรูชั้นบนสุดของตึกระฟ้าใจกลางกรุงเทพมหานคร ถูกเลือกให้ใช้เป็นสถานที่จัดงานแสดงเครื่องประดับที่ดีที่สุดในภาคพื้นเอเชีย รวมทั้งยังเป็นสถานที่จัดงานประมูลอัญมณีหายากประจำปีอีกด้วย และแม้ปีนี้จะไม่มีอัญมณีหายากที่น่าจับตามองในงานประมูล แต่ประธานบริหารคนใหม่ของบริษัทอัญมณีชื่อดังที่กำลังมีกระแสอยู่ในขณะนี้ ก็สามารถเรียกได้ว่า ‘น่าจับตามอง’ ไม่แพ้กันพลอยชมพู มณีรัตนะ เจ้าของรางวัลนักธุรกิจที่น่าจับตามองที่สุดแห่งปี ในชุดเดรสสีขาวสะอาดตาที่ก้าวเดินเข้ามาภายในงาน กลับสามารถสะกดทุกสายตาให้เหลียวมองได้อย่างง่ายดาย เธอสวยพริ้มเพราราวตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่บอบบางน่าทะนุถนอม แต่ในเวลาเดียวกันเธอก็สง่างามและเต็มไปด้วยความเยือกเย็นจนน่าเกรงขามเช่นกัน“คุณพลอย เชิญไปนั่งด้วยกันทางด้านโน้นได้นะครับ” เสียงทุ้มของบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนของพ่อค้าอัญมณีรายใหญ่จากเมืองกาญที่เอ่ยทักขึ้น ไม่ได้ทำให้ดวงหน้าหวานงามงดที่สงบนิ่งแปรเปลี่ยนไปแม้แต่น้อย“ขอบคุณสำหรับคำชวน แต่ไม่ดีกว่าค่ะ” เธอเอ่ยตอบเรียบเรื่อยก่อนจะหมุนตัวไปอีกทางทันที โดยไม่คิดจะใส่ใจใบหน้าที่จืดเจือนลงของ
การ์ดสีหวานถูกวางลงบนโต๊ะทำงานกว้างที่เต็มไปด้วยแบบร่างเครื่องประดับชุดล่าสุดอย่างเบามือ ทำให้พลอยชมพูปรายตามองซองสีชมพูหวานแหววครู่หนึ่ง ก่อนจะช้อนตามองคนที่แอบเข้ามาในห้องทำงานของเธอโดยไม่ขออนุญาตแล้วเอ่ยถาม“งานแต่งใครอีกละคะ?”“ก็...คนแถวๆนี้หละ พลอยไปเป็นเพื่อนพี่หน่อยนะ” มารุตเอ่ยคล้ายครุ่นคิด ก่อนจะเดินอ้อมโต๊ะทำงานกว้างมาหยุดอยู่ข้างกายของคนตรงหน้า แล้วสวมกอดร่างบอบบางไว้หลวมๆอย่างออดอ้อนตามประสา“ไม่ไปค่ะ” แม้กระหม่อมบางจะเอนอิงพิงร่างหนาของมารุตไว้ด้วยท่าทีสบายๆ แต่ถ้อยคำปฏิเสธที่เอ่ยออกมากลับหนักแน่นและสงบนิ่งจนมารุตพูดไม่ออก“ครั้งที่หกแล้วนะ ใจร้าย!” มารุตแหวเสียงสูง เมื่อถูกปฏิเสธขึ้นหกครั้งในรอบสามเดือนที่ผ่านมา ก่อนจะเงียบเสียงลงเมื่อดวงตาคู่หวานของคนที่อยู่ในอ้อมแขนปรายตามองมาอย่างไม่ชอบใจนัก“ไว้ครั้งที่เจ็ด พลอยจะไปด้วยก็แล้วกันค่ะ” เธอตอบปัด ก่อนจะเริ่มเลือกแบบเครื่องประดับที่วางอยู่บนโต๊ะต่อไป มารุตมองค้อนภรรยาคนงามในทันทีเมื่อรู้สึกถึงลำดับความสำคัญของตนเองที่ลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเห็นคนตรงหน้าเริ่มมีสมาธิกับงานที่ทำ มารุตก็อดไม่ได้ที่จะลอบยิ
อุณหภูมิที่ลดต่ำลงเพราะเวลาล่วงเลยผ่านเข้ามาในรุ่งสางของวันใหม่ ทำให้คนที่อยู่ในห้วงนิทราอันแสนสุขบนเตียงนอนหนานุ่มจำต้องซุกเข้าหาผ้าห่มผืนหนาอีกเล็กน้อยอย่างต้องการความอบอุ่น มือบอบบางเริ่มควานหาหมอนใบโตที่ตัวเองนำมาใช้แทนหมอนข้างตลอดทั้งค่ำคืนที่ผ่านมาอยู่ครู่ใหญ่ แต่เมื่อไม่พบสิ่งที่ตามหาดวงตากลมหวานที่เต็มไปด้วยความง่วงงุนก็จำต้องลืมขึ้นมาในที่สุด พลอยชมพูอุทานออกมาด้วยความตกใจ เมื่อพบว่ามารุตกำลังนั่งกอดอกมองเธออยู่จากเก้าอี้บุนวมตัวใหญ่ที่เธอเป็นคนมัดเขาไว้เมื่อหลายชั่วโมงก่อน “พี่ลม! ออกมาได้ยั...” ยังไม่ทันจบประโยคคำถาม ริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้มก็ถูกปิดจนสนิทด้วยริมฝีปากหนาของคนที่ใช้เวลาพังประตูห้องเก็บของอยู่ค่อนคืนในทันที จุมพิตรับอรุณที่แสนหวานปลุกให้คนที่ยังง่วงงุนตื่นขึ้นจนเต็มตาอย่างง่ายดาย ก่อนความหวานล้ำที่ถูกป้อนมาหาจะแปรเปลี่ยนเป็นการลงทัณฑ์ที่แสนวาบหวามในวินาทีถัดมาอย่างรวดเร็ว“อื้อ เดี๋ยวก่อนค่...” คนที่หลุดออกจากจุมพิตมหาโหดที่แทบจะกระชากวิญญาณให้ปลิดปลิวร้องประท้วงเสียงกระท่อนกระแท่น ก่อนคำประท้วงที่คิดไว้จะเลือนหายไปพร้อมๆกับริมฝีปากหนาที่ประกบลงมาอีกหน
มารุตลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อคนตรงหน้ายอมคลายอ้อมกอดออกอย่างว่าง่าย แต่ยังไม่ทันได้หายใจหายคอได้คล่อง คนว่าง่ายที่นึกชื่นชมในใจเมื่อครู่ก็เริ่มปลดกระดุมเสื้อนอนของเขาอย่างรวดเร็ว“เฮ้ย!” มารุตอุทานเสียงสูง ก่อนจะตะปบมือเล็กที่เผลอครู่เดียวก็ปลดกระดุมเสื้อของเขาออกไปจนเหลือแค่สองเม็ดสุดท้ายอย่างรวดเร็ว “พะ...พลอยจะทำอะไร ปลดกระดุมเสื้อพี่ทำไมกัน!”“ก็พี่ลมบอกว่าเสื้อมีแต่ขนหมา” เธอร้องบอกก่อนจะปลดกระดุมสองเม็ดที่เหลือออกอย่างรวดเร็ว เพียงครู่เดียวแผงอกเปลือยเปล่าที่มีกล้ามท้องเป็นลอนสวยอย่างคนออกกำลังกายสม่ำเสมอก็ปรากฏแก่สายตาอย่างรวดเร็ว“พี่ว่าพลอยน่าจะเมาแล้วละ...ไปนอนดีกว่านะ” มารุตเอ่ยเสียงสั่น ก่อนจะรีบคว้ามือบอบบางที่ไล้ไปตามแผงอกแกร่งของตัวเองคล้ายหลงใหลด้วยความรวดเร็ว เพราะหากปล่อยให้พลอยชมพูลูบคลำไปเรื่อยๆเช่นนี้ คนที่จะขาดใจตายก่อนก็คงไม่พ้นตัวเองแน่ๆ“ไม่ได้เมานะ แค่อยากกอดเฉยๆไม่ได้เหรอ?” คนไม่เมาร้องบอกเสียงหวาน ก่อนจะซุกหน้าลงบนแผงอกแกร่งที่เปลือยเปล่าอย่างออดอ้อน มารุตอยากจะตะโกนก้องออกไปดังๆว่า ‘ไม่ได้!’ เพราะอารมณ์พลุพล่านที่ลัดวงจรอย
“พี่ลมขา...มาหาพลอยในครัวหน่อยสิคะ” เสียงหวานหยดที่ลอยลมมา ทำให้คนที่กำลังจะเริ่มทำความสะอาดสะดุ้งโหยงขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล“...จ้ะ” แม้สัญชาติญาณบางอย่างจะร้องเตือนว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมไปจนถึงน้ำเสียงหวานใสหยดย้อยที่ลอยลมมา...ไม่ใช่เรื่องปกติ! แต่มารุตก็จำต้องขานรับออกไปในที่สุดร่างสูงเดินเข้าไปหาคนที่ขานเรียกอย่างไม่สบายใจนัก ดวงตากลมหวานของพลอยชมพูที่ได้มองสบไปเมื่อตอนหัวค่ำ ทำให้มารุตรับรู้ได้ถึงสัญญาณอันตรายบางอย่างที่ยังหาที่มาที่ไปไม่ได้ ก่อนจะเริ่มทวนคำอีกหนอย่างคนที่หวาดระแวงจนจิตคิดไม่ตก‘...พี่ลมขางั้นเหรอ?’“ชิบ...ย แล้ว!” มารุตสบถเสียงสูงอย่างลืมตัว เมื่อทันทีที่ย่างกรายเข้ามาในครัวแล้วพบว่าร่างบอบบางที่ร้องเรียกเมื่อครู่ กำลังกระดกไวน์ดีกรีแรงขวดใหญ่ที่ตนเองซื้อมาเก็บไว้ในตู้อยู่อย่างสบายอารมณ์ ซ้ำยังมีขวดเปล่าอีกขวดที่กองอยู่ข้างโต๊ะทำอาหารที่แม่ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบปีนขึ้นไปนั่งอย่างถือสิทธิ“ช้า! พลอยเรียกไปตั้งหลายวินาทีแล้วนะ” เสียงหวานที่ดูไม่มั่นคงนักเอ่ยตำหนิ ก่อนจะยื่นขวดไวน์ให้คนที่เพิ่งมาถึงในทันที“พี่ก็มาเร็วที่สุดแล้วนะ...” มารุตรับขวดไวน์ที่พร่องไปกว







